ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 31 : ค่ำคืนก่อนวันอภิเษกสมรส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 684 ครั้ง
    17 เม.ย. 64

 

‘พรุ่งนี้แล้วสินะ’ ไป๋เฟยหมิงนึกบอกตนเองในใจ

 

ท่านอ๋องหนุ่มเดินวนไปเวียนมาในห้องบรรทมอย่างว้าวุ่นใจ  ทั้งๆที่วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันแต่งงานของเขา…งานแต่งงาน…ที่เขาไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะมีวันมงคลนี้เฉกเช่นบุรุษอื่นๆ ไป๋เฟยหมิงยังคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจะมีสตรีนางหนึ่งกำลังจะแต่งงานกับเขา ‘สมรสพระราชทาน’ มันก็คือการคลุมถุงชนดีๆนี่เอง

 

หลากหลายความคิดตีกันวุ่นวายในหัวของเขา

 

‘นางเต็มใจหรือไม่นะ’

 

‘นางโดนบังคับ โดนขู่เข็ญ หรือว่าโดนติดสินบนเพื่อผลประโยชน์อะไรบางอย่างหรือไม่นะ’

 

‘นางเป็นผู้ใดกัน ได้ข่าวว่านางคือบุตรสาวนายอำเภอเมืองเล็กๆจากโจวถิงที่ห่างไกล หน้าตานางจะเป็นเยี่ยงไรนะ ที่แน่ๆคงจะไม่อัปลักษณ์เหมือน…เหมือน…’ ไป๋เฟยหมิงนึกแล้วก็เอามือลูบใบหน้าของตนเองโดยเฉพาะส่วนริมฝีปาก

ท่านอ๋องหนุ่มทอดถอนใจ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าสตรีผู้มาจากเมืองเล็กๆในชนบทที่ห่างไกลนางนั้นจะเต็มใจแต่งงานกับเขาจริงๆ

 

‘หรือว่านางเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ต้องการตำแหน่งหวางเฟย ฮึ! นางคิดผิดสุดๆ  การเป็นพระชายาอ๋องแปดนั้นชีวิตมิได้สวยงามเหมือนเป็นพระชายาอ๋ององค์อื่นๆหรอก’ ไป๋เฟยหมิงนึกถึงว่าตนเองนั้นไม่ใช่เพียงไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ แต่ยังโดนผู้เป็นพระบิดารังเกียจอีกด้วย ไม่มีพี่น้องคนใดรักใคร่นับถือเป็นพี่น้องจริงๆ ไม่มีผู้ใดคบค้าสมาคมด้วยก็ให้รู้สึกเห็นใจสตรีที่จะมาเป็นพระชายาของเขาอย่างยิ่ง

 

ไป๋เฟยหมิงเดินวนไปเวียนมาหลายรอบ ในที่สุดท่านอ๋องหนุ่มก็มาหยุดตรงหน้าชุดเจ้าบ่าวที่เขาจะต้องใช้ในวันรุ่งขึ้น ขันทีของตำหนักนำมันมาแขวนไว้ในห้องตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้ว

 

มันคือเรื่องจริงหรือที่พรุ่งนี้จะเป็นวันแต่งงานของเขา หวังว่าฝ่ายเจ้าสาวคงจะไม่เปลี่ยนใจกะทันหัน หลบลี้หนีหาย สร้างความอับอายและอัปยศให้แก่เขาหรอกนะ แต่จะเป็นไรไป…ตลอดชีวิตของอ๋องแปดอัปลักษณ์ผู้นี้มีแต่ความอัปยศมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไป๋เฟยหมิงหลับไปทั้งที่จิตใจยังคงว้าวุ่น

 

 

 

‘พรุ่งนี้แล้วสินะ ชุนลี่ของข้า เหตุใดเจ้าต้องแต่งงานกับไอ้องค์รัชทายาทสารเลวนั่นด้วย ข้ามั่นใจว่ามันมิใช่บุรุษที่รักหยกถนอมบุปผาแน่นอน เจ้าแต่งออกไปกับมันแล้วคงต้องตรอมใจเพราะมันรู้ว่าข้ามีใจให้กับเจ้า มันต้องการกลั่นแกลงข้า มันคงจะกลั่นแกล้งเจ้าด้วยเพื่อให้ข้าช้ำใจ’ ไป๋เฟยเทียนกำมือทั้งสองข้างแน่น เขานึกอยากจะชกกำแพงให้หายแค้น แต่ท่านอ๋องใหญ่เป็นคนรอบคอบ หากไป๋เฟยหลงเห็นมือที่ผ่านการชกต่อยของเขาแล้วก็จะต้องรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับเขา น้องชายสารเลวนั่นต้องรู้ว่าเขาเจ็บช้ำหัวใจเพียงใดที่โดนมันกระชากหัวใจออกไปได้  และไอ้เจ้ารัชทายาทสารเลวนั่นจะต้องนึกสาแก่ใจ  ไป๋เฟยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์

 

“สิบปีแก้แค้นยังไม่สายข้าไม่ยอมอยู่ใต้ฟ้าเดียวกับเจ้าแน่” ไป๋เฟยเทียนแค่นเสียงรอดไรฟัน ถึงเวลานั้นเขาจะไม่ปล่อยให้มันเหลือทางรอดใดๆ 

 

ท่านอ๋องใหญ่มัวแต่คั่งแค้นและโหยหาอาวรณ์สตรีที่เขาหลงรักปักใจมานานปี ยิ่งคิดถึงเวลาที่นางเปรียบเสมือนกิ่งดอกซิ่งแดงยื่นออกนอกกำแพงตอนที่นางแอบมอบถุงเครื่องหอมให้กับเขาครั้งแรก ยิ่งคิด  ไป๋เฟยเทียนยิ่งแค้น ยิ่งคิด ก็ยิ่งชอกช้ำใจ  สวรรค์! ฟ้าช่างไม่ยุติธรรม

 

ทำไม? 

 

ทำไม?

 

ทำไม?

 

ท่านอ๋องใหญ่ซุกใบหน้าลงกับหมอนหนุนอยู่เนิ่นนานกว่าจะเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

ไป๋เฟยหย่าไม่แม้แต่อยากจะแตะต้องอาหารมาหลายวันแล้ว ในวันรุ่งขึ้นสตรีที่ครอบครองหัวใจของเขามานานก็จะตกเป็นของน้องชายสารเลวที่มันแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาแล้ว ไอ้องค์รัชทายาทชั่วช้า พรุ่งนี้เขาต้องแต่งงานกับสตรีที่ไม่เคยมีใจ  ซื่อมี่เฟยงั้นรึ? เขาไม่เคยนึกถึงนางผู้ที่จะมาเป็นพระชายาเลย  ในห้วงความคิดคำนึงของเขามีแต่ หยุนชิงเหยียนเท่านั้น บางครั้งและหลายๆครั้งเขานึกอยากจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อให้ลืมเลือนนางไปเสีย อย่างไรก็คงไม่มีวาสนาต่อกัน คนทั้งไป๋ซ่านลี่ต่างเล่าลือกันว่านางคือสตรีที่มีวาสนาดอกท้อ ได้คู่ครองที่มีวาสนาบารมีสูงส่งซึ่งต่อไปในภายภาคหน้าจะได้เป็นถึงโอรสสวรรค์ และตัวนางเองก็อาจจะได้เป็นฮองเฮาหากนางมีพระโอรสองค์แรกให้กับองค์รัชทายาทได้ ยิ่งได้รู้ ท่านอ๋องสองยิ่งเจ็บช้ำใจ อีกทั้งยังนึกเป็นห่วงนาง ผู้ใดต่างก็รู้ว่าตำหนักองค์รัชทายาทนั้นคือบึงมังกร ถ้ำพยัคฆ์

 

“คอยดูนะ ข้าจะทำให้เจ้าเจ็บช้ำยิ่งกว่าข้าหลายเท่า หากมีเจ้าต้องไม่มีข้า เจ้าไป๋เฟยหลง” ไป๋เฟยหย่าเค้นเสียงรอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่กระจายรอบๆตัวเขา พรุ่งนี้เขาต้องทนเห็นนางอันเป็นที่รักต้องแต่งออกไปกับบุรุษชั่วช้าที่มีศักดิ์เป็นน้องชายของเขาเช่นนั้นหรือ

 

ทางตำหนักไท่จื่อหรือองค์รัชทายาทนั้นวันนี้ทั้งวันเต็มไปด้วยความครึกครื้นเฮฮา ไป๋เฟยหลงสั่งให้จัดงานเลี้ยงฉลองในตำหนักของเขาถึงสามวันสามคืน ชายหนุ่มกระหยิ่มด้วยความสาแก่ใจ พรุ่งนี้เขาอยากจะเห็นหน้าพี่ใหญ่และพี่รองนักว่าจะทำหน้าอย่างไรเมื่อเห็นเขาเข้าพิธีแต่งงานกับสตรีอันเป็นที่รัก คงไม่ถึงกับน้ำตาร่วงหรอกนะ  อีกคนที่ไป๋เฟยหลงมิอาจจะลืมเลือนได้ ก็พี่ชายอัปลักษณ์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงประจำตำหนักของพระมารดาของเขานะสิ ตลอดเวลาที่เขาและเจ้าอัปลักษณ์อยู่ที่นั่นเขารู้สึกขวางหูขวางตาไปเสียหมดทุกครั้งที่เห็นไป๋เฟยหมิง เขานึกรังเกียจเดียดฉันท์พี่ชายอัปลักษณ์มากขนาดไหนคนในตำหนักนั้นย่อมรู้ดี และการได้กลั่นแกล้งไป๋เฟยหมิงก็ถือเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขาและพวกข้าราชบริพารทุกคน

 

‘นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีสตรีที่ไร้ความคิดยินยอมแต่งงานกับอ๋องอัปลักษณ์ด้วย ข้าอยากจะรู้นัก นางเป็นผู้ใดกัน รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ฮึ! นางจะยอมเข้าพิธีแต่งงานจริงหรือไม่ ไม่ใช่พอถึงเวลาแล้วก็หายตัวไปหรอกนะ เอ๊ะ! แต่ก็ไม่แน่หรอก พรุ่งนี้อาจจะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นก็เป็นได้ ฮ่าๆๆๆ’ องค์รัชทายาทผู้มีรูปโฉมงดงามเหนือสามัญหัวเราะด้วยความสาแก่ใจ

 

“พรุ่งนี้เจ้าสาวทั้งสองของข้าจะต้องงดงามที่สุด โดดเด่นที่สุด ดูมีสง่าราศรีที่สุด และเป็นที่อิจฉาของบรรดาเจ้าสาวของอ๋องอื่นๆ ฮ่าๆๆๆ” ไป๋เฟยหลงหัวเราะราวกับกุมชัยชนะไว้ในมือ

 

‘ว่าแต่…เสด็จแม่ทำอย่างไรนะ เจ้าอ๋องอัปลักษณ์ถึงได้มีสตรียินยอมมาแต่งด้วย นางต้องวิปลาสเสียสติไปแล้วแน่ๆ เอ๊ะ! หรือว่านางหวังที่จะยกฐานะตนเองให้เป็นพระชายา นางต้องเป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูงแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ นางคงไม่รู้หรอกว่าแต่งกับอ๋องแปดก็จะได้เพียงตำแหน่งพระชายาเท่านั้น เพราะเจ้านั่นไม่มีสิ่งใดให้ อีกไม่นานคงมีข่าวลือทั่วไป๋ซ่านลี่ว่า นางสวมหมวกเขียวให้เขาซะแล้ว ฮ่าๆๆๆ ข้าจะรอชมเรื่องสนุก’ องค์รัชทายาทหนุ่มนึกกระหยิ่มยิ้มย่องที่สามารถเหยียบพี่น้องร่วมบิดาได้

 

ตำหนักของฮองเฮาเวลานี้กำลังวุ่นวายกับการตรวจเช็คฉลองพระองค์ของมารดาแผ่นดินที่จะสวมใส่ในงานพิธีแต่งงานขององค์รัชทายาทและบรรดาอ๋องทั้งแปด  นางกำนัลตรวจเช็ครายละเอียดของอาภรณ์ เครื่องประดับและรองเท้าที่ฮองเฮาจะใช้ในวันรุ่งขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยเกรงว่าหากเกิดการผิดพลาดขึ้นมาพวกนางอาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ใครๆก็รู้ว่าเปี๋ยนฮองเฮาผู้นี้เวลาใจดีก็ดีจนน่าใจหาย แต่เวลาร้ายก็ราวกับนางเสือ จนพวกนางต้องกลายเป็นลูกนกหวาดเกาทัณฑ์

 

อีกฟากหนึ่งของตำหนักอันหรูหรา เปี๋ยนลี่อิงปั้นยิ้มเยือกเย็น แววตาครุ่นคิด นางหยิบพัดขึ้นมาโบกเบาๆสองสามทีก่อนจะเอนหลังบนตั่งคนงาม

 

“เหลียวเจินลี่ ข้าขอแสดงความดีใจกับเจ้าด้วยนะ พรุ่งนี้ลูกสาวคนเดียวของเจ้าจะได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์แล้ว ข้าจะผลักลูกสาวของสหายทรยศอย่างเจ้าลงนรกก่อนที่จะไปเจอเจ้าในปรโลก ฮึ!นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะบุญน้อยไม่ทันได้เห็นนางออกเรือน แต่ข้าจะบอกให้นะ ข้านี่แหละเป็นคนเชื่อมวาสนาให้กับลูกชายบุญธรรมผู้สุดแสนอัปลักษณ์ของข้ากับลูกสาวผู้อับวาสนาของเจ้า  หาใช่ผู้เฒ่าจันทราไม่ ฮ่าๆๆๆ นางคงจะเป็นพระชายาอ๋องที่มีชีวิตที่รันทดหดหู่ที่สุด” ริมฝีปากที่แดงด้วยสีชาดของเปี๋ยนฮองเฮากดลึกลงบ่งบอกว่านางรู้สึกสาแก่ใจมากเพียงใด   นางกับเหลียวเจินลี่มารดาของหลานฮุ่ยเจินเคยเป็นสหายสนิทกันมาก่อน แต่เพราะมีเรื่องขัดข้องหมองใจกันจนทำให้เปี๋ยนฮองเฮาเปลี่ยนจากความรักใคร่เป็นเกลียดชัง นางให้คนตามสืบดูชีวิตความเป็นอยู่ของอดีตสหายผู้นี้อยู่ตลอดเวลา ครั้นรู้ว่าได้ไปปรโลกแล้วก็รู้สึกสุขสม สาแก่ใจ แต่มันยังไม่สุด นางยังหลงเหลือบุตรสาวอันเป็นที่รักอยู่คนหนึ่ง ครั้นพอฮ่องเต้ให้นางรับหน้าที่จัดหาสตรีให้มาแต่งกับอ๋องอัปลักษณ์นางจึงทำการเชื่อมวาสนาคนทั้งสอง เพื่อผลักบุตรสาวของเหลียวเจินลี่ให้ตกต่ำยิ่งกว่าเดิม สมรสพระราชทานนั้นก็เหมือนกับการคลุมถุงชน ไม่อาจปฏิเสธได้แม้จะไม่ยินยอมพร้อมใจ เพราะการขัดราชโองการนั้นไม่ได้ต่างอะไรกับการเป็นกบฏ การได้เป็นพระชายาอ๋องถือเป็นวาสนาดอกท้อ ทว่า…การได้เป็นพระชายาอ๋องแปดนั้นกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม มันยิ่งกว่าตกนรกเสียอีก 

 

“ข้าว่า…อีกไม่นานลูกสาวของเจ้าคงจะตามไปพบเจ้าในปรโลกเป็นแน่ หากเป็นข้า ถ้าต้องแต่งงานกับชายอัปลักษณ์เช่นนั้น ข้าคงปลิดชีพตนเองตั้งแต่วันที่ได้รับราชโองการแล้ว ชีวิตของลูกสาวเจ้านั้น….อยู่ไม่สู้ตาย หึหึหึ”

 

ยามโหย่ว (17.00-18.59 น.) ณ เรือนรับรองในตรอกอันครึกครื้นกลางเมือง  หลานฮุ่ยเจินถึงกับต้องน้ำตารื้นด้วยความซาบซึ้งใจเมื่อพบว่าจู่ๆก็มีผู้มาเยือน

 

“ท่านตา ท่านยาย” หญิงสาวคุกเข่าคารวะบุคคลสำคัญในชีวิตอีกสองท่านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งดีใจ ซาบซึ้งใจและงุนงง 

 

หลานฮุ่ยเจินรู้ว่านี่คือท่านตาท่านยายของนางในชาตินี้ ทว่า…แม้แต่ตัวเจ้าของร่างเดิมเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้พานพบหน้าค่าตาผู้เป็นท่านตาและท่านยายมาก่อนเนื่องจากโจวถิงและไป๋ซ่านลี่นั้นอยู่ห่างไกลกันนึก การเดินทางก็สุดแสนลำบากและใช้เวลานาน ความทรงจำของร่างเดิมเรื่องท่านตาท่านยายที่ศัลยแพทย์หญิงแห่งยุค 2021 จะพอระลึกได้จึงไม่มี 

 

“ข้าเองก็เพิ่งได้ข่าวว่าเจ้าต้องรับราชโองการแต่งงานกับอ๋องแปด…เอ่อ…” เหลียวไห่ฟง ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงรองราชเลขาธิการอึกอัก เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี

 

“เจ้าช่างเหมือนแม่ของเจ้านัก ฮุ่ยเจิน เจินลี่คงจะเป็นสุขใจเมื่อได้รู้ว่าเจ้านั้นกำลังจะออกเรือน” ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเหลียวโอบกอดหลานสาวพลางนึกถึงบุตรสาวที่เป็นดั่งไข่มุกในมือ เหลียวเจินลี่ไม่น่าด่วนจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ 

 

“ท่านตา ท่านยาย หลานรู้สึกดีใจยิ่งนักที่วันนี้ได้มีโอกาสพบหน้าท่านทั้งสอง หลานอกตัญญูไม่อาจมาคารวะท่านตาท่านยายก่อนหน้านี้ได้ เพราะโจวถิงและไป๋ซ่านลี่นั้นห่างไกลกันนัก การแต่งงานครั้งนี้ถึงแม้จะเป็นราชโองการ แต่หลานก็เต็มใจ มิได้รู้สึกว่าถูกบีบบังคับ ขอท่านตาท่านยายอย่าได้เป็นกังวลไป เรื่องของท่านอ๋องแปดที่ผู้คนเล่าลือว่าอัปลักษณ์นักหนานั้นมิใช่ปัญหา คนเราถึงแม้นรูปงามเหนือสามัญ แต่หากจิตใจชั่วช้า คนแบบนั้นต่างหากที่ไม่น่าจะแต่งออกไปด้วย ขอให้ท่านตาท่านยายวางใจเถิดว่าหลานจะมีชีวิตที่เป็นสุขได้” ใต้เท้าเหลียวมองดูแววตาใสซื่อของหลานสาวในขณะที่พูดด้วยความประหลาดใจ หลานสาวของเขาผู้นี้ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตายิ่งนัก สิ่งที่ผู้คนรังเกียจและหวาดกลัวแต่นางกลับไม่รู้สึกคล้อยตาม นางมองโลกในแง่บวก นางดูหนักแน่น เข้มแข็ง มีความเป็นผู้ใหญ่เหมือนผ่านโลกมานานมากกว่าการเป็นดรุณีวัยแรกแย้ม

 

“อืม…เจ้าเห็นเป็นเช่นนั้นก็ยิ่งดีสำหรับตัวเจ้า อย่างไรเสีย….สมรสพระราชทานนั้นก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เจ้ายอมแต่งงานด้วยความเต็มใจนั่นก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นลูกหลานที่กตัญญูต่อทั้งสกุลหลานและสกุลเหลียว อ้อ! ข้าเพิ่งนึกได้ เมื่อวานมีม้าเร็วจากเมืองเซียงคุณเหมาแวะมาที่จวน เขานำสิ่งนี้มาให้ บอกว่าฝากให้เจ้าซึ่งเป็นหลานสาวของจวนสกุลเหลียว ก่อนไปยังบอกว่า เจ้าของร้านที่เจ้าสั่งของได้ข่าวว่าหลานสาวของสกุลเหลียวเดินทางมาจากเมืองอันแสนไกลเพื่อมาเข้าพิธีอภิเสกสมรสกับท่านอ๋องแปด พวกเขารู้ว่าเป็นเจ้าจึงได้วานม้าเร็วที่รู้จักกันรีบนำส่งของในกล่องนี้ให้เจ้า หากว่าเจ้าจำเป็นต้องรีบใช้” ท่านรองราชเลขาธิการเหลียวส่งมอบกล่องบุผ้าสีน้ำเงินเข้มให้กับมือของหลานฮุ่ยเจิน

 

 

หญิงสาวรับมาอย่างตื่นเต้น

 

‘มีดผ่าตัดของข้ามาถึงแล้วสินะ’ หญิงสาวนึกกระหยิ่มในใจ ภารกิจช่วยชีวิตผู้คนในฐานะหมอของนางกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แม้จะอยู่ต่างยุคต่างสมัยแต่นางมั่นใจว่าความรู้ต่างๆที่นางมีสามารถช่วยเหลือผู้คนทุกชนชั้นได้ โดยเฉพาะ…ท่านอ๋องแปด ว่าที่พระสวามีที่ถูกผู้คนเหยียดหยันมาทั้งชีวิต

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 684 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

620 ความคิดเห็น

  1. #532 TripleCute (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 14:48

    กิ่งดอกซิ่งยื่นออกนอกกำแพง หมายถึง หญิง(แต่งงานแล้ว)คบชู้ ไม่สมควรเอามาใช้ขยายตอนที่อ๋องใหญ่นึกถึงแม่นางชุนลี่ในตอนที่มอบถุงหอมให้

    #532
    0
  2. #286 louie_louis (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 08:50
    ใช้คำว่า ตรวจเช็ค เป็นตรวจตราดีไหมคะ ทับศัพท์อังกฤษแอบเยอะ ถ้าไม่ใช่พาร์ทของนางเอกแล้วรู้สึกแปลกๆ
    #286
    0
  3. #243 Pop_zaza (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 13:36
    แค้นแม่ แต่มาลงที่ลงที่ลูก ระวังความแค้นนั้นจะย้อนมาเข้าตัวเองนะฮองเฮา
    #243
    0
  4. #29 Iris. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 06:06
    มาต่ออีกนะจะติดเหรียญก็ได้พร้อมเปย์
    #29
    0