ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 28 : ตำราแพทย์กับสกุลตู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 685 ครั้ง
    1 เม.ย. 64

 

หลังจากออกจากร้านขายมีด หลานฮุ่ยเจินขอให้คนขับรถม้าพาไปที่ร้านขายหนังสือ 

 

“ข้าอยากได้ตำราแพทย์  มีร้านขายหนังสือร้านใดที่ขายตำราแพทย์หรือไม่?” 

 

“มีร้านขายหนังสือร้านหนึ่งเป็นร้านที่ใหญ่มากๆ อยู่ตรงหัวมุมตรอกด้านโน้นขอรับ”

 

“อืม ช่วยพาข้าไปที”

 

คนขับรถม้าพาหลานฮุ่ยเจินและบ่าวหญิงชายของนางมาถึงที่ร้านขายหนังสือ คนงานของร้านเป็นสตรีวัยกลางคนออกมาต้อนรับ เถ้าแก่เจ้าของร้านนั่งอยู่ด้านใน เขากำลังสาละวนกับหนังสือกองโต

 

“คุณหนูท่านนี้ มีสิ่งใดให้ทางร้านของเรารับใช้หรือไม่เจ้าคะ ไม่ว่าหนังสือชนิดใด ร้านเรามีหมดทั้งสิ้น ทั้งนิยายประโลมโลกชื่อดัง ทั้งที่ออกมาใหม่ และที่มีขายมานานแล้ว หรือท่านอยากจะได้ตำราเรียน ตำราสอบจ้วงหยวน เราล้วนมีทั้งสิ้น?” นางเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

“ข้าอยากได้ตำราการแพทย์ ร้านเจ้ามีหรือไม่?” หลานฮุ่ยเจินสอดส่ายสายตามองหา

 

หญิงลูกจ้างทำท่าทางลังเล

 

“เอ่อ คุณหนูท่านนี้ ปกติตำราแพทย์นั้นจะส่งต่อกันโดยผู้ที่เป็นแพทย์ หากจะมีก็คงเป็นสำนักแพทย์หลวง หรือสำนักที่ฝึกหัดแพทย์ ร้านเราไม่น่าจะมีหนังสือประเภทนั้น” นางเอ่ยถ้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

 

“แต่ข้าคิดว่ามี เชิญแม่นางทางนี้เถิด มาดูก่อนว่าจะถูกใจหรือ ใช้ได้หรือไม่” เป็นเสียงของเถ้าแก่เจ้าของร้านที่กำลังง่วนกับการจัดระเบียบหนังสือกองโตที่หลังร้าน

 

หลานฮุ่ยเจินหันไปทางที่มาของเสียง นางเห็นเถ้าแก่เจ้าของร้านกำลังก้มๆเงยๆอยู่

 

“พอดีเมื่อเช้ามีบ่าวจากจวนสกุลตู้นำหนังสือกองนี้มาขาย ข้ารับซื้อไว้ในราคาไม่สูงนักเพราะเป็นตำราทางการแพทย์เก่าๆ ปกติคนเมืองเซียงคุณเหมานั้นไม่นิยมศึกษาตำราแพทย์กัน ข้าคิดว่าคงขายต่อไม่ได้แต่ก็รู้สึกว่าหนังสือตำราแพทย์เหล่านี้น่าจะมีประโยชน์มากหากมีผู้นำไปศึกษาจึงได้ซื้อไว้ เผื่อมีคนมาถามหา ข้าคิดถูกจริงๆในที่สุดแม่นางก็เป็นคนๆนั้น” เถ้าแก่เจ้าของร้านขายหนังสือยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ดวงหน้าเปื้อนยิ้ม

 

“สกุลตู้? คนในสกุลนี้เป็นหมอเช่นนั้นหรือ?” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

 

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจและไม่ได้ซักถามบ่าวที่นำหนังสือมาขาย  คนของสกุลตู้อาจจะเป็นหมออยู่ที่อื่น แต่ที่เซียงคุณเหมานั้นสกุลตู้เป็นเจ้าของโรงน้ำชาและหอนางโลม ไม่เกี่ยวกับหมอเลย”

 

หลานฮุ่ยเจินให้รู้สึกประหลาดใจในความขัดแย้งของกิจการของสกุลตู้กับตำราแพทย์ แต่…ช่างก่อนเถอะ ตอนนี้นางไม่มีเวลานึกอะไรมากนัก

 

“แล้วตำราแพทย์ทั้งหมดนี้ขายราคาเท่าไหร่เจ้าคะเถ้าแก่” หลานฮุ่ยเจินเปิดดูหนังสือตำราทางการแพทย์ราวๆสิบเล่มอย่างคร่าวๆพบว่าสภาพหนังสือนั้นยังใช้ได้แม้จะเก่าไปหน่อย  จะอย่างไรนางก็ต้องเริ่มศึกษาวิชาทางการแพทย์ยุคนี้ให้มากและเร็วที่สุด

 

“บอกตามตรง ข้าซื้อตำราทั้งหมดนี้มาในราคาแค่สิบอีแปะเท่านั้น เห็นว่าคุณหนูสนใจในวิชาการแพทย์ข้าเลยจะให้ท่านจ่ายในราคาที่ท่านพอใจ ขอเพียงแต่อย่าให้ข้าขาดทุนเป็นพอ เผื่อความรู้ในตำราเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากขึ้น”

 

หลานฮุ่ยเจินเห็นว่าเถ้าแก่ร้านขายหนังสือนี้พูดจาดูเข้าที เขาดูไม่ใช่คนละโมบโลภมากและมีความเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์?

 

“เถ้าแก่ หากว่าข้าให้ท่านยี่สิบอีแปะ ท่านจะว่าอย่างไร ตอนนี้ข้ามีเงินติดตัวไม่มาก แต่หากว่าข้าได้อ่านตำราเหล่านี้แล้วได้ความรู้ไปช่วยเหลือผู้คน ข้าจะกลับมาตอบแทนท่านมากกว่านี้ ท่านพอใจหรือไม่” หลานฮุ่ยเจินลองต่อรอง นางต้องสำรองเงินไว้ใช้จ่ายหลายอย่าง

 

“เช่นนั้นย่อมได้ อันที่จริงเงินยี่สิบอีแปะก็น่าจะเพียงพอแล้ว คุณหนูอย่าได้ลำบาก ท่านไม่จำเป็นต้องกลับมาเพิ่มเงินให้ข้าทีหลัง เพียงแค่นี้ข้าก็ได้กำไรเท่าตัวแล้ว”

 

หลานฮุ่ยเจินส่งยิ้มละไม ดวงตาเมล็ดซิ่งของนางเป็นประกาย ดวงตาที่อ่อนหวานชวนให้ผู้พบเห็นนึกถึงรสหวานละมุนของน้ำผึ้งบริสุทธิ์ คิ้วโค้งเรียวมองดูราวกับผีเสื้อกางปีกบินโลดแล่นกลางสวนดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ หญิงสาวนึกขอบคุณที่อย่างน้อยโลกในยุคนี้ยังพอมีคนดีมีน้ำใจ ไม่เห็นแก่ตัวหลงเหลืออยู่บ้าง แบบนี้มันค่อยมีกำลังใจในการที่จะสละความสุขสบายของชีวิตในการช่วยเหลือผู้คนหน่อย

 

ชีวิตของการเป็นหมอนั้นช่างยากลำบาก หลานฮุ่ยเจินรู้ดี นางเป็นแพทย์หญิงของยุคปี ค.ศ.2021 ที่วิวัฒนาการและเทคโนโลยีต่างๆโดยเฉพาะทางการแพทย์นั้นล้ำสมัย แม้กระนั้นคนที่เป็นหมอยังต้องเหนื่อยยากและทำงานหนัก แล้วการเป็นหมอในโลกยุคนี้เล่าจะเป็นเช่นไร ‘ยุค’ ที่หลานฮุ่ยเจินเคยบ่นอยู่บ่อยๆว่า ‘ไม่มีอะไรเลย’

 

‘เฮ้อ! ถุงมือก็ไม่มี แมส ( หน้ากาก)ก็ไม่มี’

‘ยาชาก็ไม่มี ยาสลบก็ไม่มี’

 

‘เข็มสำหรับเย็บแผลอีก แล้วเส้นไหมที่ใช้เย็บจะใช้อะไรได้ล่ะเนี่ย’

 

‘น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาล้างแผลอีก ยาฆ่าเชื้ออีกล่ะ โอย!แม่เจ้า’

 

‘แล้วถ้าเกิดคนไข้ช็อค หรือว่าซีดต้องการเลือดด่วนจะให้เลือดยังไงฟระ เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน แล้วยุคนี้การวิเคราะห์แลป การตรวจเลือดก็ไม่มีนี่นา’

 

“เฮ้ย! ถึงจะเป็นศัลยแพทย์หญิงชื่อดังของยุค 2021 พอมาเจอแบบนี้ก็แย่เหมือนกันนะ” หลานฮุ่นเจินถึงกับต้องเอามือกุมขมับ

 

อย่างไรก็ตาม หลานฮุ่ยเจินตั้งใจไว้แล้วว่าแม้จะต้องประสบกับความยากลำบากสักเพียงใด นางก็จะสู้ให้ถึงที่สุดเพราะ นางได้ชีวิต ได้ลมหายใจกลับคืนมาแล้ว แม้จะผิดยุคผิดสมัยก็ตาม แต่นางคงไม่อยู่ผิดที่ผิดทางหรอกนะ หลานฮุ่ยเจินมั่นใจว่าไม่ว่าผู้คนในยุคสมัยใดล้วนต้องการหมอด้วยกันทั้งนั้น

 

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านจะซื้อตำราแพทย์เหล่านี้ไปทำไมรึเจ้าคะ คุณหนูไม่ได้จะเป็นหมอสักหน่อย” หลิงหลิงถามด้วยความพาซื่อ

 

“ผู้ใดจะไปรู้ได้เล่า บางทีข้าอาจจะเป็นหมอชื่อดังแห่งไป๋ซ่านลี่ก็เป็นได้” หลานฮุ่ยเจินพูดทีเล่นทีจริง สองสาวรับใช้เริ่มจะชินกับการเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนของคุณหนูใหญ่แล้ว

 

พอออกจากร้านขายหนังสือคนขับรถม้าก็พาหลานฮุ่ยเจินและผู้ติดตามไปที่ร้านขายเสื้อผ้าและร้านขายผ้า คุณหนูใหญ่สกุลหลานถามหาเข็มเย็บผ้าทุกขนาดรวมทั้งเส้นไหมเส้นด้ายทุกชนิด เจ้าของร้านนำเข็มกล่องหนึ่งซึ่งบรรจุเข็มเย็บผ้าหลายขนาดมาให้นางเลือก หญิงสาวเลือกเอาทุกขนาด อย่างละสิบเล่ม พร้อมกับเส้นไหมที่นางได้ลองพิจารณาและดึงดูแล้วพบว่ามีความเหนียวและคงทนใช้ได้สำหรับการเย็บแผล

 

“ที่สุดท้ายที่เราจะไป ร้านขายยา” หลานฮุ่ยเจินบอกคนขับรถม้า แม้ว่าจะเดินดูของร้านนั้นร้านนี้หลายร้านแต่หญิงสาวกลับไม่มีอาการเหนื่อยหอบเลย นี่แสดงว่าสุขภาพของนางเริ่มจะดีขึ้นแล้วสินะ

 

“อ้อ คุณหนูท่านนี้มีอะไรให้ร้านเรารับใช้หรือขอรับ?” เถ้าแก่เจ้าของร้านขายยาออกมาต้อนรับลูกค้าด้วยตนเอง

 

“เถ้าแก่ ข้าต้องการสมุนไพรทุกชนิดในร้านของท่าน เอาอย่างละหนึ่งจิน (500 กรัม) พร้อมกับเขียนสรรพคุณและอันตราย ตลอดจนข้อห้ามใช้ให้ข้าด้วย” 

 

เถ้าแก่เจ้าของร้านขายยาสมุนไพรเป็นต้องตกตะลึง อ้าปากค้าง

 

“อะ…อะไรนะคุณหนู เหตุใดท่านจึงซื้อสมุนไพรไปมากมายขนาดนั้น จะเอาไปทำอันใดหรือ?”  เขาอดถามไม่ได้

 

“พอดีมีคนจากเมืองไกลฝากซื้อ ปีหนึ่งพวกเราถึงจะเดินทางผ่านมาทางนี้ทีหนึ่ง ที่ข้าซื้อเยอะเช่นนี้เถ้าแก่ขัดข้องอันใดหรือไม่?” หลานฮุ่ยเจินเลิกคิ้วเป็นเชิงถามบ้าง

 

“ไม่…ไม่มีอะไรขัดข้องหรอกขอรับคุณหนู เพียงแต่ข้าแปลกใจเพราะไม่เคยมีลูกค้าคนไหนมาซื้อยาที่ร้านเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวข้าจะรีบสั่งคนของข้าจัดการให้เดี๋ยวนี้ล่ะขอรับ” เถ้าแก่เจ้าของร้านสั่งให้คนงานของเขาจัดยาให้ลูกค้ารายใหญ่ ส่วนตัวเขานั่งเขียนรายละเอียดของยาสมุนไพรต่างๆให้นาง

 

“ทั้งหมดก็…หนึ่งตำลึงขอรับ แหะๆๆๆ” เจ้าของร้านขายยาลิงโลดเมื่อเห็นลูกค้าสาวหยิบเงินหนึ่งตำลึงขึ้นมาจากห่อผ้าและยื่นให้เขา บ่าวรับใช้ชายและคนขับรถม้าช่วยกันขนยาสมุนไพรออกไปรอที่หน้าร้าน เพราะในร้านมีลูกค้าเข้ามาอีกสองราย จะได้ไม่เกะกะที่ทางของทางร้าน

 

“ซื้อของพอแล้ว เราไปพบท่านพ่อที่โรงน้ำชาตามที่นัดหมายไว้กันเถอะ”

 

“คุณหนูกะเวลาได้ถูกจริงๆขอรับ พวกเราน่าจะใช้เวลาเดินตลาดสองชั่วยามพอดีเป๊ะ” คนขับรถม้าพูดพลางแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์

 

หลังจากที่ได้พบกันที่โรงน้ำชาตามนัดแนะกันไว้ หลานยี่หลงก็พาคณะออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ไป๋ซ่านลี่ หลานฮุ่ยเจินนั่งอ่านตำราแพทย์ที่เพิ่งซื้อมาไปตลอดทาง นางตั้งใจว่านางจะอ่านตำราเหล่านี้ให้จบก่อนที่รถม้าจะถึงไป๋ซ่านลี่

 

“ตำราแพทย์นี้ดีทีเดียว ว่าแต่…เหตุใดสกุลตู้จึงต้องนำตำราดีๆเหล่านี้มาขายทิ้งด้วยนะ น่าสงสัยยิ่งนัก” หลานฮุ่ยเจินอ่านตำราแพทย์ไปก็บ่นงึมงำไป ส่วนสองสาวรับใช้นั้นหลับไปตลอดทาง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 685 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

694 ความคิดเห็น

  1. #353 rin--jung (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 12:33
    คำว่า เป๊ะ ดูเป็นปัจจุบันไปหน่อยสำหรับคนยุคจีนโบราณ(คนขับรถม้า)นะคะ หลายๆคำในตอนผ่านๆมาบางคำก็ดูเป็นคำสมัยใหม่เกินไปค่ะ
    #353
    0
  2. #241 Pop_zaza (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 13:22
    สดุลตู้ประกอบอาชีพอะไร คงมีความลับซ่อนอยู่แน่เลย
    #241
    0
  3. #209 Jellysri (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 11:16
    มีเงื่อนงำ
    #209
    0