ไสหัวไปซะพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 13 : ข้าอยู่นี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 754 ครั้ง
    27 มี.ค. 64

 

 

“ข้าอยู่นี่”

 

“อ้อ  คุณหนู ท่านอยู่ที่นี่เอง นายท่านกับฮูหยินผู้เฒ่าต้องการพบคุณหนูด่วนขอรับ”

 

“ข้าเข้าใจแล้ว” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยเสียงราบเรียบ เยือกเย็นยิ่งนัก 

 

มู่หลินที่คราแรกนอนคว่ำหน้าบัดนี้เปลี่ยนเป็นขดตัว นางรู้สึกทั้งตกใจทั้งแปลกประหลาดใจ อาการหวาดกลัวอย่างอกสั่นขวัญแขวนไม่อาจปิดบังได้ ร่างของนางสั่นเทาไปหมด หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองสิ่งรอบๆข้าง ยังคงซุกหน้าลงกับพื้นดินราวกับพยายามจะให้ธรณีนี้กลืนกินร่างของนางลงไป

 

 

“นั่นเจ้าเป็นอะไรมู่หลิน เหตุใดจึงลงไปนอนอยู่แบบนั้น เหตุใดไม่ดูแลคุณหนูใหญ่” เสียงบ่าวรับใช้หญิงนางหนึ่งดังขึ้น

 

“มู่หลินนางคงฝันร้ายกระมัง” หลานฮุ่ยเจินลุกขึ้นยืนอย่างไม่แยแส นางเดินเข้าไปหาเหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนนิ่งงันอยู่ ในมือถือผ้าสีแดงที่เมื่อสักครู่ใช้แขวนคอนางไปด้วย

 

“เอ่อ คุณหนูเจ้าคะ นี่ผ้าอะไรรึเจ้าคะ?” บ่าวหญิงคนหนึ่งถาม

 

“ก็แค่…” นางเว้นวรรคหายใจพลางหันไปชำเลืองมองมู่หลินที่ยังคงตัวสั่นเทาอยู่

 

“ของเล่นของมู่หลินกระมัง” นางเหยียดยิ้มใส่ร่างที่กำลังสั่นเทานั้นอย่างไม่ใยดี

 

“ไปเถอะ มา ใครก็ได้ช่วยมาพยุงข้าหน่อย” หลานฮุ่ยเจินนั้นรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าร่างกายนี้ของหลานฮุ่ยเจินผู้อาภัพนั้นช่างอ่อนแอและโดนโรคภัยรุมเร้ามากมายซะเหลือเกิน เห็นทีนางจะต้องฟื้นฟูสุขภาพเป็นการใหญ่แล้ว

 

บ่าวรับใช้หญิงสองคนพยุงคุณหนูใหญ่ของจวนมาถึงประตูทางเข้าด้านหน้า แต่หลานฮุ่ยเจินกลับลังเลที่จะเข้าไป

 

“ข้าจะไม่เข้าบ้านทางประตูหน้า  ดูสารรูปข้าสิ ยังกะไปฟัดกับลิงที่ไหนมา ข้าจะไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อน พาข้าไปที่ประตูด้านหลังจวน”

 

“เจ้าค่ะ คุณหนู” ถึงแม้บรรดาบ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงจะสงสัยว่าหลานฮุ่ยเจินไปทำอะไรมาก่อนหน้านี้นางถึงได้มีสภาพแบบนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามออกมา

 

หลานฮุ่ยเจินเดินมาถึงด้านหน้าเรือนของนาง ความทรงจำอันเลือนรางของเจ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมาทีละน้อยๆ เรือนหลังนี้นั้นช่างไม่สมศักดิ์ศรีของคุณหนูใหญ่ของจวนเอาซะเลยเพราะอยู่ท้ายจวน เป็นเรือนหลังเก่าๆเล็กๆหลังคาผุพังไปตามกาลเวลา มารดาเลี้ยงของนางซึ่งก็คือฮูหยินคนปัจจุบันของจวนบอกว่าเรือนนี้เหมาะกับการพักรักษาตัวของนางเพราะอยู่ห่างไกลความวุ่นวาย บิดานางก็เห็นดีด้วย พวกเขาจึงให้หลานฮุ่ยเจินย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ห้าปีแล้วหลังจากที่มารดาของนางได้สิ้นไป

 

“ข้าจะเข้าไปเปลี่ยนชุดสักหน่อย พวกเจ้ารอข้าอยู่ด้านนอกนี่ล่ะ”

 

“ให้บ่าวช่วยไหมเจ้าคะ แล้วนี่ทำไมจิ้งอี้กับมู่หลินถึงได้ไม่มาปรนนิบัติคุณหนูล่ะเจ้าคะ?”

 

“หึๆ พวกนางก็คงอยากจะพักบ้างกระมัง”

 

“ได้อย่างไรกันเจ้าคะ พวกนางชักจะทำตัวเหลวไหวไปใหญ่แล้ว” บ่าวหญิงคนหนึ่งบ่นอย่างไม่พอใจ

 

“ช่างเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ข้าต้องรีบไปเปลี่ยนชุดแล้ว เดี๋ยวท่านพ่อกับท่านย่าจะโมโห หากว่าข้าไปช้า”

 

พูดจบหญิงสาวก็ไม่รอช้า นางรีบเดินเข้าไปด้านในเรือนเก่าๆนั้นทันที

 

 

ทันทีที่หลานฮุ่ยเจินก้าวเข้ามาในเรือนหญิงสาวก็มองหากระจกทันที นางแทบจะร้องกรี๊ดเมื่อพบว่า

 

“ทำไมหลานฮุ่ยเจินผู้อาภัพกับเราหน้าตาถึงได้เหมือนกันยังกะฝาแฝดขนาดนี้” ถึงแม้ว่าภาพที่ปรากฏในกระจกจะดูโทรมและอ่อนล้าขนาดไหน แต่หญิงสาวก็รู้ได้ทันทีว่านี่มันคือเธอชัดๆ

 

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ ก็เรากับหลานฮุ่นเจินคือคนๆเดียวกันนี่นา หน้าตาเหมือนกัน ชื่อ แซ่ ก็ยังเหมือนกันอีก”

 

หญิงสาวเดินไปเปิดตู้ใบเก่าๆที่เป็นที่เก็บเสื้อผ้าก่อนจะตัดสินใจหยิบมาหนึ่งชุด

 

“ฮึ! ชีวิตความเป็นอยู่แย่กว่าที่คิดเอาไว้อีกแฮะ เห็นทีจะต้องเอาคืนยัยแม่เลี้ยงและลูกสาวของนางให้สาสมแล้ว” หลานฮุ่ยเจินเปลี่ยนเสื้อผ้าไปก็บ่นไป

 

หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นชุดสีฟ้าที่ดูเรียบร้อย หลานฮุ่ยเจินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางกำลังจะขยับขาก้าวเดิน ทว่า ขานั้นกลับไร้เรี่ยวแรงไปซะอย่างนั้นจนหญิงสาวเซถลาชนกับโต๊ะตัวเล็กๆที่ขาจวนเจียนจะหักนั้นจนทำให้กาน้ำชาที่ภายในมีน้ำชาที่เย็นชืดอยู่ครึ่งค่อนกาหล่นลงไปบนพื้น

 

“เพล้ง!” เสียงกาน้ำชาที่ตกกระทบพื้นทำให้บรรดาบ่าวหญิงรับใช้ทั้งหลายที่รออยู่ด้านหน้าเรือนต้องวิ่งเข้ามาดูด้านในอย่างรวดเร็ว

 

“คุณหนู! เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ คุณหนูบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”

 

“ไม่ ข้าไม่เป็นไร” หลานฮุ่ยเจินที่ยืนพิงกับผนังอยู่เอ่ยออกมา

 

สาวรับใช้สองนางเข้ามาพยุงหลานฮุ่ยเจิน หญิงสาวขยับตัวตามการประคองแต่แล้วนางก็ทำสีหน้าประหลาดพร้อมกับทำจมูกฟุดฟิด

 

“พวกเจ้าได้กลิ่นอะไรแปลกๆหรือไม่?” คิ้วของหลานฮุ่นเจินย่นเข้าหากัน นางได้กลิ่นแปลกๆที่สัญชาตญาณบอกว่า มันคือ อันตราย

 

“เจ้าจะได้รับพรพิเศษ นั่นคือเจ้าจะสามารถได้กลิ่นพิษ พรข้อนี้รวมกับความสามารถที่เจ้ามีข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องเอาตัวรอดได้” หลานฮุ่ยเจินพลันระลึกถึงคำพูดของนางเซียนตนนั้นขึ้นมาได้

“ไม่ใช่เพียงแค่เอาตัวรอดได้หรอก แต่ข้าจะต้องเอาคืนพวกมันทุกคนให้ได้ต่างหาก นอกจากมาเป็นหมอรักษาคนที่ชาติภพนี้แล้ว อีกภารกิจหนึ่งของข้าคือ ต้องเอาคืนทุกคนที่มันทำร้ายข้าสินะ” นางนึกในใจ

 

“ปกติ น้ำชานี้ใครเป็นคนเตรียมให้ข้า?” หลานฮุ่ยเจินเอ่ยออกมาเสียงดัง

 

“เป็นสาวรับใช้ส่วนตัวของคุณหนูใหญ่ จิ้งอี้ กับมู่หลินอย่างไรละเจ้าคะ” สาวรับใช้นางหนึ่งตอบออกไปแบบงงๆ

 

“อ้อ! ข้าเข้าใจละ เป็นเช่นนี้นี่เอง ไปเถอะ ข้าเสียเวลามามากแล้ว เดี๋ยวท่านพ่อกับท่านย่าจะโมโหเอา”

 

หลานฮุ่นเจินยังคงต้องอาศัยสองสาวใช้ประคองเดินไปเนื่องจากสภาพร่างกายของหลานฮุ่ยเจินผู้อาภัพนั้นย่ำแย่ทรุดโทรมเป็นที่สุด ไร้เรี่ยวแรง แม้แต่จะหายใจยังเหนื่อยเลย

 

“เราจะต้องฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว ภารกิจมากมายรอเราอยู่” หลานฮุ่ยเจินนึกในใจ

 

ระยะทางจากเรือนเก่าโกโรโกโสท้ายจวนของหลานฮุ่ยเจินผู้อาภัพถึงเรือนใหญ่นั้นประมาณหนึ่งลี้ (ห้าร้อยเมตร) ที่นี่เป็นที่พำนักของนายอำเภอหลาน  เหวินมี่เฟย ฮูหยินคนปัจจุบัน ฮูหยินผู้เฒ่า หลานฮุ่ยเหมย และหลานฮุ่ยเหอ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายอำเภอหลาน 

 

“ระยะทางเพียงแค่นี้ยังเล่นเอาเราเหนื่อยหอบขนาดนี้ งานนี้สงสัยต้องเร่งฟื้นฟูสุขภาพเป็นการด่วนแล้ว” หลานฮุ่ยเจินบอกตนเองในใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 754 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

694 ความคิดเห็น

  1. #514 LaLa_Lene (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 00:16
    พูดในใจถ้าไม่ใส่ '...' ก็ใช้เป็นฟ้อนอักษรเอียงก็ได้ค่ะ
    #514
    0
  2. #411 Lmchoy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 16:16
    แค่นางเอกบ่นในใจก็ปาไปแลเว1ตอน
    #411
    0
  3. #234 Pop_zaza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 12:04
    รอวันฮุ่ยเจินเอาคืนนังแม่เลี้ยงตัวร้าย
    #234
    0
  4. #99 Mameaw555 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 13:12
    ถ้าคิดในใจใส่เครื่องหมาย '...' แบบนี้แทนก็ได้นะคะ มันทำให้งงคิดว่าเป็นคำพูด
    #99
    1
    • #99-1 ๋J.A.J.K.(จากตอนที่ 13)
      7 เมษายน 2564 / 22:25
      ขอบคุณที่ชี้แนะจ้า ตอนหลังๆก็จะเป็นเครื่องหมายนี้แล้ว
      #99-1