ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 16 : สตรีทั้งหลายขอสละสิทธิ์ แต่ข้าไม่…

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 725 ครั้ง
    28 มี.ค. 64

 

 

หลานฮุ่ยเจินกลับมาถึงเรือนเก่าๆโกโรโกโสที่ท้ายจวนของนางแล้วจึงขอให้สาวรับใช้ทั้งสองนางออกไปก่อน เพื่อที่นางจะได้พักผ่อน หญิงสาวนั่งลงตรงหน้ากระจกเก่าๆที่มีรอยร้าวพาดผ่าน นางจ้องใบหน้าที่ตอบ ไม่มีน้ำมีนวลที่ปรากฏในกระจก ทว่า…ดวงตาที่จ้องเขม็งตอบกลับมาจากกระจกนั้นกลับมิใช่แววตาที่ท้อแท้ แพ้พ่าย ราวกับยอมจำนนต่อชะตาชีวิต นางคือ หลานฮุ่ยเจินผู้เก่งกาจ เข้มแข็งและเอาตัวรอดได้ดีในโลกที่มีแต่การแก่งแย่งแข่งขัน ไม่ว่าชาติภพเก่า หรือชาติภพใหม่ที่มีระยะเวลาห่างไกลกันเป็นหลายร้อยปี ผู้คนในโลกทั้งสองยุคก็ยังเหมือนเดิม แก่งแย่ง แข่งขัน อิจฉาริษยา เห็นแก่ตัว

 

คราแรกหญิงสาวอ้อนวอนขอให้ตนเองได้ย้อนเวลาเพื่อที่จะได้แก้ไขในสิ่งที่ตัดสินใจผิด และนางก็ได้ฟื้นขึ้นมามีลมหายใจอีกครั้ง นางได้กลับมาจริงๆ ทว่า…กลับมิใช่ในแบบที่นางคาดคิด ที่นี่ ตอนนี้ ไม่ใช่ปี 2021ที่นางเคยอยู่ แต่มันคือหลายร้อยปีก่อนหน้านั้นต่างหาก มันคือชีวิตของนางเองในหลายร้อยปีก่อนหน้าปี 2021  นานมากซะจนอาจกล่าวได้ว่า มันคืออีกชาติภพหนึ่งของนาง

 

“ฮึ! อ๋องอัปลักษณ์เช่นนั้นหรือ?” หญิงสาวแสยะยิ้มอย่างไม่แยแส

 

หลานฮุ่ยเจินเคยผ่านการผ่าตัดให้กับคนไข้หลายร้อยราย ทั้งผ่าตัดทั่วๆไปและผ่าตัดแก้ไขเพื่อความสวยงาม ที่เรียกว่าศัลกรรมตกแต่ง หรือ ศัลยกรรมพลาสติกนั่นเอง ฝีมือขั้นเทพของอาจารย์แพทย์หลานช่วยให้ผู้คนที่เกิดมาพร้อมกับจุดบกพร่อง หรือบางคนอาจจะเรียกได้ว่าขี้เหร่แบบสุดๆนั้นกลายเป็นหนุ่มหล่อ สาวสวย ได้ไม่ยาก เช่นนี้แล้ว หลานฮุ่ยเจินจึงมิได้รู้สึกสะทกสะท้านกับคำว่า ‘ท่านอ๋องอัปลักษณ์’ นั่นเลย

 

“อยากรู้นักว่าจะอัปลักษณ์สักแค่ไหน เดี๋ยวแม่จัดให้หล่อขั้นเทพไปเลยเป็นไง เอาให้คนอึ้งกิมกี่ไปทั้งใต้หล้าไปเลย” ดวงตาเมล็ดซิ่งของหญิงสาวปลั่งประกายความมาดมั่นออกมา

 

อันที่จริง หากว่าต้องตายไปจริงๆหลานฮุ่ยเจินนั้นมิได้นึกเสียดายชีวิต นางเป็นแพทย์นางย่อมตระหนักรู้ดีว่าในที่สุดชีวิตมนุษย์ทุกผู้ทุกคนล้วนต้องจบลงไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่สิ่งที่นางเสียดายก็คือวิชาความรู้ ความเชี่ยวชาญต่างๆของนางที่ยังจะเป็นประโยชน์และสร้างคุณค่าให้กับผู้คนจำนวนมากได้

 

“ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน ผู้คนล้วนต้องมีเรื่องเจ็บป่วย  ไหนๆชะตาฟ้าลิขิต หรือว่า เทพ หรือว่านางเซียนก็ดีที่ส่งเรามาที่นี่ก็คงเล็งเห็นแล้วว่าเราจะสามารถทำประโยชน์ต่อผู้คนได้บ้าง เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว…ลุย” 

 

ดวงตาเมล็ดซิ่งในกระจกยิ่งเปล่งประกายแววแห่งความมาดมั่นมากขึ้นเมื่อนางนึกถึงคำเย้ยหยันที่ผู้คนมีต่อท่านอ๋องแปด ว่าที่เจ้าบ่าวของนาง

 

การที่หลานฮุ่ยเจินตอบตกลงแต่งงานกับอ๋องแปด ไป๋เฟยหมิงแต่โดยดีนั้นเพราะนางรู้ว่าอย่างไรก็ขัดราชโองการไม่ได้ ถึงนางจะไม่ยินยอม ทว่า บิดากับฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหลานก็จะหาทางเกลี้ยกล่อม หรือ บังคับนางอยู่ดี และอีกอย่างหนึ่ง…การได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงอย่างไป๋ซ่านลี่น่าจะมีอะไรให้ทำให้ได้อวดฝีมือได้มากกว่าอยู่เมืองเล็กๆอย่างโจวถิง ที่สำคัญที่สุดนางอยากพบหน้าอ๋องแปด บุรุษที่ได้ชื่อว่าถูกผู้คนรังเกียจเดียดฉันท์และเย้ยหยันมากที่สุดในแผ่นดิน คอยดูนะ นางจะชุบชีวิตให้เขาใหม่ จะทำให้คนที่เคยดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเขาต้องหงายหลังไปตามๆกัน แต่ก่อนอื่น…คนที่นางต้องชุบชีวิตก็คือ ‘ตัวนางเอง’ ร่างกายนี้มันช่างอ่อนแอและขี้โรคจริงๆ

 

“เรื่องชำระแค้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องทำก็คือ ให้ชีวิตใหม่ ร่างกายใหม่กับหลานฮุ่ยเจินผู้อาภัพและอ่อนแอคนนี้”

 

“หลิงหลิง เจ้าจงไปรับเงินที่เรือนใหญ่จากบิดาข้า แล้วพวกเราจะได้ไปตลาดกัน”

 

หลิงหลิงที่รออยู่ด้านนอกพอได้ยินเสียงของผู้เป็นนายจึงรีบวิ่งเข้ามา

 

“ได้เจ้าค่ะคุณหนู บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ทั้งๆที่สงสัยว่าจิ้งอี้ กับมู่หลินนั้นหายไปไหนแต่หลิงหลิงก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามบ่าวรับใช้สาวเดินสาวเท้าก้าวไปตามทางเดินเล็กๆที่ปูด้วยหินจนกระทั่งไปถึงเรือนใหญ่ ซึ่งหลานยี่หลงได้เตรียมเงินไว้ให้บุตรสาวคนโตของเขาผู้ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนฐานะเป็น ‘พระชายาท่านอ๋อง’ และฝากไว้กับพ่อบ้านของจวนสกุลหลานเอาไว้แล้ว

“ก่อนอื่น เราต้องไปที่ร้านขายยาต่างๆ ดูซิว่ายุคสมัยนี้พอมียาหรือว่าสมุนไพรอะไรที่เราพอจะใช้ได้บ้าง” หลานฮุ่นเจินนึกบอกตนเองในใจ

 

หลานฮุ่ยเจินนั้นต้องนึกขอบอกขอบใจตนเองที่เมื่อครั้งยังเป็นอาจารย์แพทย์อยู่นั้นนางสนใจและศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและศาสตร์การแพทย์แผนจีนโบราณมาบ้างพอสมควร แม้จะไม่ถึงกับเชี่ยวชาญ แต่หากนำเอาวิชาความรู้นั้นมาผสานกับความรู้วิชาการแพทย์แผนปัจจุบันที่มีอยู่ก็น่าจะช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้มากขึ้น

 

“ไปกันหรือยัง” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยถามสองสาวรับใช้ที่ยืนรอนางเรียกหาอยู่ด้านหน้าทางเข้าเรือน

 

“คุณหนูพร้อมแล้วใช่ไหมเจ้าคะ เช่นนั้นบ่าวขอไปหยิบร่มให้คุณหนูก่อนนะเจ้าคะ เผื่อว่าแดดจะร้อน” พูดจบเม่ยฟูสาวรับใช้อีกคนก็เดินก้มตัวผ่านหลานฮุ่ยเจินเข้าไปทางด้านหลังเรือนเพื่อไปหยิบร่มมากันแดดให้ผู้เป็นนาย หลานฮุ่ยเจินเพิ่งฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วย หากไม่ดูแลรักษาตัวให้ดีมีหวังอาการจะกลับไปทรุดลงเช่นเดิมอีก และหากว่านางไม่สามารถเดินทางไปเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับท่านอ๋องแปด ไป๋เฟยหมิงได้ สาวรับใช้ทั้งหลายที่ดูแลหลานฮุ่ยเจินคงต้องถูกลงโทษอย่างหนัก

 

“เจ้าเป็นคนฉลาด  เม่ยฟู เจ้าเหมาะที่จะเป็นสาวรับใช้คนสนิทของหวางเฟย ข้าขอถามความสมัครใจ พวกเจ้าทั้งสองคนเคยคิดจะไปไป๋ซ่านลี่หรือไม่ หากอยากไปข้าจะให้เจ้าทั้งสองติดตามไปในฐานะสาวใช้ประจำตัวของข้า” 

 

หลิงหลิง และ เม่ยฟูมองตากันคล้ายๆขอคำปรึกษา พวกนางเป็นดรุณีวัยแรกรุ่น อายุอานามก็รุ่นราวคราวเดียวกับหลานฮุ่ยเจิน ทั้งสองคนเกิดและโตที่โจวถิง แม้ว่าจะเคยคิดอยากเห็นความใหญ่โตมโหฬารและหรูหราของเมืองใหญ่อย่างไป๋ซ่านลี่ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไป เพราะระยะทางระหว่างโจวถิงและไป๋ซ่านลี่ห่างไกลกันมากถึงกับต้องใช้เวลาเดินทางนานร่วมเดือน และอีกอย่าง…บ่าวรับใช้ที่ขายตนเองให้กับผู้เป็นนายไม่อาจที่จะไปไหนมาไหนได้หากไม่ได้คำอนุญาตจากผู้เป็นนายชีวิต

 

“ข้าน้อยอยากไปเจ้าค่ะ อยากไปเห็นว่าไป๋ซ่านลี่นั้นจะใหญ่โตแค่ไหน?”หลิงหลิงตอบอย่างไม่ลังเล

 

“ข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ ข้าน้อยอยากไปเห็นบ้านเมืองที่ใหญ่โต ที่นั่นคงจะใหญ่กว่าโจวถิงมากแน่ๆเลยใช่ไหมเจ้าคะ?” เม่ยฟูดวงตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงไป๋ซ่านลี่ 

 

 

หลานฮุ่ยเจินอมยิ้ม นางเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเมืองหลวงของยุคโบราณนั้นจะเป็นเช่นไร

 

 

“ดี เช่นนั้นเราออกไปหาซื้อของกันเลย เจ้ารับเงินมาเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?” หลานฮุ่นเจินหันไปทางหลิงหลิง

 

“เจ้าค่ะคุณหนู ตอนนี้เงินอยู่ที่บ่าวแล้ว นายท่านฝากไว้กับท่านพ่อบ้านถึงยี่สิบตำลึงเชียวนะเจ้าคะ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 725 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

676 ความคิดเห็น

  1. #237 Pop_zaza (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 12:23
    แล้วฮุ่ยเจินจะเอาเครื่องมือผ่าตัดมาจากที้ไหน หรือว่ามีมิติติดตัวมาด้วยคะ
    #237
    0