ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 22 : สินเจ้าสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 693 ครั้ง
    30 มี.ค. 64

 

 

“นี่เรื่องจริงหรือเจ้าคะนายท่าน มีราชโองการให้ฮุ่ยเจินแต่งกับท่านอ๋องแปดจริงๆหรือเจ้าคะ?” เหวินมี่เฟยเอ่ยถามอย่างสงสัย ในตอนที่ขันทีจากวังหลวงมาที่จวนสกุลหลานนั้นเป็นจังหวะที่นางออกไปซื้อของที่ตลาดพอดี จึงไม่ได้ฟังตอนที่ขันทีอ่านราชโองการ

 

“อืม” หลานยี่หลงได้แต่เพียงตอบสั้นๆ

 

ใจของเหวินมี่เฟยมีความรู้สึกที่หลากหลายตีกันมั่วจนเจ้าตัวไม่รู้ว่าจะดีใจหรือขัดเคืองใจดี

 

“นี่นังฮุ่ยเจินจะได้แต่งออกไปกับบุรุษที่มีฐานะเป็นถึงอ๋องเชียวหรือ แบบนี้มันก็จะกลายเป็นพระชายา กลายเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์นะสิ ยิ่งหากว่ามันมีทายาทให้ท่านอ๋องด้วยแล้วฐานะมันจะยิ่งมั่นคงขึ้น นึกไม่ถึงเลยว่านังฮุ่ยเจินมันจะมีวาสนาดีเยี่ยงนี้ ฮื่ย!” เหวินมี่เฟยยิ่งนึกยิ่งหงุดหงิดใจ ในเมืองโจวถิงนี้ไม่เคยมีสตรีจากสกุลใดเคยได้รับตำแหน่งหวางเฟยมาก่อน นางเดินวนไปเวียนมารอบๆห้องราวกับหนูติดจั่น ฝ่ายหลานยี่หลงนั้นนั่งจิบชาเงียบๆ ในหัวกำลังครุ่นคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่าง

 

“ฮึ! ข้าได้ยินมาว่าอ๋องแปดนั้นเป็นบุรุษที่สุดแสนจะอัปลักษณ์ เรียกได้ว่าน่าเกลียดน่ากลัวที่สุดในใต้หล้า สตรีทั้งหลายต่างหมางเมิน เหตุใดนังฮุ่ยเจินถึงยินยอมแต่งออกไปกับอ๋องแปดอย่างง่ายดายเช่นนี้ หรือว่ามันไม่สนใจว่าบุรุษนั้นจะอัปลักษณ์หรือไม่ขอเพียงได้เป็นพระชายา ได้ยกฐานะของตน มันคงจะนึกละสิว่าพอเป็นพระชายาท่านอ๋องแล้วจะได้ติดปีก ข้าได้ยินมาว่าฮ่องเต้นั้นไม่ทรงโปรดปรานอ๋องแปดผู้นี้นัก ไม่แน่หรอก…บางทีนังฮุ่ยเจินพอแต่งออกไปแล้วอาจจะต้องทนทุกข์เหมือนตกนรกก็เป็นได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าจะรอสมน้ำหน้ามัน” เหวินมี่เฟยเดินวนอีกรอบหนึ่ง ริมฝีปากนางยกยิ้มราวกับสาแก่ใจ

 

“นี่คงต้องจ้างรถม้าสักสามคันสำหรับการเดินทางในครั้งนี้  ค่าจ้างก็คงจะราวๆยี่สิบตำลึงทองเพราะต้องรอนแรมเดินทางเป็นเดือนกว่าจะถึงไป๋ซ่านลี่ ไหนจะค่าอาหารการกินอีกเล่า แล้วนี่เราจะจัดสรรเงินอย่างไรดี สกุลหลานหาใช่มั่งคั่งร่ำรวย ตลอดเวลาที่ผ่านมาสกุลหลานเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยกินนอกกินใน รับเพียงเงินเบี้ยหวัด ฐานะก็แค่พออยู่พอกิน พอเลี้ยงคนในจวนเท่านั้น” หลานยี่หลงครุ่นคิดในใจ เขาคิดไม่ตกกับเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง นายอำเภอแห่งเมืองโจวถิงคิดไปนั่งจิบชาไปจนชาเกือบจะหมดกา

 

ผู้เป็นสามีคิดหนักเรื่องค่าใช้จ่าย ส่วนผู้เป็นภรรยากำลังคิดมากเรื่องวาสนาของลูกเลี้ยง

 

“แต่อย่างไรถ้านังฮุ่ยเจินได้เป็นพระชายา มันก็จะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ เข้าเฝ้าฮองเฮา ได้เข้าไปชมความงดงามยิ่งใหญ่ของวังหลวง ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาท่านอ๋อง มีฐานะสูงกว่าสตรีอื่นๆทั่วไป โอ๊ย! นี่มันอะไรกัน เหตุใดเหตุการณ์จึงเป็นเยี่ยงนี้ ฮึ! แต่ใครจะไปรู้ได้ อ๋องแปดนั้นเป็นกาดำในฝูงหงส์ อย่าฝันไปเลยว่าชีวิตของนังฮุ่ยเจินมันจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ มันจะได้ดีมีความสุขไปกว่าฮุ่ยเหมยลูกสาวของข้าไม่ได้” เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่เหวินมี่เฟยนั้นเดินวนเป็นวงกลมรอบห้อง

 

“นี่เมื่อไหร่เจ้าจะหยุดเดินเสียที ข้ามองจนตาลายไปหมดแล้ว” ในที่สุดหลานยี่หลงก็เอ่ยออกมาทำลายความเงียบ สองสามีภรรยาอยู่ในห้องด้วยกันแต่ต่างคนต่างมัวแต่คุยกับตนเองเป็นเวลาราวๆสองก้านธูป

 

“นายท่าน ท่านจะให้ฮุ่ยเจินแต่งออกไปกับท่านอ๋องแปดจริงหรือเจ้าคะ  ข้าเคยได้ยินมาว่าอ๋องแปดนั้นสุดแสนจะอัปลักษณ์ อีกทั้งฮ่องเต้ก็ไม่นึกโปรดปราน หากแต่งออกไปแล้วชีวิตฮุ่ยเจินตกระกำลำบากจะทำอย่างไรเล่า” นางพูดราวกับหวังดีและเป็นห่วงลูกเลี้ยงเสียเต็มประดา

 

“ราชโองการ ขัดได้ที่ไหนเล่า การขัดราชโองการมีโทษเทียบเท่ากับเป็นกบฏ หรือว่าเจ้าอยากจะให้คนทั้งสกุลหลานถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร” หลานยี่หลงพูดอย่างไม่แยแสฮูหยินของเขา ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่คำถามที่ว่าจะจัดสรรเงินอย่างไรถึงจะพอค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางในครั้งนี้

 

เหวินมี่เฟยทำท่าตกอกตกใจ แน่นอนนางยังไม่อยากตาย และไม่อยากให้หลานฮุ่ยเหมยและหลานฮุ่ยเหอต้องมาตายเพราะเรื่องขัดราชโองการบ้าบออะไรนี่ด้วย

 

“ท่านพี่…แล้วเรื่องสินเจ้าสาวเล่า ท่านพี่จะให้อะไรแก่ฮุ่ยเจินบ้าง?” นางถามอย่างใคร่รู้ ลึกๆแล้วเหวินมี่เฟยกังวลใจหากผู้เป็นสามีต้องจัดหาสินเจ้าสาวให้แก่บุตรสาวเพราะฐานะการเงินของจวนสกุลหลานมิได้มั่งคั่ง มีเพียงแค่พออยู่พอกินเท่านั้น

 

“ข้าคิดไว้แล้ว สินเดิมของมารดานางยังมีอยู่ ข้าให้ท่านแม่ดูแลรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี หากวันใดที่นางจะต้องแต่งออกจะได้มอบสินเดิมของมารดานางให้เป็นสินเจ้าสาว

 

เหวินมี่เฟยเป็นต้องตาโต อ้าปากค้าง

 

“ข้าเคยได้ยินว่าสินเดิมของเหลียวเจินลี่นั้นมีไม่น้อย?” นางโยนหินถามทาง

 

“เท่าที่ข้าจำได้ก็มีชุดเครื่องประดับที่เป็นไข่มุกสีชมพู หายากและมีราคาแพง กำไลหยก สร้อยข้อมือหยก เครื่องประดับเหล่านี้เป็นของตกทอดมาจากมารดาของเจินลี่ มีบางชิ้นได้รับพระราชทานมาจากอดีตไทเฮาด้วย นอกจากนั้นก็มีเงินอีกสี่สิบตำลึงทอง และสี่สิบตำลึงเงิน” หลานยี่หลงร่ายยาว เหมือนเขาจะทบทวนความจำไปด้วยว่าฮูหยินคนแรกของเขามีสินเจ้าสาวใดติดตัวมาบ้าง

 

“อะไรนะเจ้าคะ! ทั้งเครื่องประดับล้ำค่าเหล่านั้น และเงินอีกตั้งสี่สิบตำลึงเงิน สี่สิบตำลึงทอง ท่านจะมอบให้ฮุ่ยเจินเป็นสินเจ้าสาวไปหมดอย่างนั้นหรือ นั่นมันไม่มากมายเกินไปหรือเจ้าคะ?” เหวินมี่เฟยโวยวายขึ้นมาอย่างลืมตัว

 

หลานยี่หลงชะงักมือที่ถือถ้วยชาที่กำลังจรดริมฝีปาก เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกลมเสียงดังปังจนน้ำชากระฉอกออกมาจากถ้วย

 

“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่านั่นมันคือสินเดิมของมารดานาง” ผู้เป็นสามีตวาดลั่น ถึงแม้นว่าจวนสกุลหลานจะไม่มีทรัพย์สินเงินทองเก็บไว้เป็นหีบๆ แต่สกุลหลานก็มีศักดิ์ศรี หลานยี่หลงไม่เคยคิดที่จะแอบเม้มสินเดิมของฮูหยินผู้ล่วงลับเอาไว้เป็นของตน

 

เหวินมี่เฟยรู้ว่าตนเองนั้นพลาดไปแล้ว นางรีบแก้ตัวเสียงอ่อยๆ

“ข้าเพียงแต่เป็นห่วงเรื่องสถานะการเงินของสกุลหลานก็เพียงเท่านั้น อันที่จริงหากฮุ่ยเจินจะพอมีน้ำใจอยู่บ้าง นางน่าจะแบ่งเงินสักครึ่งหนึ่งให้นายท่านเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปไป๋ซ่านลี่ เพราะระยะทางไกลขนาดนั้นต้องรอนแรมเดินทางเป็นเดือนๆ ท่านพี่จะหาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายเล่าเจ้าคะ อีกอย่าง…การเดินทางไกลครั้งนี้ก็เป็นธุรการแต่งงานของนางทั้งสิ้น” เหวินมี่เฟยเข้ามานวดไหล่เอาใจสามีพร้อมๆกับเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน

 

“ใครบอกเจ้าล่ะ การเดินทางครั้งนี้มิใช่เพียงธุระของนาง แต่มันคือธุระของสกุลหลาน เพราะเป็นสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ หากมีสิ่งใดผิดพลาดสกุลหลานอาจจะเจอปัญหาใหญ่”

 

“เช่นนั้น นายท่านจะคิดหาเงินค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาจากที่ใดเล่าเจ้าคะ”

 

“เรื่องนี้เป็นหน้าที่ที่ข้าต้องจัดการ เจ้าอย่าวุ่นวายให้มาก ดูแลจวนให้ดีก็พอแล้ว เรื่องไหนที่ประหยัดได้ก็ประหยัดไป และกำชับฮุ่ยเหมยให้ใช้จ่ายให้น้อยลงด้วย ต่อจากนี้ข้าจะลดเบี้ยรายเดือนของทุกคน”

 

“หา! ว่าอย่างไรนะเจ้าคะนายท่าน เบี้ยรายเดือนที่พวกเราได้รับอยู่ตอนนี้ก็แทบจะไม่พอใช้แล้ว” เหวินมี่เฟยอดที่จะโวยวายไม่ได้ การแต่งงานของลูกเลี้ยงที่นางแสนจะเกลียดชังนั้นช่างสร้างความลำบากให้กับนางและบุตรทั้งสองของนางเสียจริง ว่าแต่…งานนี้ลูกสาวสุดที่รักของนางผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวงานอันดับหนึ่งของโจวถิงจะว่าอย่างไรบ้าง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 693 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

620 ความคิดเห็น

  1. #521 woon1 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 02:58
    อย่างน้อยพ่อนางเอกก็ไม่ชั่วถึงขนาดเอาสมบัติภรรยามาใช้

    แต่ว่าเป็นถึงเจ้าเมือง จนจังวะ
    #521
    1
    • #521-1 rasitasongphang(จากตอนที่ 22)
      4 พฤษภาคม 2564 / 15:38
      นายอำเภอมั้ยคะ
      #521-1
  2. #376 DinDumm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 13:37
    อนิจจาจิตใจคนช่างแสนน่ารังเกียจ นางเอกต้องสตรอง
    #376
    0
  3. #239 Pop_zaza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 12:55
    สาระแนดีนัก โดนลดเบี้ยหวัดเลย สมน้ำหน้า
    #239
    0