ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 25 : หลานฮุ่ยเหมย ผู้มีใจริษยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,027
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 640 ครั้ง
    31 มี.ค. 64

 

 

       หลานฮุ่ยเหมยไม่ยอมย่างเท้าออกจากเรือนหลังเล็กซึ่งเป็นเรือนส่วนตัวของนางนับตั้งแต่วันนั้น หญิงสาวมีอาการวิตกจริต นางรู้สึกสับสนระคนหวาดกลัว สับสนว่าหลานฮุ่ยเจินทำไมจึงยังไม่ตาย นังสาวใช้ทรยศทั้งสองนั้นทรยศต่อนางหรือไม่ แล้วนี่มันทั้งสองหายหัวไปไหน นางให้คนของนางออกไปตามหาทั่วทั้งเมืองโจวถิงแล้วก็ไม่พบแม้แต่เงา หรือว่านี่จะเป็นการซ้อนแผนของหลานฮุ่ยเจิน สตรีที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดในโจวถิงอีกทั้งยังมีฐานะเป็นบุตรสาวคนรองของนายอำเภอหลาน นางเกิดมาเพื่อเฉิดฉายดั่งดวงจันทรา แต่วันนี้นางกลับรู้สึกว่าชีวิตของตนนั้นไม่มั่นคงซะแล้ว หากพี่สาวต่างมารดาเปิดเผยความจริงที่ว่านางวางยาและหมายจะเอาชีวิต นางจะทำอย่างไร นางมิต้องถูกทางการนำตัวไปจองจำตลอดชีวิตหรอกหรือ แล้วคุณชายซือผู้นั้นอีก บุรุษที่ขโมยหัวใจของนางและสตรีทั่วทั้งเมืองโจวถิง เขาคงจะแต่งกับสตรีนางอื่นสินะ แบบนี้นางไม่มีวันยอม

 

“คุณหนูรองเจ้าคะ คะ…คือ คือว่า…” ซานซาน สาวใช้คนสนิทของนางวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

 

หลานฮุ่ยเหมยที่ใจคอไม่ดี จิตใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวพลันทำตาเขียวปั๊ดใส่

 

“เอะอะโวยวายอะไร แล้วนี่วิ่งทำไม ไม่ดูตาม้าตาเรือ เกิดชนข้าเข้าจะว่าอย่างไร?”

 

“คุ…คุณหนู  คุณหนูใหญ่มาเจ้าค่ะ” เสียงของซานซานนั้นตะกุกตะกัก หลานฮุ่ยเหมยมองไปที่ประตู ขณะนี้ผู้มาเยือนได้ก้าวขาล่วงเข้ามาด้านในเขตเรือนของนางแล้ว

 

หลานฮุ่ยเหมยเบิกตาโพลง

 

“พิ…พี่…พี่ใหญ่…” หญิงสาวก้าวถอยหลังไปในขณะที่อีกฝ่ายกลับก้าวเท้าประชิดเข้ามา

 

หลานฮุ่ยเจินเหยียดยิ้มก่อนจะมองสำรวจเรือนร่างของน้องสาวต่างมารดาตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“นี่หรือ…หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองโจวถิง หึๆๆๆ” 

หลานฮุ่ยเหมยตวัดสายตาไม่พอใจ  ริมฝีปากแต้มชาดสีแดงสดสั่นระริก

 

“เจ้า…ทำไมเจ้าถึง…” หลานฮุ่ยเหมยเกือบจะหลุดปากพูดออกไป

 

“เหตุใดข้าจึงยังไม่ตาย….ใช่หรือไม่?” ความทะมึนพาดผ่านแววตา นางจ้องหน้าน้องสาวต่างมารดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หลานฮุ่ยเหมยเป็นต้องลมหายใจสะดุด

 

“ถึงแม้นว่าเจ้าจะยังไม่ตายแต่ก็ใช่ว่าจะเอาเรื่องข้าได้ หลักฐานก็หามีไม่ พยานก็หามีไม่ ตอนนี้สาวรับใช้ทรยศของเจ้า นังจิ้งอี้กับนังมู่หลินมันหายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ฮึ! คิดจะเล่นงานข้า คงยากหน่อย” หลานฮุ่ยเหมยพยายามซ่อนแววตาหวาดกลัวของตน นางปั้นยิ้มเสแสร้งราวกับไม่แยแสผู้เป็นพี่สาว อีกทั้งยังพูดจาโอหังใส่

 

หลานฮุ่ยเจินผู้ที่ผ่านโลกมายาใบนี้มานานกว่านางมีหรือจะดูไม่ออกว่าหลังความอวดดีของนางมีความอ่อนแอและหวาดวิตกซุกซ่อนเอาไว้ 

 

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน  สิบปีแก้แค้นไม่นับว่าสาย หากเจ้าและมารดาของเจ้าไม่ด่วนตายจากไปเสียก่อน ส่วนนังสาวใช้ทรยศทั้งสองนั่นข้าไม่นับว่าเป็นอะไร อย่างไรเสียสัญญาขายตัวเป็นบ่าวของมันทั้งสองตอนนี้อยู่ในมือข้าแล้ว ข้าจะจัดการมันเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ อย่าลืมสิว่าต่อไปฐานะข้าจะเปลี่ยนไปเป็นหวางเฟยแล้ว” หลานฮุ่ยเจินพูดด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ 

 

       ริมฝีปากแดงด้วยสีของชาดยกยิ้มเป็นวงโค้ง เป็นรอยยิ้มที่เจือความโอหังและอวดดี หลานฮุ่ยเหมยมิอาจที่จะระงับอารมณ์ นางจึงเผยความเกลียดชังและความโกรธออกมา

 

“อย่าลำพองนักเลยว่าต่อไปเจ้าจะได้เป็นหวางเฟย ฮึ! เป็นหวางเฟยของท่านอ๋องแปด บุรุษที่อัปลักษณ์ที่สุดในใต้หล้า เช่นนี้น่าภาคภูมิใจนักรึไง ข้าว่า…แต่งกับอ๋องแปด มิสู้แต่งกับผีจะไม่ดีกว่ารึ”

 

หลานฮุ่ยเจินหาได้รู้สึกสะทกสะท้านไม่ นางยังคงก้าวประชิดน้องสาวต่างมารดาเข้ามาเรื่อยๆจนหลานฮุ่ยเหมยต้องก้าวถอยหลังให้นางอย่างไม่รู้ตัว

 

“บัณฑิตว่า อยู่ใกล้ชาดติดสีแดง อยู่ใกล้หมึกติดสีดำ อยู่ใกล้คนจิตใจสกปรกก็จะมีจิตใจที่สกปรกตาม เจ้ากับเหวินมี่เฟยแม่ของเจ้านี่ช่างไม่ต่างกันเลย”

 

“หยุดนะ อย่าลามปามท่านแม่ของข้า อย่างไรเสียท่านแม่ของข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินของสกุลหลาน”

 

“ตำแหน่งฮูหยินที่ได้มาโดยวิธีสกปรกเช่นนั้นหรือ? อย่าลืมสิว่าเรื่องวางยานั้น เป็นเจ้าเองที่เป็นคนบอกข้า” หลานฮุ่ยเจินยิ้มเยือกเย็น แววตาแข็งกร้าวราวกับจะเอาเรื่อง

 

        นัยน์ตาของหลานฮุ่ยเหมยเจือแววตกตะลึง นางนึกไม่ถึงว่าพี่สาวต่างมารดาจะเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือภายในเวลาชั่วข้ามคืน นางรู้ว่าหลานฮุ่ยเจินที่ยืนอยู่ต่อหน้านางนี้มิใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน เดิมทีนางคิดว่าพี่สาวคนนี้ทั้งโง่เขลาและอ่อนแอ แต่หลังจากที่นางกลับมานางก็เปลี่ยนไป หลานฮุ่ยเหมยไม่รู้ว่านางตายแล้วฟื้นขึ้นมา หรือ สาวรับใช้ทรยศทั้งสองนั่นยังไม่ได้ลงมือกันแน่ หญิงสาวรู้สึกว้าวุ่นใจ อย่างไรเสียต้องรีบหาตัวสองคนนั้นให้เจอ แล้วปิดปากพวกมันซะ

 

“วันก่อน  ข้าพบบุรุษรูปงามเป็นเอกผู้นั้น ผู้ที่เจ้าหลงใหล คลั่งไคล้อย่างหนักจนกระทั่งคิดฆ่าพี่สาวร่วมบิดาได้”หลานฮุ่ยเจินหยั่งเชิง

 

“ว่าอย่างไรนะ เจ้า…เจ้าพบคุณชายซือเช่นนั้นหรือ นี่เจ้ากำลังจะแต่งออกไปกับอ๋องแปดอยู่แล้ว ยังแอบนัดพบกับคุณชายซืออีกรึ เจ้านี่ช่างเลวสิ้นดี” 

 

“เลว…เช่นนั้นรึ ถึงจะเลวอย่างไรก็คงไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเจ้ากับแม่ของเจ้า ข้าจะบอกอะไรให้ ข้าแค่พบเขาโดยบังเอิญที่ตลาด อันที่จริง ข้าเอง ไม่เคยมีใจให้คุณชายซือผู้นั้นเลย ข้าเพียงแต่อยากจะรู้ธาตุแท้ของเจ้า…ก็เท่านั้น ข้ารู้ว่าจริงๆแล้วคุณชายซือเองก็ไม่ได้พึงใจในตัวของข้าหรอก เขาพึงพอใจที่ข้าเป็นคุณหนูใหญ่สกุลหลาน เป็นบุตรสาวของนายอำเภอเมืองโจวถิงที่มีท่านตาเป็นขุนนางในราชสำนักต่างหาก เจ้าเองก็น่าจะรู้วัตถุประสงค์ของเขา และหากว่าข้าเป็นเขา ถ้าชวดแต่งกับหลานฮุ่ยเจินคนนี้ข้าก็คงไม่แต่งกับหลานฮุ่ยเหมยที่มีมารดาเป็นแค่อดีตนางเอกงิ้วหรอก เจ้าอย่าลืมสิบุรุษน่ะกระหายความสำเร็จทางด้านหน้าที่การงาน อำนาจวาสนา ส่วนเรื่องสตรีน่ะ เมื่อเขามีพร้อมทุกอย่างแล้วเขาจะหาเอาดีสักแค่ไหนก็ได้ ในเมื่อเขาอยากเป็นขุนนางในราชสำนักก็ต้องสรรหาบุตรสาวของขุนนางในราชสำนักสิ เจ้ารู้หรือไม่ในเมืองหลวงอย่างไป๋ซ่านลี่มีหญิงงามที่เป็นสตรีจากชนชั้นสูงมากมาย อาจจะงามมากกว่าหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งโจวถิงซะอีก แล้วเรื่องอะไรเขาต้องยอมเอาตัวเองมาผูกมัดกับสตรีที่มีมารดาเป็นเพียงแค่อดีตนางเอกงิ้ว ซึ่งไม่มีฐานอำนาจอะไรจะสามารถสนับสนุนเขาได้เลย อย่าหาว่าข้าดูถูกดูแคลนเจ้ากับแม่ของเจ้าเลยนะ ข้าเพียงแต่อยากให้เจ้าลองคิดพิจารณาดู เผื่อจะมองหาทางออกที่ดีให้แก่ชีวิตได้ เห็นแก่ที่เราเป็นพี่น้องกัน” หลานฮุ่ยเจินพูดเสียยืดยาว พูดจบนางก็เหยียดยิ้มราวกับเป็นผู้กุมชะตาของสองแม่ลูกเอาไว้ในมือก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปทางประตูที่มีหลิงหลิงและเม่ยฟูรออยู่

 

       หลานฮุ่ยเหมยจิกเล็บกับมือของตนเองจนเลือดไหลซิบ ถึงแม้นนางอยากจะเยาะหยันพี่สาวต่างมารดาว่าต้องแต่งออกไปกับบุรุษที่อัปลักษณ์ที่สุด ทว่า…นางก็มิอาจปกปิดความอิจฉาล้ำลึกในใจนางได้ ทำไมๆๆๆๆ ทำไมพี่สาวต่างมารดาที่นางจงเกลียดจงชังผู้นี้ถึงได้มีวาสนาได้เป็นถึงหวางเฟยด้วยนะ ต่อไปหลานฮุ่ยเจินจะกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์ กลายเป็นสตรีที่มีฐานะเหนือกว่าสตรีทั้งหลายในใต้หล้านี้รวมทั้งน้องสาวอย่างนางด้วย  หรือว่านี่จะเป็น ฟ้าลิขิต หลานฮุ่ยเหมยให้อึดอัดใจยิ่งนักเมื่อนึกถึงคำที่ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหลานมักจะเปรยเสมอๆว่า ‘คนคำนวณก็มิอาจสู้ฟ้าลิขิต’

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 640 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

584 ความคิดเห็น

  1. #530 TripleCute (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 11:52

    ไม่น่าบรรยายว่าอยู่ใกล้ชาดติดสีแดงอยู่ใกล้หมึกติดสีดำหรอก แม่ลูกกันน่าจะใช้ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นมากกว่า

    #530
    0
  2. #345 แก้ว (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 12:32

    เป็นคำกล่าวที่ดีมาก เป็นคำด่าแบบผู้ดี สะเทือนยันรากเหง้า ถ้ายังไม่สำเนียก ก็รอเจอกับความเป็นจริงของโลกได้เลย ไม่น่ารีบบอกเลย ปล่อยให้โดนเขี่ยกอ่น(~_^)

    #345
    0
  3. #217 Phathaichan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 18:01
    อกแตกตายทั้งแม่ทั้งลูกยิ่งดี
    #217
    0