ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 17 : CPR ( ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 695 ครั้ง
    28 มี.ค. 64

 

 

สตรีทั้งสามจากจวนสกุลหลานอันประกอบไปด้วยนายหนึ่งกับอีกสองสาวใช้เดินทางโดยรถม้าเก่าๆของจวนสกุลหลานมาถึงตลาดกลางเมืองของโจวถิง

 

หลานฮุ่ยเจินกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างอยากรู้อยากเห็น  ตลาดกลางเมืองโจวถิงเป็นตลาดเล็กๆ อาคารร้านค้าต่างๆเต็มสองฟากของถนนสายหลัก แต่ละร้านจะห้อยโคมไฟสีแดงเสริมความเป็นสิริมงคล ร้านค้าต่างๆล้วนมีขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง มีร้านขายเสื้อผ้าสำหรับสตรีและบุรุษ ร้านขายผ้า ร้านเครื่องประดับ มีโรงเตี๊ยมเล็กๆที่ให้บริการอาหารและที่พัก ร้านบะหมี่ ร้านขายซาลาเปาและหมั่นโถ ร้านขายผักและอาหารจำพวกเนื้อต่างๆ แต่…ไม่เห็นมีร้านขายยา

 

 

“พวกเจ้ารู้หรือไม่ ที่ตลาดมีร้านขายยากี่ร้าน?” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยถามออกไปพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ  ตลาดยุคโบราณเป็นอย่างนี้นี่เอง

 

“มีสองร้านอยู่ติดๆกันทางด้านนู้นเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวพาไป” หลิงหลิงพยุงคุณหนูใหญ่สกุลหลานบุตรสาวคนโตของนายอำเภอแห่งเมืองโจวถิงค่อยๆเดินไป

 

ตลอดทางที่หลานฮุ่ยเจิน สาวรับใช้ทั้งสองและบ่าวชายที่เป็นคนขับรถม้าเดินจากทางเข้าตลาดตรงไปยังร้านขายยาที่อยู่ในตรอกเล็กๆ มีสายตาหลายคู่มองมาที่ร่างผอมบางจนหนังแทบติดกระดูกนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

“นั่น คุณหนูใหญ่สกุลหลาน บุตรสาวคนโตของท่านนายอำเภอใช่หรือไม่ เหตุใดวันนี้นางจึงออกจากจวนมาเดินที่ตลาดได้เล่า”

 

“ดูนางสิ ผอมแห้งราวกับผีตายซาก ข่าวลือที่ว่าชาติก่อนนางเป็นมารเห็นท่าจะจริง”

 

“อย่าปากพล่อยพูดไป เรื่องนี้มิอาจพิสูจน์ได้ หากนางแจ้งความเอาเรื่องที่พูดให้นางเสื่อมเสียจะแย่ไปกันใหญ่”

 

“อืม…จริงด้วย อย่างไรเสียนางก็เป็นบุตรสาวท่านนายอำเภอนี่นะ

 

“ข้ารู้แต่เพียงว่าท่านนายอำเภอหลานมีบุตรสาวสองคน คนหนึ่งนั้นงดงามนัก ส่วนอีกคนข้าไม่เคยเห็น”

 

“จะเคยเห็นได้อย่างไรล่ะ นางไม่เคยออกมาจากจวนเลย วันนี้เกิดอันใดขึ้นนางจึงออกมาที่ตลาด?”

 

“น่าสงสาร อุตส่าห์มีวาสนาได้เกิดมาเป็นบุตรสาวขุนนาง แต่โชคไม่เข้าข้างนางเลย นางดูอ่อนแอขี้โรค เดินเองยังไม่ได้เลย”

 

หลานฮุ่ยเจินหยุดยืนนิ่ง เสียงซุบซิบพวกนั้นแม้จะไม่ได้อยู่ในระยะใกล้ๆ แม้จะได้ยินไม่ถนัดถนี่นัก แต่นางก็พอเดาได้ว่าสิ่งที่ผู้คนที่นี่พูดซุบซิบกันความหมายไม่ได้เป็นไปในทางที่ดีนัก

 

“คุณหนูเจ้าคะ” เม่ยฟูคล้ายจะปลอบโยน ใครๆก็รู้ว่าแต่ไหนแต่ไรมานั้นคุณหนูใหญ่สกุลหลานขี้โรคซะจนไม่อาจที่จะออกมาด้านนอกจวนได้

 

หลานฮุ่ยเจินยกมือขึ้นเป็นเชิงปราม

 

“ข้ามิได้ใส่ใจหรือให้ค่ากับคนพวกนั้นหรอก อยากพูดอะไรก็ให้เขาพูดไป ถ้าพวกเขาไม่ถือว่าเสียเวลาทำมาหากินก็ช่างเขาเถอะ” ในโลกยุค 2021 กับยุคโบราณตอนนี้สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือผู้คนของทั้งสองยุคยังคงชอบนินทาและชอบเผือกเรื่องของชาวบ้านอยู่

 

“เช่นนั้นเรารีบเดินต่อเถอะเจ้าค่ะ” หลิงหลิงออกแรงช่วยพยุงผู้เป็นนายให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ส่วนเม่ยฟูนั้นเดินถือร่มบังแดดให้หลานฮุ่ยเจิน

 

“ใกล้ถึงหรือยัง ร้านขายยาน่ะ?” หลานฮุ่ยเจินตอนนี้เริ่มมีอาการเหนื่อย

 

“ใกล้แล้วเจ้าค่ะคุณหนู ตรอกนี้เจ้าค่ะ เราเดินเข้าไปไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว” หลิงหลิงนั้นรู้ว่าหลานฮุ่นเจินไม่ค่อยรู้จักร้านรวงต่างๆในตลาดมากนักเพราะหญิงสาวไม่ค่อยออกจากจวนสกุลหลาน

 

ด้านหน้าร้านขายยามีฝูงชนกลุ่มหนึ่งมุงดูบางสิ่งบางอย่างกันอยู่

 

“ท่านหมอ โปรดช่วยศิษย์พี่ของข้าด้วย เขาคือเจ้าสำนักคนต่อไป หากไม่มีเขาสำนักเราจะอยู่ได้อย่างไร” เสียงอ้อนวอนของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งดังมาเข้าโสตประสาทของหลานฮุ่ยเจิน

 

“คุณชายท่านนี้ ข้าเองก็ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว เท่าที่ข้าตรวจดู ร่างกายของเขาโดนพิษบางอย่างจนทำให้หัวใจเต้นช้าๆลงเรื่อยๆ ข้าเกรงว่าในที่สุดแล้ว….เอ่อ…” คนที่ถูกเรียกว่าหมอไม่อาจเอ่ยคำใดต่อได้อีก

 

หลานฮุ่ยเจินและสาวรับใช้ทั้งสองเดินอย่างช้าๆทว่าในที่สุดพวกนางก็เดินมาถึงจุดที่มีคนมุง

 

“เกิดสิ่งใดขึ้น?” คุณหนูท่าทางขี้โรคถามออกไป

 

“อ้อ…คุณหนูหลาน” บุรุษที่ถูกเรียกว่าหมอเอ่ยทักนางขึ้นด้วยความแปลกใจทันทีที่เจอหน้านาง

 

“ท่านคือ…?” หลานฮุ่ยเจินรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้าคนผู้นี้ แต่ความทรงจำของร่างเดิมในหัวของนางช่างเลือนรางเหลือเกิน

 

“ข้าหมอหยุ่นอย่างไรล่ะ คุณหนูหลานเจ้าแข็งแรงพอที่จะออกมาด้านนอกจวนได้แล้วหรือ?”

 

หลานฮุ่ยเจินทำหน้าครุ่นคิด บุรุษผู้นี้บอกว่าตนเองเป็นหมอ เขารู้จักนางและรู้ว่านางเจ็บป่วย เช่นนั้นเขาและเจ้าของร่างเดิมคงจะรู้จักกันมาก่อน

 

“อ้อ…ท่านหมอ ท่านหมอหยุ่นนั่นเอง” หลานฮุ่ยเจินทำทีเป็นเออออไปก่อน

 

หยุ่นเอี้ยเหอยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าพลางชำเลืองมองร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่นอนหมดสติอยู่ด้านหน้าร้านของเขา

 

“ท่านหมอ เร็วเข้าเถิด โปรดช่วยชีวิตศิษย์พี่ของข้าไว้ด้วย เขาเป็นคนสำคัญของสำนักหงงซ่าน หากเขาเป็นอะไรไป สำนักหงงซ่านคงต้องถูกยุบไป”

 

“สำนักหงงซ่าน?” หลานฮุ่ยเจินทวนคำอย่างสงสัย พลันสายตานาก็มองสำรวจร่างของบุรุษที่นอนไร้สติสัมปชัญญะอยู่บนพื้น

 

บุรุษผู้นั้นรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูซีดเผือดไร้สีเลือด สังเกตตามปลายมือนิ้วทั้งสิบมีสีขาวซีดไร้สีเลือด เล็บเริ่มมีสีม่วงอ่อนๆ ริมฝีปากซีดจนดูคล้ายศพ 

 

 

“เรียนคุณชายท่านนี้ ข้าเองก็จนปัญญา คุณชายโปรดยกโทษให้ข้าด้วย” หมอหยุ่นยกมือประสานขึ้นคารวะเพื่อขออภัยที่เขามิอาจช่วยชีวิตคนไข้ตรงหน้านี้ได้

 

“โธ่! ท่านหมอ เมืองโจวถิงแห่งนี้มีเพียงท่านคนเดียวที่เป็นหมอ เช่นนี้แล้วผู้ใดจะช่วยศิษย์พี่ของข้าได้เล่า”บุรุษที่เป็นศิษย์น้องถึงกับถอดใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

 

“เกิดสิ่งใดขึ้นเจ้าคะท่านหมอหยุ่น ชายผู้นี้มีอาการอย่างไร ยังมีชีพจรอยู่หรือไม่?” พูดจบหลานฮุ่ยเจินก็นั่งคุกเข่าลงข้างๆร่างที่สลบไสลอยู่ นางใช้นิ้วมืออังที่จมูกของเขาแล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางสัมผัสบริเวณข้อมือด้านเดียวกับนิ้วโป้งของชายหนุ่ม

หยุ่นเอี้ยเหอให้รู้สึกแปลกใจในการกระทำของคุณหนูใหญ่สกุลหลานบุตรสาวคนโตของนายอำเภอไม่ได้   

 

“ชายผู้นี้โดนพิษมา ข้าสงสัยว่าจะเป็นพิษจากหงอนกะเรียน ความจริงก็มียาแก้พิษ เพียงแต่ว่าเขาต้องดื่มยาเข้าไป แต่ตอนนี้เขาหมดสติเลยไม่อาจดื่มกินอะไรได้ และที่สำคัญคือ…เอ่อ ชีพจรของเขาเต้นอ่อนมากจนข้าจับไม่ได้แล้ว”

 

“แต่ข้ายังพอจับได้ แม้จะเต้นช้ามาก แต่เรายังพอมีหวัง ท่านหมอหยุ่น ช่วยข้าที ตอนนี้ร่างกายของข้ายังไม่ค่อยแข็งแรง ไม่มีเรี่ยวแรงมากนัก”

 

“เอ่อ…คุณหนู คุณหนูจะให้ข้าทำอันใด?” หมอหยุ่นถามหน้าตื่น   เขาทั้งแปลกประหลาดใจและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

“ทำ CPR อย่างไรล่ะ”

 

“หา! ว่าอย่างไรนะ คุณหนูหลานจะให้ข้าทำอันใดนะ?”

 

“ก็ปั๊มหัวใจน่ะสิ  เร็วเข้าเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา”

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 695 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

608 ความคิดเห็น

  1. #556 rasitasongphang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 15:10
    สำนักอะไรนะคะ หงง อะไรยังไงคะ
    #556
    0
  2. #238 Pop_zaza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 12:29
    หงง อ่านว่าอะไรคะ😅
    #238
    0
  3. #152 jayda10475 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 18:55
    น่าจะใช้คำว่า กระตุ้นหัวใจ แทนคำว่าปั๊มหัวใจนะคะ
    #152
    1
    • #152-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 17)
      7 เมษายน 2564 / 22:27
      ขอบคุณที่ชี้แนะจ้า
      #152-1
  4. #58 yuwadee19 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 20:42
    พึ่งเข้ามาอ่าน สนุกค่ะ
    #58
    0