ตอนที่ 9 : Post It แผ่นที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    16 พ.ย. 61



Post It แผ่นที่ 8

 

ผมหวังว่าโลกใบใหม่ที่คุณอยากจะสร้าง จะเต็มไปด้วยความสุขและปราศจากความเลวร้ายนะครับ ที่สำคัญ...คงจะดีไม่น้อยถ้าผมได้อยู่ในโลกใบนั้นของคุณ

 

“คุณฟรี... คุณฟรีครับ คุณฟรีครับ!

“ฮะ?! วะ...ว่าไงนะ”

ผมสะดุ้งกับเสียงตะโกนของไอ้แว่นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะภายในห้องสมุดมหาวิทยาลัย มัวแต่เหมอคิดถึงการตอบกลับล่าสุดของคนที่ผมไม่รู้จัก นอกจากเขาจะเห็นด้วยกับการสร้างโลกใบใหม่ของผมแล้ว เขายัง...อยากจะอยู่ในโลกของผมอีกด้วย

ให้ตายสิ เป็นใครกันนะ ผมอยากเจอ อยากทำความรู้จักกับเขาแบบตัวเป็นๆ มากเลย แต่ผมยังไม่มีคามกล้าพอที่จะขอเจอเขาหรอก ไว้ให้คุยกันมากกว่านี้อีกสักนิดและสนิทกันมากขึ้นอีกสักหน่อย ผมจะลองนัดเจอกับเขาดู

“คะ...คือว่า...ได้ข้อมูลมาครบแล้วครับ”

“หา? จริงดิ? แกหาคนเดียวเลยเหรอ”

“ครับ...”

มันพยักหน้าหงึกหงักๆ จนแว่นสั่น ก่อนจะชี้ไปยังที่ว่างบนโต๊ะ ผมเบิกตากว้าง น้ำลายแทบพุ่งออกจากปากเมื่อเห็นหนังสือกองโตวางอยู่

“อย่าบอกนะว่าข้อมูลที่แกว่า...?”

หงึกๆๆๆๆๆ

แล้วใครมันจะเป็นคนขนหมดนี่ล่ะเฟ้ยยย!

“ผะ...ผมเลือกเอาเฉพาะข้อมูลสำคัญๆ เท่านั้น ละ...แล้วก็เลือกมาแค่หัวข้อย่อยที่น่าสนใจด้วยครับ”

“สาบานว่านี่มันหนังสือเรียน ฉันนึกว่าแฮรี่พ็อตเตอร์ซะอีก”

ปกแข็งไม่พอ เนื้อในยังหนาเป็นคืบอีกต่างหาก แบบนี้ถ้านอนถือหนังสืออ่านแล้วเผลอเคลิ้มหลับจนหนังสือหล่นใส่หน้าคงได้ไปเกิดใหม่ชัวร์

“งะ..งั้นผมจะไปทำเรื่องยืมหนังสือนะครับ”

ไอ้แว่นว่าก่อนจะลุกขึ้นแบกหนังสือทั้งหมดด้วยตัวเองจนหนังสือพวกนั้นสูงท่วมหัว ผมทนมองไม่ไหวก็เลยลุกขึ้นไปช่วยมันถือบางส่วน

“เอามา ฉันช่วย”

“มะ...ไม่เป็นไรครับคุณฟรี”

“เอามาเหอะน่า”

แค่นเสียงใส่มันด้วยความรำคาญเล็กน้อยก่อนจะแย่งเอามาถือเองครึ่งหนึ่งแล้วเดินนำไปที่เคาน์เตอร์เพื่อขอยืมหนังสือทั้งหมดนี้ ดูท่าคงต้องนั่งแท็กซี่กลับแล้วล่ะวันนี้ สภาพนี้ขึ้นรถเมล์ไม่ไหวหรอก

“ขะ...ขอบคุณนะครับ”

“เออๆ”

ที่น่ารำคาญยิ่งกว่านิสัยซื่อบื้อของมันก็คงจะเป็นไอ้วิธีการพูดติดอ่างเหมือนเด็กเอ๋อนี่แหละ! ท่าทางก็ดูปกติแท้ๆ แต่ทำไมเวลาพูดถึงชอบติดอ่างนักนะ เพราะแบบนี้ถึงได้เป็นเป้าหมายของพวกอันธพาลอย่างเพื่อนๆ ของผมนั่นแหละ

 

“เดี๋ยวแยกหน้าเลี้ยวซ้ายแล้วจอดเลยครับ”

ผมบอกโชเฟอร์แท็กซี่ สรุปวันนี้พวกเราตัดสินใจจะมาทำงานต่อที่ห้องของผมเพราะอีกสองวันก็จะเป็นวันที่นัดไปสวนสยามกับสายไหม ผมเลยอยากจะทำงานให้เสร็จซะก่อน ไอ้ครั้นจะทิ้งไว้ให้ไอ้แวนมันทำคนเดียวก็ดูเลวเกินไป ผมทำไม่ได้หรอก

“ทั้งหมดร้อยห้าบาทครับ”

“นะ...นี่ครับ”

แกร๊งๆๆๆ

ไอ้แว่นวางเหรียญมากมายลงบนมือของโชเฟอร์ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของผมและคนขับ บรรดาเหรียญสิบ เหรียญห้า และเหรียญบาทกองพะเนินอยู่บนมือของอีกฝ่าย

“เอ่อ...”

“นี่ครับพี่ ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย เอามาให้ผมครับ”

ผมส่งแบงก์ร้อยให้เขาแทนแล้วเอาเหรียญทั้งหมดยัดใส่กระเป๋าตัวเองไปก่อน รีบแบกหนังสือลงจากรถเพราะรู้สึกอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนเอาเหรียญจ่ายค่าแท็กซี่ร่วมร้อยบาทแบบนั้น!

“เอ่อ...คุณฟรีเอาเงินคืนมาทำไมเหรอครับ”

“ขืนจ่ายไปแบบนี้ก็โดนด่าตายสิเว้ย ใครเขาจ่ายค่าแท็กซี่เป็นเหรียญหมดแบบนี้บ้างวะ”

แถมแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเหรียญทั้งหมดยังเป็นเหรียญบาทอีกด้วย!

“แต่ว่ามันก็คือเงินไม่ใช่เหรอครับ”

“ก็ใช่…!

“อะ...อีกอย่างให้คุณฟรีออกค่าแท็กซี่คนเดียวก็คงดูไม่ดี ผมเลยอยากช่วยด้วย...”

มันเอียงคอนิดๆ จนเส้นผมที่บังแว่นอยู่อีกทีไปกองรวมกันข้างๆ ผมเลยเห็นดวงตาของมันผ่านเลนส์แว่นไปแวบหนึ่ง กะ...ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรนี่หว่า

“เออๆ เอาเป็นว่าไอ้เหรียญเมื่อกี้ทั้งหมดฉันจะรับไว้เองแล้วกัน ขอบใจมาก”

“คะ...ครับ”

“ไป ขึ้นห้อง”

ผมยิ้มนิดๆ ให้กับความซื่อ(บื้อ)ของไอ้แว่น ก่อนจะเดินนำมันขึ้นไปบนห้อง พอพามันมาด้วยแบบนี้ก็อดคิดถึงเรื่องไอ้เด็กวัดโรคจิตนั่นไม่ได้แฮะ คิดไม่ถึงว่าคนที่ช่วยผมเอาไว้จนตัวเองต้องเจ็บตัวจะเป็นหมอนี่ ภายนอกดูเป็นพวกขี้กลัว ไม่เอาไหน แต่พอถึงเวลาคับขันก็เป็นพวกพึ่งพาได้อยู่เหมือนกันสินะ

แอ๊ด...

“ตามสบายเลยนะ”

ผมเปิดประตูทิ้งไว้ให้ไอ้แว่นเดินเข้ามา อีก่ายเดินเงอะๆ งะๆ มองซ้ายมองขวาท่าทางทำอะไรไม่ถูก ผมวางหนังสือลงกับพื้นก่อนจะยืนกอดอกมองมันที่พอวางหนังสือลงตามผมแล้วก็มายืนเอามือประสานกันไว้ตรงเป้าพร้อมกับก้มหน้าก้มตาไม่ยอมขยับไปไหน

กูจะบ้าตาย!

“ทำไมไม่นั่งวะ เป็นริดสีดวงเหรอ”

“เอ๋? ปะ...เปล่านะครับ ผมไม่ได้เป็นริดสีดวง”

คนถูกกล่าวหาส่ายหน้ายกใหญ่

“ไม่ได้เป็นงั้นก็นั่งสิ”

“คะ...ครับ”

ตุ้บ...!

แล้วมันก็นั่งจริงๆ นั่งบนพื้นซะด้วย เดี๋ยวสิเฮ้ย โต๊ะเก้าอี้บ้านกูก็มี เตียงก็มี ที่ให้นั่งมีตั้งเยอะตั้งแยะแต่เสือกเลือกนั่งบนพื้นเป็นนางทาสไปได้ ผมส่ายหัวอย่างระอาในตัวไอ้แว่นก่อนจะเดินเข้าไปยืนตรงหน้ามันแล้วกระชากแขนฉุดมันให้ลุกขึ้น ว่าแต่...ทำไมผมต้องมานั่งใส่ใจเรื่องของมันด้วยล่ะเนี่ย

“นั่งข้างบนสิเฟ้ย”

“ดะ...ดะ...ได้เหรอครับ”

“เออ!

“คะ...ครับ”

แล้วก็เดินก้มหน้าห่อไหล่ไปนั่งบนเก้าอี้ ผมเม้มปากแน่น พยายามระงับอารมณ์ถึงขีดสุดไม่ให้เส้นความอดทนขาดผึงแล้วกระทืบมันซะเอง ยิ่งมันทำตัวแบบนี้จะยิ่งเป็นเหมือนการเชื้อเชิญให้ตัวเองถูกรังแกมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อไรห่จะเข้าใจตรงนี้สักที!

“กินเบยร์เป็นหรือเปล่า”

“ครับ?”

“เบียร์น่ะ”

ผมเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมาสองกระป๋องชูให้มันดู คนถูกถามพยักหน้ารับ ผมเลยหยิบพวกถั่วสำเร็จรูปที่ซื้อติดตู้ไว้ออกมาด้วย

“มื้อเย็น”

วางเบียร์ลงตรงหน้ามันกระป๋องหนึ่งก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมัน ผมจัดการเปิดแอร์กับทีวีเพื่อทลายความเงียบ ถอดเสื้อนักศึกษากับกางเกงออกเหลือแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น

“คะ...คะ...คุณฟรีถอดเสื้อผ้าทำไมเหรอครับ!

“ก็นี่มันห้องฉันนะเว้ย ปกติเวลาอยู่ห้องฉันก็ใส่แบบนี้แหละ มีปัญหาหรือไง”

“ปะ...เปล่าครับ”

มันก้มหน้างุด อยากรู้จริงๆ ว่าบนพื้นมีอะไรอยู่ถึงได้ก้มมองไม่หยุด ผมแกล้งมันด้วยการเอาเท้าไปเขี่ยๆ ตรงจุดที่มันก้มมอง

“เอ่อ...ทำอะไรเหรอครับคุณฟรี”

“ฉันอยากรู้ไงว่าบนพื้นมีอะไรอยู่ แกถึงเอาแต่ก้มมองอยู่นั่นแหละ ไหนๆ มันมีอะไรฮะ ขอฉันดูบ้างสิ”

แถวบ้านเรียกกวนตีนระดับสูงสุดอ่ะตอนนี้

“ปะ...เปล่าหรอกครับ ไม่มีอะไร”

“งั้นก็อย่าเอาแต่ก้มหน้าสิฟะ”

หมับ!

ไม่พูดเปล่า ผมยังลุกขึ้นโน้มตัวลงไปหาพร้อมจับหน้ามันแล้วออกแรงบังคับให้มันเงยหน้าขึ้น ผมที่ปิดหน้ากระจายออกไปอยู่ด้านข้างหมด เหลือเพียงดวงตาสวยที่มองเห็นผ่านเลนส์แว่นและแมสที่อีกฝ่ายสวมอยู่เท่านั้น นัยน์ตาของไอ้แว่นเบิกกว้างอย่างตกใจในการกระทำของผม

“กะ...แกต้องเลิกก้มหน้าได้แล้ว ลำพังแค่ปิดหน้าปิดตาตัวเองตอนนี้มันยังไม่พออีกหรือไง”

“ผะ...ผะ...ผะ...”

“แล้วก็เลิกติดอ่างด้วย!

เพี๊ยะ!

“โอ๊ย!

ไอ้แว่นร้องขึ้นเพราะถูกผมดีดปากไปเต็มแรง

“ไหนลองบอกให้ฉันปล่อยแบบไม่ติดอ่างซิ”

“คะ...ครับ?”

“บอกให้ฉันปล่อยโดยไม่ติดอ่าง ถ้าขืนแกยังติดอ่างไม่เลิก ฉันก็จะจับแกไว้แบบนี้จนกว่าจะเลิกติดอ่างนั่นแหละ”

ผมยืนยันคำสั่งเดิม แม้ว่าจะต้องอยู่ใกล้ใบหน้าของมันในระยะประชิดก็เถอะ แต่ผมมั่นใจว่าถ้าเป็นหมอนี่คงไม่มีอะไรเกินเลยทางความรู้สึกอย่างแน่นอน

อีกฝ่ายคือไอ้แว่นนะไอ้แว่น

ไม่มีทางที่ผมจะใจเต้นตึกตักให้คนอย่างมันแน่นอน ถ้าเป็นพี่สายฟ้าแสนดีก็ว่าไปอย่าง

“ปะ...ปะ...ปะ...ปะ...”

“ปะห่าอะไร กางเกงเป้าขาดเหรอ?”

ไอ้แว่นรีบเอาสองมือไปกุมเป้าตัวเองเอาไว้ ก่อนจะอ้าปากอีกครั้งเพื่อพยายามเปล่งเสียงพูดออกมาอีกครั้ง คนรอฟังอย่างผมนี่ลุ้นจนเยี่ยวเหนียวเลยครับ

“ปะ...ปะ...ปะ...ปล่อย....ผะ...ผะ...ผะ...”

“โว้ยยย! เอาใหม่!

“ปะ..ปะ...ปล่อย”

“เอาใหม่!

ปะลดลงมาหน่อยละ ยังไงก็ต้องทำให้มันเลิกติดอ่างให้ได้เลยคอยดูสิ!

“ปะ...ปล่อย”

“เอาใหม่เฟ้ย”

“ปะ...”

“เอาใหม่”

“ปล่อย...”

“...”

“ปล่อยผมเถอะครับ”

หมับ

ไม่ใช่แค่พูดโดยไม่ติดอ่างเท่านั้น หากแต่ไอ้แว่นยังเอามือที่ไปกุมเป้าไว้เมื่อกี้มาจับมือผมออกจากใบหน้าของตัวเองอีกด้วย มือหนาที่ผมเคยมโนเอาเองว่าเป็นเพียงมือง่อยๆ กลับดูแข็งแรงขึ้นจนน่าตกใจ คราวนี้กลายเป็นผมเสียเองที่ตกตะลึงมองมันจนตาค้าง

 

 

 

บับเบิ้ลบิวชวนคุย :

มาอัพตอนที่  8 แล้วค่า เห็นความแมนของแว่นน้อยแล้วถึงกับตกตะลึงเลยสินะน้องฟรี 5555 แต่ แต่ แต่! แว่นน้อยจะสามารถทำคะแนนนำพี่สายฟ้าอันเป็นรักแรกของฟรีได้หรือไม่นั้นต้องติดตามกันต่อไปค่ะ ไหนจะผู้เขียนโพสอิทที่แสนลึกลับคนนั้นอีก งานนี้ใครกันแน่จะเป็นเจ้าของหัวใจฟรีตัวจริง!

นิยายเรื่องนี้จะตีพิมพ์กับสนพ. DEEP นะคะ ฝากติดตามด้วยจ้า

#คนที่ผมไม่รู้จัก ติดแฮชแท็กนี้เพื่อเม้ามอยกันในทวิตเตอร์ได้เลยยยย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

187 ความคิดเห็น

  1. #174 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 23:22
    แว่นอาจเขินเหมือนที่ฟรีเขินพี่ฟ้าก็ได้ เลยชอบพูดติดอ่าง อันนี้มโนเอา55555
    #174
    0
  2. วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 12:30

    สนุกจ้า
    #145
    0
  3. #130 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 12:41
    แว่นมันร้ายยยยยยย
    #130
    0
  4. #24 pam223 (@nupammee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 02:55
    นางรว้ายค่ะคุณแม่ นางมันรว้ายย
    #24
    0
  5. #23 aunaunmtyj (@aunaunmtyj) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 07:49
    งุ้ยยยย แว่นน่ารักก น้องก็น่ารักกก
    #23
    0
  6. #22 SK.Ryo (@Anjin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 08:31
    เขินแทนนนน
    #22
    0