ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 15 : เหตุใดจึงต้องเป็นบุตรสาวสกุลหลาน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 676 ครั้ง
    8 เม.ย. 64

ในที่สุดหลานยี่หลงก็ตัดสินใจเล่าเรื่องที่มีราชโองการให้บุตรสาวคนโตของสกุลหลานเข้าพิธีอภิเสกสมรสกับท่านอ๋องแปด ไป๋เฟยหมิง ซึ่งงานนั้นจะมีขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าให้หลานฮุ่ยเจินฟัง

 

“จะ…เจ้า เจ้าคิดว่าอย่างไรบ้าง เจ้าจะยอมรับการแต่งงานกับท่านอ๋องอัปลักษณ์ได้หรือไม่?” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถามด้วยใจหวั่นๆ ลึกๆแล้วนางก็รู้สึกสงสารหลานสาวคนโต

 

“คิดซะว่าอย่างไรเสียก็ได้เป็นหวางเฟย ถือว่าเป็นวาสนาของเจ้าและสกุลหลาน” หลานยี่หลงโน้มน้าวให้นางคล้อยตาม

 

หลานฮุ่ยเจินยืนก้มหน้านิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะค่อยๆเงยหน้าขึ้นและพูดบางอย่างออกมา

 

“การขัดราชโองการถือว่ามีความผิดเทียบเท่ากบฏใช่หรือไม่เจ้าคะท่านพ่อ?”

 

หลายยี่หลงถอนหายใจออกมาเสียงดังก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

 

“ข้าไม่มีสิ่งใดขัดข้องเจ้าค่ะ เหตุใดผู้คนจึงคิดว่าการที่ท่านอ๋องมีใบหน้าที่อัปลักษณ์จะเป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการมีชีวิตคู่ด้วยเจ้าคะ?”

 

“นะ…นี่ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าไม่นึกรังเกียจอ๋องแปดเลยงั้นหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

 

หลานยี่หลงเองก็แปลกใจกับคำพูดของบุตรสาวคนโต

 

“ข้าหลานฮุ่ยเจินไม่นึกรังเกียจหากต้องแต่งงานกับบุรุษที่สุดแสนจะอัปลักษณ์เจ้าค่ะ  แต่ข้ากลับคิดว่าข้าโชคดีต่างหากที่จะได้เป็นหวางเฟย จะมีสตรีจากเมืองเล็กๆที่ห่างไกลเมืองหลวงสักกี่นางกันที่จะมีโอกาสได้เป็นพระชายาท่านอ๋อง ได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างใกล้ชิด และยังมีโอกาสได้เข้าไปชมความงามของวังหลวง  ข้าควรคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีของข้า จริงหรือไม่เจ้าคะ” หลานฮุ่ยเจินพูดจบก็ส่งยิ้มละไมให้ผู้เป็นย่าและบิดา

 

“นี่เจ้าไม่ได้ล้อย่าเล่นใช่หรือไม่?” ฮูหยินผู้เฒ่าถามออกไปด้วยเสียงอันแหบพร่า

 

“เรื่องแบบนี้จะล้อเล่นได้อย่างไรเจ้าคะ เรื่องราชโองการใครจะกล้าเอามาพูดเล่นเจ้าคะท่านย่า” หญิงสาวพูดไปก็ยิ้มไปราวกับไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

“เจ้าคงจะรู้มาบ้างว่า บางทีการที่เจ้าแต่งงานกับอ๋องแปดชีวิตอาจจะไม่ได้สุขสบายอย่างที่คาดหวัง อ๋องแปดนั้นไม่เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท อีกทั้งยังโดนเหล่าเชื้อพระวงศ์รังเกียจ ชีวิตของเจ้าอาจจะตกต่ำและลำบาก” ขณะที่หลานยี่หลงพูดเขาเองก็มีทั้งความกังวลและลังเลในน้ำเสียง

 

“เช่นนั้นข้ายิ่งต้องแต่งกับเขา คนอื่นรังเกียจเขา แต่ข้าไม่ ขอให้ท่านย่าและท่านพ่อสบายใจได้ ข้าจะแต่งกับท่านอ๋องแปดอัปลักษณ์ผู้นี้เอง สกุลหลานของเราจะได้ชื่อว่าจงรักภักดีอย่างไรละเจ้าคะ”

 

“นี่เจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่ ฮุ่ยเจิน ทำไมวันนี้ข้าถึงรู้สึกว่าเจ้ามีอะไรแปลกๆไป?” ฮูหยินผู้เฒ่าถามอย่างสงสัย

 

“ท่านย่า ท่านพ่อ การขัดราชโองการมีโทษเทียบเท่ากับเป็นกบฏ ถึงแม้นว่าข้าไม่เต็มใจที่จะแต่งออกไปกับอ๋องแปดข้าก็ไม่อาจขัดได้ แต่นี่…ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ ท่านย่าก็เคยพร่ำสอนมาตลอดว่า เป็นสตรีในห้องหอ เมื่อพ้นวัยปักปิ่นก็ถึงเวลาที่ต้องแต่งออก มิใช่หรือเจ้าคะ” 

 

“ตะ…แต่…แต่ อ๋องแปด…”

 

“อ๋องแปดนั้นอาจจะมีข้อด้อยตรงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ใครเล่าจะรู้ได้ เขาอาจจะเป็นคนที่มีจิตใจดีก็เป็นได้ ข้าว่า…พวกเราอย่าได้กังวลล่วงหน้าไปเลยเจ้าค่ะ” คำพูดคำจาและลักษณะท่าทางของหลานฮุ่ยเจินในวันนี้ทำให้หลานยี่หลงแปลกใจไม่น้อย

 

“เจ้าอาการดีขึ้นแล้วหรือ ทำไมวันนี้ข้ารู้สึกว่าเจ้าดูแปลกไป ราวกับไม่ใช่คนเดิม” 

 

“กาลเวลาเปลี่ยน ผู้คนย่อมเปลี่ยน ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืนหรือเที่ยงแท้หรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ” หญิงสาวพูดจบก็หันมาส่งยิ้มบางๆให้กับผู้เป็นบิดา

 

ถึงแม้นว่าหลานฮุ่ยเจินในวันนี้จะดูอ่อนแอ ร่างกายดูทรุดโทรมเช่นเดิม แต่…สีหน้า แววตา และบุคลิกของนางกลับผิดแผกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นางดูมีความมั่นใจ แข็งแกร่ง มาดมั่นและไม่หวาดหวั่น อีกทั้งยังมองโลกในแง่ดี หลานยี่หลงรู้สึกราวกับว่านางมิใช่หลานฮุ่ยเจินคนเดิม

 

“เป็นเช่นนั้นก็ดี ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว เราก็เริ่มเตรียมตัวเดินทางกันได้ อีกสามวันเราจะเดินทางเข้าไป๋ซ่านลี่ การเดินทางจะใช้รถม้า เราอาจต้องรอนแรมเดินทางหลายวัน เจ้าคิดว่าร่างกายของเจ้าจะไหวหรือไม่?” ขณะพูดดวงตาของหลานยี่หลงมีแววกังวลพาดผ่าน บุตรสาวคนโตของเขาป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายปีแล้ว

 

“ข้าจะพยายามดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรงขึ้นในเร็ววันเจ้าค่ะ ท่านพ่ออย่าได้เป็นกังวล เอ่อ…ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าขออนุญาตท่านพ่อไปซื้อยาสมุนไพรบำรุงร่างกายในตลาดช่วงบ่ายนี้นะเจ้าคะ ข้าจะได้เร่งบำรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้นก่อนที่จะเดินทางไกล”

 

หลานยี่หลงพยักหน้าช้าๆ

 

“เดี๋ยวข้าจะเตรียมเงินไว้ให้ เจ้าอยากซื้ออะไรสำหรับเตรียมตัวในการเดินทางครั้งนี้ก็ซื้อ หากต้องการเงินเพิ่มก็ให้บอกข้าได้” หลานยี่หลงนั้นแม้จะมีความกังวลเรื่องการเงินที่ต้องจับจ่ายใช้สอยในจวนสกุลหลานอยู่บ้าง แต่เรื่องของหลานฮุ่ยเจินเป็นเรื่องสำคัญ เขาจำเป็นที่จะต้องตัดงบส่วนหนึ่งของจวนมาให้หลานฮุ่ยเจินเป็นกรณีพิเศษ นั่นก็คือ งบค่าใช้จ่ายของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของเขา ‘หลานฮุ่ยเหอ’ คุณชายเพียงคนเดียวของจวนสกุลหลานซึ่งเกิดจากเหวินมี่เฟย

 

“เช่นนั้นข้าขอตัวไปเตรียมตัวเก็บข้าวเก็บของที่เรือนก่อนนะเจ้าคะ เวลากระชั้นเข้ามาทุกทีแล้ว” หลานฮุ่ยเจินคารวะผู้เป็นบิดาและท่านย่าก่อนที่จะหันหลังแล้วก้าวเดินออกจากเรือนใหญ่ไป แม้ว่าการเดินของนางยังดูทุลักทุเล ยังต้องให้สาวรับใช้สองคนช่วยพยุงขณะเดินแต่ทั้งฮูหยินผู้เฒ่าและนายอำเภอหลานต่างก็รู้สึกอย่างเดียวกันว่า นางดูแข็งแรงขึ้นและบุคลิกท่าทางดูผิดแผกไป

 

“ข้าหวังว่าฮุ่ยเจินจะไม่คิดเสียใจละเปลี่ยนใจทีหลังนะ ไม่เช่นนั้นสกุลหลานของเราต้องแย่แน่ๆ” ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหลานยังไม่วางใจ

 

“สบายใจเถอะขอรับท่านแม่  ข้ามีความรู้สึกว่าฮุ่ยเจินนางได้โตขึ้นมากและนางต้องเอาตัวรอดในตำหนักอ๋องได้แน่ ข้ามั่นใจเช่นนั้น”

 

“อะไรทำให้เจ้ามั่นใจเช่นนั้น แต่ไหนแต่ไรมานางก็เป็นคนที่อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ หัวอ่อน ไม่ทันคน เจ็บป่วยออดๆแอดๆ ข้าละเป็นกังวลว่านางจะเอาชีวิตไปทิ้งที่ไป๋ซ่านลี่”

 

“ข้าเชื่อในสัญชาตญาณ ข้ามั่นใจว่านางจะเอาตัวรอดได้แน่ พวกเราอย่าได้กังวลให้มากเลยขอรับ แค่นางยอมตอบตกลงแต่งออกกับอ๋องแปดก็นับว่าพวกเราโชคดีแล้วที่ยังรักษาสกุลหลานไว้ได้” 

 

แม้ว่าหลานยี่หลงจะเบาใจลงได้บ้างที่หลานฮุ่ยเจินยอมตกลงแต่งงานกับอ๋องแปดผู้อัปลักษณ์แต่โดยดีจนเขาเองก็คาดไม่ถึง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังค้างคาใจเขาอยู่ ‘ทำไม่ต้องเป็นบุตรสาวสกุลหลาน สกุลขุนนางเล็กๆที่ไม่มีอำนาจบารมีอะไร และเหตุใดต้องระบุว่าต้องเป็นบุตรสาวคนโตที่ชื่อ หลานฮุ่ยเจิน’ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 676 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

609 ความคิดเห็น

  1. #570 may1935 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 16:41
    หมอได้พรให้จำอดีตฮุ่ยเจินได้แต่เหมือนหมอจำไม่ได้เหมือนไม่เดือดร้อนกับคนที่ฆ่าตัวเอง
    #570
    0
  2. #100 Mameaw555 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 13:20
    จะแต่งงานในอีก 1 เดือน ใช้เวลาเดินทาง หนึ่งเดือนกว่าๆ ราชองค์การใช้เวลาเดินทางมาก็น่าจะเป็นเดือน ระยะทางหมื่นลี้นี่ดูไกลไปนะคะ หมื่นลี้ตก 5000 กิโล ไรท์คิดว่ารถม้าจะวิ่งถึงภายในเดือนนึงรึคะ ลองแก้ดูนะคะแคว้นๆหนึ่ง จะใหญ่โตเป็นหมื่นลี้ คงโดนชิงเมืองไปแล้วละคะ
    #100
    1
    • #100-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 15)
      7 เมษายน 2564 / 22:24
      ขอบคุณที่ชี้แนะจ้า ไรท์จะแก้ไขอีกรอบอยู่
      #100-1