Coke's Lover [YAOI] #เราชอบโค้ก

ตอนที่ 4 : | 03 |

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    12 ก.ค. 62

| 03 |



     


[พันวา]

แควมาส่งผมที่หอ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ตั้งแต่ออกจากห้องประชุมเข้าห้องน้ำ จนถึงตอนได้ขนมหลังประชุมเสร็จ มันก็พยักหน้าเออออไม่รู้สึกตกใจและไม่ได้ออกความเห็นอะไร ถ้าตัดความสงสัยว่าเขาเป็นใครออกไป คงต้องขอบคุณเขาที่เอาขนมมาให้ ไม่รู้เหมือนกันว่าให้เนื่องในโอกาสอะไร วันเกิดผมก็ไม่ใช่วันนี้สักหน่อย แต่ถ้ามีโอกาสคงต้องขอบคุณเขาด้วยตัวเองแหละ


จะว่าไปแล้วตัวผมเองมัวแต่คิดสงสัยนั่นนี่จนลืมสิ่งที่สำคัญไปอย่างนึงเลยตั้งแต่ไปเมาวันนั้น


ลืมขอบคุณไงล่ะ


ผมควรจะขอบคุณพี่คนนั้นที่มาส่งผมที่หอ ถึงแม้พี่เขาจะเข้าใจผมผิดไปนิดหน่อยก็เถอะ


เอาจริง ๆ ผมควรจะคิดข้อนี้ได้ตั้งนานแล้วถ้าไม่มัวสงสัยอะไรหลายๆอย่างในตัวพี่เขาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องขอบคุณพี่เขานั่นล่ะ


พอถึงห้องก็จัดการเก็บขนมก่อนจะเข้าห้องน้ำอาบน้ำ พอเสร็จก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โต๊ะอ่านหนังสือ เหลือบเห็นมือถือก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้


ต้องขอบคุณพี่คนนั้น..


ผมเปิดเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์ เลื่อนหาแชทที่พี่เขาเคยส่งข้อความมาก่อนจะกดเข้าไป พอเห็นข้อความก็แอบรู้สึกผิดนิดหน่อย ก็ดันไปกินเหล้าโดยไม่ดูลิมิตตัวเอง เมาแล้วยังไปทำให้คนอื่นอับอายแถมยังเดือดร้อนให้พี่เขามาส่งถึงหออีก ผมนี่มันแย่จริงๆ

Panwa: สวัสดีครับ

:พี่ชื่อพี่โค้กใช่มั้ย?

:เราขอโทษนะที่วันนั้นเราไปตะโกนเสียงดังโวยวายจนพี่ต้องอาย

:แถมยังลำบากพี่ต้องมาส่งเราถึงห้องอีก

:เราขอบคุณพี่มากๆเลยนะครับ :)


ผมมือสั่นเล็กน้อยขณะพิมพ์ พิมพ์ผิดลบใหม่ตั้งหลายรอบกว่าจะได้ส่ง ไม่นานพี่โค้กก็อ่านข้อความแล้วก็ตอบกลับมา


Cocacola: แล้วจะรับผิดชอบพี่ยังไงดีครับ?


เอ่อ.. ผมลืมบอกสินะว่าพี่เขาเข้าใจผมผิดน่ะ..

 

Panwa: เราว่าพี่เข้าใจเราผิดไปนิดนึงนะ

: เอาเป็นว่าเราขอเลี้ยงน้ำไถ่โทษได้มั้ย?


เงียบ.. อ่านแล้วไม่ตอบคือไม่พอใจอะไรรึป่าว? ผ่านไปราวสองเกือบสามนาทีกว่าพี่แกจะตอบกลับมา


Cocacola: ได้ครับ

Panwa: ร้านมิตรไทยหลังมอนะครับ

Cocacola: โอเคครับ


เห้อถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยๆก็จะได้ขอบคุณพี่เขา น้ำหนึ่งแก้วอาจจะไม่คุ้มค่าน้ำมันรถแต่มันก็มาจากความจริงใจของผมนะ :)


 เปิดดูตารางเรียนในมือถือก็ต้องรีบนอนให้ไว พรุ่งนี้มีเรียนเช้า อีกอย่างผมไม่ค่อยชอบตัวเองตอนนอนไม่พอเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่สภาพหน้าที่โทรมหรอก ผมที่นอนไม่พอน่ะอาการหนักอย่าบอกใครเลย ก่อนนอนก็ไม่ลืมตั้งนาฬิกาปลุกด้วยตื่นไม่ทันจะแย่เอา


มองดูมือถือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปิดไฟนอนเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ผมวางมือถือไว้บนหัวเตียงก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดไฟที่หัวเตียงแล้วทิ้งตัวลงนอน พลางคิดว่าเปิดเทอมปีนี้ค่อนข้างยุ่งยากตั้งแต่ต้นเลย ทั้งเรื่องเรียนที่จะทวีความยากขึ้นเรื่อยๆ กิจกรรมที่มหาศาล ไหนจะไปก่อเรื่องที่ร้านเหล้าไว้อีก เปลือกตาค่อยๆหนักขึ้นก่อนทุกอย่างจะดับลงพร้อมกับสติของผม....



......



“เจอกันคาบหน้าครับ”


คล้ายเสียงสวรรค์ดังขึ้นท่ามกลางสมรภูมิรบที่กำลังดุเดือด คาบสองของอาทิตย์แรกก็โดนจัดหนักไม่แพ้เมื่อวานเลย แถมการบ้านให้มาทำด้วย นักศึกษาทุกคนต่างกรูออกจากห้องตามหลังอาจารย์ไป


“วันนี้เขาจะนัดน้องหลังสี่โมงเย็นนะ” พีคบอกหลังจากพวกเราสามคนเดินออกจากห้องเรียนมาแล้ว

“อ้าว จะเลิกกี่โมงอ่ะ” ผมถามขึ้น

“ถ้าเป็นปีเราก็ค่ำเลยนะ” ไอ้แควเงยหน้าจากมือถือขึ้นมาพูด

“งั้นก็แย่เลยดิ” ก็ผมนัดพี่โค้กไว้ถ้าเลิกค่ำก็แย่เลยน่ะสิ

“ใครมีธุระก็ลาได้วันนี้ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรหรอกนัดคุยเฉยๆ”


พอได้ยินพีคพูดก็ค่อยโล่งอกหน่อย คงจะต้องได้ลากิจกรรมไปสักวันน่าจะไม่มีปัญหาอะไร


“เรามีการบ้านตั้งแต่เปิดเทอมได้สองวันเลยเหรอวะ? สุดยอดบักคัก” แควชูนิ้วโป้งขึ้นกลางวงที่มีชีทเรียนวางอยู่ “แล้วต้องรีบทำขนาดนี้มั้ยเนี่ย หนหวยเด้(หงุดหงิด)” 


ผมกับพีคส่ายหน้าให้ไอ้ฝรั่งขี้บ่น ตอนนี้พวกเรานั่งทำการบ้านวิชาคาบเช้ากันอยู่เพราะคาบบ่ายวันนี้ว่าง ที่จริงไม่จำเป็นต้องรีบทำขนาดนี้หรอกกำหนดส่งอาทิตย์หน้าทำเสาร์-อาทิตย์ยังทันเลยแต่ช่วงนี้เป็นกิจกรรมรับน้องไม่รู้ว่าจะมีอะไรด่วนหรือเปล่าพวกเราเลยคุยกันว่ามีอะไรก็รีบทำเผื่อติดกิจกรรมมาทำงานส่งไม่ทันจะแย่เอา


ห้องสมุดของมหาลัยแอร์เย็นๆ เป็นสถานที่นั่งทำการบ้านที่ดีที่สุดแล้ว แอบเห็นหลายคนฟุบหน้าลงกับโต๊ะบางคนหลับทั้งหนังสือยังคามืออยู่อย่างนั้น ผมนับถือใจเลยเพิ่งเปิดเทอมแท้ๆแต่พวกเขาก็มาอ่านหนังสือกันแล้ว ส่วนพวกผมก้มหน้าก้มตาทำงานตัวเอง มีคุยปรึกษาอันที่สงสัยบ้างซึ่งส่วนใหญ่พีคจะเป็นคนอธิบายส่วนคนถามก็นู่นเลยแฝรั่งที่นั่งตรงข้ามสงสัยเก่งมากตอนเรียนไม่ตั้งใจก็งี้


“พีค มึงอธิบายอันนี้ให้ฟังหน่อย” ไม่ทันขาดคำมันก็ถามอีกแล้ว


“อันไหน” พีคยื่นหน้าไปดูชีทที่แxื่นมาให้กวาดสายตาดูตามนิ้มมือยาวๆของไอ้ฝรั่ง แล้วมันก็อธิบายให้แควฟังในหัวข้อที่แควสงสัย ส่วนผมก็หยุดมือแล้วนั่งฟังพีคอธิบาย ผมไม่เคยเบื่อที่ไอ้แควมันสงสัยอะไรบ่อยๆเพราะตัวผมเองบางครั้งก็จะได้อธิบายให้มันฟังหรือไม่ก็ฟังพีคอธิบาย ผมถือว่าเป็นการทบทวนตัวเองพูดบ่อยๆฟังบ่อยๆจะได้จำและเข้าใจมากขึ้น 


พวกเราใช้เวลาในการทำการบ้านอยู่เป็นชั่วโมง จากนั้นก็นั่งแช่ในห้องสมุดต่อเพราะแอร์เย็นดี แควหยิบมือถือขึ้นมาเสียบหูฟังใส่หูแล้วหาบไปในโลกของตัวเอง เหลือพีคกับผมที่ในมือยังถือชีทเรียนอยู่ทั้งคู่ ผ่านไปสักพักถึงได้หยิบมือถือขึ้นมาเล่นบ้างเก็บชีทเข้ากระเป๋านั่งไถหน้าจอไปมารอเวลานัดกับพี่คนนั้น 


“พีค” เมื่อนึกถึงพี่คนนั้นก็นึกได้ว่าลืมบอกเพื่อนว่าจะไม่เข้ากิจกรรม


“ว่า?” พีคละสายตาจากชีทในมือมามองหน้าผมที่นั่งอยู่ข้างๆ


“วันนี้ฝากลารับน้องนะ” 


“ลา? ไปไหน?” 


“มีนัด” ผมเบิกตาโตเมื่อนึกขึ้นได้อีกเรื่อง 


ลืมนัดเวลาพี่เขานี่หว่า!!


ผมตาลีตาเหลือกเปิดแชทล่าสุดในไลน์ก่อนจะส่งข้อความไปหาพี่เขา


               Panwa: พี่!!!

           : เราลืมนัดเวลาอ่ะ 4โมงนะครับ       

   

“อะไร?” 


“เปล่าๆ อย่าลืมลาให้กูนะมีอะไรไลน์มาบอกด้วย”


“เค”


ติ๊ง


               Cocacola: ครับ :)




……




“อ้าว วาแล้วมึงไม่ไปกิจกรรมรับน้องเหรอ?” แควเอ่ยปากถามเมื่อเห็นผมตั้งท่าจะเดินแยกออกไปอีกทาง 


“มันมีธุระ” พีคตอบแควแทนผม


“ตามนั้น เจอกันพรุ่งนี้” 


หลังจากนั่งแช่รับแอร์ในห้องสมุดจนบ่ายสามโมงกว่าๆแล้วพวกเราสามคนเลยตัดสินใจออกมาเพื่อจะไปร่วมกิจกรรมรับน้อง ใครว่าเป็นพี่จะไปสายได้ผมขอบอกว่าไม่เลย ยิ่งเป็นพี่แล้วยิ่งต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องถ้ารุ่นพี่ยังไปสายจะกล้าไปสอนน้องให้ตรงต่อเวลาได้ยังไงว่ามั้ยล่ะครับ แต่ก็นั่นแหละจะมีก็แค่สองคนนั้นที่จะไปร่วมกิจกรรมวันนี้ ผมแยกกับพวกมันทันทีที่ออกมาจากห้องสมุด แควขันอาสาจะไปส่งผมแต่ผมปฏิเสธไปเดี๋ยวมันได้ไปสายกันพอดี เลยกลายเป็นว่าตอนนี้ผมต้องไปหลังมหาลัยด้วยการเดินเท้า 


ด้วยแดดอันเลื่องชื่อของประเทศไทยกับเวลาเกือบๆสี่โมงที่แดดยังจ้าอยู่อย่างกับตอนเที่ยง ผมเลยต้องเดินเลี่ยงๆไปใต้ร่มไม้บ้าง เดินหลบเข้าไปแถวๆตึกของคณะนั้นบ้าง คณะนี้บ้างเพราะห้องสมุดอยู่ศูนย์กลางของมหาลัย การจะเดินไปหลังมหาลัยเลยต้องเดินไปไกลหน่อยหวังว่าตัวผมจะไม่ระเหิดเป็นไอไปก่อนจะถึงที่หมายก็แล้วกัน


ผมเดินตามใต้ร่มไม้ไปเรื่อยๆ บททางเท้าไม่ค่อยมีคนเดินเท่าไหร่นักเพราะนักศึกษาส่วนใหญ่เขาจะมีรถใช้กัน จะมีก็แต่ผมที่ต้องอาศัยเพื่อนบ้าง นั่งขนส่งสาธารณะบ้าง หรือไม่ก็เดินแบบนี้ 


ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านหน้าคณะนิเทศศาสตร์ ผมเห็นผู้หญิงผมยาวสลวยคนนึงกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ เธอดูลนลานเหมือนคนรีบๆ อาจจะกำลังรอให้ใครมารับอยู่เพราะเห็นเธอมองซ้ายทีขวาที หันหน้ามาทางนี้ด้วยเห็นหน้าแค่แวบเดียวก็รู้เลยว่าสวยแน่ๆ 


ชุดนักศึกษาค่อนข้างเข้ารูปกระโปงทรงเอ รองเท้าคัทชูถูกระเบียบมหาลัยสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมสักแบรนด์ที่ผมไม่รู้จัก ผมเดินตรงเข้าไปทางที่เธอยืนอยู่ ไม่ทันที่ผมจะเดินเข้าไปถึงเธอก็เก็บมือถือเข้ากระเป๋า ก้มหน้าค้นๆในกระเป๋าหาอะไรสักอย่างสักพักเธอก็ควักสิ่งที่เหมือนพวกกุญแจขึ้นมาแล้วเดินตรงไปในทางที่ผมกำลังจะไป


“อ้าวกระเป๋าตังหล่นนิ คุณครับ!” ผมรีบวิ่งไปตรงจุดที่เธอยืนค้นกระเป๋าเมื่อครู่ เพราะจังหวะที่เธอหยิบของออกจากกระเป๋าจะทำให้กระเป๋าใบเล็กซึ่งผมเดาว่าเป็นกระเป๋าตังร่วงลงมาจากกระเป๋าด้วยโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องเลย 


“คุณครับ!! คุณผู้หญิงที่ยืนคุยโทรศัพท์เมื่อกี้น่ะ!!” ผมตะโกนไล่หลังเธอทำให้เธอหยุดชะงัก ผมก้มเก็บกระเป๋าใบเล็กที่หล่นอยู่บนพื้นก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเธอ 


“เรียกเราเหรอ?” เธอชี้นิ้วชี้เข้าหาตัวเองเป็นเชิงถามให้แน่ใจว่าผมเรียกเธอหรือเรียกคนอื่นกันแน่


“ครับ คุณนั่นแหละ” ผมยืนหอบหายใจเล็กน้อย วิ่งนิดเดียวก็เหนื่อยซะแล้ว “คุณทำนี่ตก” ผมยื่นกระเป๋าใบเล็กที่ก้มเก็บเมื่อกี้ให้เธอ เธอทำตาโตมองหน้าผมกับกระเป๋าสลับกันก่อนจะคว้ากระเป๋าจากมือผมไปถือไว้


“ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ไม่ทันระวังถ้าเป็นคนอื่นไม่รู้จะได้คืนหรือเปล่า ขอบคุณจริงๆนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณผม ผมยิ้มให้เธอ ยิ่งได้มองหน้าใกล้ๆยิ่งสวย แต่คุ้นๆหน้าเหมือนกันแฮะ เหมือนเคยเจอที่ไหน 


“คราวหน้าก็ระวังด้วยนะครับ” 


“ค่ะ เออ..ชื่ออะไรอยู่ปีไหนเหรอ เผื่ออยากเลี้ยงอะไรตอบแทน”


“ไม่เป็นไรหรอกคะ-”


“ไปก่อนนะ อ้อเราชื่อนิริน ไว้เจอกันใหม่ บายนะ” ไม่ทันที่ผมจะพูดจบประโยครถสปอร์ตคันหรูก็มาจอดเทียบข้างทางเท้าแล้วเธอก็ตัดบทพูดผมไปทั้งอย่างนั้นก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถและรถคันนั้นก็ขับออกไปเลย ‘นิริน’ ชื่อก็คุ้นเหมือนกัน 


ผมทำหน้างงๆมองตามหลังรถคันนั้นก่อนจะเดินต่อเพื่อไปยังร้านที่นัดกับพี่คนนั้นไว้ 




......




ผมมาถึงที่ร้านก่อนเวลานัดประมาณห้านาที ร้านนี้เป็นร้านประจำของนักศึกษาที่นี่ส่วนใหญ่ รวมผมด้วยคนนึง มาบ่อยมากจนพนักงานจำหน้าได้แล้วมั้ง ผมเดินเข้าไปเลือกที่นั่งในร้าน วันนี้คนไม่ค่อยเยอะมีโต๊ะว่างให้เลือกหลายโต๊ะเลย 


“อ้าว นายที่เราชนเมื่อวานนี่นา” ผมหยุดยืนหน้าโต๊ะที่มุมหนึ่งของร้านเมื่อเห็นคนที่ผมวิ่งชนไปเมื่อวาน “ขอโทษอีกครั้งนะ”


“...”


“มาคนเดียวเหรอ? เรานัดพี่คนนึงไว้อ่ะขอนั่งรอด้วยคนนะ ถ้าพี่เขามาเดี๋ยวเราย้ายโต๊ะเลย”


“...”


“ไม่ได้เหรอ...” ผมทำหน้าหงอยตั้งท่าว่าจะเดินไปนั่งที่อื่นเพราะเอาจริงๆตรงที่เขานั่งเป็นมุมที่ผมชอบที่สุดเลยอยากขอนั่งด้วยรอเวลาพี่โค้กมาค่อยย้ายแต่ไม่ทันจะได้เดินไหนก็ถูกเรียกไว้ก่อน


“นั่งสิ”


“ขอบคุณครับ ^^” ผมยิ้มให้เขาก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ตรงข้าม “มาคนเดียวเหรอ?” 


“เปล่า มีคนนัดรอเขามาอยู่” 


“คล้ายกันเลยเนาะเราก็นัดพี่คนนึงไว้” ผมมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือตัวเอง “นี่ก็ได้เวลานัดแล้วไม่รู้ว่าพี่เขามาหรือยัง”


“ไม่รู้จักพี่เขาเหรอ?” คนตรงหน้าถาม


“หึ” ผมส่ายหน้าพรืด “รู้จักแค่ชื่อแต่ไม่เคยเห็นหน้า” 


“บางทีพี่เขาอาจจะมาแล้วแต่เราไม่รู้จักก็ได้นะ” 


“นั่นสิ ทำไงดี” จริงอย่างที่เขาว่าเพราะดิสในไลน์พี่เขาไม่ใช่รูปตัวเองนั่นแหละ แล้วจะรู้ไหมคนไหนชื่อโค้ก


“ไม่ลองถามชื่อดูล่ะ”


“ถามชื่อ?” ผมฟังแล้วขมวดคิ้ว “ให้ไปถามคนทั้งร้านเลยเหรอ” มองไปรอบๆร้านแม้คนจะน้อยกว่าปกติแต่จะให้เดินไปถามเลยก็ไม่ได้หรอกนะ “ไม่ไหวมั้ง” ผมส่ายหน้า “แล้วไม่สั่งอะไรเหรอ?” ผมหันมาถามคนตรงหน้าเพราะโต๊ะที่ว่างเปล่าเขาน่าจะยังไม่สั่งอะไรหรืออาจจะรอพนักงานเดินมาเสิร์ฟ?


“รอคนมาเลี้ยงน่ะ” 


“มีคนจะมานี่เนอะ งั้นเราย้ายโต๊ะเลยดีกว่า” ผมตั้งท่าจะลุกออกจากเก้าอี้


“ไม่ต้องหรอก” แต่เขาห้ามเอาไว้เสียก่อน 


“ให้เราไปนั่งที่อื่นน่ะถูกแล้ว เดี๋ยวคนที่นาย...เอ่อ...” ผมเว้นจังหวะพูดเพราะไม่รู้จะเรียกเขาว่าอะไร นั่งกับเขาตั้งนานดันลืมถามชื่อซะได้ “คนที่นัดก็ต้องมานั่งใช่มั้ยล่ะ” 


“ไม่เป็นไรหรอก” เขาตอบพร้อมกับบ่นมุบมิบคนเดียว 


“นั่งคุยด้วยตั้งนานขอถามชื่อได้มั้ย เผื่อเจอที่อื่นจะได้เรียกถูก” ผมตัดสินใจถามออกไป ยังไงรู้จักกันแล้ววถามชื่อกันไว้น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ขนาดคนที่ผมเก็บกระเป๋าตังเขาได้ผมยังรู้จักชื่อเขาเลยอันนี้นั่งคุยตั้งนานน่าจะถึงเวลารู้จักกันอย่างเป็นทางการแล้วแหละ “เราชื่อพันวานะ”


“รู้อยู่แล้วแหละ” เขาตอบ คือหมายความว่าอะไร? รู้จักผมอยู่แล้วเหรอ 


“พี่ชื่อโค้กนะครับ” 


ห๊ะ!? ผมอ้าปากทำตาโตด้วยความตกใจพลันเท้าก็ดันที่พื้นให้เก้าอี้ลากถอยหลังจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดให้คนเกือบทั้งร้านหันมามอง คนที่ผมวิ่งชนเมื่อวาน แล้ววันนี้ก็มานั่งคุยด้วยตั้งนานสองนาน ผมมองพี่เขาตาค้าง กะพริบตาปริบๆ พูดอะไรไม่ออกเลย


“ทีนี้ก็รู้จักทั้งชื่อแล้วก็เห็นหน้าแล้วนะครับ” 


“อะ...เอ่อ คะ....ครับ รู้จักแล้ว” ผมยังคงอึ้งอยู่จะเรียกช็อคก็ได้ ค่อยๆลากเก้าอี้เข้าที่ไม่ให้เกิดเสียงดัง คือพี่เขาก็เจอผมไปแล้วเมื่อวานใช่มั้ยเนี่ย


“เราบอกว่าจะเลี้ยงน้ำพี่ใช่มั้ยครับ” พี่เขาเลิกคิ้วถาม


“ครับเราเลี้ยงไถ่โทษ” ผมพยักหน้าตอบ


“งั้นพี่สั่งเลยนะครับ” พี่เขาว่าพร้อมหยิบกระดาษกับปากกาที่วางอยู่กลางโต๊ะมาจดเมนูที่ตัวเองจะสั่ง “เราล่ะครับ สั่งอะไร?” แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาถามผม


“เอาโค้กปั่นแล้วกันครับ” 


พอพี่เขาจดเสร็จก็ลุกเดินไปส่งให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม


“เราคิดว่าการเลี้ยงน้ำไถ่โทษนี่พี่จะยกโทษให้ใช่มั้ย?” จู่ๆพี่เขาก็ตีขรึม ทำหน้านิ่ง วางข้อศอกตั้งไว้บนโต๊ะแล้วประสานมือเอาไว้ข้างหน้า จ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกทำเอาใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะกลัวว่าพี่เขาจะอายที่ผมไปตะโกนบอกชอบแล้วโกรธผมมากๆ แล้วผมต้องทำยังไง 


“ละ แล้วเราต้องทำยังไง” ผมเอ่ยถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก


“แล้วเราคิดว่ายังไงล่ะ?” เสียงเรียบนิ่งจนผมขนลุกซู่ “จะรับผิดชอบพี่ยังไงดี”


ผมสูดหายใจเข้าลึกๆจนเต็มปอดก่อนจะตอบไปตามความรู้สึกที่มี “เราคงทำพี่อายมากสินะ เราจะไม่อ้างว่าเราเมาหรืออะไรทั้งนั้น ถึงจะเมายังไงมันก็เป็นเราอยู่ดีที่พูด เอาเป็นว่าพี่อยากให้เราทำอะไรก็ได้ จะให้ทำเรื่องที่หน้าอายกว่าที่พี่โดนเราก็จะทำ” ผมเข้าใจดีถ้าพี่เขาจะโกรธมากเพราะเรื่องที่ผมทำในวันนั้น แล้วยิ่งผมเป็นผู้ชายไปตะโกนบอกชอบพี่เขาแบบนั้นยิ่งหน้าอายเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ที่ผมพูดจะหมายถึงน้ำอัดลมก็เถอะ


“บอกชอบพี่แล้วก็จีบพี่สิ” 


“ห๊ะ!?” พี่เขาใจผิดไปใหญ่เลยนะนั่นน่ะ “เราว่าพี่เข้าใจเราผิดไปนิดนึงนะ”


“เข้าใจผิดอะไรครับก็เราบอกชอบพี่นี่นาเพื่อนเราก็เป็นพยานได้ เพื่อนพี่ก็ได้ยิน ไหนจะคนทั้งร้านวันนั้นอีก” 

ผมอยากจะบ้าจนตั้งเอามือกุมขมับ คือมันไปกันใหญ่แล้ว “ที่เราบอกชอบโค้กน่ะเราชอบจริงๆนะ แต่มันเป็นน้ำอัดลมไงพี่มันไม่ใช่พี่อ่ะ”


“ไม่รู้แหละคนทั้งร้านวันนั้นเป็นพยานว่าเราน่ะชอบพี่ พี่เสียหายนะ รับผิดชอบพี่ด้วยครับ”


ปวดหัว!!!!!!!



 

 


______

100%


ปวดหัว5555 หายไปนานเลยขอโทษทุกคนด้วยนะฮะ

ปล.มีคำผิดแจ้งได้นะครับบ

#เราชอบโค้ก


TWITTER : @Baskettian1



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #13 ริลัค คุม๊า (@sunanta1047) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 08:56
    มัดมือชกป่ะอิพี่55555
    #13
    1
    • #13-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 4)
      7 กรกฎาคม 2562 / 13:22
      อิพี่ตีมึนมา5555
      #13-1
  2. #12 Dreamzcf (@Dreamzcf) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 07:58
    ตีมึนเก่งมากแม่!!!!!
    #12
    1
    • #12-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 4)
      7 กรกฎาคม 2562 / 13:21
      ที่หนึ่งเลยคนนี้5555
      #12-1