Coke's Lover [YAOI] #เราชอบโค้ก

ตอนที่ 9 : | 08 |

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    4 ม.ค. 63

| 08 |



[โค้ก]


ผมออกจากมหา’ลัยในช่วงเย็น ขับรถไปตามทางอย่างเชื่องช้าไม่ได้เร่งรีบอะไร ออกมามหา’ลัยได้สักพัก อีกฟากหนึ่งของถนนเป็นหอพักนักศึกษาซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวผมและเป็นหอพักของพันวา ตลกดีเหมือนกันที่ผมมองแล้วยิ้มออกมา นึกถึงตอนที่น้องคืนเสื้อแขนยาวผม คนที่ส่วนสูงน้อยกว่าผมสิบกว่าเซนฯ วิ่งดุ๊กดิ๊กข้ามถนนมาหาผมพร้อมถุงกระดาษที่ตอนนี้วางอยู่เบาะนั่งข้างหลัง น้องเป็นคนขี้เกรงใจมากขนาดที่ว่าผมจะข้ามถนนไปหาเพื่อรับเสื้อคืนเจ้าตัวยังห้ามผมแล้ววิ่งมาหาเองเลย ว่าแต่ตอนนี้จะเลิกกิจกรรมรับน้องกลับถึงหอหรือยังก็ไม่รู้ 


ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งมีคนเดินออกไปตัดหน้ารถคันข้างหน้า และก็ต้องตกใจมากกว่าเดิมเมื่อคนที่นั่งอยู่ริมทางเท้าเป็นพันวา 


น้องดูจะไม่ได้รับบาดเจ็บตรงส่วนอื่นๆของร่างกายยกเว้นบริเวณหัวเข่าที่มีเลือดไหลซึมออกมา แต่ดีหน่อยที่แผลไม่ลึกแต่เท่าที่ผมเห็นตอนล้มเข่าน่าจะกระแทกแรงอยู่เรื่องแผลจึงไม่น่าเป็นห่วงเท่าอาการปวดที่อาจจะตามมาหลังจากนี้


ผมพาพันวาไปที่คลินิกพร้อมกับเจ้าส้มที่ผมต้องอุ้มนั่งรอข้างนอกเพราะที่นี่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไป คิดอยู่นานว่าจะจัดการกับเจ้าส้มยังไงดีจะปล่อยไปก็ไม่ได้เพราะดูแล้วคนที่เสี่ยงอันตรายไปช่วยมาน่าจะไม่ยอมให้ปล่อยแน่ๆ ผมเลยถ่ายรูปส่งไปให้พี่ชายของผมดู ทาสแมวอย่างมันพอเห็นรูปที่ส่งไปให้ปุ๊บก็โทรมาปั๊บเลย โชคดีที่มันอยู่แถวนี้พอดีเลยแวะมารับเจ้าส้มกลับบ้านไปแล้ว 


ผมไปยืนคุยเรื่องค่าใช้จ่ายสักพัก ถามว่าแผลต้องดูแลอย่างไรหลังจากได้ข้อมูลมาแล้วผมก็พาพันวาขึ้นรถเตรียมจะไปส่ง บอกน้องเรื่องที่พี่ชายผมมารับเจ้าส้มไปดูแลแล้ว คุยไปคุยมาแล้ววกกลับมาเรื่องที่ผมชอบน้องเฉย


“เป็นแฟนพี่ก่อนสิครับ...แล้วพี่จะบอกว่าทำไม”


“....”


เหมือนจะมีคนเขินผมหนึ่งอัตราครับ น้องอ้าปากพะงาบๆมองผมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรหลุดออกมาจากปากน้อยๆนั่น ก่อนเจ้าตัวจะก้มหน้างุดขยับปากพูดงุ้งงิ้งกับมือตัวเองแทน


น่ารักเนอะว่าไหมครับ?


“ว่าไงครับเงียบเลย” ผมถามย้ำอีกรอบหลังจากน้องบ่นงุ้งงิ้งกับตัวเองอยู่นาน ไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรจากน้องหรอก แต่ถ้าน้องตอบตกลงผมก็ยินดีเป็นแฟนน้องในทันทีเลย :)


“พี่ชอบเอาเปรียบเราอ่ะ เราเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวเลย” 


“งั้นพี่ยอมเสียเปรียบไปเป็นแฟนเราก็ได้ แบบนี้ได้ไหมครับ”


“แบบนี้แหละที่เรียกว่าเอาเปรียบ เรามีแต่เสียกับเสีย” 


ผมหัวเราะเบาๆให้กับเสียงงุ้งงิ้งแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ผมชอบตอนน้องขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยนะตั้งแต่ในร้านนมตอนนั้นน้องก็ทำหน้าแบบนี้เลย น่ารักดี


หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมผมถึงไปวนเวียนอยู่รอบๆตัวพันวา ผมจะยังไม่ตอบตอนนี้แต่ผมขอถามสักคำถามนะครับ ถ้าคุณมีคนที่ชอบมากๆ คุณจะไม่หาวิธีหรือหนทางเข้าใกล้เขาเลยเหรอครับ? ทีนี้พอเข้าใจผมบ้างหรือยังครับ? พันวาก็คงสงสัยเหมือนกันว่าผมที่เพิ่งเจอน้องได้ไม่กี่วัน แถมน้องยังคิดว่าเป็นการเจอกันที่แย่อีกด้วยก็น้องเล่นตะโกนบอกชอบชื่อผมดังลั่นร้านไปทั่ว น้องคงคิดว่าผมจะไปชอบน้องได้ยังไงใช่ไหมล่ะ แต่ผมไม่ได้เริ่มชอบน้องตอนนั้นนะเท่าที่ผมจำได้


วันนั้นที่ร้านเหล้าเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าไปในชีวิตน้องเท่านั้น ผมรู้ก่อนหน้านั้นแล้วว่าน้องชอบกินน้ำอัดลม แล้วที่ตะโกนวันนั้นก็บอกชอบน้ำอัดนั่นแหละ ขนาดรู้อยู่ก่อนแต่พอได้ฟังน้องตะโกนมาแบบนั้นผมกลับใจสั่นไม่เป็นส่ำ เรียกว่าเสียอาการเลยแหละ วันนั้นมันเป็นวันจุดประกายและตอกย้ำความรู้สึกส่วนลึกที่ผมมีในใจ 


“พี่…” 


“ครับ” 


หลังจากรถเงียบไปพักหนึ่งมีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ พันวาก็พูดขึ้นทำลายความเงียบในรถ ผมแอบละสายตาจากถนนไปมองน้องแวบหนึ่งเห็นคนพูดก้มหน้าก้มตา มือกำชายกางเกงขาสั้นเสมอเข่าที่พอนั่งแล้วมันเลิกสูงเลยเข่าไปนิดหน่อย ใบหน้าด้านข้างมีริ้วสีแดงขึ้นทำให้หน้าขาวๆน้องอมชมพูขึ้นมา 


“พี่ดีกับเรามากๆเลย” น้องเอ่ยเสียงแผ่วแต่ดังพอที่ผมจะได้ยิน


“พี่เคยบอกแล้วไงครับว่าพี่ยินดี” ผมตอบน้องไปตามที่เคยบอกก่อนหน้านี้แล้ว เด็กขี้เกรงใจอย่างพันวาน่าจะถามเรื่องนี้ไปจนกว่าจะลืมล่ะมั้ง แต่อย่างที่ผมพูดกับน้องตอนนั้นนั่นแหละว่าผมจะจีบน้อง และผมก็กำลังทำมันอยู่ ไม่รู้ว่าที่ตัวเองกำลังทำอยู่ตอนนี้เรียกว่าการจีบไหมเพราะผม….ไม่เคยจีบใครน่ะ แต่คิดว่ามันคงจะเรียกว่าจีบนั่นแหละ


สำหรับคนด้อยประสบการณ์อย่างผมการบอกไปตรงๆว่าจะจีบผมคิดว่ามันเป็นสูตรลัดอย่างหนึ่งนะ ไม่ต้องคอยเข้าหาหรือแอบทำอะไรให้สงสัย ไม่ต้องเสียเวลาสืบให้วุ่นวาย ยุ่งยากเสียเปล่าถ้าจะเข้าหาแบบนั้นกว่าจะรู้กว่าจะเข้าใจกันคงเหนื่อยแย่ สู้บอกออกไปเลยน่าจะดีกว่า แต่ผลลัพธ์นี่ผมไม่แน่ใจนะว่าดีหรือไม่อย่างไร


“แต่เราเกรงใจพี่มากๆ แล้วก็ตอนนี้รู้สึกเหมือนวันนั้นเลย พี่รู้หรือยังว่าเราเป็นอะไร” วันนั้นที่น้องบอกคือวันที่น้องมีอาการปั่นป่วนที่ท้อง แก้มแดงเป็นมะเขือเทศ ถึงผมจะไม่เคยจีบใครมาก่อนแต่ผมรู้นะว่าอาการที่น้องเป็นอยู่ทั้งตอนนั้นและตอนนี้น่ะคืออะไร อาการต่างๆที่น้องบอกถ้าเอามามัดรวมกันแล้วคงจะเรียกว่าอาการ...เขิน


“พี่กำลังศึกษาให้แน่ใจอยู่ครับ แล้วพี่จะบอกนะ” ใช่ครับผมกำลังศึกษาอยู่ อยากให้แน่ใจว่าน้องเขินผมจริงๆ ไม่อยากคิดเองเออเองแล้วซี้ซั้วบอกน้องไป อีกอย่างถ้าบอกออกไปตอนนี้น้องอาจจะไม่ยอมรับก็ได้นี่เนอะว่าเขินผม


“เรารอคำตอบอยู่นะ”


“ครับ พี่จะบอกเมื่อพี่แน่ใจนะ”


น้องพยักหน้าหงึกๆ ผมเลยสบโอกาสพูดต่อ


“แล้วก็….พี่ก็รอคำตอบนั้นจากเราอยู่เหมือนกัน” ถ้าน้องตอบว่าน้องจะจีบผมก็คงดีเหมือนกัน ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าผมจีบใครไม่ค่อยเป็น ถ้าน้องจะจีบผมจะบอกตรงนี้เลยว่า....พี่ไม่เล่นตัวหรอกครับจีบง่ายนิดเดียว





ผมทำเนียนเดินพยุงตัวพันวามาจนถึงหน้าห้องทั้งที่น้องประท้วงแล้วประท้วงอีกแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะผมไม่ยอมเสียอย่างสุดท้ายเลยมาหยุดยืนที่หน้าห้อง กระทั่งน้องเปิดประตูผมก็ได้ทำการแทรกตัวเข้ามาในห้องทันทีทันใด เคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งตอนมาส่งวันที่พันวาเมานั่นแหละ น้องเดินตามเข้ามาปิดประตูเบาทำหน้าตาสงสัยแล้วก็บ่นงุบงิบๆ อยู่คนเดียว


จากการสังเกตของผมทำให้ได้รู้ว่าพันวาเป็นคนมีระเบียบพอตัวเพราะข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ยังคงวางอยู่ที่เดิมเหมือนวันนั้นไม่มีผิดเพี้ยน อีกทั้งห้องยังสะอาดสะอ้าน ชีทเรียนต่างๆ จากการเปิดเทอมมานานนั้นถูกเก็บอย่างดีไม่วางระเกะระกะ ผ้าปูที่นอนสีน้ำเงินเข้มนั้นดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ผ้าห่มถูกพับอย่างดี หมอนหนุนและหมอนข้างก็ถูกวางอย่างเป็นระเบียบ ขนาดเสื้อผ้าในตะกร้ายังดูเรียบร้อยเลย


คนเจ็บที่ขี้เกรงใจของผมน่ะมองผมด้วยสายตารู้สึกผิดตั้งแต่ลงจากรถ ถ้าให้เดาน้องคงคิดว่าตัวเองเจ็บจึงเดือดร้อนผมมาดูแล พอเข้ามาในห้องก็จัดแจงให้ผมนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน ส่วนเจ้าของห้องเดินหายไปอีกฟากของห้องเพื่อเปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้วมาให้ผม รับน้ำนั้นมาดื่มเสร็จ วางแก้วลงบนโต๊ะทำงานของน้องจากนั้นผมจึงลุกไปหาน้องที่นั่งมองผมจากเตียง หอแห่งนี้เป็นห้องแบบสตูดิโอรูม แต่ดีหน่อยที่พื้นที่ห้องค่อนข้างกว้าง ใครทำอะไรที่ไหนในห้องจึงสามารถมองเห็นกันได้หมด พอผมลุกขึ้นยืนน้องก็เลยทำท่าจะลุกตาม


“ไม่ต้องลุกครับ นั่งลงเหมือนเดิมเลย เดินเยอะส่งผลต่อแผลนะครับ หายช้าไม่ทันลงทะเลนะ” ผมค่อยเดินเข้าไปหาพันวาพร้อมกันนั้นน้องก็ทำตาโตเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องไปรับน้องนอกสถานที่ จากนั้นเจ้าตัวจึงนั่งลงบนขอบเตียงนอนตามเดิม


“ลืมเลย คณะพี่ไปกับคณะเรานี่” น้องมองผมที่ค่อยๆ ย่อตัวนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าน้อง “เห้ย! พี่ขึ้นมานั่งกับเราก็ได้” น้องกุลีกุจอจะมาพยุงตัวผมให้ลุกไปนั่งขอบเตียงด้วยกันแต่ผมจับตัวน้องให้นั่งลงเสียก่อนที่น้องจะลุกมา


“พะ พี่….ลุกขึ้นมานั่งดีๆ นะ” เสียงพันวาแผ่วลงเล็กน้อย มองผมตาแป๋ว นัยน์ตาฉายแววรู้สึกผิดกว่าเดิม


“ให้พี่ดูแผลนิดนึงนะครับ”


“อื้อ….”


“เพี้ยง”


ผมไม่ได้แง้มผ้าก็อตออกเพื่อดูแผล ทำเพียงเป่าลมรดบริเวณที่ผ้าก็อตปิดอยู่เท่านั้น


“หายไวๆ นะครับ”


“...”


อย่างที่ผมคิดพันวาหน้าแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก้มหน้างุดหลบตาผมที่ช้อนตาขึ้นมองน้องอยู่ เหมือนตอนนั้นที่ผมเป่าแผลถลอกบนฝ่ามือน้อง


ผมยันตัวลุกขึ้นไปนั่งข้างๆ คนที่ก้มหน้าจนคางแทบจะจุอก มองแล้วเอ็นดูมากๆ เลย


“ตกใจไหมครับ” ผมถามออกไปแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงหัวทุยๆ ที่ขยับขึ้นลงหงึกๆ เป็นการตอบรับว่าเจ้าคงตกใจ แต่อาจจะหมายถึงที่ผมเป่าให้เมื่อกี้เพราะหน้าน้องแดงกว่าเก่า


“พี่หมายถึงตอนรถเกือบจะเฉี่ยวเรานะ” ผมขำในลำคอเบาๆ เมื่อหัวทุยของน้องขยับขึ้นลงแรงกว่าเดิม ยื่นมือไปวางลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตของน้อง ลูบผมนุ่มนั้นเบาๆ เพื่อปลอบประโลมพันวาคงตกใจมากแน่ๆ เพราะตอนที่ผมไปเห็นน้อง พันวานั่งตัวสั่นเลยล่ะ น้องค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับชะงักนิดหน่อยตอนเห็นรอยยิ้มที่ผมมอบให้


“ขวัญเอ๋ยขวัญมานะครับ”


พันวากลับไปก้มหน้าก้มตาอีกรอบ ผมยิ้มให้กับท่าทางนั้นน้องคงกำลังงงว่าอาการเมารถที่เจ้าตัวคิดเอาเองว่าเป็นอาการเมารถ ทำไมอยู่บนห้องแล้วยังเมาได้อะไรทำนองนั้น


“เป็นแบบเดิมอีกแล้ว” น้องพึมพำกับตัวเองแต่ดังพอให้ผมได้ยิน เหมือนที่ผมคิด เขินอยู่แต่ไม่รู้ตัวเลย ผมจะปล่อยไปก่อน รอให้น้องได้เรียนรู้เองว่าสิ่งที่เป็นอยู่นั้นเรียกอาการเขิน


“บอกพี่ได้ไหมครับว่าลงไปทำอะไรข้างล่างจนรถเฉี่ยวเอา”


“จริงด้วย!” พันวาตกใจทำตาโตมองผมเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ ลืมอาการเขินเมื่อครู่ไปสนิทเลย


“เราจะลงไปหาถุง!” น้องลุกปึงปังทำท่าจะพุ่งไปหาประตูแต่ผมคว้าแขนเอาไวก่อน ดึงให้น้องลงมานั่งตามเดิม


“ใจเย็นๆ ถุงอะไรครับ? ทำตกไว้เหรอ” จะว่าไปตอนนั้นมัวแต่ห่วงคนเจ็บจนไม่ได้สังเกตเลยว่ามีอะไรตกหล่นอยู่แถวนั้นบ้าง


“เราลงไปซื้อของใช้ แล้วพอเจอเจ้าเหมียวจะถูกรถชนเลยทิ้งถุงในมือ พี่มาก็พาเราขึ้นรถไปหาหมอเลย” พันวาพูดด้วยความร้อนใจ “ป่านนี้ใครที่ไหนจะเก็บไปแล้วก็ไม่รู้”


“ไม่หรอกครับ เดี๋ยวพี่ลงไปดูให้นะ”


“แต่ว่า..วันนี้เรารบกวนพี่เยอะแล้ว เย็นมากแล้วด้วยเราว่าพี่กลับเลยก็ได้เดี๋ยวเราลงไปดูเอง”


“ไม่เป็นไรครับ เข่าเราเจ็บอยู่ถ้าคราวนี้ไม่โดนแค่เฉี่ยวจะทำยังไงครับ หือ”


“แต่ว่า…”


“พี่เป็นห่วง”


“...”


“และที่พี่ทำไปคือความเต็มใจครับ ไม่ได้รบกวนอะไรพี่เลย”


ผมเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งในตอนที่ฟ้ามืดแล้ว มองดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลาหนึ่งทุ่มกว่าๆ โชคดีที่เจ้าของร้านสะดวกซื้อได้ยินเสียงแตรรถและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ข้าวของที่อยู่ในถุงจึงถูกนำเข้าไปเก็บไว้ให้ในร้าน ทุกอย่างอยู่ครบยกเว้นไข่ไก่ที่แตกไปหลายฟองเลย ผมตัดสินใจทิ้งถุงไข่ไก่แล้วซื้อใหม่ กล่าวขอบคุณพี่เจ้าของร้านแล้วหันหลังเดินกลับออกมา


หลังจากออกมาจากร้านสะดวกซื้อผมไม่ได้เดินกลับขึ้นห้องพันวาทันที แต่ผมเลือกเดินไปหาร้านกับข้าวแถวนั้นก่อนกะว่าจะซื้อข้าวเย็นขึ้นไปให้น้องเลยเพราะนี่ก็ค่ำแล้ว พอเจอร้านถูกใจผมก็เดินไปสั่งข้าวใส่กล่องสองกล่อง เลือกเมนูที่พันวาชอบสั่งบ่อยๆ แล้วหย่อนก้นนั่งรอที่โต๊ะหนึ่งภายในร้าน


หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความไปบอกที่บ้านว่าวันนี้คงไม่ได้กลับไปร่วมโต๊ะด้วย สักพักหน้าจอก็ปรากฏสายเรียกเข้า ผมจึงกดรับสายในทันที


“ว่าไงครับเฮีย” ผมกรอกเสียงทักทายพี่ชายที่โทรเข้ามา


‘เอ้อ เฮียจะโทรมาบอกเรื่องแมวน่ะ มันสบายดีนะหายห่วง’


“ขอบคุณครับ โค้กฝากเฮียถ่ายรูปส่งมาให้หน่อยได้มั้ย”


ผมว่าพันวาคงดีใจที่เห็นว่าเจ้าส้มสบายดี ที่เฮียบอกแบบนั้นน่าจะหมายถึงมันเข้ากับแมวตัวอื่นๆ ที่เฮียเลี้ยงไว้ได้ ทีแรกผมก็แอบห่วงเพราะแมวเฮียก็มี5ตัวแล้วเพิ่มไปอีกหนึ่งเป็น6หากพวกมันกัดกันขึ้นมาคงแย่ แต่พอได้ยินแบบนี้ก็สบายใจผมเลยอยากให้น้องรู้เรื่องราวของมันด้วย


‘ได้ๆ จะเอาไปให้คนช่วยชีวิตมันดูเหรอ’


“ประมาณนั้นครับ”


‘แล้วทำไรอยู่ไหนไม่กลับบ้านกลับช่อง’


“ก็มาทำตามหัวใจอย่างที่เฮียแนะนำนั่นแหละ”


‘อ้อ อย่าลืมพามาหาเฮียนะเว้ย’


“ครับๆ”


‘งั้นแค่นี้นะ เฮียลงไปกินข้าวล่ะ”


ผมเดินกลับขึ้นห้องหลังจากจ่ายเงินและรับข้าวสองกล่องมาแล้ว เฮียส่งรูปเจ้าส้มให้ผมหลังจากที่วางสายไปไม่นาน ทีแรกจะส่งให้น้องเลยในแชตแต่พอคิดดูดีๆ รอเอาให้ดูเองบนห้องดีกว่า


ผมหยุดยืนหน้าห้อง เคาะสองทีเพื่อให้คนข้างในรู้ว่าผมมาถึงแล้ว ก่อนห้องจะเปิดออกอย่างรวดเร็วคล้ายคนข้างในรอคอยการมาของผมอยู่


“พี่ไปนาน เรากำลังจะลงไปตามแล้ว” น้องพูดขึ้นทันทีที่ประตูเปิดออก สีหน้าดูโล่งใจที่เห็นผมกลับขึ้นมาโดยไม่เป็นอะไร


“ขอโทษครับ พี่ไปซื้อข้าวมาน่ะ กินข้าวเย็นกันนะครับ”


ผมเดินเข้าไปในน้อง น้องบอกให้ผมนั่งรอที่เก้าอี้ตัวเดิม รับถุงจากมือไปวางไว้ก่อน ลากโต๊ะญี่ปุ่นมากางจนผมรีบวิ่งเข้าไปช่วย น้องละมือจากตรงนี้ไปเทข้าวในกล่องใส่จานก่อนจะนำมาวางลงบนโต๊ะญี่ปุ่นที่มีผมน้องรออยู่ เดินวกกลับไปรินน้ำมาอีกสองแก้วก่อนเจ้าตัวจะหย่อนก้นลงนั่งตรงข้ามผม


น้องดูจะหิวเอามากๆ ทั้งเคี้ยวข้าวทั้งขอบคุณผมไปพร้อมๆ กัน ปากก็เคี้ยวตุ้ยๆ ปากก็ขยับถามเรื่องของในถุงที่เอาไปเอาขึ้นมาให้ไปด้วย ผมเล่าเรื่องที่เจ้าของร้านเก็บถุงไว้ให้ พร้อมกันนั้นก็ส่งโทรศัพท์ที่เซฟรูปเจ้าส้มจากแชตเฮียไว้ให้น้องดู


พันวาดูจะดีใจเป็นพิเศษเมื่อเห็นเจ้าส้มสบายดี พร้อมกับถามถึงเจ้าแมวตัวอื่นๆ ในภาพ ผมเลยเล่าเรื่องแมวของพี่ชายให้ฟัง พอกินข้าวเสร็จผมเลยขันอาสาล้างจานให้ ทีแรกน้องจะไม่ยอมหรอกแต่ผมอ้างนั่นอ้างนี่จนพันวาคงจะอ่อนใจเลยยอมให้ผมล้าง แต่เจ้าของห้องก็มายืนดูผมไม่ห่างเลยแหละ


“ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ” หลังจากจากจานเสร็จก็ถึงเวลาแยกย้าย พันวาเดินมาส่งผมที่หน้าประตู พูดขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่เจือความรู้สึกผิดอยู่ในที


“เปลี่ยนจากคำขอยคุณและความรู้สึกผิดเป็นการดูแลตัวเองให้ดีๆ โอเคมั้ยครับ?” ผมพูดพร้อมยื่นมือไปลูบผมนุ่มเบาๆ


“อื้อ” น้องพยักหน้าน้อยๆ ให้ พร้อมกับแก้มที่ขึ้นริ้วสีแดง


“พี่กลับก่อนนะครับ อย่านอนดึกล่ะ” ผมโบกมือลาน้องก่อนจะหันหลังเดินออกไป


“พี่….”


“ครับ?”


“ขับรถดีๆ นะ”


:)


ผมยิ้มให้ หันกลับเตรียมจะเดินต่อ


“พี่! เรื่องคำตอบของคำถามน่ะ เราเลือกคำตอบข้อสองนะ!”


ปึ้ง!


สิ้นคำพูดประตูบานนั้นก็ปิดลงไม่รอให้ผมก้าวเดินกลับไปหาเลย ผมยิ้มจนเมื่อยแก้มไปหมด ใจเต้นแรงกว่าที่เคยเป็น


เลือกข้อสองเตรียมตัวไว้ให้ดีๆ นะครับ


พี่จะจีบจนไม่ให้มีเวลาพักหายใจเลย






 


 




LOADING 100% [ครบแล้ว]


ย้อนกลับไปตอนแรกๆที่พี่โค้กเคยถามว่าจะจีบพี่หรืออยู่เฉยๆให้พี่จีบ น้องเลือกอย่างหลังนั่นแหละฮะท่านผู้โชมมม

พูดคุยครับผม
ทักทายสวัสดีผู้อ่านที่น่ารักอีกครั้งหนึ่งนะครับ จะมาเล่าวิถีชีวิตช่วงนี้ให้ฟังครับ(อ่านข้ามได้เล่นเด้อถ้ามันยาวไปแหะๆ)
ช่วงนี้ใกล้เข้าสู่วิกฤตfinalครับเอาจริงๆเพิ่งผ่านmid-termมาได้ไม่นานเองจะfinalแล้วTT งานต่างๆที่สะสมดองมาก็ต้องเคลียออกให้หมด ทั้งวิจัย โครงกงโครงการ พรีเซนเทชั่นประเดประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน อนึ่งเราหัวตันมากเลยช่วงนี้คิดอะไรเยอะเยอะเต็มไปหมดเลยหนึ่งในนั้นคือคิดเรื่องนิยายนี่แหละ ทำให้ฟีลลิ่งการแต่งนิยายที่บิลด์ยากอยู่แล้วยิ่งยากขึ้นไปอีกเท่าตัวเลยทีเดียว แล้วเรายังจะห้าวไปเปิดนิยายเรื่องใหม่อีกนะ ฮือออมันอดใจไม่ไหวอะทุกคนเราขอโทษษษษ นั่นแหละครับที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นเลยทำให้เราอัพนิยายช้ามากกกกกกกกกก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆที่เข้ามาแทรกอาทิเช่นติดเกมเป็นต้น แต่ยังมีคนคอยติดตามอ่านอยู่ทำให้เราต้องคอยเตือนตัวเองเอาไว้ว่ามีคนรออยู่นะเราเลยยังพอมีแรงฮึดดึงตัวเองออกมาเขียนนิยายได้ เรารู้ว่านิยายเราไม่ได้ดีอะไรเลยแต่ยังมีคนติดตามยังมีคนอ่านเรารู้สึกดีมากๆเลย ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะครับ รักทุกคนนะรักเท่าโลกของเราเลยยย


#เราชอบโค้ก
TW : Baskettian1
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #39 เจ้าเมฆน้อยฯ. (@sunanta1047) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 14:28
    เหมือนน้องยืนอยู่บนเส้นด้ายอ่ะ555555
    #39
    1
    • #39-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 9)
      20 ตุลาคม 2562 / 15:38
      พี่ให้2ตัวเลือกคือใช่กับใช่ ><
      #39-1
  2. #38 SUTH17 (@SUTH17) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:09
    งั้นไม่ต้องจีบก็ได้มั้งพี่โค้ก ให้น้องขอเป็นแฟนเลยย
    #38
    0
  3. #37 Patcharee_AP (@Patcharee_AP) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 05:38
    รออออออออออ
    #37
    0
  4. #36 Patcharee_AP (@Patcharee_AP) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 05:38
    รอออออออออ
    #36
    0
  5. #35 belize2 (@Belize) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 14:36
    ไม่ทายว่าตัวอิจฉานะทั้งที่ใจคิด
    #35
    0
  6. #34 Benjamat2542 (@Benjamat2542) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 01:12
    มาให้อยากแล้วจากไป
    #34
    1
    • #34-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 9)
      4 ตุลาคม 2562 / 01:36
      ขอเวลาให้คนขีเกียจสักหน่อยนะฮะ แหะๆ
      #34-1
  7. #33 vtyds (@vtyds) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 22:34

    ผัวน้องเขาค่ะ
    #33
    1
    • #33-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 9)
      4 ตุลาคม 2562 / 05:18
      แง พันวาเป็นสะดุ้งๆ555
      #33-1
  8. #32 เจ้าเมฆน้อยฯ. (@sunanta1047) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 21:37
    ผัวมาค่ะ
    #32
    1