Coke's Lover [YAOI] #เราชอบโค้ก

ตอนที่ 5 : | 04 |

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    1 ก.ย. 62

| 04 |


[พันวา]


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ คนอะไรพูดไม่รู้เรื่อง แถมยังจ้องกันจนอึดอัดไปหมด


“พี่เลิกจ้องเราได้แล้ว”


“....”


เนี่ยพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ =_=


“เห้อ ไม่มีวิธีรับผิดชอบแบบอื่นเลยเหรอ” ผมลองถาม หาวิธีประนีประนอมเพราะดูแล้วพี่เขาจะจริงจังมาก


“...มี” เยส! ผมตะโกนในใจ มันต้องแบบนี้จะมาให้จงให้จีบอะไร


“เราต้องทำยังไง” ผมถามอย่างตื่นเต้น


“เราก็อยู่เฉยๆ...” ห๊ะ หูผมฝาดไปหรือเปล่า


“ง่ายๆงี้เลย?”


“อยู่เฉยๆให้พี่จีบ”


“...” พี่โว้ยยยย พูดไม่ออกเลย


“เลือกแบบไหนดี?”


โอยยยย ผมตอบว่าไม่เลือกเลยจะได้หรือเปล่าล่ะครับพี่ครับ ผมได้แต่นั่งถอนหายใจคิดหนักเลยทีนี้ มันเหมือนผมเสียทั้งขึ้นทั้งล่องเลยน่ะสิ


“คาราเมลนมสดปั่นกับโค้กปั่นได้แล้วค่ะ”


“ขอบคุณครับ” พี่โค้กยื่นแก้วโค้กปั่นมาให้ ผมคว้าไปอย่างไว ดื่มอะไรเย็นๆเผื่อจะคิดวิธีรับมือกับคนตรงหน้าได้บ้าง


“ชอบโค้กเหรอ?” พี่แกถามในขณะที่ผมกำลังใช้ความคิดอยู่


“ครับ ชอบ” ตอบไปแบบส่งๆก็ชอบนั่นแหละ


“นั่นไง เห็นไหมชอบก็จีบเลยสิ”


“....” พลาดอีกแล้วกูเอ้ย ผมก้มหน้ากุมขยับอย่างคนจนตรอก หมดหนทางต่อกรแล้ว


“ไม่เป็นไรนะค่อยๆคิด จีบพี่ง่ายนิ๊ดเดียว” พี่แกยกนิ้วขึ้นมาจีบเป็นท่าประกอบว่านิดเดียวจริงๆ แต่ประเด็นมันไม่ใช่ตรงนั้นหรือเปล่าวะพี่


“พี่อย่าพูดอะไรง่ายๆแบบนั้นดิ อะเราถามก่อนถ้าเราจีบพี่ติดแล้วจะเป็นยังไงต่อ” นี่แหละคือประเด็นของผมคือให้จีบเพื่อรับผิดชอบแล้วมันจะเป็นยังไงต่อหลังจากผมจีบแล้ว แล้วผมต้องจีบไปนานแค่ไหนกว่าพี่แกจะหายโกรธ แล้วถ้าผมจีบติด...


“เราก็เป็นแฟนพี่ไงครับ” นั่นไง


“แล้วถ้าเราอยู่เฉยๆให้พี่จีบล่ะ”


“ก็ง่ายๆครับถ้าพี่จีบติดพี่ก็เป็นแฟนเรา” พูดแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าหาตัวเองแล้วชี้มาทางผม พี่โว้ยมันไม่ได้สิวะ ไม่ได๊ “เอาไงดีครับ เลือกอะไรดี”


“เราปวดหัว เราจะกลับหอแล้ว” เปลี่ยนเรื่องซะเลย ในเมื่อพี่พูดไม่รู้เรื่องผมก็จะเอาแบบพี่มั่ง ทำท่ากุมขมับประกอบด้วยเพื่อความสมจริง “โอ๊ยปวดตุบๆเลย”


“พนักงานคิดตังด้วยครับ” จู่ๆพี่แกก็ตะโกนให้พนักงานคิดตังแล้วลุกออกจากเก้าอี้มายืนข้างผม “ไม่สบายเหรอ” แถมยังเอามือมาแตะๆอังๆที่หน้าผากผมด้วย


“120บาทค่ะ” พอพนักงานเดินมาผมก็ตั้งใจจะควักตังจ่ายแต่โดนตัดหน้าไปก่อน


“ไม่ต้องทอนครับ” แบงค์500เลยนะนั่น ทอนให้ผมก็ได้~


“ไปครับพี่ไปส่งที่หอ” พี่แกพยุงผมให้ลุกขึ้น


“พะ พี่เราว่าเราดีขึ้นแล้ว”


“....”


แล้วผมก็ถูกพยุงไปจนถึงรถของพี่โค้ก พี่แกเปิดประตูดันตัวผมลงนั่งที่เบาะคาดเข็มขัดให้เสร็จสรรพก่อนจะเดินกึ่งวิ่งอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ


“หนาวมั้ย?”


“....” ผมนั่งทำตาปริบๆมองพี่แกเอี้ยวตัวหาอะไรสักอย่างทางเบาะหลัง นี่คือถามแบบไม่ต้องการคำตอบหรืออะไร


“ห่มนี่ไว้นะครับ เดี๋ยวพี่จะเปิดแอร์เบาๆเราจะได้ไม่หนาวมาก” พี่โค้กหยิบเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำจากเบาะหลังมาห่มตัวให้ผม


“....” พี่คือผมน่ะสบายดีที่สุดเลยเว้ย ไม่ได้ป่วยเลยสักนิด ผมอยากบอกออกไปแบบนั้นแต่เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของพี่แกก็ได้แต่กลืนคำพูดลงคอไป ป่วยก็ได้วะ


ผมนั่งเงียบตลอดการเดินทาง บนถนนตอนเย็นแบบนี้รถกำลังเยอะเพราะคนกำลังเดินทางกลับที่พักกัน ผมมองภาพความวุ่นวายเหล่านั้นสลับกับการชำเลืองมองคนขับที่ตอนนี้แอบมีเม็ดเหงื่อไหลลงมาที่ขมับ


“พี่ร้อนเหรอ เร่งแอร์ก็ได้นะ”


“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราจะหนาว” พี่..ผมน่ะสบายดีสุดๆออกจะร้อนด้วยซ้ำ


“เรามีเสื้อแขนยาวพี่แล้วไม่หนาวหรอก เราเร่งแอร์ให้นะ” ผมยื่นมือออกไปปรับอุณหภูมิในรถให้ลดต่ำลงอีกหน่อยเพราะคนขับน่าจะขี้ร้อนเอามากๆ


ไม่นานพี่โค้กก็ขับรถผ่านฝูงชนมาจอดที่หน้าหอของผม พี่แกวิ่งลงจากรถอย่างไว อ้อมมาฝั่งผมเพื่อเปิดประตูให้ ก่อนจะพยุงตัวผมออกจากรถไม่พอยังอาสาเดินไปส่งผมถึงห้องอีกต่างหาก


“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยขอบคุณในตอนที่เข้ามาอยู่ในห้องพักของตัวเองแล้ว


“ครับ ดูแลตัวเองด้วยนะ” พี่แกพูดแค่นั้นแล้วก็เดินกลับลงไปเลย


ผมปิดประตูห้อง ถอนหายใจออกมาอย่างแรงหนึ่งเฮือก


“เห้อ” เป็นกรรมอะไรของผมวะเนี่ย


“อ้าวลืมคืนเสื้อพี่เขานี่หว่า” เพราะตอนที่เดินขึ้นมาเสื้อตัวนี้ถูกคลุมตัวผมอยู่นั่นแหละ น่าจะคืนตั้งแต่ยังไม่ลงจากรถ


“เอาไว้ซักก่อนค่อยเอาไปคืนก็แล้วกัน” ผมเดินเอาเสื้อไปหย่อนลงในตะกร้า มองเสื้อตัวนั้นอยู่สักพัก ที่จริงพี่เขาก็เป็นคนดีมากๆเลยนะ แต่ติดที่พูดไม่รู้เรื่องนี่แหละ เอะอะจะให้จีบอย่างเดียวเลย คนเราไม่ได้ชอบกันจะให้ไปจีบกันมันก็ไม่ได้หรือเปล่า มันไม่ใช่เพราะพี่เขากับผมเป็นผู้ชายหรอกนะ แต่มันก็ยังไงดีล่ะ ผมพึ่งเคยเจอพี่เขา แถมไปเจอด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก มันไม่ได้มีความชอบเข้ามาในหัวเลย หรือว่าพี่เขาจะชอบผมเหรอ ไม่หรอกอย่างผมที่โสดมาตลอดจนอายุ20น่ะใครเขาจะมาชอบกัน


ก๊อกๆๆ


“เฮ้ย!!” ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตกใจหมดเลย


“ใครมา?” ผมเดินตรงไปที่ประตู ส่องตาแมวดูก็ต้องเบิกตากว้างแล้วรีบเปิดประตู 


พี่จะกลับมาทำไมอีก??


“ยาครับ” พอเปิดประตูพี่แกก็ยื่นถุงยามาให้ “กินข้าวแล้วก็กินยานะ พักผ่อนเยอะๆ ส่วนคำตอบในเรื่องที่พี่ถามพี่จะมาตามทวงเอาทีหลัง”


“.....”


พี่มึงดีไม่สุดว่ะ




……




เวลาล่วงเลยไปอาทิตย์กว่าๆหลังจากที่ผมนัดเจอกับพี่โค้กวันนั้น กิจกรรมรับน้องก็ดำเนินไปเรื่อยๆ มาพร้อมกับการบ้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน เหล่าปีสองแทบทั้งมหาลัยต่างพากันหัวปั่น การบ้านก็ต้องทำ หนังสือก็ต้องอ่าน กิจกรรมก็ต้องเข้าร่วม ตอนนี้แต่ละคณะก็กำลังจะคัดดาว-เดือนกันอีกด้วย


คณะของเราปีสองจะเป็นหลักในการดูแลฝึกซ้อมน้องๆที่จะเข้าประชันความสวย-ความหล่อกันกับคณะอื่น ส่วนพี่ๆปีสูงก็อาจจะลงมาช่วยดูบ้าง ปีที่แล้วเดือนคณะพวกเราได้รองอันดับหนึ่งมา ปีนี้อาจารย์และรุ่นพี่เลยฝากความหวังเอาไว้มาก อยากให้คว้ามาสักรางวัล พวกปีสองก็พากันกดดันไปตามๆกัน แต่ตัวหลักจริงๆในการฝึกซ้อมคงเป็นดาวกับเดือนคณะปีที่แล้วซึ่งเรียนคนละสาขากับพวกผม ก็น่าจะสบายในส่วนนั้นไปแล้ว แต่ส่วนอื่นๆในคณะก็ต้องช่วยๆกันทั้งหมด


พักหลังมานี้ผมต้องทำตัวลับๆล่อๆหน่อย ต้องทำตัวเล็กๆเข้าไว้ เวลาเดินไปไหนมาไหนในมหาลัยก็ต้องเดินแอบๆเลียบๆไปตามเสาตามต้นไม้ มันน่าตลกมาก ผมก็ตลกตัวเองเหมือนกัน แต่ที่ต้องทำแบบนี้เพราะมันมีคนที่ไม่อยากจะเจอโผล่มาให้เห็นหน้าแทบทุกวันนี่แหละ โผล่มาให้ตกใจเล่นๆ จนตอนนี้ผมหลอนไปหมด


“เอาล่ะครับทุกคน ก่อนอื่นผมจะต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมรับน้องตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ อย่างที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ว่าทางมหาวิทยาลัยของเรามีนโยบายให้ลดระยะเวลาในการรับน้องให้น้อยลง ทางรุ่นพี่ปีสูงจากคณะของเราและคณะอื่นๆจึงได้ร่วมหารือกันแล้วได้ข้อสรุปมาว่าการรับน้องนอกสถานที่จะต้องจับคู่ไปกับคณะอื่นครับ” หัวหน้าชั้นปีกำลังกล่าวหน้าห้อง ตอนนี้พวกเรากำลังประชุมสาขากันอยู่ เรื่องในที่ประชุมก็คงไม่พ้นเรื่องรับน้องนอกสถานที่ที่เกือบทุกคณะในมหาลัยนี้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นประเพณี


“จริงป่ะเนี่ย” เสียงคุยกันดังขึ้นภายในห้องประชุมหลังหัวหน้าห้องหยุดพูด ผมนั่งฟังเสียงเพื่อนๆในสาขาถกกัน พีคนั่งจดทุกรายละเอียดในการประชุมราวกับเป็นเลขาอย่างไงอย่างนั้น ส่วนแควก็ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือของมันไป


“ว๊ายขอให้ได้คณะที่มีผู้ดีๆ” เสียงสาวแท้สาวเทียมร้องวี้ดว้ายตื่นเต้นกันใหญ่


“ขออนุญาตสอบถามครับ” ผมยกมือขึ้นหลังจากเงียบฟังอยู่นาน ทุกสายตาภายในห้องหันมาจับจ้องผมเป็นตาเดียว “การไปรับน้องนอกสถานที่ร่วมกับคณะอื่นช่วยร่นระยะเวลาการรับน้องของทุกคณะลงอย่างไรครับ” อันนี้ผมสงสัย จริงอยู่ที่ไปพร้อมกันในวัน เวลา และสถานที่เดียว แต่ไปวันเดียวกันคณะละที่ก็ไม่ได้แตกต่างกันไม่ใช่เหรอ


“นั่นสิ/จริงด้วย” คล้ายๆเพื่อนๆจะเข้าใจคำถามของผมผมทุกคนหันไปคุยกับเพื่อนข้างๆเสียงดังไปทั่วห้อง


“เงียบก่อนครับ” หัวหน้าเอ่ยขึ้น “ผมจะอธิบายในส่วนที่รับสารมาจากรุ่นพี่มาแล้วก็จะใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไปนิดหน่อยนะครับกล่าวคือเราต้องไปทำการรับน้องนอกสถานที่กับคณะใดคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งนี้นะครับ อาจจะแค่ไปสถานที่เดียวกันแต่แยกกิจกรรมกันทำหรืออาจจะมีกิจกรรมร่วมกันก็ได้” หัวหน้าเว้นจังหวะการพูด “ส่วนคำถามจากพันวานะครับ ผมก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องแน่ชัดได้ เนื่องจากทั้งหมดนี้เป็นข้อสรุประหว่างพี่ๆปีสามแต่ละคณะรวมถึงพี่ๆคณะเราด้วยและพี่ๆก็ไม่ได้แจ้งรายละเอียดส่วนนี้มา แต่จากที่พวกเรารู้เรื่องมา มหาลัยได้กำหนดวันเวลาที่จะให้ทุกคณะยุติกิจกรรมรับน้องลง การที่มีข้อสรุปแบบนี้เกิดขึ้นน่าจะช่วยให้ทุกคณะทำกิจกรรมรับน้องให้เสร็จภายในเวลาที่มหาลัยกำหนดได้พร้อมๆกัน นอกเหนือจากนั้นอาจจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย” หัวหน้าอธิบายข้อมูลที่ได้รับมาพร้อมตั้งสมมุติฐานจากการถามคำถามของผมด้วย อันที่จริงผมก็แค่สงสัยเฉยๆไม่ได้ติดใจอะไรกับการไปกับคณะอื่นหรอก ที่หัวหน้าบอกมาก็พอทำความเข้าใจได้


“แล้วเค้าจะจับคู่คณะกันยังไงครับ” พีคยกมือถามบ้าง


“เป็นคำถามที่ดีครับ” หัวหน้าตอบราวกับรอคำถามนี้อยู่นาน “ทางรุ่นพี่ของเราก็ได้จับสลากกันเรียบร้อยแล้วครับ” หัวหน้าเว้นจังหวะเพื่อให้พวกเราทุกคนตื่นเต้น “คณะที่จะได้ไปรับน้องนอกสถานที่ร่วมกับคณะเราคือ..........คณะนิเทศศาสตร์ครับ”


เสียงเอะอะดังขึ้นอีกรอบทั้งจากฝั่งผู้ชายและผู้หญิง ก็อย่างว่าขึ้นชื่อว่าคณะนิเทศน์ก็ต้องมีคนหล่อคนสวยให้ชื่นชมอยู่แล้ว การันตีด้วยการได้ครองตำแหน่งเดือนมหาลัยเมื่อสองปีก่อน และปีที่แล้วก็ได้ดาวมหาลัยอีกด้วย ทุกตนดูตื่นเต้นที่จะได้ร่วมกิจกรรมกับคณะนิเทศน์


“เงียบกันหน่อยครับ” เสียหัวหน้าดังขึ้นห้าม “เรื่องวันเวลาและสถานที่จะต้องหารือกันกับทางคณะนิเทศฯ จากนั้นผมจะนัดทุกคนประชุมอีกที สำหรับวันนี้ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับ”


การประชุมจบลงเพียงเท่านั้น ทุกคนต่างพากันเดินออกจากห้อง ผมกับพีคต้องนั่งรอไอ้แควเล่นเกมให้จบตาก่อนถึงได้เดินออกจากห้องมาเป็นกลุ่มสุดท้าย




……




ผมก้าวออกจากห้องประชุมก่อนอีกสองคน วันนี้ก้าวซ้ายดีกว่าก้าวขวา!! ผมก้าวเท้าซ้ายผ่านประตูออกมาก่อน ชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครแอบซุ่มอยู่ที่ไหนเลยเดินออกมาอย่างโล่งอก


“เห้อ~~


“พันวา”


“เห้ย!!!” ผมสะดุ้งโหยง ใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม จู่ๆไอ้พีคที่เดินตามหลังมาก็สะกิดแล้วเรียกชื่อผม เรียกไม่ดังมากแต่ตกใจมาก มึงเอ้ย


“อิหยังของมึงนิเขาเอิ้นค่อยๆหนึ่งกะตื่นยุบปานเขียดกระโดดเอาโล้ด(อะไรของมึงเรียกเบาๆเองถึงกับตกใจกระโดดเหมือนเขียดเลยเหรอ)” ไอ้แควรัวอีสานใส่ผม


“กูตกใจไง” ผมทาบอกประกอบ


 “ก็เว่อล่ะเดินตามกันมาจะตกใจอะไรขนาดนั้น” พีคเหวผม


“ตกใจก็ตกใจสิวะ” ก็กูจะตกใจอะเพื่อน ตกใจอะ มันห้ามได้ที่ไหน คนยิ่งระแวงอยู่


“กูขอโทษละกัน” พีคปัดมือไปมาไม่สนใจสาเหตุการตกใจเกินเบอของผม “เออกูสังเกตมานานละช่วงนี้มึงดูลับๆล่อๆแปลกๆ ไปทำอะไรมา”


“ดูออกเหรอวะ?” ผมตกใจหนักกว่าเมื่อกี้อีก ผมยังไม่เล่าเรื่องพี่โค้กให้พีคกับแควฟังเลย อีกทั้งเรื่องที่พี่แกมักจะโผล่ไปทุกที่ให้ผมเห็นหน้าแล้วตกใจเล่นๆ ไม่อยากเจอเลยกลัวพี่แกจะมาทวงเอาคำตอบ ไม่มีให้หรอกนะ


“ใครจะดูไม่ออก” ไอ้แควพูดเสริม “เอออีกเรื่องช่วงอาทิตย์กว่าๆมานี้กูเห็นพี่โค้กโคตรบ่อย ทั้งเช้าเที่ยงเย็น จำได้ว่านิเทศน์กับบริหารไกลกันอยู่นะ มาบ่อยเหมือนคณะอยู่ติดกัน”


“อะไรนิเทศน์ๆนะมึง” ผมหันไปมองหน้าไอ้ฝรั่ง เพิ่งประชุมกันว่าต้องไปรับน้องนอกสถานที่กับคณะนิเทศน์ เมื่อกี้มันพูดอะไรนิเทศน์ๆบริหารๆนะ?


“นิเทศ? ก็คณะบริหารกับคณะนิเทศน์อยู่ไกลกันไง” แควตอบ แต่ผมไม่ได้อยากฟังคำตอบนี้


“ไม่ๆพี่โค้กเป็นอะไรกับนิเทศน์” ใจผมเต้นรัว อย่าบอกว่าพี่โค้กเรียนนิเทศนะ อย่านะมึง


“อ้าว ก็พี่เขาเรียนอยู่คณะนิเทศน์”


“....” ผมนิ่งค้าง หมายความว่ามีโอกาสที่จะไปเจอกันตอนรับน้องนอกสถานที่เหรอ?


“มึงอ้าปากทำไม เดี๋ยวแมลงวันก็บินเข้าปากหรอก” แxื่นมือมาดันใต้คางให้ผมปิดปาก


พี่เขาจะตามผมไปทุกที่จริงๆดิ? ผมหันหลังกลับแล้วเดินอย่างเลื่อนลอยเพื่อออกจากตึกนี้ อะไรของพี่เขาวะ จะว่าโกรธที่ผมไปตะโกนชื่อก็ไม่เชิง อยากให้พี่เขาหายติดค้างกันอยู่หรอกแต่จะให้ไปจีบพี่เขาหรือจะให้พี่เขาจีบผลสุดท้ายท้ายสุดแล้วเราอาจจะได้เป็นแฟนกันก็ได้ ผมไปทำบาปอะไรมาหรือเปล่า หรือว่าเจ้ากรรมนายเวรของผมจะมาในรูปแบบที่ชื่อพี่โค้ก?


“พีค มึงทำบุญกับย่าบ่อยมั้ย?” ผมหันกลับไปถามพีคที่เดินตามหลังผมมาพร้อมกับแคว


“ก็บ่อยนะ” มันหันมามองหน้าตอบผมแบบงงๆ


“ทำอะไรบ้างวะ” ผมถามมันต่อ


“ก็ใส่บาตร ไปวัด บริจาคเงิน”


“ว่างๆพากูไปด้วยหน่อยนะ”


คงต้องลองไปทำบุญกันดูบ้างแล้วแหละเผื่ออะไรๆจะดีขึ้นบ้าง




……




“พวกมึง กูกลับก่อนนะต้องรีบไปซื้อของให้ย่า” พีคขอตัวกลับก่อนเพราะธุระเดิมของมัน เห็นว่าย่าชอบทำกับข้าวใส่บาตรมันเลยแวะซื้อของต่างๆกลับไปตามที่ย่าสั่ง


“กลับดีๆมึง เจอกัน” ผมโบกมือลาพีค “มึงล่ะฝรั่งจะไปไหน” หันมาหาแควที่ก้มหน้าเล่นมือถืออยู่


“ขออยู่มอต่ออีกสักหน่อยก่อน ให้กูไปส่งมั้ย” มันเงยหน้ามาตอบผม


“ไม่เป็นไรๆ กูกลับเอง”


“เอางั้นนะ”


“เออ พรุ่งนี้เจอกัน”


ผมโบกมือลาไอ้แควอีกคน ก่อนจะเดินตรงออกไปที่หน้ามหาลัยเพื่อนั่งสองแถวหรือโบกพี่วินแถวนั้นกลับหอ ผมเดินเลียบไปตามทางท้าวแสงแดดอ่อนๆยามเย็นตกกระทบใบหน้าแต่ก็ไม่ได้ทำให้ร้อนขนาดนั้น ผมเดินเพลินไปเรื่อยจนสายตาไปสะดุดเข้ากับคนกลุ่มหนึ่งที่ผมคุ้นตาเอามากๆ


“เชี่ยล่ะ!!” ผมวิ่งไปแอบหลังต้นไม้ข้างทาง นั่นมันกลุ่มเพื่อนพี่โค้กนี่หว่า ผมซุ่มดูอยู่เงียบๆมองไปรอบๆบริเวณนั้นแต่ไม่เจอพี่โค้ก


“ค่อยโล่งใจหน่อย” ผมพ่นลมหายใจออกจากปากอย่างโล่งออกตั้งท่าจะเดินแอบๆไปตามหลังต้นไม้นี่แหละ ไม่อยากสู้หน้าใครหน้าไหนทั้งนั้น


“โล่งใจอะไรเหรอครับ”


ผมชะงักกึก ขนลุกซู่ตั้งแต่ขาจนถึงคอ เสียงคุ้นๆเนอะ ผมค่อยๆหันกลับไปหาต้นเสียง


“พี่!!


ตุ๊บ!


“โอ้ย!!” 


__________

100%


หลายคนสงสัยว่าอะไรดลจิตดลใจให้พี่โค้กดูชอบพันวาจนรุกน้องหนักขนาดนั้น นั่นสิพี่ไปพิศวาสอะไรน้องขนาดตามไปส่องน้องทุกวันจนน้องกลัวอ่ะพี่555



คุยกันได้ในแท็กนี้เลย #เราชอบโค้ก

TWITTER : @Baskettian1

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #17 mimiya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 18:38

    จบตอนได้ลุ้นมากเด้อจะเป็นฉากล้มแล้วจูจุ๊บกันเหมือนในละครหรือเปล่าน๊า

    #17
    1
    • #17-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 5)
      24 กรกฎาคม 2562 / 19:18
      ม่ายยยเราหวงพันวามากไม่ยกให้พี่โค้กง่ายๆหรอก ปล.พี่โค้กนั่งร้องไห้แล้ว555
      #17-1
  2. #16 Praewapr (@Praewapr) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 20:59

    อีกนิดคือเป็นstalkerแล้วนะพี่

    #16
    1
    • #16-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 5)
      23 กรกฎาคม 2562 / 21:16
      หรือว่าจริงๆแล้วพี่เป็นstalkerกันนะ
      #16-1
  3. #15 Dreamzcf (@Dreamzcf) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 21:18
    ไอคนพี่ก็นะ555555
    #15
    1
    • #15-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 5)
      13 กรกฎาคม 2562 / 22:27
      คนเรามันหน้ามึน5555
      #15-1
  4. #14 ริลัค คุม๊า (@sunanta1047) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 12:32
    โถ่น้องแค่เป็นแฟนเอ๊ง55555
    #14
    1
    • #14-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 5)
      13 กรกฎาคม 2562 / 13:00
      โถ่พี่ยังไม่ทันจับน้องเลยน้าา จีบน้องก่อนเร๊วว
      #14-1