[YAOI] คุณครับ..คืนจูบผมด้วย!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,214 Views

  • 16 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    220

    Overall
    1,214

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 || Way Back Home [ครบแล้ว]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62

บทที่
05
//
Way Back Home



ปึง!


คุณใบชาปิดประตูห้องเสียงดัง เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันนะ หัวใจเต้นแรงเหมือนยืนอยู่หน้าลำโพงที่เปิดเบสหนักๆ มันเต้นตุ๊บๆแบบนั้นจริงๆ สมองว่างเปล่ามีแต่สีขาวโพลน กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายจางๆลอยมาจากตัวของอีกคนยิ่งทำให้สมองเตลิดไปใหญ่ เรียกได้ว่าสติหลุดโดยแท้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่อีกคนบอกว่ามาตามจูบคืน ภาพตรงหน้ามันเป็นสีขาวโพลนไปหมดมีแต่ภาพคืนนั้นมันเริ่มชัดเจนกว่าที่เป็น คนในคืนนั้นที่จำหน้าได้ไม่ถนัดตานึกหน้าได้แค่ลางๆกลับชัดเจนขึ้นในความคิดจนนึกแปลกใจ


ไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไรรู้ตัวอีกทีก็กลับมาถึงห้องตัวเองแล้ว ไม่คิดว่าในเมืองหลวงที่แออัดไปด้วยผู้คนจะถูกตามหาเจอได้ง่ายขนาดนี้ คุณใบชาได้แต่นั่งกุมขมับอยู่ในห้องนอนของตัวเอง ตอนทำน่ะก็ไม่ทันได้คิดอะไร หากรู้ว่าอีกคนจะตามมาเอาคืนจากขอยืมเฉยๆคงจะขอเลยไม่ต้องคืนน่าจะดีกว่า....


“แล้วจะให้คืนยังไงทีนี้ โอยย”


นั่งเครียดอยู่คนเดียวอย่างนั้น เรื่องนี้เพื่อนสนิททั้งสองยังไม่รู้เรื่องด้วย หากรู้เข้าเขาจะโดนบ่นว่าทำอะไรไม่คิดแน่ๆ แต่จะให้จูบคืนมันก็..... มีแต่ความรู้สึกแปลกๆ กลับมาทบทวนดูก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำแบบนั้นลงไปได้อย่างไร อาจจะกลัวหรือตื่นเต้นจนร่างกายหลั่งอะดรีนาลินมากกว่าปกติเลยทำอะไรไปแบบไม่ยั้งคิด


ใช่..มันต้องเป็นแบบนั้นแหละ


แต่มันจะใช้เป็นข้ออ้างได้อย่างไรในเมื่อจูบเขาไปแล้วแถมยังลั่นวาจาให้เขามาตามคืนอีกต่างหาก แต่จะให้คืนยังไงกลับไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลยด้วยซ้ำ


“ทำยังไงดีๆ”


คุณใบชาที่กำลังใช้สมองคิดอย่างหนักร่างกายก็อยู่เฉยไม่ได้ ตอนนี้จึงกำลังเดินไปเดินมาอยู่รอบห้องตัวเอง


โทรไปปรึกษาเพื่อนสนิททั้งสอง?


ตัดทิ้งไปเพราะยังไม่อยากฟังคำบ่นของเพื่อนในตอนนี้ กว่าจะได้คำปรึกษาอาจจะหูชาไปก่อน


คุณโอชิก็ไม่น่าจะช่วยเขาได้ ข้อนี้ก็ตัดทิ้ง คนที่เชียงใหม่จะช่วยอะไรได้


“เชียงใหม่? ใช่เลย!!”


คุณใบชาตะโกนขึ้นมาลั่นห้องเมื่อนึกบางอย่างได้เขาจะต้องกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้แล้วยังไงล่ะ แถมเป็นการกลับที่นานเกือบสามเดือนอีก คุณพฤกษ์คงไม่ว่างมานั่งคิดว่าจะตามจูบเขาแบบไหนแล้วก็คงจะลืมๆไปก่อนที่เขาจะเปิดเทอมนั่นแหละ


อืม เขาว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น


“เห้อ” ถอนหายใจออกมาแบบโล่งอก คุณใบชาได้แต่หวังว่าจะไม่ได้เจอคุณพฤกษ์อีก และหวังว่าคุณพฤกษ์จะลืมๆเขาไปเลยได้ยิ่งดี



     ......


เช้าวันใหม่ที่จะต้องทนตรากตรำนั่งรถยนต์กลับขึ้นเชียงใหม่ จะให้เขาว่ายังไงดีล่ะ เพราะว่าระยะทางมันค่อนข้างไกลมั้ง ไม่ค่อนข้างหรอกเพราะมันไกลเลยแหละ หลังจากหายเครียดเมื่อคืนตัวหนอนก็ส่งข้อความมาบอกว่ารถจะมารับตั้งแต่7โมงเช้าเพราะใช้เวลาเดินทางนานเลยต้องรีบออกจะได้ไม่ถึงที่หมายในเวลามืดค่ำจนเกินไป


คุณใบชาหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลงมาจากห้องเพื่อไปนั่งรอรถที่จะมารับ เขาลงมาก่อนเวลาเกือบ10นาที นั่งรอไปได้ไม่นานรู้สึกเบื่อๆจึงหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นเข้าแอพนั้นส่องแอพนี้ไปตามประสา


ติ๊ง


เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมกับปรากฏชื่อน้องชายเด้งขึ้นบนหน้าจอ

Oishi ส่งรูปภาพถึงคุณ


ติ๊ง

ติ๊ง

ติ๊ง


พร้อมข้อความอีก 3 ข้อความก็ถูกส่งมาในเวลาเดียวกันนั้นทั้งที่เขายังไม่เข้าไปอ่านข้อความแรกเลย คุณใบชาหลุดยิ้มกับมือถือเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้เจอกันแล้ว ไม่เจอกันตั้งนานน้องชายเขาคงจะโตขึ้นเป็นกองแล้วแน่ๆเลย คิดไปพลางนิ้วก็กดเข้าไปอ่านข้อความด้วย ภาพตรงหน้านั้นทำให้รอยยิ้มที่มีอยู่ลอยหายไปกับสายลมเย็นๆในยามเช้าทันที


Oishi: *รูปภาพคุณพฤกษ์*

      :อันนี้คุณโอชิลืมบอก

      :คนนี้ชื่อพี่ต้นไม้นะ

      :คนที่จะไปรับชาชักกลับเชียงใหม่วันนี้



คนคนนี้…..ไม่ผิดแน่นอน คุณใบชาเม้มปากแน่น ความรู้สึกเมื่อวานตีกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง แถมความรู้สึกนั้นยังพาให้หน้าร้อนจนแทบไหม้ ใจของคุณใบชาเต้นตุบๆอย่างหาสาเหตุไม่ได้ แต่อีกความรู้สึกนึงคือยังนึกโกรธอีกคนไม่หายที่มาทำให้เขาหลอนไปหลายวันเลย


ตามกันมาอยู่นั่นแหละ


เขารู้สึกคุ้นชื่อต้นไม้มากๆ เหมือนจะเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง แต่มันแค่คลับคล้ายคลับคลา พยายามนึกแล้วแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าคุ้นชื่อนี้จากที่ไหน อีกเรื่องที่เขาไม่เข้าใจคือตอนถามชื่อทำไมไม่บอกชื่อจริงๆมาเลยตั้งแต่แรก จะมาใช้นามแฝง ชื่อในวงการอะไรให้ยุ่งยากก็ไม่รู้ สงสัยว่าเขาจะต้องได้จำชื่ออีกคนใหม่แล้ว


นั่งนึกอยู่ไม่นานเจ้าของใบหน้าในรูปก็ขับรถมาจอดต่อหน้าเขา ชายที่ชื่อพฤกษ์หรือต้นไม้ในชุดเสื้อยืดสีดำธรรมดา กางเกงยีนกับรองเท้าผ้าใบ แต่คนตรงหน้าเขากลับดูดีอะไรขนาดนั้น คุณใบชาอดก้มลงมองตัวเองไม่ได้ เขาก็ชอบแต่งตัวแบบนี้เลยแต่จำไม่ได้ว่าตัวเองแต่งแล้วดูดีแบบนั้นมั้ย แล้วก็ถอนหายใจใส่ตั้วเองหนึ่งที


“เห้อ”


“ทักทายกันด้วยการถอนหายใจเหรอครับ?”


คำทักทายจากอีกฝ่ายทำให้คุณใบชาต้องมองบนใส่แถมถอนหายใจใส่อีกที “เห้อ” คนอุตส่าห์ชื่นชมอยู่ในใจแท้ๆ


“คุณคือคนที่จะพาผมกลับเชียงใหม่จริงๆใช่มั้ย?” เขาถามอีกฝ่าย


“ไม่ใช่หรอกมั้งครับ โอชิน่าจะบอกคุณแล้ว”


“เอาดีๆสิครับ คุณกวนผมมาตั้งเกือบอาทิตย์แล้วนะเลิกกวนกันสักที”


“ครับ คุณต้องกลับเชียงใหม่โดยมีผมเป็นคนขับรถ”


“นานมั้ยครับกว่าจะถึง”


“10ชั่วโมงได้ครับ”


“!?!”


“ฟังไม่ผิดครับ 10 ชั่วโมง”


“นี่ผมต้องนั่งรถกลับเชียงใหม่กับคุณ10ชั่วโมง!!!”


“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละครับ”


คุณใบชาแทบลมจับ รู้ว่ากรุงเทพกับเชียงใหม่น่ะไกลกัน แต่ไม่คิดว่าจะใช้เวลานานเกือบครึ่งค่อนวันขนาดนั้น แถมยังต้องนั่งกับคนคนนี้ไปตลอดทางด้วย อยากรู้จริงๆเลยคุณชบาคิดยังไงให้เขานั่งรถกลับแบบนี้ กว่าจะถึงนะรับรองเลยว่าตูดชา


คุณใบชายืนอึ้งอยู่สักพัก ขณะนั้นอีกคนก็เข้ามาลากเอากระเป๋าใบใหญ่ไปแล้ว จะไปแย่งคืนอีกคนก็เดินไปถึงรถพอดี กระเป๋าใบใหญ่จึงถูกยกขึ้นเบาะหลังโดยคุณต้นไม้ ส่วนคุณใบชาที่ไม่ค่อยจะพอใจนักแต่เขาถูกคุณพ่อสอนมาว่าเวลามีคนทำดีด้วยต้องให้คำวิเศษเป็นการตอบแทน


“ขอบคุณครับ”


พร้อมกับสิ่งมหัศจรรย์ที่คุณพ่อเคยบอกว่าสามารถเปลี่ยนสีดำให้เป็นความสดใสได้


สิ่งนั้นคือรอยยิ้ม


เขายิ้มให้อีกฝ่ายจนดวงตากลมโตคู่นั้นหยีเป็นสระอิ สิ่งที่คุณพ่อสอนเขายังคงจำได้ทุกอย่าง และนำมันมาใช้จวบจนวันนี้แม้คุณพ่อจะไม่อยู่กับเขาแล้วก็ตาม


ต้นไม้ชะงักกึก ไม่เคยเห็นน้องยิ้มแบบนี้มาก่อนเลยนอกจากในรูปภาพที่บ้าน ปกติก็ทำหน้าบึ้งตึงใส่เขาทุกครั้งที่เจอกัน คำพูดขอบคุณและรอยยิ้มจากน้องดูจริงใจเพราะคนมองอย่างเขาสัมผัสความจริงใจจากน้องได้ชัดเจน และน้องตอนยิ้มน่ะน่ารักไม่หยอกเลย


ต้นไม้เปิดประตูรถให้ คราวนี้เป็นใบชาเองที่ชะงักบ้าง เขายิ้มแบบเดิมให้คนที่เปิดประตูให้กันเป็นการขอบคุณก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ อีกคนปิดประตูก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ


คุณต้นไม้ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นี่ :)


รถของทั้งคู่เคลื่อนตัวออกไปจากหน้าหอพักของคุณใบชา ฉับพลันบนรถก็มีแต่ความเงียบงันจนน่าอึดอัด ไม่มีเสียงพูดของใครมีเพียงเสียงแอร์รถที่เปิดอยู่เท่านั้น คุณใบชาลอบมองหน้าคนที่กำลังตั้งใจขับรถ อยากจะถอนหายใจสักพันครั้งก็คนที่นั่งอยู่ข้างๆเขานั้นดูดีจนน่าอิจฉา เห็นหน้าแค่ครึ่งเดียวยังดูดีตั้งขนาดนี้เลยขนาดการแต่งตัวของของอีกคนดูธรรมดาๆแต่กลับไม่บั่นทอนความดูดีนั่นลงไปแม้แต่น้อย


กว่าพวกเขาจะพ้นเขตเมืองหลวงออกไปได้ก็กินเวลาไปเป็นชั่วโมง รถราแล่นไปมาบนท้องถนนเต็มไปหมด ไฟเขียวที่เพียงกะพริบตาก็เปลี่ยนเป็นไฟแดง ส่วนไฟแดงนั้นต้องนั่งรอจนเกือบหลับ นี่แหละการจราจรในเมืองกรุง ติดขัดวุ่นวาย ยิ่งวันไหนคุณตำรวจตั้งด่านตรวจขึ้นมายิ่งติดขัดกว่าเดิม


พอพ้นเขตการจราจรติดขัดออกมาได้ การเดินทางก็ลื่นไหลมากขึ้น พวกเขาทั้งคู่แวะปั้มเพื่อพักหลังจากนั่งอยู่บนรถนานเกือบสองชั่วโมง คุณใบชาเข้าร้านสะดวกซื้อส่วนอีกคนเข้าร้านกาแฟ สองชั่วโมงที่มีแต่ความเงียบทำให้คุณใบชาฉุกคิดขึ้นมาได้ หากเป็นแบบนี้คนขับจะต้องง่วงนอนก่อนจะขับไปถึงเชียงใหม่แน่ๆ เขาจึงมั่นหมายกับตัวเองว่าจะเปิดเพลงคลอไปตลอดทางและหาเรื่องคุยกับอีกฝ่ายด้วยแม้ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรก็ตาม


คุณใบชาหยิบของกินหลายอย่าง น้ำ ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่ง ซื้อไปเยอะมากๆก็ตั้งใจซื้อเผื่อคนขับด้วยนั่นแหละ เขาซื้อกระดิกน้ำเล็กๆซื้อน้ำแข็งและผ้าเย็นไว้ด้วย เอาไว้เผื่อคนขับง่วงนอนบางทีผ้าเย็นอาจจะมีประโยชน์  เขาทำได้เพียงเท่านี้เพราะเขาไม่สามารถช่วยเปลี่ยนอีกคนขับได้ ต้องโทษคุณชบาที่ไม่ยอมให้เขาขับรถสักที เขาขับเป็นแต่ไม่มีใบขับขี่แถมไม่รู้จักทางด้วย อยากกลับถึงเชียงใหม่แบบครบ32 แต่ทำได้มากที่สุดเพียงเท่านี้


หลังจากจ่ายเงินก็หอบหิ้วถุงพะรุงพะรังออกจากร้านสะดวกซื้อ คนที่เข้าร้านกาแฟยืนรออยู่ประตูฝั่งของเขา เมื่ออีกคนเห็นเขาหิ้วของเต็มมือไปหมดจึงเปิดประตูหลังแล้ววิ่งแจ้นเข้ามาช่วยถือของไปวางไว้ที่เบาะหลังกับกระเป๋าใบใหญ่ของเขา


“อะไรครับ?” เมื่อขึ้นมาบนรถอีกฝ่ายยื่นแก้วน้ำยี่ห้อร้านที่เจ้าตัวเดินเข้าไปมาให้เขา

“คาปูชิโน่ปั่นครับ ซื้อมาให้” คนที่บังเอิญรู้ว่าเขาชอบคาปูชิโน่ปั่นคือคุณต้นไม้ เขายิ้มขอบคุณก่อนจะรับแก้วนั้นมาถืออยู่ในมือ คนคนนี้รู้เรื่องของเขาเยอะเกินไปแล้ว



รถขับเคลื่อนออกจากปั้ม คนขับขับรถด้วยความเร็วสม่ำเสมออาจจะเร็วกว่าปกติหน่อยแต่ถ้าไม่อยากถึงเชียงใหม่มืดจนเกินไปก็ต้องทำเวลา

คุณใบชาเริ่มยึกยัก อยากจะหาเรื่องมาคุยเป็นเพื่อนอีกฝ่าย แต่ดันไม่มีหัวข้ออะไรในหัวเลย จะพาคุยเรื่องการเมืองก็พาลจะพากันหัวร้อนซะเปล่า เพราะการบ้านการเมืองทุกวันนี้น่ะ….เว้นไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกัน


“ขอเปิดเพลงได้มั้ยครับ?” เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรแต่ไม่อยากให้รถเงียบไปกว่านี้ก็เลยต้องขอเปิดเพลงคลอไปด้วยน่าจะช่วยได้บ้าง


“ได้ครับ”  


เมื่อได้รับอนุญาตแล้วคุณใบชาก็จัดการเปิดเพลลิสต์เพลงที่ตัวเองชอบฟังในทันที ซึ่งเพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงสากลทั้งนั้น ทั้งเก่า ทั้งใหม่ ในกระแส หรือนอกกระแสก็ฟังได้ทั้งหมดถ้าเพลงมันถูกใจน่ะนะ


“ชอบเพลงสากลเหรอครับ?” คนขับรถถามขึ้น คุณใบชาหันหน้าไปมองงงๆแต่ก็ตอบคำถามอีกฝ่าย


“ใช่ครับ”


“ทำไมถึงชอบล่ะครับ” คนขับหันหน้ามามองเขาแวบนึงก่อนจะหันกลับไปจับจ้องถนนด้านหน้าเหมือนเดิม


“เพราะชอบภาษาอังกฤษมั้งครับ เมื่อก่อนก็เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง ทีนี้ก็ติดฟังมาตลอดเลย แต่เพลงไทยก็ฟังนะครับ แบบเป็นบางครั้งน่ะ”


“ชอบภาษาทำไมไม่เรียนภาษาล่ะครับ” คนขับขมวดคิ้วทั้งที่ตายังจับจ้องถนนอยู่


“เพราะอยากสานต่อกิจการของครอบครัวน่ะครับ” คุณใบชายิ้มบางๆบนใบหน้า เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเลือกเรียนผิดสายเลยแม้แต่น้อยเพราะเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะสานต่อสวนดอกไม้ของคุณพ่อ


“เป็นเด็กดีจังเลยนะครับ” คนขับยิ้มจนคุณใบชาที่มองอยู่เห็นฟันเขี้ยวของอีกฝ่าย


“ไม่หรอกครับ” ถ้าจะบอกว่าตัวเองเป็นเด็กดีเขากลับไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่เพราะว่าตัวเองทำตัวดื้อกับคุณชบาเอาไว้ซะเยอะเลย “แต่คุณทำผมแปลกใจอีกแล้วนะครับเนี่ย” มองอีกฝ่ายด้วยสายตาจับผิด


“อะไรเหรอครับ?”


“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมไม่ได้เรียนภาษาความจริงผมอาจจะเรียนภาษาก็ได้”


“ผมรู้จักคุณเยอะกว่าที่คุณคิดอีกครับ”


“...”


“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ผมไม่ได้เป็นสตอล์คเกอร์นะ ฮ่าฮ่า”


คุณใบชารู้สึกคนคนนี้เริ่มจะน่ากลัวขึ้นทุกวันๆแล้ว จะรู้จักเขาเยอะขนาดไหนกันแน่ก็ไม่รู้


“เห้อ ชักจะกลัวขึ้นมาแล้วนะครับ” เขาถอนหายใจใส่อีกฝ่าย แม้จะพูดออกไปแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าคนคนนี้น่ากลัว แม้จะแอบกวนๆแปลกๆไปหน่อยก็ตาม


บรรยากาศในรถไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะเพลงที่เปิดคลออยู่ตลอด หรือเพราะคนนั่งข้างๆคนขับที่สรรหาเรื่องต่างๆมาพูดให้คนขับฟังไปเรื่อย พวกเขาเดินทางมาเกินครึ่งทางแล้ว แวะพักกินข้าวเที่ยงโดยใช้เวลาไม่กี่สิบนาทีเพียงเท่านั้น จากนั้นรถก็ขับเคลื่อนต่อ ไม่นานคนที่พยายามจะชวนคุยตอนนี้กำลังตาเยิ้ม พิงหัวกับเบาะพร้อมที่จะหลับตลอดเวลา


“นอนพักได้นะครับ” คนขับเอ่ยบอกเมื่อเห็นน้องนั่งโงนเงนคอพับคอตก ตาก็แทบจะลืมไม่ขึ้น


“ไม่ได้หรอกครับ” คุณใบชาพูดเสียงยืดยาน “เดี๋ยวคุณไม่มีเพื่อนคุยจะง่วงเอาได้นะ” พูดจบก็หาวนอนไปอีกรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ สงสัยว่าพอข้าวตกถึงท้องแล้วหนังตาก็เลยหย่อน


“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ไม่ต้องห่วงเลย ถ้าง่วงก็เอนเบาะนอนดีๆดีกว่าเดี๋ยวไม่สบายตัวเอานะ”


“.....” ไร้สัญญาณตอบรับใดๆเมื่อหันมามองก็เห็นคนหลับคอพับพิงหลังไปกับเบาะเรียบร้อย


ต้นไม้เปิดไฟเลี้ยวเพื่อจอดรถข้างทาง เอี้ยวตัวไปทางเบาะหลังยื่นมือไปหยิบผ้าห่มที่ตัวเองเตรียมมาเผื่อน้องง่วงนอน เห็นทีตอนนี้น่าจะถึงเวลาใช้งานแล้ว เขาโน้มตัวไปทางคุณใบชาที่นั่งหลับอยู่ เอื้อมมือไปข้างเบาะเพื่อปรับเอนให้คนนอนนอนหลับสบาย กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวอีกฝ่ายลอยเข้าจมูกเขา คงเป็นเพราะระยะห่างเพียงน้อยนิดทำให้ได้กลิ่นหอมนั่นชัดเจน พอปรับเบาะเสร็จแล้วก็จัดการห่มผ้าให้อีกคนก่อนจะเคลื่อนรถต่อ


คนนอนขยับตัวยุกยิกคล้ายๆจะหาท่านอนที่ทำให้ตัวเองสบายที่สุด ก่อนจะหยุดอยู่ในท่าที่หันหลังให้คนขับหันหน้าเขาหาประตู


ลับสายตาคนขับ บนใบหน้าคนนอนกลับฉาบไปด้วยรอยยิ้มบางๆ คุณใบชาตื่นตั้งแต่อีกคนโน้มตัวมาทางเขาแล้ว เกือบจะลืมตาขึ้นมาโวยวายเพราะคิดว่าอีกคนจะฉวยโอกาสเขาทีเผลอ แต่กลับไม่เป็นดั่งที่คิด คุณต้นไม้เป็นคนใจดีกว่าที่เขาคิดเอาไว้เยอะเลย จากนั้นความง่วงก็ค่อยๆพรากเอาสติไปเรื่อยๆจนเขาเข้าสู่ห่วงนิทราไปในที่สุด




________

100%


          ครบแล้วครับ ตอนนี้อาจจะสั้นๆไปหน่อยนะครับแหะๆแต่งไม่ค่อยออก เอาเป็นว่าให้เขาไปถึงเชียงใหม่เลยแล้วกันเนอะ

          จากใจคนเขียน:ขอบคุณทุกๆยอดติดตามยอดวิวยอดไลค์และยอดคอมเมนต์นะครับ รักทุกคนเท่าโลกเลยย


























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #16 MALiTTLE BOSS (@snowji) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 15:50
    คุณต้นไม้น่ารักมากกกก อยากได้ แบบละมุน
    #16
    1
    • #16-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 6)
      2 มิถุนายน 2562 / 17:26
      คุณต้นไม้เป็นละมุนและสุภาพบุรุษด้วยย
      #16-1
  2. #15 Wanvy1122 (@Wanvy1122) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 19:04
    เอาแล้วใบชาพี่เค้าแค่เอ็นดูหนูเองลูกก
    #15
    4
    • #15-1 Septile97 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 6)
      23 พฤษภาคม 2562 / 19:07
      ใบาขอกพี่ตามหลอนหนูอ่ะหนูกลัว 5555
      #15-1