Coke's Lover [YAOI] #เราชอบโค้ก

ตอนที่ 3 : | 02 |

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 137 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62

| 02 |




[พันวา]


ผมนอนเครียดทั้งคืนเลยหลังจากฟังคำบอกเล่าจากแคว คนในร้านเหล้าวันนั้นจะจำผมได้มั้ยก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆมีคนหนึ่งแหละที่จำผมได้….


น่าจะจำไม่ลืมด้วย...


ผมไม่เคยเห็นหน้าค่าตาอีกฝ่ายมาก่อนเลยหรืออาจจะเคยเห็นก็ได้เพราะตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยรุ่นพี่ปี3ที่ชื่อโค้กหน้าตาเป็นแบบไหน ไม่รู้ว่าพี่เขารู้จักผมได้ยังไง แต่ไอ้แควบอกว่าพี่คนนั้นเป็นลูกเจ้าของหอที่ผมเช่าอยู่ อาจจะเคยเห็นผมที่หอก็ได้


แต่พี่เขาจะมาส่งผมทำไม?


อันนี้ที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ ไหนจะรู้อีกว่าผมชอบโค้กเพราะเห็นเอามาห้อยไว้ให้ผมที่หน้าห้อง แล้วข้อความที่ทักมาบอกให้ผมรับผิดชอบที่ไปบอกชอบพี่เค้าคืออะไร ก็น่าจะพอรู้ว่าผมชอบโค้กที่เป็นน้ำอัดลม


ผมแหกขี้ตาตื่นนอนเช้าวันถัดมา วันนี้เปิดเรียนวันแรกชีวิตปีสองกับกิจกรรมล้านแปดกำลังจะเริ่มหลังจากนี้ เอาจริงๆคือเริ่มวันนี้นี่แหละ 4โมงเย็นเข้าประชุมพร้อมกันทั้งคณะเรื่องรับน้อง ไม่รู้จะรับอะไรนักหนาตั้งแต่สมัยผมปี1แล้ว ทั้งรับน้องสาขา รับน้องคณะ รับน้องมหา’ลัย ตอนนั้นมันก็ดีเพราะผมได้เพื่อนต่างสาขาต่างคณะมาด้วยแต่พอต้องเป็นสต๊าฟเองแล้วรู้สึกงานมันล้นๆมือยังไงชอบกล จะรอดมั้ยต้องรอดูกันเลย


เช้านี้ไม่ต้องนั่งพี่วิน โบกแท็กซี่ หรือขึ้นสองแถวไปลงหน้ามอแล้วเพราะไอ้แคว บักฝรั่งตัวดีมันจะไถ่โทษที่ทิ้งผมไปกับใครที่ไหนก็ไม่รู้แล้วตัวเองก็เกาะขอบเวทีฟังน้องนักร้องร้องเพลง โดยวันนี้ผมน่าจะได้นั่งรถหรูๆแอร์เย็นๆฉ่ำๆไปเรียน ก็นั่นแหละครับอยากจะโกรธมันอยู่แต่ผมก็ยังอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงตอนนี้ ความผิดส่วนหนึ่งก็มาจากผมที่ปล่อยให้ตัวเองเมาหัวราน้ำแล้วไปเรื้อนไปตะโกนโหวกเหวกโวยวายลั่นร้านเอง ถ้าผมเป็นเจ้าของชื่อที่ถูกตะโกนผมคงอายอยู่เหมือนกัน


แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจพี่เขาจริงๆนะ


ผมนั่งรถหรูลูกรักไอ้แควเข้ามหา’ลัย ช่วงเช้ามีนัดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนเลยต้องไปเช้าเป็นพิเศษ รถราวิ่งกันขวักไขว่บนถนนคงเป็นเพราะเปิดเรียนวันแรกด้วยแหละทุกอย่างเลยดูวุ่นวายไปหมด แต่ด้วยสกิลขับรถเกียร์หมาของไอ้แควพวกเราเลยมาถึงก่อนเวลานัดด้วยนิดหน่อย


ส่วนไอ้พีคมันนั่งหาวรออยู่หน้าตึกเรียบร้อย เรียบร้อยนี่หมายถึงเรียบร้อยจริงๆครับ เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ย่ามันเคร่งครับ มันก็เลยต้องอยู่ในกรอบที่ย่ามันตีไว้ให้แต่ก็ไม่ได้แย่นะ เพราะย่ามันก็เคร่งแค่บางเรื่องเช่นเรื่องเรียน การแต่งกายต้องถูกระเบียบ ต้องตื่นแต่เช้านะอะไรทำนองนั้นแหละ


คณะที่พวกผมเรียนอยู่คือคณะบริหารธุรกิจครับ สาขาการบัญชี เราทุกคนต่างตาลายกับตัวเลข แต่หากคุณๆคิดว่าบัญชีมันก็แค่คิดเลขจะอะไรมากมาย หึหึ ผมจะจูงมือคุณเข้ามาเรียนลองดูครับไอ้ตัวเลขที่คุณว่าน่ะแถมไม่ได้เรียนแค่ตัวเลขด้วยนะครับ ใครว่าเรียนง่ายกดเครื่องคิดเลขก็ได้แล้ว ผมอยากให้ลองคิดใหม่ดู


“พีค!!” ไอ้ฝรั่งโบกไม้โบกมือให้ไอ้พีค ทางนั้นก็เงยหน้ามามองแต่มันมาดคุณชายครับแบบคุณหญิงย่าเลี้ยงดูมาอย่างดีมันเลยแค่เงยหน้ามามองพยักหน้าให้หนึ่งทีแต่ไม่โบกมือกลับหรือส่งเสียงอะไร


“ไม่เจอตั้งนานแหนะ” ผมเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างๆพีคมันนั่นแหละส่วนไอ้แควนั่งตรงข้ามผม “สบายดีนะ” ถามสารทุกข์สุกดิบอีกฝ่าย


“สบายดี พวกมึงอะสบายดีมั้ย” พีคถามกลับ รู้สึกดีทุกครั้งที่มันพูดกูมึงกับพวกผม เน้นว่าแค่กับพวกผมนะ ตอนมารวมกลุ่มกันครั้งแรกน่ะ เราแบบนั้น นายแบบนี้ พวกผมขัดเกลาตั้งนานกว่ามันจะพูดมึงพูดกูกับพวกผมได้เต็มปากเต็มคำแบบไม่ขัดเขินแบบนี้


“สบายดีมาก” แควตอบพร้อมกับควักมือถือในกระเป๋าสะพายขึ้นมากด


“เอ้อพีควันนี้เค้าจะประชุมเรื่องอะไรกันอ่ะ กูอ่านแชทไม่ทัน” เพราะเมื่อคืนมัวแต่เครียดเรื่องพี่คนนั้นนั่นแหละอ่านไลน์แบบไม่มีสมาธิสักพักลืมไปเลยว่าเพื่อนเขาคุยอะไรกัน จะย้อนไปอ่านแสนล้านข้อความก่อนหน้าก็ดูจะเหนื่อยเกินไป แต่ไอ้คุณชายพีคเพื่อนผมเนี่ยน่าจะอ่านทันแน่นอน ส่วนไอ้แคว….ช่างหัวมันเถอะ


“ประธานรุ่นเค้าไปประชุมกับส่วนกลางมาแล้วมามั้ง แล้วเค้าเรียกตัวแทนสาขาไปประชุม เค้าน่าจะมาบอกเราแหละว่ามีอะไร เห็นบอกเกี่ยวกับรับน้อง”


“อ้อ” ผมพยักหน้ารับคำ ช่วงนี้ก็น่าจะมีแต่เรื่องนี้แหละ นั่งคุยกันไปสักพักก็ถึงเวลานัดกับอาจารย์ที่ปรึกษา คุยกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงอาจารย์ก็ปล่อยให้พวกผมไปเข้าเรียนกัน เทอมนี้พวกผมสามคนลงเรียนวิชาเดียวกันหมดเลยครับ มีวิชาของคณะ วิชาเลือกเสรีอะไรเยอะแยะ ก็ลงๆตามพีคมัน


มันเป็นคนพาลงน่ะ ตัวนี้ต้องเรียนก่อนจะได้ต่อตัวนั้นได้ ถ้าไม่เรียนเทอมนี้มีโอกาสจบไม่พร้อมเพื่อนสูง อะไรของมัน ผมก็ลงตามมันไป


ที่จริงผมตั้งใจเรียนนะ กลุ่มของพวกเราถือว่าหัวกะทิเลยแหละแต่ไอ้พีคมันใส่ใจการเรียนมากที่สุดในกลุ่มมันเลยมีรายละเอียดยิบย่อยอะไรมาอธิบายให้ฟังตั้งเยอะ เห็นมาดนิ่งๆพอได้สนิทกันแล้วมันก็เป็นคนพูดมากคนหนึ่งเลย แต่ไม่เท่าไอ้แควรายนั้นพูดจนลิงหลับได้ ยิ่งถ้าเจอคออีสานนะโอ้โหมันมีเรื่องคุยเรื่องพูดกับเขาได้ทั้งวัน อาจจะเพราะไม่ค่อยเจอใครพูดอีสานด้วยละมั้งเพราะพวกผมก็พูดภาษากลางกัน


ภาคเช้าที่คิดว่าอาจารย์จะแจกคอร์สเรียนแล้วปล่อยกลับเลยนี่ต้องปัดทิ้งไป ก็แกเล่นใส่เนื้อหามาให้แบบจัดเต็มตั้งแต่คาบแรกเลย ชีทอีก20กว่าหน้า ทำอะไรไม่ได้นอกจากตั้งใจเรียน วันดีคืนดีอาจารย์อาจจะอยากควิซ อยากสอบย่อยขึ้นมานี่จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดหัวใจว่าทำไมไม่ตั้งใจเรียน


“อาจารย์สอนคือคนฟ้าวปิดเทอมนิล่ะ(อาจารย์สอนเหมือนคนรีบปิดเทอมอ่ะ)” ไอ้แควบ่นหลังจากจบคาบเรียนในเวลลาเที่ยงพอดีเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกิน ยอมใจอาจารย์เลย


“มึงมีหน้าที่เรียนมึงก็เรียน อาจารย์เค้ามีหน้าที่สอนเค้าก็สอน อย่าบ่น”


“ค้าบ/ค้าบ” พีคมันจริงจังกับการเรียนของมันแหละ ผมก็แอบบ่นๆในใจได้ยินมันพูดงี้ล่ะหน้าแม่ลอยมาแต่ไกลเลย


น้องตั้งใจเรียนอยู่นะแม่ แหะๆ


“กินข้าวเที่ยงในมอใช่มั้ย” ผมถามขึ้น รู้สึกว่าพากันเดินเอ้อระเหยไปเรื่อยๆแบบไม่มีจุดหมายเลย


“กินในนี้แหละขี้เกียจออกไปข้างนอก” ไอ้ฝรั่งตอบในขณะที่ก้มหน้าก้มตาดูโทรศัพท์ในมือ มันจะติดอะไรขนาดนั้นกันก็ไม่รู้ แล้วแบบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวนึกว่าคนบ้า


“กินในมอก็ดีประหยัดเวลาเดินทาง” ไอ้พีคว่า


พวกเราเดินตรงเข้าไปจองโต๊ะในโรงอาหารแล้วแยกย้ายกันไปซื้อข้าวซื้อน้ำแล้วมารวมกันที่โต๊ะเหมือนเดิน ที่นี่เป็นโรงอาหารคณะบริหารธุรกิจ นักศึกษาส่วนใหญ่ที่มากินที่นี่ก็เป็นนักศึกษาในคณะ มีต่างคณะแวะเวียนมาบ้าง แต่ผมก็ไม่รู้หรอกว่าใครเรียนคณะเดียวกันหรือต่างคณะนอกจากคนเหล่านั้นจะเป็นคนที่ผมรู้จัก


“พันวา มึงก็กินแต่เมนูเดิมๆ” แควท้วงขึ้นเมื่อเราทุกคนกลับมานั่งที่โต๊ะแล้ว


“แหม ลาบมึงอ่ะเมนูใหม่จั้ง กูเห็นกินตั้งแต่ปี1” ผมสวนคืน


“เลือดอีสานมันเข้มข้นเว้ย” แควมันว่า


“ไม่เข้มเท่าเลือดฝรั่งบนหน้ามึงเลย” พีคร่วมวงด้วย “แต่กูพูดจริงๆยังยืนยันคำเดิมตั้งแต่ปี1ว่าถ้ามึงยืนเฉยๆมึงก็ฝรั่งคนนึงอ่ะ แต่พอมึงพูดไทยชัดถ้อยชัดคำขนาดนี้กูก็แอบบงงแบบมึงไม่ตรงปกเลยเพื่อน”


“ภายนอกกูได้พ่อมาเยอะเว้ย แต่ภายในกูได้แม่เต็มๆ เกิดและใหญ่อยู่ขอนแก่นค้าบ(เกิดและโตที่ขอนแก่นครับ) กรีดเลือดกูออกมามันจะไหลรวมกันบนพื้นเป็นคำว่าลูกอีสาน”


“เหมือนกูเลยอะดิ” ผมพูดขึ้นทันควัน


“ยังไง?/ยังไง?”


“ก็กรีดเลือดกูออกมามันจะไหลรวมกันบนพื้นเป็นคำว่าโค้ก”


“กูว่านะเลือดมึงอะไม่ได้เป็นสีแดงมันเป็นสีโค้ก” ไอ้พีคเอ็ดผม “ระวังแก๊สจะกัดกระเพาะมึงเข้าสักวัน”


“ถ้ากระเพาะกูจะขาดนะกูตายตั้งแต่เด็กล่ะกูพูดเลย” ผมกอดอกพูดพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างคนภาคภูมิใจในตัวเอง บอกแล้วโตมากับน้ำอัดลม


พวกเรากินข้าวอย่างไม่รีบร้อนเท่าไหร่นัก เห็นบอกว่าคาบบ่ายอาจารย์ยกคลาสก็น่าจะว่างกันเลยไม่ต้องรีบกินเท่าไหร่ ผมแอบเห็นไอ้แควที่นั่งอยู่ข้างๆผมนี่แหละ มองไปข้างหน้าแล้วยิ้มแหยๆเหมือนเห็นอะไรสักอย่าง ตอนนี้คนในโรงอาหารบางลงแล้วเหลือนั่งกินอยู่ไม่กี่โต๊ะ


“มึงมองอะไรแคว แล้วทำไมต้องทำหน้าแปลกๆ เห็นผี?” ผมถาม เห็นมันก้มเงยๆ แล้วยิ้มแปลกๆอยู่หลายที


“ปะ เปล่า” ไอ้แควตอบแล้วก้มหน้าเล่นมือถือ “ช่างบ่ฮู้อิหยังเอาซะเลย(ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย)”


“ห๊ะ ว่าไงนะเอาใหม่ ไม่ได้ยิน”


“บ่มีหยังๆ”


“เอ๊า”


ผมเลิกสนใจแควมันแต่แอบมองไปทางที่มันมองอยู่ เห็นกลุ่มผู้ชายตัวสูงๆ(กว่าผม)นั่งอยู่สามคน หล่อๆทั้งนั้นเลย หนึ่งในนั้นมองมาทางนี้ด้วย สงสัยไอ้ฝรั่งจะกลัวเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้


กินข้าวเสร็จไอ้พีคมันชวนไปนอนเล่นที่หอผมเพราะใกล้มหา’ลัยที่สุด ถึงเวลาประชุมค่อยกลับเข้ามาใหม่ ผมไม่ติดขัดอะไรเพราะพวกมันมาที่ห้องผมบ่อยๆอยู่แล้ว ไอ้พีคบอกอยากลองออกมาอยู่หอด้วย เล็งๆหอผมเอาไว้ไม่รู้ว่าย่ามันจะว่ายังไง และก็ไม่รู้ว่าจะมีห้องว่างให้มันมั้ย


พวกเราเดินออกจากโรงอาหาร นั่งรถไอ้แควไปที่หอผมใช้เวลาไม่นานตอนนี้เราสามคนเลยมานอนแอ้งแม้งที่ห้องผมเรียบร้อย


‘เซาเยี่ยวแล้วครับ เซาเยี่ยวใส่บ่อนแล้วครับ

เซ่าใส่แล้วครับ เซาใส่แพมเพิร์สแล้วครับ

เอาซั่นเบ๊าะ เอาซั่นเบาะ มาเป็นแฟนกับอ้ายบ่

เอาซั่นเบ๊าะ เอาซั่นเบาะ มาเป็นแฟนกับอ้ายบ่’


“บักฝรั่งมึงฟังเพลงอะไรกูถามก่อน” นอนเล่นไปสักพักไอ้แควมันก็เปิดเพลงแปลกๆที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน


“มึงไม่รู้จักบักจีเหลินเหรอเพื่อน เซาเยี่ยวใส่บ่อนแล้วครับ อ่ะ เพลงเขาออกจะดัง”


“ปวดเยี่ยวก็ไปห้องน้ำดิ แล้วจะเยี่ยวใส่บ่อนทำไมแล้วบ่อนนี่บ่อนไหนอ่ะ?”


“บ่อนแปลว่าที่นอนอ่ะ แบบเลิกฉี่รดที่นอนแล้วมึงเข้าใจป่ะ” แควแปลอีสานให้พีคมันฟัง ผมก็เข้าใจภาษาอีสานแหละแต่ไอ้พีคมันไม่ค่อยรู้เรื่อง


“อ่อ นึกว่าบ่อนที่เอาไว้เล่นการพนัน”


“อันนั่นก็บ่อนออกเสียงคล้ายๆแต่ภาษาบ้านกูมันแปลว่าที่นอน”


“เนื้อเพลงนี่มึงอยากมีแฟน?” ผมเลิกคิ้วถาม นั่งฟังเนื้อเพลงแล้วได้ยินประมาณว่าอยากมีผุสาว(แฟน) แสดงว่าแควอินเลิฟเหรอ?


“Top secret” ทีนี้มาทำเป็นพูดอังกฤษนะ


ผมกับพีคต้องนั่งฟังเพลงของแควมัน ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงภาษาอีสานนั่นแหละ เพลงเขาเพราะนะครับแต่สงสารพีคมัน เพราะมันฟังไม่ออก นั่งทำหน้างงตั้งแต่เยี่ยวใส่บ่อนเพลงบักจีเหลินไหนจะห่อหมกฮวก(ลูกอ๊อด)ที่มันหันมาถามผมว่าอะไรคือฮวกพอรู้ว่าฮวกคืออะไรก็งงต่อว่าเขากินลูกอ๊อดกันด้วยเหรอ?ผมก็จนปัญญาจะตอบเพราะผมก็ไม่รู้จนแควต้องสาธยายตั้งแต่ขั้นตอนการหาฮวกที่มันเรียกว่าซ่อนฮวก วิธีการทำลามไปถึงรสชาติ เออเลือดอีสานมันเข้มจริงๆ เชื่อแล้ว


ระหว่างนั้นเหล่าน้ำอัดลมและขนมที่ผมซื้อมาตุนไว้ก็วางกระจัดกระจายอยู่รอบๆตัวพวกเรา สองคนนั้นพวกมันกินแค่ขนม ส่วนโค้กเป็นผมนั่งกินคนเดียว พวกมันบอกขี้เกียจลุกไปห้องน้ำบ่อยๆ ก็จริงตามที่พวกมันบอกนั่นแหละแต่คนมันชอบนี่แลกด้วยอะไรก็ต้องยอมแล้วจังหวะนี้


นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยโดยมีเพลงของไอ้แควคลอพร้อมกับคำถามจากพีคว่าคำนั้นแปลว่าอะไรคำนี้คืออะไร จนเวลาเกือบจะ4โมงพวกเราเลยพากันออกจากหอของผมเพื่อเข้าไปประชุมในมหา’ลัย


ห้องเรียนรวมในตึกคณะบริหาร ห้องสโลปความจุหลายร้อยที่นั่ง ด้านหน้ามีเวที จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ ลำโพงติดตามมุมต่างๆของห้อง ตอนนี้เปิดไฟสว่างจ้าและเปิดแอร์จนเย็นยะเยือกเหมือนอยู่ขั้วโลก เพื่อนๆในคณะชั้นปีเดียวกับผม กำลังทยอยเข้ามาจับจองที่นั่งในห้องกันอย่างไม่เร่งรีบนัก เพราะอีกเกือบ 10 นาทีการประชุมถึงจะเริ่ม


เพราะน้ำอัดลมที่ผมซัดไปซะเยอะตอนอยู่ห้องนั่นแหละ ในขณะที่ทุกคนรอการประชุมเริ่มผมก็ต้องขอปลีกตัวออกมาเข้าห้องน้ำก่อน ไม่น่าดื่มเข้าไปเยอะเลย คาดว่าจะได้ออกมาเข้าห้องน้ำไม่ต่ำกว่า3รอบแน่ๆกว่าประชุมจะจบ


ผมเดินออกมาจากห้องเพื่อไปเข้าห้องน้ำที่อยู่สุดทางเดินพอดี ก้มดูเวลาที่หน้าจอมือถือก็ต้องรีบจ้ำอ้าวสาวเท้าอย่างรวดเร็วเพราะเหลือเวลาแค่3นาทีเท่านั้น ทำธุระในห้องน้ำไม่กี่นาทีก็ออกมาแล้วตั้งท่าจะวิ่งปรี่ออกจากห้องน้ำเพื่อกลับเข้าห้องประชุมให้เร็วที่สุด แต่เหมือนจะรีบไปหน่อยจนไม่ได้มองหน้ามองหลังจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้


โคร่ม!


ผมที่เร่งรีบออกจากห้องน้ำแล้วจะวิ่งกลับห้องประชุมชนเข้ากับผู้ชายตัวสูงคนหนึ่ง เขาน่าจะแข็งแรงกว่าผมมากๆเพราะแทนที่เขาจะล้มเพราะผมวิ่งชนกลับกลายเป็นผมที่ล้มก้นกระแทกพื้นแทน


โอยเจ็บก้นลามไปถึงสะโพกเลย


ผมลูบสะโพกตัวเองป้อยๆ มันเจ็บมากๆเลยแต่คือผมวิ่งชนเขาอ่ะ ผิดเต็มประตูเลย พยายามจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อไปขอโทษคนที่ผมวิ่งชน แต่ค่อนข้างทุลักลุเลหน่อย คนตรงหน้าที่ทีแรกทำท่าจะโกรธเพราะถุงพลาสติกในมือร่วงถุงขนมมากมายในนั้นตอนนี้หล่นอยู่ที่พื้น ผมไม่ได้มองสีหน้าอีกคนว่าทำหน้ายังไงต่อเพราะจะก้มไปเก็บถุงขนมให้ ลุกไปขอโทษไม่ได้ก็เก็บของให้ก่อนแล้วกัน


“ขอโทษนะครับ เรารีบไปหน่อยเลยไม่ระวังให้ดีกว่านี้ เจ็บตรงไหนมั้ย เราช่วยเก็บของนะ” ก้มหน้าพูดเร็วปรื๋อเพราะกลัวอีกคนจะโกรธ ทำท่าจะคลานเข้าไปเก็บถุงขนมพวกนั้นแต่คนตรงหน้ากลับล้มตัวลงนั่งคุกเข่าพร้อมกับสัมผัสอุ่นๆที่แขนทั้งสองข้าง


ผมถูกประคองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ผมชนและเขาก็ช่วยผมให้ลุกขึ้นยืนอีกด้วย ใจดีมากๆ คนตรงหน้าเป็นผู้ชายที่พอผมยืนด้วยแล้วรู้สึกว่าตัวเองเตี้ยมาก เขาน่าจะสูงเกือบๆ190ได้ ตัดผมอันเดอร์คัท ผมข้างหน้าตกลงมาปรกหน้าผากเพราะไม่ได้เซ็ต ผมมองว่าทรงนี้เข้ากับใบหน้าคมนั้นอย่างหาที่ติไม่ได้ ตาคมที่จะว่าโตก็ไม่เชิง นัยน์ตาสีดำคลับเช่นเดียวกับเส้นผม จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากเรียวได้รูป คิ้มเข้มๆขมวดเข้าหากันจนชิดเหมือนกับกังวลอะไรบางอย่าง


อาจจะโกรธผมมากก็ได้….


“ขอโทษจริงๆนะครับ” ผมรีบขอโทษขอโพยอีกรอบพยายามจะก้มเก็บถุงขนมนั่นอีกครั้ง แต่ก็ก้มไม่ได้เพราะคนตัวสูงกว่ายังจับแขนผมเอาไว้อยู่ แถมยังชะโงกชะเง้อคอมองรอบๆตัวผมอีก ซ้ายทีขวาทีคล้ายๆจะสำรวจว่าอวัยวะชิ้นไหนของผมหายไปบ้าง


“เจ็บตรงไหนมั้ยครับ” คนตรงหน้าถามผมด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ไม่มีความโกรธความโมโหปนอยู่ในน้ำเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อย “ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”


“อะ เอ่อไม่เป็นอะไรครับ” ผมตอบอีกคนไป “ให้ผมช่วยเก็บของนะครับ”


“ไม่เป็นครับ รีบไปเถอะการประชุมเริ่มแล้วนะ”


“จริงด้วย!”


ผมวิ่งแจ้นเข้าห้องประชุมด้วยอาการเจ็บก้นนิดหน่อย ก่อนจะจากอีกคนมาก็ขอโทษขอโพยไปอีกรอบ แล้วก็ขอบคุณเขาด้วยที่ช่วยเตือนเรื่องประชุมให้ผม แต่ก็ลืมถามชื่อด้วยแฮะ เรียนอยู่ปีไหนก็ไม่รู้แต่น่าจะปีเดียวกันแหละมั้ง เพราะเขารู้ว่าผมมีประชุม อืม ปีเดียวกันแหละ



การประชุมเริ่มไปก่อนนิดหน่อยแล้วตอนผมเข้ามา พีคจดทุกอย่างเอาไว้ในสมุดเล่มเล็กๆของมัน เหมือนว่าปีนี้จะรวบรัดกิจกรรมให้เสร็จเร็วขึ้น เพราะมหา’ลัยของเราจัดรับร้องช่วงที่เปิดเทอมแล้ว ถ้ายืดเยื้อจะกระทบการเรียนเอาได้ กำหนดให้กิจกรรมรับน้องทุกอย่างเสร็จภายในหนึ่งเดือน


คราวนี้ในคณะจะไม่มีกิจกรรมอะไรมากมายเหมือนปีก่อนๆ ปกติคณะผมจะมีรับน้องแยกของแต่ละสาขาแล้วแต่ว่าสาขาไหนจะทำอะไรยังไงพอมีกฎออกมาแบบนี้กิจกรรมของสาขาเลยถูกรวบตอนให้ไปอยู่ในรับน้องนอกสถานที่ของคณะแทน ส่วนรับน้องกลางของทางมหาลัยก็ยังมีเหมือนเดิม


การประชุมดำเนินไปเรื่อยๆ หลายคนหลายความคิดเห็น มีความคิดเห็นมีมุมมองที่ต่างกันไป กว่าจะลงตัวก็ปาไป6โมงเย็นแล้ว


“แยกกันตรงนี้นะพวกมึง กูต้องรีบไปซื้อให้ย่า”


“เค เดี๋ยวกูไปส่งไอ้วา อาจจะแวะกินข้าวก่อนด้วย”


“รับรถดีๆเพื่อน”


พวกผมบอกลากันหลังออกจากห้องประชุม ผมมากับแควกลับกับแคว ส่วนพีคเอารถมาเองกลับเอง คนมากมายในห้องประชุมกำลังเดินออกมา มีเสียงบ่นให้ได้ยินแว่วๆด้วยว่าประชุมกินเวลานาน ซึ่งผมเห็นด้วยนะ นานจริงๆผมออกมาเข้าห้องน้ำ5รอบแหนะกว่าจะประชุมกันเสร็จ


“นี่ๆ….พันวา มีคนฝากของมาให้” โด่งเพื่อนร่วมสาขาสะกิดหลังผมพร้อมกับยื่นถุงมาให้ตรงหน้า


“อา….ขอบใจนะโด่ง” ผมบอกอีกฝ่ายพร้อมยื่นมือไปรับถุงนั่นมาถือไว้ในมือ ส่วนแควมันเดินนำโด่งไปแล้ว แปลกใจนิหน่อยเพราะผมไม่เคยได้ของอะไรแบบนี้ถ้าไม่นับรวมของพี่คนนั้นที่เอามาให้ไว้ให้ที่หน้าห้องน่ะนะ


“วาอย่าถามหาคนส่งนะ เพราะเขาส่งมาแบบลูกโซ่อ่ะ ยาวเหยียดจนไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่ง” อากำลังจะถามพอดีเลย “กลับละนะ บาย”


“บาย กลับดีๆ” ผมโบกมือลาโด่ง ก้มมองถุงใหญ่ในมือ ทำไมมันคุ้นตาจัง?


เปิดถุงออกก็เห็นถุงขนมขบเคี้ยวมากมาย ผมร้องอ้อในใจ ขนมพวกนี้มันเหมือนกับขนมของคนที่ผมวิ่งชนตอนก่อนเข้าประชุม ไม่รู้ว่าใช่จริงๆมั้ยแต่ที่ผมเห็นและจำได้มันในตอนนั้นมันมีอยู่ในถุงนี้ทั้งหมดเลย







______


100%

______



ครบแล้วฮะ ยังไม่ตรวจคำผิดเลยไว้พรุ่งนี้จะมาเช็คและแก้ไขนะครับ


มาอัพแล้วฮะ แหะๆ หลังจากลงสปอยล์ไว้นานแสนนาน เอาจริงๆคือไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ในหัวบ้างเลยพลอยทำให้แต่งนิยายไม่ออกด้วย คือเราไม่เก่งด้วยแหละบวกกับสมองตันด้วยยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เห้อบ่นขิงข่าอะไรก็ไม่รู้แต่ยังไงก็เอ็นจอยรีดดิ้งนะฮ้าาา แล้วก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเราน้า มีคำผิดเม้นต์บอกได้เลยเด้อ รักทุกโคนนน


ตอนนี้มหาลัยเปิดแล้วนะฮะพร้อมกับเปิดตัวพีคที่โผล่มาแค่ชื่อจากตอนที่แล้วด้วย


#เราชอบโค้ก


TWITTER : @Baskettian1

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 137 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #10 Liuping (@pimlimona) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 00:41
    เพลงบักจีเหลินก็มาอ่ะแม่!!!
    #10
    7
    • #10-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 3)
      26 พฤษภาคม 2562 / 00:44
      ไปศึกษาข้อมูลก่องมาเยอะกว่าบักจีเหลินแน่!!
      #10-1