I'm come back. ดวงใจวายร้าย Yaoi อัพตอนที่ 3

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 เสียงจากยมทูต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61


ตอนที่ 3

เสียงจากยมทูต

 

“ถึงแล้ว แม่ยังให้แม่บ้านคอยเข้ามาทำความสะอาดห้องของลูกทุกวันเหมือนเดิมนะ เพื่อรอวันที่ลูกจะหายโกรธแม่แล้วยอมกลับมาอยู่ด้วยกัน”

คุณนายลูบหัวผมอย่างใจดี สายตาของเธอบ่งบอกว่าดีใจที่ผม ไม่สิ ที่ไอ้เจ้านายยอมกลับมาอยู่บ้าน หมายความว่าก่อนจะเกิดเรื่องพวกเขาทะเลาะกันงั้นเหรอ?

ผมได้แค่พยักหน้ารับแล้วส่งยิ้มกลับไปเท่านั้น บ้านหลังนี้ใหญ่โตกว่าที่จินตนาการเอาไว้มาก เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างมีแต่ของแพงๆ ไม่ก็นำเข้าจากต่างประเทศทั้งนั้น เอาแค่เตียงในห้องนี้ที่ผมกำลังนั่งอยู่ก็คงแพงกว่าเฟอร์นิเจอร์ทั้งบ้านจริงๆ ที่ผมซื้อเก็บไว้แล้วล่ะ

คนรวยก็รวยจนเหลือใช้ คนจนก็จนแทบไม่มีจะกิน...

“แม่ให้คนของเราไปจัดการเรื่องที่โรงพยาบาลแล้วนะ จะมีหมอคอยเข้ามาดูอาการลูกทุกเช้า เผื่อจะมีอาการข้างเคียงอะไรจากที่หลับไปนาน”

“ครับ”

“ไหนดูซิ หน้าหล่อๆ ของลูกแม่ช้ำหมดเลย คิดแล้วมันน่าจัดการให้หลาบจำ เด็กนั่นเป็นใครถึงกล้าทำกับลูกแม่ได้ขนาดนี้!

ลูกคุณนายมันสมควรโดนต่างหากล่ะครับ แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ แต่สวรรค์ก็ยังเข้าข้างคนเลวๆ อย่างมันโดยให้ผมมาอยู่ในร่างนี้แทนเสียอย่างนั้น

“ผมอยากพักผ่อน”

“ดะ...ได้จ้ะ งั้นแม่ขอตัวก่อนแล้วกันนะ ถ้าอยากได้อะไรก็เรียกแม่หรือพวกแม่บ้านนะลูก”

“ครับ”

ผมตอบกลับไปอย่างเรียบนิ่งเพราะไม่ได้รู้สึกถึงความผูกพันฉันแม่ลูกกับคุณนายจริงๆ แต่อย่างใด ในเวลานี้ผมควรจะอยู่ดุแลแม่ของตัวเองมากกว่า แต่กลับต้องมาจมปลักอยู่ในร่างของคนที่เป็นฆาตกรฆ่าผมแบบนี้ ชาติก่อนผมทำเวรทำกรรมอะไรไว้กับไอ้เวรตะไลคนนี้กันแน่นะ

รอจนทุกคนออกจากห้องไปจนหมด ผมก็รีบลุกขึ้นไปล็อกประตูห้องแล้กลับมายืนส่องกระจกที่หน้าตะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ มีพวกครีมบำรุงผิวสำหรับผู้ชายอยู่มากมาย น้ำหอมราคาแพงๆ อีกหลายขวด ทั้งที่ชีวิตของไอ้เจ้านายก็ดีเลิศขนาดนี้แล้วแท้ๆ ทำไมถึงกลายเป็นคนเลวขนาดนั้นไปได้

“นี่มัน...เรื่องจริงสินะ”

ยกมือขึ้นจับไปตามใบหน้าของเจ้าของร่าง ลองหยิกแก้มไปเต็มแรงเพื่อทดสอบดูว่าเป็นความฝันหรือไม่ แต่ความเจ็บที่แล่นปราดไปทั่วก็ทำให้รู้ว่าไม่ใช่ความฝัน

“เรื่องบ้าชัดๆ”

ผมทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรงและจนปัญญา

อยู่ในร่างใครไม่อยู่ ดันมาอยู่ในร่างของคนที่อังเกลียดมากที่สุดซะงั้น แบบนี้ไม่มีทางที่ผมจะเข้าใกล้เขาได้เลย ทำยังไงดีล่ะ ผมต้องดูแลอัง ดูแลแม่ แต่จะให้โผล่ไปดูแลในร่างนี้คงมิวายถูกอัดกลับมาอีกแน่

หรือว่าผมควรจะ...

บอกความจริงกับพวกเขา!

ใช่แล้ว ในละครก็มีออกบ่อยไป ถ้าเราไปบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่มีแค่ผมกับอังเท่านั้นที่รู้กันสองคน อังก็จะต้องเชื่อว่าผมคืออึ่งไม่ใช่ไอ้เจ้านาย เท่านี้ผมกะสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้ คอยดูแลอังกับแม่ได้...

“ดีล่ะ!!!

ผมลุกพรวดขึ้นเมื่อตัดสินใจเรื่องทั้งหมดได้แล้ว ทว่า…!

ตึง....!!!

“อ๊ะ!!!

กลับต้องทรุดลงมาอีกรอบเมื่อมีเสียงบางอย่างดังก้องอยู่ในหู เป็นเสียงอื้อๆ อึงๆ เหมือนเสียงสัญญาณอะไรสักอย่าง ผมปิดหูตัวเองเอาไว้เพราะเริ่มมีอาการปวดหูอย่างรุนแรงจากเสียงๆ นั้น

“โอ๊ยย เสียงอะไรวะเนี่ย”

เหมือนมีเข็มเล็กๆ ทิ่มเข้าไปในรูหูเลย ผมเจ็บปวดจนน้ำตาเริ่มเล็ดออกมาแล้ว

สวัสดี

!!!

นายคือ...ดวงวิญญาณที่ชื่ออึ่ง ผู้ที่เข้ามาอาศัยร่างของชายผู้นี้อยู่แทนสินะ

“สะ...เสียงใครน่ะ!

ไอ้เสียงที่บาดหูพวกนั้นหายไปหมดแล้ว แต่กลับมีเสียงทุ้มต่ำของชายที่ผมมองไม่เห็นตัวเขาดังก้องไปทั่วทั้งห้องแทน ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องแต่ก็ไม่พบใครเลย

นายมองหาฉันไม่เจอหรอก เพราะฉันไม่มีตัวตน

“คุณเป็นใคร? คุณซ่อนอยู่ใช่ไหม ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!

ทำไม...ทำไมเขาถึงรู้เรื่องที่ผมคืออึ่งล่ะ แล้วแบบนี้คนอื่นๆ จะรู้หรือเปล่า ผมไม่ได้ต้องการให้ใครรู้นอกจากอังกับแม่เท่านั้น

ฉันคือเสียงของยมทูต

“ยะ...ยมทูตเหรอ?!

ฉันส่งเสียงของฉันมาเพื่อจะเตือนนายถึงเรื่องที่นายคิดจะทำ การที่นายได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเกิดจากการทำงานผิดพลาดของกลไกบางอย่างในร่างกายอะไรทั้งสิ้น แต่มันเป็นเพราะ...โอกาส

น้ำเสียงที่พูดตอบกลับมาดูจริงจังไม่แฝงความล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย หมายความว่าผมกำลังสนทนาอยู่กับยมทูตจริงๆ น่ะเหรอ!

โอ้ ดับเบิ้ล อิมพอสสิเบิ้ลโคตรๆ!

ไม่ใช่แค่ตายไปแล้วและวิญญาณมาเข้าสิงร่างคนอื่น แต่ยังมียมทูตอีกด้วย!

“เดี๋ยวนะ แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็นยมทูตตัวจริง ไม่ใช่การแกล้งกัน?”

แค่ฉันรู้ตัวตนที่แท้จริงของนายมันยังไม่เพียงพออีกเหรอ

เออ ก็จริงแฮะ...

นี่ก็หมายความว่าผมกำลังคุยกับยมทูตอยู่จริงๆ สินะ

“ถ้างั้นคุณหมายความว่ายังไงเหรอครับ ที่ว่ามันเป็นเพราะโอกาส”

นายได้รับโอกาสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่มีข้อแลกเปลี่ยนหนึ่งข้อ รวมถึงกฏข้อสำคัญอีกหนึ่งข้อที่นายต้องทำอย่างเคร่งครัด

“อะ...อะไรเหรอครับ”

คงไม่ใช่จะขออายุขัยอะไรเทือกนั้นหรอกนะ แล้วแบบนี้ผมจะมีสิทธิ์ได้ดวงตายมทูตหรือเปล่าล่ะเนี่ย

ฉันได้ยินสิ่งที่นายคิดนะ เลิกเอาความจริงไปปนกับหนังที่นายเคยดูได้แล้ว

ระ...รู้ทันอีกด้วย!

ข้อแลกเปลี่ยนคือถึงแม้นายจะได้โอกาสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ร่างที่นายจะต้องอาศัยอยู่จะต้องเป็นร่างของชายผู้นี้เพียงคนเดียว และนายจะต้องทำความดีลบล้างสิ่งชั่วร้ายที่เขาเคยทำไว้ด้วย

“เดี๋ยวนะครับ ทำไมผมต้องทำเพื่อมันล่ะ?!

เพราะนายอยู่ในร่างนี้น่ะสิ ร่างนี้ทำบาปกรรมมาเยอะมากโดยเฉพาะบาปที่ได้ฆ่าคนซึ่งก็คือการฆ่านาย ตอนนี้เขากำลังชดใช้กรรมของตัวเองอยู่ในนรก ทางเดียวที่จะลบล้างสิ่งโสมมทั้งหมดที่ร่างนี้เคยแปดเปื้อนคือนายต้องทำความดีเท่านั้น ขอให้คิดซะว่ามันคือร่างของนายเอง อย่าคิดทำชั่วหรือทำร้ายใครเหมือนที่เจ้าของร่างคนเก่าทำไว้เด็ดขาด อย่าทำลายโอกาสที่ตนเองได้รับ

ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่พอจะจับใจความได้ว่าผมต้องกระทำแต่ความดีเมื่ออยู่ในร่างนี้เท่านั้นสินะ เอาวะ! ที่ผ่านมาผมก็ไม่ใช่คนเลวอะไรอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้สบายมาก

“เข้าใจแล้วครับ แล้วข้อห้ามล่ะ”

กฎข้อสำคัญของการฟื้นคืนชีพคือนายจะให้ใครรู้ตัวจริงของนายไม่ได้เด็ดขาด

“ทะ...ทำไมล่ะครับ”

ถ้ามีใครรู้ความจริง นายจะ...ตายทันที

!!!

จงใช้ชีวิตอยู่ต่อไปในฐานะของเจ้านาย ถ้าไม่อยากต้องตายไปอีกครั้ง ฉันบอกนานได้เท่านี้

 

พรึ่บ!

ลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมเหงื่อมากมายที่ผลุดขึ้นเต็มใบหน้า ผมค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งด้วยอาการตัวสั่นเทาเพราะในหัวยังนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มัน...ไม่ใช่ความฝัน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความจริง ผมได้คุยกับยมทูตจริงๆ แถมยังมีข้อแลกเปลี่ยนกับกฎข้อห้ามแปลกๆ หากผมอยากจะฟื้นคืนชีพแบบถาวร

 

ถ้ามีใครรู้ความจริง นายจะ...ตายทันที

 

พับโครงการที่คิดจะบอกความจริงอังเรื่องผมคืออึ่งไปตลอดชาติเลย!

แล้วแบบนี้จะใช้วิธีไหนเข้าใกล้อังเพื่อคอยดูแลหมอนั่นดีล่ะ แค่เห็นตัวผมในตอนนี้ในระยะร้อยเมตรก็ทำให้เขาเกรี้ยวกราดและโมโหอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนได้แล้ว เจองานหินแล้วไอ้อึ่ง!

แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างนี้ให้ได้ และต้องทำให้อังยอมรับให้ได้อีกด้วย มาคิดๆ ดูแล้วผมอยู่ต่อไปในฐานะของไอ้เจ้านายก็ดีเหมือนกัน นอกจากจะรวยแล้วยังมีอิทธิพลมากมาย แบบนี้ผมจะได้ปกป้องอังได้มากขึ้นด้วย ถ้ากลับมาในฐานะอึ่งตามปกติผมคงทำได้แค่ปลอบอังเหมือนทุกทีหรือไม่ก็วิ่งเต้นไปเรื่อยเพื่อไล่จัดการคนที่รังแกอัง

รังแกดวงใจของผม...

“เพิ่งจะหกโมงเองเหรอเนี่ย”

คงเพราะตอนเป็นอึ่งผมต้องตื่นเช้ามาเตรียมของไปขายทุกวันก็เลยติดเป็นนิสัยไปแล้ว จริงสิ อังกับแม่ก็คงจะออกไปขายของแต่เช้าเหมือนกัน ผมไปหาพวกเขาดีกว่า

ไปทำดีเอาคะแนนสักหน่อย!

คิดได้แบบนั้นผมก็รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เสื้อผ้าของไอ้เจ้านายมีแต่ชุดสวยๆ ราคาแพงระยับเท่านั้น เอาเงินที่ผมหามาทั้งปีตอนเป็นอึ่งมาซื้อยังไม่ได้สักชุดเลยมั้ง ผมยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องเรียบร้อยแล้ว มาดคุณชายเปล่งประกายแพรวพราวจนแสบตาไปหมด

ถึงมันจะเลวโคตรๆ แต่มันก็หล่อโคตรๆ เช่นกัน...

ปฏิเสธไมได้เลยว่ามันหล่อ หล่อมากกกก มากจนถ้าผมเป็นผู้หญิงคงวิ่งไล่เสนอตัวให้มันแน่นอนล่ะ

“ตอนนี้เราคือมัน เราคือไอ้เจ้านาย ท่องเอาไว้”

ตอนนี้ผมหล่อ...

พยายามสะกดจิตตัวเองให้เลิกอคติว่าผมกำลังอยู่ในร่างของคนที่เลวที่สุด เพราะถึงแม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะเลวแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมมีความจำเป็นต้องอาศัยร่างของมันเพื่อให้ตัวเองได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ดังนั้นสิ่งแรกที่ผมควรคิดให้ได้คือผมต้องรักร่างนี้

รัก...เหมือนว่ามันคือร่างจริงๆ ของผม

“ใจเย็นไว้ไอ้อึ่ง ตอนนี้มึงคือเจ้านาย เจ้านาย...”

เจ้านายจอมวายร้าย...ที่จากนี้จะมีอังเป็นดวงใจเพียงคนเดียวตลอดไป

 

“แม่ครับๆ พี่คนนั้นเขาเป็นบ้าหรือเปล่”

“ชู่! เบาๆ สิลูก แล้วก็อย่าไปมองด้วยนะ!

เสียงแม่ลูกที่เดินผ่านผมไปพูดคุยกันดังอย่างชัดเจน ผมหันไปมองแล้วส่งยิ้มแห้งๆ ให้พวกเขาด้วยรู้ดีแก่ใจว่าเพราอะไรเด็กน้อยถึงถามออกไปแบบนั้น

ก็เพราะผมในตอนนี้มานั่งกอดถังขยะหลบอยู่หลังเสาไฟฟ้าเพื่อแอบดูอังกับแม่ขายของกันตรงฝั่งตรงข้ามยังไงล่ะ! แต่จะให้เดินเข้าไปหาตรงๆ เลยผมก็ยังไม่กล้า เลยใช้วิธีมาแอบดูแทนเนี่ยแหละ และมุมนี้ก็เป็นมุมที่น่าจะแอบมิดที่สุด เพราะรัศมีเจิดจรัสของร่างนี้มันมีมากเกินไปจนกลายเป็นจุดเด่นน่ะสิ

“ทำไมมีแต่อัง แล้วแม่ล่ะ?”

หลังจากซุ่มดูอยู่พักใหญ่ผมก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นแต่อังในชุดนักศึกษากำลังนั่งขายข้าวแกงอยู่คนเดียวโดยไร้วี่แววของแม่

แปลกจัง...

“เฮ้ย!!! ก็บอกว่าตรงนี้ขายไม่ได้ไงวะ ทำไมถึงยังมาขายตรงนี้อยู่อีก!

เสียงตะคอกดงสติผมที่กำลังขบคิดให้กลับมามองไปยังต้นเสียง อันธพาลสองคนยืนอยู่ที่ห้ารถเข็นและกำลังหาเรื่องอังอยู่!

บ้าเอ๊ย พวกมันเป็นใครถึงกล้ามาทำกับอังของผมแบบนี้!!!

“ถ้าไม่จ่ายค่าคุ้มครองก็ขายที่นี่ไม่ได้! ไสหัวไปซะ!!!

โครม!!!

พวกมันจัดการกวาดทุกอย่างที่อยู่บนรถเข็นลงพื้นจนหมด อังรีบวิ่งเข้าไปห้ามและเอาตัวกันข้าวของพวกนั้นไว้เพื่อไม่ให้ถูกทำลายมากไปกว่านี้ ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่เด็กหนุ่มตัวเล็กแค่นั้นกำลังถูกกระทำ ราวกับหัวใจของผมถูกทุบด้วยไม้หน้าสามซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

พวกมันกำลังทำร้ายอัง...

ไอ้พวกเลว!!!

ตึก...ตึก...ตึก...

ผมเดินข้ามถนนไปยังจุดที่อังกำลังโดยทำร้าย บอกแล้วไง...ผมกลับมาเพื่อปกป้องและดูแลอัง เหตุผลที่ผมกลับมาคือมาเพื่อดูปกป้องอังเท่านั้น เพราะงั้น...เพราะงั้น...

“ผะ...ผมจะหาเงินมาจ่ายให้ ให้เวลาผมหน่อยนะครับ”

“ถ้างั้นก็ไปหามาจ่ายสักทีสิวะ!!!

หมับ!!!

หมัดที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่อังถูกหยุดไว้ด้วยมือของผมเอง ความโกรธอันมากมายปะทุอยู่ภายในร่างกายจนแม้แต่ตัวผมเองก็ยังควบคุมไม่ได้ ราวกับว่าไม่ใช่แค่ผมที่กำลังโกรธ แต่เหมือนร่างนี่เองก็กำลังโกรธร่วมไปกับผมด้วย ร่างของไอ้เจ้านาย...

กำลังโกรธที่อังถูกทำร้าย?

“คะ...คุณเจ้านาย!

“เออ ฉันเอง”

ผมบีบข้อมือมันไว้แน่นด้วยพลังทั้งหมดที่ตัวเองมี ไม่สิ ไม่ใช่แค่เรี่ยวแรงของผมคนเดียวเท่านั้น ผมรู้สึกได้จริงๆ ว่าพละกำลังในตัวมีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

หนึ่งคือพละกำลังจากจิตวิญญาณที่แท้จริงของผมเอง

และสอง...

พละกำลังจากร่างกายนี้

ไม่จริง...ร่างกายนี้กำลังร่วมมือกับผมเพื่อปกป้องอังอย่างนั้นเหรอ?!

“พวกแกคิดจะทำอะไร”

“พะ...พวกผมแค่..แค่...”

“รีดไถเหรอ?”

“คือ...”

“สารเลว”

พลั่ก!!

สิ้นคำด่า ผมก็ปล่อยหมัดใส่หน้าหนึ่งในนั้นไปจนเลือดพุ่งและสลบในหมัดเดียว ก่อนจะหันไปหาเพื่อนร่วมชะตากรรมของมันอีกคนที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ ทำลายเครื่องมือทำมาหากินของอังไม่พอยังคิดจะทำร้ายอังอีก คิดว่าผมจะยอมให้พวกมันรอดไปได้ง่ายๆ หรือไง!

“แก...”

“ผะ...ผมขอโทษครับคุณเจ้านาย ขอโทษที่ฝ่าฝืนคำสั่งมายุ่งกับหมอนี่ ผะ...ผมจะไม่ทำแล้วครับ!

“ฝ่าฝืนคำสั่ง? คำสั่งอะไร?”

“กะ...ก็คำสั่งที่ว่าห้ามยุ่งกับเด็กคนนี้แล้วก็ครอบครัวเด็ดขาดไงครับ พะ...พวกผมคิดว่าคุณคงไม่สนใจหมอนี่แล้วก็เลย...”

ไอ้เจ้านายมันสั่งอะไรแบบนี้ไว้ด้วยเหรอเนี่ย ทำไมกันล่ะ? ในเมื่อคนที่ทำให้ครอบครัวของเราต้องกระเด็นออกมาจากแผงขายของในตลาดก็คือตัวมันเอง แล้วทำไม...

ทำไมถึงได้ออกคำสั่งแบบนี้เอาไว้กันนะ

“ถ้างั้นก็จำใส่หัวเอาไว้ซะ แล้วก็บอกพวกของแกทั้งหมดด้วยว่า...ห้ามแตะต้องเด็กคนนี้อีก”

“...”

“ถ้าใครฝ่าฝืนคำสั่ง ฉันไม่ปล่อยเอาไว้แน่”

“คะ...ครับ ผมจะกระจายข่าวให้เองครับ”

“ดี...”

พลั่ก!!!

ผมยกเท้าถีบอัดท้องของมันจนกระเด็นไปไกลเพื่อระบายความโกรธที่ยังหลงเหลืออยู่ คนที่มุงดูกันอยู่ในตอนแรก เพียงแค่ผมหันไปสบตาด้วยก็พากันสลายตัวและหลบสายตากันไปหมด อำนาจที่ไอ้เจ้านายคนก่อนสร้างไว้คนทำให้ผู้คนแถวนี้พากันหวาดกลัวไปหมดสินะ

“ไม่เป็นไรใช่ไหม”

หันไปถามอังที่นั่งกอดกอดหม้อใส่แกงต่างๆ เอาไว้ด้วยความเป็นห่วง เนื้อตัวของหมอนี่เปื้อนแกงเต็มไปหมดเลย

“ฉันช่วยนะ”

“อย่ามาแตะตัวฉัน”

“อัง...”

“เอามือสกปรกของแกออกไป”

ดวงตาที่แสนเย็นชามองผมเหมือนเป็นเพียงธาตุอากาศ อังเก็บของทุกอย่างขึ้นรถเข็นด้วยตัวเองแล้วเข็นของทั้งหมดกลับไปที่บ้าน เขาไม่ยอมให้ผมช่วยหรือว่าเข้าใกล้ ไม่แม้จะมองหน้าผมด้วยซ้ำ...

ตึก...ตึก...ตึก...

สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้มีแค่เดินตามไปส่งอังให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย

กึก!

ขวับ!

“โอ๊ะ! ถังขยะใบนี้สวยจังเลย ซื้อกลับไปไว้ที่บ้านดีไหมน้า”

ผมรีบพุ่งเข้าหาถังขยะข้างทางแล้วไปลูบคลำมันประหนึ่งว่ามันสวยมาก แต่ความจริงคือผมตกใจและพยายามกลบเกลื่อนที่จู่ๆ อังก็หยุดเดินแล้วหันหน้ากลับมามองผมน่ะสิ!

ตึก...ตึก...ตึก...

อ๊ะ! อังเดินไปอีกแล้ว

รีบออกตัวเดินตามต่อทันที

กึก!

ขวับ!

“โฮะโฮ่ยยย กำแพงบ้านหลังนี้ก็ซ้วยสวย เอาไปเป็นแบบทำที่บ้านบ้างดีกว่า”

จากถังขยะมาเป็นกำแพง ผมยืนลูบกำแพงไปมา พยายามไม่สบตากับอังที่กำลังจ้องเขม็งเพราะผมรู้ดีกว่าใครว่าเวลาหมอนี่โกรธจริงๆ มันเป็นยังไง

“ถ้ายังตามอีก แกตายแน่!

อึก!

เหมือนถูกตบหน้าสามทีรวดยังไงไม่รู้ ผมได้แต่ยืนทำตาปริบๆ มองตามหลังอังที่เดินทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยหัวใจอันห่อเหี่ยว

นอกจากจะไม่ได้ซาบซึ้งที่ผมช่วยไว้เมื่อกี้เลยแม้แต่นิด ดูเหมือนจะถูกขีดเส้นห้ามให้เข้าใกล้หนักกว่าเดิมอีกด้วยสิ

“สงสัยต้องคิดหาแผนใหม่ซะแล้ว”

คนอย่างผม...ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หรอก!

 

 

บับเบิ้ลบิวชวนคุย

สวัสดีค่า มาอัพตอนที่ 3 ต่อแล้วค่า พี่อึ่งมีความน่ารัก5555 เดินตามน้องต้อยๆ ไม่พอยังกลัวน้องขั้นสุดอีก แต่น้องอังใจแข็งน่าดูเลย คงเพราะเจ้านายทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้เยอะ ว่าแต่...แท้จริงแล้วเจ้านายเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ? การที่ร่างของเจ้านายมีปฏิกิริยาร่วมไปกับพี่อึ่งเมื่อเห็นว่าน้องอังถูกรังแกมีความหมายอะไรหรือเปล่า เนื้อแท้ของเจ้านายเป็นจอมวายร้ายจริงๆ ใช่ไหม?



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #7 0636342030 (@0636342030) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 15:21
    รู้สึกจะชอบตอนี้มากกว่าตอนแรกๆ555
    ไม่ชอบตอนอึ่ง โวยวาย เลย แต่ก็ทนอ่าน จนมาถึงตอนนี้

    เหมือนบรรลุเป้าหมาย ว่าไปนั้น
    #7
    0
  2. #6 ooy1565 (@ooy1565) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 14:59
    เอาใจช่วยพี่อึ่งนะ555น่ารัก
    #6
    0