Coke's Lover [YAOI] #เราชอบโค้ก

ตอนที่ 1 : บทนำ | 00 |

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    18 ม.ค. 63

บทนำ

| 00 |




ภายในห้องหออันแสนสงบสุข พันวากำลังจัดข้าวของต่างๆให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้งหลังจากปิดเทอมปี1ที่ขนของใช้ต่างๆกลับบ้านเหมือนว่าชาตินี้จะไม่ได้กลับมาหออีก ตอนนี้เลยเหมือนชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อไว้ต้องเดินรอบๆห้องจัดของนั่นนี่จนเวียนหัวไปหมดแล้ว


สัญญาเลยปิดเทอมคราวหน้าจะขนกลับแค่เสื้อผ้า!


ชีวิตปี2ของรั้วมหา’ลัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า ตารางเรียนเป็นยังไงยังจำไม่ได้ แต่ตารางกิจกรรมแน่นมาก รับน้อง ดาวเดือน กีฬา สารพัดกิจกรรมเต็มไปหมด พี่ปีที่แล้วต้องเก่งแค่ไหนถึงผ่านกิจกรรมเยอะขนาดนี้ไปได้โดยไม่ตายบอกไอ้พันวาทีเถอะ


“เป็นไงมึงเอ้ย คราวหน้าอย่าขนของกลับบ้านเยอะอีก จรัม!” บ่นกับตัวเองไปทีหลังจากจัดทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อยแล้ว พันวาทอดกายลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน โน๊ตบุ๊คลูกรักเปิดเพลลิตส์โปรดในยูทูป ไม่มีอะไรดีไปกว่าทำงานไปด้วยฟังเพลงโปรดไปด้วยหรอก พันวากล่าว





พันวาหอบร่างชุ่มเหงื่อเดินตามบันไดลงมาชั้นล่าง ถามหาลิฟต์ก็มีอยู่หรอกแต่ลงมาแค่สามชั้นถือว่าออกกำลังกายพร้อมกับช่วยชาติประหยัดพลังงานก็แล้วกัน พันวารักคุณครู พันวารักโรงเรียน พันวารักโลกค้าบ


“คุณยายสวัสดีครับ” เขายกไม้ยกมือไหว้คุณยายร้านสะดวกซื้อใต้หอพักอย่างมีมารยาท เขาน่ะสนิทกับคุณยายมากๆ เพราะชอบมาซื้อของกับคุณยายบ่อยๆ


“สวัสดีลูก ปิดเทอมตั้งนานสบายดีนะ” คุณยายตอบกลับอย่างเป็นมิตร บอกแล้วว่าสนิทกันจริงๆ


“สบายดีครับ คุณยายล่ะครับสบายดีมั้ย” ถามคุณยายพลางเดินไปเปิดตู้แช่ข้างเคาท์เตอร์หยิบน้ำอัดลมขวด1.5ลิตรออกมา2ขวด ไหนๆก็ได้ลงมาแล้วขอซื้อไปตุนไว้ก่อนแล้วกัน


“สบายดีตามประสาคนแก่แหละลูกเอ้ย โหนี่ยังไม่เลิกกินโค้กอีกเหรอ?” คุณยายร้านสะดวกซื้อมองขวดน้ำอัดลมในมือพร้อมกับเอ่ยถาม ซื้อบ่อยจนคนขายจำได้แล้ว


“แหะๆ” คนถูกถามได้แต่หัวเราะแห้งๆแทนคำตอบ ถ้าถามว่ายังไม่เลิกกินอีกเหรอ ไอ้พันวาคนนี้คงจะตอบได้คำเดียวว่า ‘ไม่มีทาง’ น้ำอัดลมได้แทรกซึมเข้าสู่สายเลือดไปแล้ว บอกไว้เลยว่าตั้งแต่ยังร้องอุแว้อยู่มันเลี้ยงตัวเองด้วยน้ำอัดลมนี่แหละ นมมงนมแม่ไอ้พันวาไม่รู้จัก!


ยืนคุยกับคุณยายพักใหญ่ ช่วงขาเรียวเจ้าของความสูง173ตามมาตรฐานชายไทยก็ก้าวออกจากร้านสะดวกซื้อไป น้ำอัดลมสองขวดกับขนมมากมายที่ซื้อไปตุนเอาไว้บนห้องเต็มสองมือสองไม้  อยากประหยัดไฟช่วยชาติด้วยการเดินขึ้นบันไดกลับห้องอยู่หรอกแต่เห็นข้าวของในมือแล้ว จากจะเดินไปบันไดก็รีบเลี้ยวกลับไปหาลิฟต์จนแทบแหกโค้ง





เข้าห้องยังไม่ถึง5นาที น้ำอัดลมในขวด1.5ลิตรก็พร่องลงไปเกือบครึ่ง เรื่องกินน้ำอัดลมขอให้บอก ไอ้พันวาไม่เคยย่อท้อ กินมันทั้งแบบนี้แหละน้ำขงน้ำแข็งอะไรไม่มีหรอกมันเสียรสชาติ เพียวๆกันไปเล๊ย นั่งรินน้ำอัดลมใส่แก้วสักพักมือถือที่วางอยู่ข้างตัวก็ดังขึ้น พันวาหยิบขึ้นมาดูปรากฎชื่อเพื่อนสนิทเขาจึงไม่รีรอกดรับสายพร้อมกรอกเสียงใส่ทันที


“เซย์ ไฮ มาย เฟรนดึ” ภาษาอังกฤษเน้นๆ สำเนียงเป๊ะ แถมไฟนอลซาวน์ตัว D ท้ายคำว่าเฟรนด์แบบชัดๆให้ด้วย


[กระแดะ ดูออก] พบคนไม่อิน 1 อัตรา นายสแควร์เพื่อนลูกครึ่งหัวทองผู้พูดไทยชัดไม่เกรงใจหน้าฝรั่งของตัวเองเลยสักนิด แถมชอบด่าไอ้พันวาว่ากระแดะ รู้ว่ามันก็พูดไปงั้นแหละ เวลาพูดผิดมันก็คอยบอกคอยแก้ให้แบบผู้รู้และไม่มีทีท่าเหยียดหยามหรือดูถูกกันสักนิด เนี่ยมีเพื่อนได้ภาษามันดีแบบนี้ ผิดที่ปากมันดันเลี้ยงสุนัขไว้เป็นฟาร์ม โผงผางขวานผ่าซากแบบว่าตรงไปตรงมาเหมือนๆเด็กฝรั่งทั่วไปนั่นแหละ


“อินกับกูหน่อยเถ๊อะ มีเพื่อนลูกครึ่งทั้งทีให้กูฝึกภาษาบ้าง”


[เอาไว้อินวันหลังนะ วันนี้อยากพาร์ทิ ไปเป็นเพื่อนหน่อย] ไอ้ฝรั่งที่มีเพื่อนสนิทอยู่ไม่กี่คนเอ่ยปากถามคนที่มีแนวโน้มว่าจะไปด้วยมากที่สุด อย่าให้ได้พูดถึงคนที่เหลือ ซึ่งจริงๆคือมีกันอยู่แค่สามคน สามคนนี่นับรวมตัวเองแล้วนะ ไอ้พันวาเพื่อนรักนี่แหละคือความหวัง


“ไม่ชวนไอ้พีคมัน มึงก็รู้กูไม่ใช่สายนี้” คนถูกชวนปฏิเสธทันควัน พลางยกแก้วน้ำอัดลมขึ้นจ่อปากก่อนจะกินอึกใหญ่จนหมดแก้วในคราวเดียว รู้ว่าเพื่อนชอบเที่ยวแต่เขาดันไม่ใช่สายนั้นนี่หว่า


[ชวนไอ้พีคกูก็ได้ไปคนเดียวอ่ะ มึงคือความหวังของกู ไม่กินก็ได้แต่ไปนั่งเป็นเพื่อนกูหน่อย นะพันวาเพื่อนรัก] หว่านล้อมไปก่อนเพราะเหงาและเขินเกินกว่าจะไปคนเดียวจริงๆ ปกติก็จะมีเพื่อนๆสายนี้ที่ไปด้วยกันบ่อยแต่พวกนั้นดันยังไม่กลับมาหอสักคน ส่วนไอ้พีค….ไม่ขอกล่าวถึงมันในเรื่องนี้แล้วกันเพราะมันคงหลับตั้งแต่สามทุ่ม


“อ่ะๆ เห็นแก่มิตรภาพกูจะไปเป็นเพื่อนมึงสักครั้ง” ความจริงนี่เป็นครั้งแรกที่เขาตกลงปลงใจจะไปพาร์ทิ(สำเนียงบริทิช)กับไอ้แคว พาร์ทิที่พูดถึงก็คือร้านเหล้าดีๆนี่แหละ


[กู๊ดบอย]


“กูเคยดูในยูทูปอันนี้เขาเอาไว้พูดกับหมา!!”


[อ้าวเก่งเหมือนกันนะเรา]


“มึงอยู่แถวนั้นเห็นแววคนจะได้ไปพาร์ทิคนเดียวมั้ย?”


[โหยยูอาโซมีน] มีนๆนี่แปลว่าความหมาย,หมายถึงใช่มั้ย? น่าจะใช่นะ


“กูมีความหมายใช่มั้ยล่ะ ง้อกูเลย”


[มีนแปลว่าใจร้ายไอ้สัส เอนี่เว 4 ทุ่มกูไปรับหน้าหอ เค๊?]


“เออๆ เจอกันๆ”





[พันวา]


ผมแอบตื่นเต้นนิดหน่อยในตอนนี้ที่มานั่งรอไอ้แควเพื่อนรักอยู่หน้าหอ เป็นครั้งแรกเลยที่จะได้ไปร้านเหล้า เอาจริงๆก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไรนักหรอกแต่อายุเพิ่งถึง บวกกับไม่ใช่สายดื่มอะไรพวกนั้นด้วยเลยไม่คิดที่จะไป ถ้าเป็นน้ำอัดลมก็ว่าไปอย่าง ว่าแต่ที่ร้านเหล้ามีน้ำอัดลมมั้ยนะ?


นั่งรอเพื่อนอย่างใจจดใจจ่อ วันนี้ผมเลือกใส่เสื้อยืดแขนยาวสีดำที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใส่ ผมชอบเสื้อตัวนี้นะแต่ดูอากาศประเทศไทยเถอะหาโอกาสใส่ยากเหลือเกิน ว่างๆจะเอาเสื้อแขนยาวในตู้มาตัดแขนให้เป็นแขนสั้นอยู่ ร้อนเก่งดีนัก ช่วงล่างผมเลือกกางเกงยีนขายาวสีซีดตัดกับสีเสื้อที่ใส่อยู่พอให้ดูดีมีสไตล์ พร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีเดียวกันกับสีเสื้อ สี่ทุ่มตามเวลานัดพอดิบพอดีรถสปอร์ตคันหรูของไอ้เพื่อนหน้าฝรั่งก็ขับมาจอดหน้าหอ ผมรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินจ้ำอ้าวไปขึ้นรถทันที


“ท่าดนบ่เสี่ยว(รอนานมั้ยเพื่อน)” แล้วดูมันทักเถอะ บักฝรั่งเซินเจิ้น! พูดไทยก็ชัดพูดอีสานยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ไม่เกรงใจหน้าฝรั่งๆของตัวเองเลย


“คำพูดคำจาเกรงใจหน้าฝรั่งของมึงบ้าง” อดด่ามันไม่ได้ ผมก้าวขึ้นรถปิดประตูคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย วันนี้ไอ้ฝรั่งมันใส่เสื้อเชิ้ตสีกรมกับกางเกงยีนสีดำ ที่ข้อมือข้างซ้ายใส่นาฬิกาหรูที่ผมเคยแอบไปเสิร์ชดูราคาแล้วลมแทบจับ ก็คือรวยโดยกำเนิด หน้าตาก็ดี ผมล่ะเป็นอิจจามันจริงๆ


“โทษทีๆ เมื่อกี้เพิ่งคุยกับแม่” แม่มันเป็นคนอีสานครับส่วนพ่อเป็นคนอังกฤษ


“ทำไมวันนี้เอาลูกรักมึงมา มึงเมาใครขับกลับ? กูเหรอ? ชนมากูไม่มีปัญญาจ่ายนา” ผมถามขึ้น ปกติคันนี้ลูกรักมันถึงจะเคยขึ้นก็เหอะ แต่ไม่เคยขับสักครั้งแถมราคาแพงแบบนี้ขับชนมาได้เป็นหนี้มันแน่ๆ ไม่มีไม่หนีไม่จ่ายนะบอกก่อน

“วันนี้กูมาพาร์ทิแบบชิลๆ” ไทยชัดอีสานชัดอังกฤษก็ชัดสำเนียงบ้านเกิดพ่อมันเลยครับ “ไม่ได้มาเมากูขับกลับได้” แอบรู้มาว่ามันเป็นพวกคอแข็งมันก็คงขับกลับได้นั่นแหละ คนไปนั่งเป็นเพื่อนมันอย่างผมก็คงไม่มีอะไรมาก แต่ถ้ามึงเมามากูกลับแท็กซี่นะเพื่อน





ไม่นานนักรถคันหรูของมันก็ขับเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของร้านเหล้าชื่อดังในย่านนี้เรียบร้อย ไอ้แควมันบอกร้านนี้เป็นร้านชิลๆ ที่มันอยากมาวันนี้ไม่ได้อยากมาเมาแต่อยากมาฟังเสียงนักร้องที่มาวันนี้ กูถามมึงจริงๆเลยนะเพื่อน ผมละไม่เข้าใจมันจริงๆ ถามว่าฟังในยูทูปไม่ได้เหรอมันก็บอกว่าไม่เหมือนกันๆ ก็เลยเออออตามคำพูดมันไปนั่นแหละ ตกปากรับคำมาด้วยแล้วมาถึงร้านแล้วด้วยจะมาดูหนังฟังเพลงก็ตามสบายเลยเพื่อน จะทำอะไรก็เชิญเลย!!

เราทั้งสองเดินเข้าไปภายในตัวร้าน ระหว่างทางก่อนจะเข้าร้านไอ้แควก็เจอเพื่อน2คนที่ผมพอจะรู้จักเคยเห็นหน้าแถวๆโรงอาหารในมหา’ลัยมาบ้าง วันนี้เลยได้รู้จักชื่อ คนนึงชื่อธีร์ ส่วนอีกคนชื่อต่อ ไอ้แควเลยชวนยุบโต๊ะมานั่งด้วยกัน ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ในใจนี่แบบเอ๊า อีหยังว๊า ถ้ารู้ว่ามึงจะมาเจอเพื่อนกูไม่ถ่อมากับมึงหรอกนะ แต่ก็มาถึงแล้วก็ได้แต่เลยตามเลยเท่านั้น


บรรยากาศในร้านชิลอย่างที่มันว่า เสียงกีตาร์คลอเบาๆพอให้ทั่วทั้งร้านได้ยิน เสียงร้องนุ่มๆของนักร้องกับวอร์มไลท์เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นแอลกอฮอร์ที่ผมไม่คุ้นเคยลอยคละคุ้งไปทั่ว ผู้คนมากันเยอะแต่กลับไม่วุ่นวาย ต่างคนต่างนั่งชิลที่โต๊ะของตัวเอง บ้างก็นั่งจิบเหล้าคนเดียวที่บาร์ พอมองไปทางเวทีก็เจอนักร้องสาว จะว่าไปนักร้องก็เสียงเพราะดีนะเนี่ย


“มึงอยากมาฟังเสียงคนนี้ร้องเพลงเหรอ?” ผมถามไอ้แควเมื่อพวกเราทั้ง4คนนั่งลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว โต๊ะของพวกเราอยู่แถวหน้าๆเกือบจะติดขอบเวทีเลย ผมพยักพเยิดหน้าไปทางนักร้องสาวสวยที่ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนนั่งเก้าอี้ร้องเพลงอยู่ ข้างๆมีผู้ชายดีดกีตาร์กับอีกข้างหนึ่งก็เป็นผู้ชายที่กำลังก้มหน้าตีคาฮองที่ตัวเองนั่งอยู่


“ไม่ใช่” มันปรายตามองนักร้องบนเวทีก่อนเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น คำตอบของมันเล่นเอาผมงงไปหมด ไม่ใช่คนนี้แล้วมึงจะมาฟังทำไม? แล้วที่บอกจะมาฟังนักร้องร้องเพลงคืออิหยัง? เป็นงง

“ไหนมึงบอกว่ามาฟังนักร้องร้องเพลง ไม่ใช่คนนี้? แล้วจะมาทำไมกูถามจริง”


“อีกชั่วโมงกว่าเขาจะเปลี่ยนคิวนักร้องน่ะ มาร้านนี้ครั้งแรกเหรอ?” อันนี้ต่อเป็นคนพูด ด้วยความที่เพลงไม่ได้ดังขนาดนั้นทุกคนบนโต๊ะจึงได้ยินบทสนทนาของผมกับไอ้แควชัดเจน ได้ยินต่อพูดแบบนั้นก็เลยคิดได้ สงสัยมันจะรอฟังนักร้องที่จะขึ้นคิวต่อไปละมั้ง


“มันเข้าร้านแบบนี้ครั้งแรกน่ะ” ไอ้แควตอบคำถามต่อแทนผม ผมพยักหน้าเสริมให้ทั้งสองคนรู้ว่าไอ้แควมันพูดจริง


“เห้ย จริงดิ” ธีร์ทำหน้าตะลึงใส่ผมหนึ่งที “ต้องลองที่ร้านเว้ยเปลี่ยนที่เปลี่ยนบรรยากาศมันจะได้อีกฟีลนึงเลย”


“เราไม่เคยกินเหล้านะ” ผมพูดออกไปตามความเป็นจริงเปลี่ยนบรรยากาศได้ฟีลอะไรไม่รู้ แต่ก็เคยซื้อน้ำอัดลมไปกินบนดาดฟ้าหอนะ ได้อีกฟีลนึงเหมือนที่มันพูดนั่นแหละ ไอ้แควพยักหน้ารับคำพูดผมทำให้อีกสองคนทำหน้าอึ้งมองผมแบบ เห้ยมึงไม่เคยจริงดิ พวกมันไม่ได้พูดหรอกแต่สายตามันบอกแบบนั้น


“โหก็นึกว่ากินที่ห้องไม่เคยมาร้านงี้สรุปไม่เคยกินเหล้าด้วย” >ต่อ


“วันๆมันก็แดกแต่โค้ก” >แคว


“ต้องลองแบบผสมโค้กดูเว้ย เห้ยสั่งเหล้ามาสักโปรซิ พี่ครับ” ธีร์ยกมือเรียกพนักงานที่เดินอยู่แถวนั้น สามคนคุยอะไรกันไม่รู้โปรเดียวสองโปร มิกซงมิกเซอร์อะไรของพวกมัน ใช่มิกเซอร์ที่พวกนักดนตรีใช้กันหรือเปล่า? เครื่องผสมสัญญาณเสียงงี้อ่อ?


ไม่นานพนักงานก็เดินถือถาดที่มีถังน้ำแข็ง โซดา น้ำเปล่า แล้วก็ไอ่นั่นอีกขวดน่าจะเป็นเหล้าแหละ พร้อมกับโค้กอีกด้วย ตอนคุยกันไม่ยักรู้เลยแฮะว่าพวกมันสั่งโค้กมาให้ผมด้วย แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะผมคงกินอะไรที่พวกมันสั่งมาไม่เป็น ถ้าโซดาก็พอไหวละมั้ง





[สแควร์]


ผมลากพันวามาร้านนั่งชิลเป็นเพื่อนเพราะอยากมานั่งฟังเพลงของนักร้องคนหนึ่ง ไปๆมาๆเจอไอ้ต่อไอ้ธีร์เข้า ทีแรกก็รู้สึกดีใจหน่อยๆที่จะมีเพื่อนนั่งชิลด้วยเพราะผมคงไม่บังคับพันวากินเหล้าหรอกถ้ามันไม่ขอลองเอง แต่ตอนนี้ผมรู้สึกคิดผิดมหันต์ที่ชวนไอ้สองคนนี้มานั่งด้วย พวกห่าสู


ดูมันเถอะครับไม่รู้ไปงัดคำพูดคำจามาจากไหน หว่านซ้ายล้อมขวาจนไอ้วาไปไหนไม่ได้ถึงขนาดยอมกินเหล้าผสมโค้กที่พวกมันสองตัวชงให้ ทีแรกก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะใจก็อยากให้เพื่อนมันได้ลองจะได้เข้าสังคมเป็น สุดท้ายเป็นไง แก้วแล้วแก้วเล่าที่มันกระดกเข้าปาก มึงลืมไปว่ามึงไม่เคยกินเหล้าเพื่อนรัก มึงกินครั้งแรก!!!


ผ่านไปยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนคิวนักร้องเลย สภาพมันแม่งอ้อแอ้ นั่งคอพับคอตกอยู่ข้างผมนี่แหละ ไอ้สองตัวก็นั่งหัวเราะคิกคักเอิ๊กอ๊ากมองสภาพพันวาอยู่ อยากจะพากลับชิบหายแต่ก็อยากอยู่ฟังเสียงนักร้องคนนั้นไง


“ไอ้วามึงคออ่อนนะเพื่อน ฮ่าฮ่า” ไอ้ต่อตบไหล่ไอ้วาป๊าบๆสองที ก็คออ่อนสิวะมันกินครั้งแรกไง เทื่อแรกน่ะฮู้จักบ่(ครั้งแรกน่ะรู้จักมั้ย)


“กูว่าถ้ามึงไม่พากลับไปนอนนะมันได้หงายหลังลงเก้าอี้แน่ๆ ฮ่าฮ่า” กูก็กลัวและอยากพากลับแต่กูอยากอยู่ฟังเพลง!! กูจะฟังเสียงนักร้องคนนั้นน่ะเข้าใจกูมั้ย


และแล้วความหวังของผมก็กำลังจะดับเพราะไอ้เพื่อนตัวดีที่เมาแล้วน่าจะหลับฟุปลงไปกับโต๊ะหรือหลายหลังล้มตึงลงไปกองกัลพื้นกลับลุกขึ้นมาตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงดังเฉย อายเขามั้ยมึง มึงไม่อายแต่ก็อาย


“เฮ้ยพวก อึก ชงเข้มๆมาอีกแก้วดิ๊!!” ก็คือเมาจะตายห่าแต่ยังขอเข้มๆอีก ก็ยอมมึงแล้ว ผมนั่งกุมขมับขณะที่อีกสองคนหัวเราะร่วน โต๊ะรอบห้างหันมามองบ้างประปรายบางคนมองแล้วก็หัวเราะขำเพราะไอ้วามันลุกขึ้นยืนแบบคนไม่มีแรง ตาปรือจนจะปิดอยู่แล้ว


“พอเลยมึงนั่งลงก่อนเดี๋ยวกูพากลับ มึงเอาโค้กให้มันกินก็พอ” ผมส่งเสียงดุใส่ไอ้วาไปแล้วหันมาบอกอีกสองคนให้รินแค่น้ำอัดลมที่สั่งมาเป็นมิกเซอร์ให้มันก็พอ


“ไรวะ! ก็บอกว่าขอเข้มๆงาย อึก ” บักแควขอมุดขี้ดินแก่นหนี มึงจะตะโกนทำม๊ายยคนมองมาเยอะกว่าเดิมอีก จะโทษใครดีที่ทำให้ผมอดฟังเสียงนักร้องคนนั้น ไอ้วามันไม่ได้เสียงดังขึ้นหรอกครับ แต่เป็นช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนคิวนักร้องพอดีไง เนี่ยนักร้องคนนั้นกำลังจะขึ้นแล้วเนี่ย พันวาเพื่อนรักมึงใจเย็นก๊อน


“มึงใจเย็น กินแค่โค้กเนอะ มึงชอบนิ” ผมพูดเกลี้ยกล่อมมัน คนเริ่มหันมามองไอ้วาที่เมาอ้อแอ้อยู่ตอนนี้


“ไม่ไหวหรอกมึง พามันกลับเถอะ” ต่อเพื่อน กูมาฟังนักร้องร้องเพลงเนี่ย จะขึ้นแล้วเนี่ย เขากำลังจะขึ้นร้องแล้ว


“ช่าย! อึก กูชอบโค้ก ชอบมากๆๆๆ” ไอ้วาตะโกนขึ้นอีกรอบ เพื๊อน มึงอดใจอีกสักนิดก็ไม่ได้เหรอ กูขอฟังเพลงเดียวกูจะพากลับเลยเนี่ย


“ที่กูกินกับพวกมึงเพราะมันผสมโค้ก อึก แล้วกูก็ชอบโค้กมากๆๆๆๆ” ยัง ยัง ยังไม่หยุดอีก ยังจะตะโกนต่ออีก!


เอ้อ ไม่ฟงไม่ฟังมันแล้วโว้ย!!!!


ผมไม่อยากให้มันตะโกนโหวกเหวกไปมากกว่านี้ ผมคุ้นหน้าหลายคนในร้านว่าเป็นนักศึกที่มหา’ลัยเดียวกัน ไม่อยากให้เพื่อนถูกมองไม่ดีหรอก กูมาฟังอีกทีวันหลังก็ได้เว้ย ผมรีบเข้าไปประคองคนเมาเอาแขนมันพาดมารอบคอผม มือผมวาดไปข้างหลังมันเพื่อจับแขนอีกฝั่งไม่ให้มันฟาดงวงฟาดงาเวลาเดินผ่านโต๊ะคนอื่น มืออีกข้างจับแขนมันที่ห้อยพับลงมาจากการพาดคอของผม มันตัวเล็กกว่าผมที่สูง185เลยต้องย่อตัวลงนิดหน่อย ใจจริงก็อยากอุ้ม ให้มันขี่หลังหรือจับพาดบ่าเลยแม่ง แต่ทำไม่ได้ไง


มันสงบลงแล้วไม่ตะโกนเสียงดัง ผมพามันเดินอย่างยากลำบากผ่านหลายๆโต๊ะที่มองมา เผลอสบตาใครเข้าก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆให้เท่านั้น ลากมันมาก็ต้องรับผิดชอบลากมันกลับแหละ เมื่อเดินมาถึงกลางร้านคนเมาก็เหมือนจะขยับตัวเล็กน้อย จากนั้นมันก็โวยวายให้ผมอยากอุ้มมันวิ่งออกจากร้านไปจริงๆ


“ไอ้แควเพื่อนรัก อึก กูน่ะชอบโค้กมากๆ มึงรู้ใช่มั้ย” เออ! กูรู้เพื่อน แต่อย่าตะโกนกูขอร้อง


“มึงพูดเบาๆหน่อย อายคนเค้า” ผมกระซิบมันเบาๆ คนมองมึงใหญ่แล้วเพื่อน เขาแนมมึงจนสิเหมิดร้านแล้ว(เขามองมึงเกือบทั้งร้านแล้ว)


“อายทำไมวะ อึก ชอบโค้กมันน่าอายตรงหนาย” ยังไม่สำนึกอีก!! น่าอายตรงมึงตะโกนไงเพื่อน!


“เบาหน่อยมึง”


“กูไม่เบา อึก กูชอบโค้กอ่ะ ชอบโค้ก ชอบมากๆๆๆๆๆ โค้กอ่ะมึงรู้จักโค้กมั้ย” กูจะปล่อยมึงทิ้งไว้ที่นี่แล้ววิ่งหนีไปแล้วนะ T_T


“เทสๆ” เสียงดังมาจากเวทีทำให้ผมละสายตาจากไอ้วาไปได้ นักร้องกูขึ้นเวทีแล้วไอ้วาเพื่อนรัก มึงช่วยเงียบปากให้กูสักทีจะได้มั้ย ผมทอดมองไปทางเวทีอย่างคนสิ้นหวัง ไม่ได้อยู่ฟังเสียงของเขาเสียแล้ววันนี้


ตัดพ้อไปก็ได้แค่ตัดพ้อ ผมหันกลับมามองคนเมาอ้อแอ้อีกทีตั้งท่าว่าจะเดินออกไปให้พ้นตัวร้านโดยเร็ว เดี๋ยวมันได้ตะโกนขึ้นมาให้อายใครเขาอีก แต่เดินยังไม่ทันได้ถึงสามก้าวไอ้ตัวดีก็ตะโกนขึ้นมาแข่งกับเสียงเทสไมค์เทสกีตาร์อีกรอบ


“กูชอบโค้กจริงๆนะเว้ย!” เออกูรู้ รู้ตั้งแต่รู้จักกับมึงได้สองวันแล้ว! ไม่ทันที่จะได้เดินต่อผู้ชายตัวสูงสองคนเดินมาจากทางไหนก็ไม่รู้มาหยุดตรงหน้าผม…..



___________________________


I'm so high at the moment

ติดตามต่อในตอนต่อไปฮับ

#เราชอบโค้ก


>3


TWITTER : @Baskettian1


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #2 SPF50PA++ (@SuthaahtuS) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 14:57

    พี่โค้กมา หลบไปลู๊กกก

    #2
    1
    • #2-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 1)
      17 พฤษภาคม 2562 / 15:07
      พี่โค้ก:ใครมาตะโกนบอกชอบเสียงดังลั่นร้าน // เดินไปเจอหน้าน้องแล้วน้วย น้องค้าบบอกชอบพี่ดังๆเลยพี่ชอบบ
      ปล.ขอบคุณที่ติดตามค้าบผม
      #2-1
  2. #1 okko33 (@okko33) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 10:07
    โอ้ยยยยน้องงง
    #1
    1
    • #1-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 1)
      17 พฤษภาคม 2562 / 10:25
      น้องบอก ป๋มจาไม่กินเหล้าอีกแน้วค้าบบ
      #1-1