ตอนที่ 5 : บทที่ 4 || ผม...มาตามจูบผมคืนครับ [ครบแล้ว]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62


บทที่
04
//
ผม...มาตามจูบผมคืนครับ


ต้นไม้ หรือ นายพฤกษ์ พลาธร ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเนียนกริบทั้งที่ทำงานกลางแดดเป็นประจำ โครงหน้าคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาสองชั้น คิ้วหนาเข้ม ริมฝีปากเป็นกระจับ พ่อบอกว่าเขาได้สีผิวกับริมฝีปากสวยจนผู้หญิงหลายคนอิจฉานี้มาจากแม่ แม้ว่าทั้งชีวิตนี้เขาไม่เคยเจอท่านแต่เขาก็ยังนึกถึงและขอบคุณแม่เสมอให้มอบชีวิตนี้ให้กับเขา เขาสู้ชีวิตมากับคุณพ่อสองคน พ่อตรากตรำส่งเขาเรียนจนจบปริญญาโททางด้านบริหาร

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้ทำอะไรชีวิตของเขาก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน ชีวิตเขาที่เคยมีแต่พ่อก็เปลี่ยนไป.... ต้นไม้ได้เข้ามาทำงานในสวนดอกไม้กลีบชบา ตำแหน่งของเขาคือผู้จัดการสวนดอกไม้แห่งนี้ เขาใช้ความรู้ความสามรถทั้งหมดปรับปรุงพัฒนาสวนแห่งนี้จนเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในเวลาเพียง6เดือนแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่ จากสายตาคนงานที่มองเขาด้วยความเคลือบแคลงปนสงสัยว่าคนหนุ่มอย่างเขาจะดูแลสวนแห่งนี้ได้หรือ จนวันนี้สายตาเหล่านั้นได้หายไปเหลือเพียงแค่สายตาที่ให้ความเคารพนับถือไม่ว่าจะเป็นคนที่มีอายุมากกว่าเขาก็ตาม

 

น้าชบาเจ้าของสวนแห่งนี้มีลูกชาย2คน คนหนึ่งคือน้องโอชิ เขาสนิทกับโอชิเป็นอย่างดีเลยทีเดียว ส่วนอีกคนคือใบชา เขาได้ยินได้ฟังเรื่องราวต่างๆของใบชามาหนาหู รูปของใบชาตั้งแต่สมัยเด็กล่อนจ้อนที่โอชิมาเปิดให้ดูจนกระทั่งตอนนี้ใบชาเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษาเขาเคยเห็นมาหมด เว้นแต่ตัวเป็นๆเท่านั้นที่ยังไม่เคยเห็น...

 

“พี่ไม้พักบ้างเถอะ ศุกร์นี้ไปกรุงเทพฯกัน” ปูนรุ่นน้องมหาลัย พวกเขารู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนไม่คิดเลยว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ปูนเป็นลูกคนงานในสวนที่น้าชบาเลี้ยงดูและส่งเสีย หลังเรียนจบปูนก็ทำงานให้กับน้าชบาที่สวนเพื่อตอบแทนบุญคุณ เช่นเดียวกันกับเขาที่ตั้งใจทำงานหนักมาตลอดปีตั้งแต่เข้ามาทำงานเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของน้าชบา

 

“ใช่ๆพักบ้างเถอะตอนนี้สวนเราทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่แล้ว” แดงที่เดินตามปูนเข้ามาในห้องทำงานของเขากล่าวเสริม “เห็นคุณชบาบอกว่าให้พวกเราไปช่วยเป็นหูเป็นตาให้”

“อ๋อสงสัยจะพาคุณใบชาไปดูตัวอีกแล้วแน่ๆ” ปูนพูดกลั้วหัวเราะ แววตาของปูนเต็มไปด้วยความเอ็นดูเมื่อกล่าวชื่อใบชา “เพราะหนีการดูตัวทุกทีคราวนี้เลยจะให้เราไปช่วยดู น่าจะต้องมีการวิ่งไล่กันเกิดขึ้นแน่ๆ ฮ่าๆ”

“พี่ไม้ก็ไปด้วยกันสิจะได้เห็นคุณใบชาตัวเป็นๆ” แดงพูดหว่านล้อมต้นไม้ที่นั่งเงียบฟังอย่างเดียวไม่พูดไม่จาอะไรกับพวกเขาเลย

“เห้อ ได้พักก็ดี” เขาก็อยากลองเจอคุณใบชาตัวเป็นๆบ้าง เผื่อจะได้เตรียมตัวรับมือถูกตอนสอนงานให้อีกฝ่ายในช่วงที่เจ้าตัวปิดเทอม จะดื้อจะซนเหมือนน้าชบาบอกเขาหรือเปล่า

 

 

......

 

 

หอประชุมใหญ่เต็มแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา คนเหล่านั้นต่างแต่งกายด้วยชุดที่ดูหรูหรา สุภาพและดูดีเอามาก ๆ เหล่าคนที่มาจากสวนเพื่อร่วมงานการกุศลครั้งนี้ล้วนถูกจับให้ใส่สูทผูกเนคไท เพื่อไม่ให้แปลกแยกกับคนอื่นๆที่มาร่วมงานมากเกินไป แม้ว่าจุดประสงค์ของพวกเขาจะไม่ตรงกับคนที่มาร่วมงานนี้เลยก็ตาม

 

พวกเขาที่มากับน้าชบามีภารกิจลับและต่างคนต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง อ่ำติดตามน้าชบาไป หน้าที่คือจับตาดูใบชาที่ชอบเล่นตุกติกขอไปเข้าห้องน้ำแล้วแอบชิ่ง ส่วนเขาแดงและปูนให้แยกตัวกันเดินไปรอบๆบริเวณงานเผื่อใบชาวิ่งหนีมาเจอ พวกเขาจึงตัดสินใจกันว่าจะอยู่แถวๆประตูทางเข้าที่มีทางเดียวเวลาใครจะเข้าหรือออกต้องผ่านประตูนี้เท่านั้น

 

ต้นไม้ที่หนึ่งปีให้หลังขลุกตัวอยู่แต่กับงานในสวน ไม่ค่อยได้ออกมาพบปะผู้คนมากนักยกเว้นคนงานในสวน การมางานการกุศลครั้งนี้จึงทำให้เขารู้สึกประหม่า โดยเฉพาะสายตาจากสาวเล็กสาวใหญ่ที่มองมา หลังจากงานเริ่มได้สักพักเขาจึงขอตัวออกมาข้างนอกก่อน เขาว่าสักพักถึงจะกลับเข้าไปข้างในอีกครั้ง ไม่ได้ตื่นกลัวสายตาเหล่านั้นหรอกแค่ยังไม่ชินเลยประหม่าไปนิดเท่านั้น

 

เขายืนเหม่อมองท้องฟ้าอยู่นาน ในใจพลางคิดถึงคนบนนั้น จะสบายดีหรือเปล่านะ เสียงดนตรีเล็ดลอดออกมาจากในหอประชุมใหญ่ ลานจอดรถที่มีไปสลัวเปิดอยู่เพียงเท่านั้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศวังเวงเลย เขายืนเหม่ออยู่อย่างนั้นจนรู้สึกถึงแรงสะกิดและเสียงเรียกที่ฟังดูจะเหนื่อยหอบจากทางด้านหลัง

 

“คุณ...ช่วยผมหน่อย”

 

ต้นไม้หันมามองต้นเสียง ภาพปรากฎเป็นบุคคลที่เขาไม่เคยเห็นตัวจริงเลยสักครั้ง คนที่เขาแอบเรียกน้องในใจมาโดยตลอด น้องยืนเหนื่อยหอบและมองไปข้างหลังตลอดเวลา ถ้าจะให้เดาคงแอบหนีน้าชบากับพี่อ่ำมาเจอแดงกับปูนที่หน้าประตูแล้ววิ่งหนีออกมาชัวร์ๆ

 

“ครับ?” ขานรับออกไปเสียงนุ่มทุ้มของเขาน่าจะดังจนคนตรงหน้าได้ยิน แต่น้องกลับไม่หันหน้ามาหาเขาเลยเอาแต่ชะเง้อคอมองไปทางประตูบานใหญ่นั่นตลอดเวลา

ผมขอยืมจูบคุณหน่อยนะ

“....”

 

เขายังไม่ทันได้ตอบอะไรน้องก็หันกลับมาเขย่งเท้าขึ้นเพิ่มความสูงให้กับตัวเองก่อนจะประกบริมฝีปากนุ่มนั้นกับริมฝีปากของเขา ดูเหมือนการเขย่งเท้าจะทำให้คนตัวเล็กทรงตัวไม่อยู่ แขนทั้งสองข้างของน้องจึงยกขึ้นโอบรอบคอของเขา ต้นไม้จึงรีบโอบรอบเอวของน้องเอาไว้หลวมๆ

 

ริมฝีปากของคนทั้งสองเพียงประกบกันเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างไม่ลุกล้ำซึ่งกันและกัน เขายังคงงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นปูนที่กำลังวิ่งมาทางนี้จึงปะติดปะต่อเรื่องราวได้ คนตัวเล็กคงวิ่งหนีปูนที่ขายาวกว่าไม่ทัน วิธีหนีแบบละครไทยที่พี่อ่ำชอบเล่าให้ฟังคือการที่พระเอกคว้าแขนของนางเอกขณะวิ่งหนีคนร้ายเอาไว้แล้วบรรจงมอบจูบให้ เบี่ยงตัวนางเอกเพื่อไม่ให้คนร้ายเห็นหน้าแล้วคนร้ายก็จะวิ่งผ่านเลยไป นี่คงจะเป็นวิธีหนีของคนตัวเล็กสินะ

 

ดื้อเหมือนที่น้าชบาว่าไม่มีผิดหากไม่ชอบการดูตัวก็แค่บอกเหตุผลดีๆไปสักข้อน่าจะสิ้นเรื่อง แต่คนดื้อก็เอาแต่ชิ่งหนี จนตอนนี้เขากลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือการหนีของคนน้องไปเสียแล้ว

 

เมื่อปูนวิ่งเข้ามาเห็นพวกเขาเท้าที่วิ่งอยู่จึงหยุดชะงักทันที ต้นไม้ส่งสัญญาณให้ปูนเดินกลับไปทางเดิม ซึ่งปูนก็หันหลังกลับไปทันที แต่ก็ยังไม่วายหันหน้ากลับมามองกันเหมือนเดิมก่อนจะหันกลับ เขาเห็นปูนส่ายหัวไปมาเบาๆก่อนจะเดินลับเข้าไปในหอประชุมใหญ่อีกครั้ง

 

เนิ่นนานที่ริมฝีปากนั้นประกบอยู่กับริมฝีปากของเขาก่อนที่คนตัวเล็กจะผละออก คนตัวเล็กย้ายมือที่โอบรอบคอเขามาเกาะที่ไหล่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จากนั้นมือทั้งสองก็เลื่อนลงมามีหน้าอกของเขา คนตัวเล็กออกแรงผลักเบาๆเขาจึงปล่อยมือที่โอบรอบเอวน้องอยู่ ได้ยินเสียงบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนที่น้องจะเตรียมท่าพร้อมเดินออกไปทางถนนใหญ่จนเขาต้องเรียกเอาไว้

 

“เดี๋ยวครับ...คุณบอกยืมจูบผม  ผมต้องได้คืนใช่มั้ยครับ?”

“อยากได้คืนก็ตามหาผมให้เจอนะครับ” แล้วคนตัวเล็กก็วิ่งหนีเขาในทันที เขายกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่โดนใครบางคนขโมยจูบไปเมื่อครู่

 

"ดื้อจริงๆด้วยสิ เดี๋ยวพี่จะรีบไปตามคืนเลย" จูบของเขาน่ะเดี๋ยวจะรีบไปตามคืนเลยเตรียมตัวไว้ด้วยนะ :)



......



หลังจากงานจบลงต้นไม้ตัดสินใจที่จะอยู่กรุงเทพฯต่อ เขาให้เหตุผลกับทุกคนว่าอยากไปเจอเพื่อนที่ทำงานแถวๆนี้เพราะไม่ได้เจอกันนาน และขออยู่ต่อรอรับใบชากลับด้วยเลยเผื่อน้องอยากขนของกลับเยอะจะได้ไม่ยุ่งยากหอบของไปขึ้นเครื่องให้ลำบาก ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามามันคือข้ออ้าง เขาแค่อยากจะลองตามๆเด็กแสบดู นี่ถ้าคนที่ถูกจูบไม่ใช่เขา ก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าน้องจะโดนอะไรบ้าง อาจจะโดนดุ โดนต่อย หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้นก็คือโดนลากไปทำมิดีมิร้าย ก็น่าตาน่ารักไม่หยอกเลยนี่นา ตัวเล็กกว่าเขาราว 10 เซนฯ ไหนจะตัวขาวๆผิวหน้าเนียนๆ จมูกโด่งสวยเหมือนหน้าชบา ดวงตาที่เขาเห็นใกล้ๆนั้นน่าหลงใหลกว่าในรูปภาพเป็นไหน ๆ นัยน์ตาสีน้ำผึ้งสวยสะท้อนแสงไฟสลัวสีส้ม น่าหลงใหลจริงๆนะ ไหนจะริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปที่สัมผัสนุ่มนิ่มนั้นอีก แก้มก็น่าบีบมากๆ ให้ตายเถอะ โชคดีจริงๆที่เป็นเขาที่ได้จูบน้องตอนนั้น.... ถ้าเป็นคนอื่นเขาก็ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ

 

เขารู้ข้อมูลที่อยู่และอื่นๆของน้องจากโอชิ บอกแล้วว่าเขากับโอชิน่ะสนิทกันจริงๆ โรงแรมใกล้ๆหอพักของน้องจึงเป็นที่พักพิงของเขา ช่วงแรกๆก็แอบด้อมๆมองๆอยู่แถวๆหน้าหอเกือบทั้งวัน เจอน้องแค่ตอนเย็นที่น้องออกมาซื้อข้าว สอบถามจากโอชิก็รู้ว่าอีกคนกำลังตั้งใจอ่านหนังสือสอบวิชาสุดท้ายแบบเอาเป็นเอาตาย เขาเข้าใจดีเลยว่าความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงเพราะเขาก็เป็นจำพวกเดียวกันคืออ่านแบบเอาเป็นเอาตาย อ่านจนวินาทีสุดท้าย

 

เย็นวันอังคารเขาเห็นน้องเดินหายเข้าไปในซอยอีกครั้ง คาดว่าคงจะเดินไปร้านอาหารสักร้านในซอยนั้น เห็นน้องถือถุงผ้าใบไม่ใหญ่มากไปด้วย วันนี้น้องเปลี่ยนร้านกินข้าวด้วยนะ เห็นเดินเข้าไปในซอยก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แม้ไม่ใช่ซอยเปลี่ยวแต่ถ้าคนใจบาปมันจะปล้นมันตามปล้นได้ถึงในบ้านจริงๆ เขาจึงตัดสินใจแอบเดินตามน้องไปเงียบๆจนถึงร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง เห็นน้องยื่นกล่องที่พกมาด้วยให้แม่ค้าน่าจะใส่กล่องกลับไปกินที่หอแต่ไม่อยากใส่กล่องโฟม นี่มันคุณใบชารักโลกหรือเปล่า

 

เขายืนแอบดูน้องที่หน้าร้านในมุมอับสายตา แต่ไม่รู้อะไรดลใจหันน้องหันขวับมาจากหน้าร้านจนเขาที่แอบมองอยู่หลบมุมแทบไม่ทัน ใจหายใจคว่ำกันไป แต่ความจริงแล้วน้องไม่น่าจะจำเขาได้เพราะเหมือนน้องจะเห็นหน้าเขาหลายครั้งแล้วในสองสามวันมานี้ แต่น้องก็มองผ่านราวกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

จากนั้นน้องก็ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์จนได้รับกล่องที่มีข้าวอยู่เต็มนั้นกลับคืนมา จ่ายตังเสร็จสรรพแล้วเดินตัวลอยออกจากร้านไป พลบค่ำแบบนี้แม้ในซอยที่ไม่ใช่ซอบเปลี่ยวมันก็น่าเป็นห่วงจริงๆนั่นแหละ เขาตัดสินใจเดินตามไปส่งคนตัวเล็กเพื่อให้แน่ใจว่าน้องจะปลอดภัยจนถึงหอแต่หารู้ไม่ว่าน้องดันกลัวเขาจนวิ่งหนีแถมทำกระเป๋าตังหล่นไว้ให้ตามเอาไปคืนอีก กว่าจะผ่านด่านลุงยามรักษาความปลอดภัยขึ้นไปบนหอได้ก็เล่นเอาเหงื่อตก เคาะหน้าห้องไปตั้งหลายทีแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าอีกคนในห้องจะมาเปิดจนเขาต้องส่งเสียงเรียก

 

“มีคนอยู่ในห้องมั้ยครับ”

 

จากนั้นหัวทุยๆก็โผล่พ้นประตูออกมาให้เห็นแค่ดวงตา แถมยังกวาดสายตามองกันตั้งแต่หัวจรดเท้าคล้ายจะประเมินกันอีก เขาก็ไม่ได้แต่งตัวแปลกนี่นา

 

“มาหาใครครับ?”

 

อีกฝ่ายถามมาแบบนั้น ดูท่าจะทำกันไม่ได้จริงๆ เขาจึงทำเพียงคืนกระเป๋าตังให้อีกฝ่ายเท่านั้น และก่อนจากกันเขาก็ทิ้งประโยคหนึ่งไว้ให้น้องได้ฉุกคิด

 

“ได้เจอกันแน่นอนครับ คุณใบชา คุณานนท์” เห็นน้องมีท่าทีตกใจก็นึกขำ เขาจำเป็นต้องเปิดกระเป๋าตังดูบัตรประชาชนของน้องเลยเพราะเขารู้จักชื่อจริงของน้องตั้งนานแล้ว :)

 

 

……

 

 

ตอนนี้เขานั่งอยู่ในร้านชาบูร้านเดียวกันกับน้องและเพื่อนของน้องอีกสองคน ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าน้องจะมาร้านนี้? เขาจะสนิทกับโอชิไปทำไมว่าไหมล่ะ ;) ก็ให้โอชิถามให้นั่นแหละถึงได้ตามมาถูก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาต้องตามน้องมาแบบนี้ เขาก็ตอบอะไรใครไม่ได้เหมือนกันรู้ตัวอีกทีก็นั่งอยู่ในร้านชาบูร้านเดียวกับน้องแล้ว

น้องนั่งหันหลังให้กับเขาทำให้เขามองไปทางน้องได้สะดวกหน่อยแม้ว่าจะมองไปเห็นแค่ข้างหลังก็เถอะ เห็นเพื่อนๆน้องมองมาทางนี้ด้วยแต่เหมือนน้องจะไม่ได้สนใจเขาเลย เขาละสายตาจากการมองไปที่โต๊ะของน้อง มองมือถือที่วางอยู่ข้างตัว มันสั่นเล็กน้อยน่าจะมีคนส่งข้อความมาเขาจึงหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน

 

P: พี่ต้นไม้

            : ผมถามจริงๆเลยนะครับ

  : เห็นโอชิบอกมาถามนั่นถามนี่เกี่ยวกับคุณใบชา

  : แถมที่ลานจอดรถวันนั้นอีก

  : เอ่อ...พี่คิดอะไรกับน้องหรือเปล่า?

 

ปูนที่นานๆทีจะได้คุยกันในไลน์เพราะเจอหน้ากันประจำที่สวนอยู่แล้ว วันนี้รัวข้อความมาหาเขาแถมถามอะไรแปลกๆอีก เขาคิดอะไรกับน้องเหรอ? ก็แค่เป็นห่วงว่าน้องจะขนของกลับลำบาก เอ็นดูอะไรเทือกๆนั้นแหละ คิดอะไรนี่มันคืออะไรเขางง

 

          T-Mai: ถามอะไรแบบนั้น ที่ลานจอดรถก็อธิบายไปแล้ว

                  : แต่อย่าลืมที่ตกลงกันนะ

          P: ครับไม่บอกใครหรอก

 

 

......

 

 

หลังจากกินชาบูอิ่มแล้วเขาก็ยังแอบตามน้องมาที่ร้านบิงซูอีก จะบอกว่าตามมาเพราะห่วงน้องก็ไม่ใช่เพราะน้องมากับเพื่อน แต่ก็นั่นแหละรูสึกตัวอีกทีก็เขามานั่งในร้านซะแล้ว ไม่เข้าใจตัวเองแล้วเหมือนกันตอนนี้ เขาเข้ามานั่งด้อมๆมองๆน้องอยู่อย่างนั้นจนเพื่อนน้องเห็นและจำเขาได้ คราวนี้ก็ดันหันมาเห็นเขาจนได้ เห็นน้องหันไปคุยกับเพื่อนสักพักน้องก็ลุกเดินมาทางเขาพร้อมกับน้ำปั่นสีม่วงๆ เขาเดาว่าเป็นเผือกปั่นเพราะน้ำปั่นที่น้องชอบมีไม่กี่อย่างหรอกอันนี้เขารู้...

 

“เอ่อ สวัสดีครับ” น้องเดินเข้ามาทักทายกัน

“ครับ?” เขาพยายามใช้น้ำเสียงให้เหมือนกับตอนที่ขานรับน้องที่ลานจอดรถเผื่ออีกคนจะจำได้บ้างแต่ก็นั่นแหละน้องไม่ได้ระแคะระคายอะไรเลย

“ขอนั่งด้วยคนนะครับ”

“เชิญครับ”

 

คุยกันสักพักน้องก็บอกว่าจะเลี้ยงตอบแทนที่เขาเก็บกระเป๋าตังมาคืนให้ ตัวก็แค่นี้แต่อยากจะเลี้ยงเขา แต่ถามว่าเขาปฏิเสธได้มั้ย ก็ไม่ เลยได้ชาเขียวมานั่งดูดฟรีๆเลย 1 แก้ว

 

“เลิกชอบคาปูชิโน่แล้วเหรอครับ?”

 

คำถามนี้ทำให้น้องชะงักไปนานเลยทีเดียว เขาบอกแล้วน้ำปั่นรสที่น้องชอบมีไม่กี่อย่างและเขาก็รู้อีกด้วยว่าน้องชอบอันไหน สีหน้าตกใจปนอึ้งๆมองมาทางเขา ทำหน้าตกใจก็น่ารักไม่หยอก ดวงตากลมสวยนั่นเบิกกว้างกว่าที่เคยเป็น แต่เขายังไม่บอกหรอกว่ารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร

น้องบอกว่าหายกันแล้วที่เขาเก็บกระเป๋าตังมาคืนให้เพราะน้องเลี้ยงชาเขียวเขาแล้ว แต่ความจริงเรายังมีเรื่องติดค้างกันอยู่

 

คุณยืมจูบผมไปนะครับ เผื่อคุณลืม

 

แต่เขายังไม่บอกน้องหรอกเก็บไว้ให้เด็กมันตกใจทีเดียวตอนเขาไปจอดรถรับกลับเชียงใหม่ที่หน้าหอดีกว่า

 

 

......

 

 

แพลนกลับเชียงใหม่ถูกร่นเข้ามา จากที่เขาฟังมาจากน้าชบาว่าน้องขออยู่ต่ออีกสองวันแต่การลงดอกไม่ล็อตใหม่มีปัญหานิดหน่อย น้าชบาจึงอยากให้เขากลับเร็วขึ้นทำให้น้องต้องกลับเร็วตามไปด้วย วันนี้รู้มาจากโอชิอีกแล้วว่าน้องจะไปวัดที่ชอบไป ซึ่งเขาก็ไม่พลาดตามน้องไปอีกนั่นแหละ

 

เขาเข้าไปพูดนั่นนี่กับน้องนิดหน่อยดูเหมือนอีกคนจะเอะใจแล้วว่าทำไมเขาจะต้องตามไปทุกที่ที่อีกคนไปด้วย เขาก็แปลกใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมถึงต้องตามน้องไปด้วย แต่ว่าเขาชอบตอนน้องทำหน้าตกใจนะ ตอนทำหน้าสงสัยก็น่ารักดี ตอนทำหน้าไม่พอใจเขายิ่งน่าหยิกแก้มให้ช้ำเป็นที่สุด

 

นอกจากที่วัดแล้วยังแอบตามน้องไปห้างอีก เขาจำไม่ได้ว่านานแค่ไหนที่ตัวเองแอบยืนมองน้องอ่านหนังสือ นานสองนานกว่าจะรู้สึกตัว เมื่อนึกขึ้นได้ก็เผลอปล่อยหนังสือตกจากมือลงพื้น น้องก็ทำท่าจะหันมาจนเขาต้องวิ่งหลบเข้าไปน้านให้พ้นสายตาน้อง ไม่วายยังยืนแอบมองน้องแล้วยังตามน้องไปศูนย์อาหารอีก ไม่เขาว่าตัวเองเป็นโรคจิตหรือเปล่าแต่เขาอยากแกล้งน้องเอามากๆเลยนะ น้องน่าแกล้ง...

 

ทำหน้ามึนขอนั่งกินข้าวกับน้องทั้งที่มีโต๊ะว่างเยอะแยะ น้องคงแอบด่าเขาในใจแหละ ดูออก เผลอมองน้องเคี้ยวข้าวตั้งนานจนอีกฝ่ายทนไม่ไหว น้องแอบแซะเขาเบาๆ แต่แค่นั้นเขาไม่เจ็บหรอกนะ แล้วเขาก็ต้องก้มหน้าจัดการกับข้าวในจานของตัวเองบ้าง เผลอแปปเดียวน้องก็ลุกหายไปจากโต๊ะโดยไม่ร่ำลากันสักคำ เขาจึงรีบจ้วงข้าวเข้าปากแล้วรีบลุกเดินตามคนน้องไปโดยเร็ว

 

เขาเห็นน้องยกมือถือแนบเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้า แอบเดินตามอีกคนไปเงียบๆ เอาจริงๆเขาก็ว่าเขาแอบโรคจิตนิดนึงแล้วแหละ เนี่ยแอบตามน้องมาหลายวันแล้ว แต่เขาไม่เข้าใจเลยทั้งที่น้องไม่ได้ทำอะไรเลยเขากลับมองน้องได้ทั้งวัน ไม่เบื่อเลยนะเขาพูดจริงๆ

 

จนแล้วจนรอดก็ถูกน้องจับได้....

 

“ไม่เนียนเลยครับ สองตัวนั้นมันเหมือนกัน” น้องต่อว่าเขาที่หยิบเสื้อสองตัวมาให้น้องช่วยเลือกแต่มันดันเหมือนกัน จนตรอกแล้วก็ช่วยไม่ได้นี่นะ เขาคงต้องสารภาพไปเลยในวันนี้

“ว้า..แย่จังโดนจับได้ซะแล้ว”

“แค่นี้ก่อนอิฐเดี๋ยวโทรไปเล่าให้ฟัง” น้องยกมือถือแนบหูพูดกับคนในสายแล้วกดวางก่อนจะหันมาทำตาดุใส่เขา

“คุณตามผมทั้งวัน และตอนนี้ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่าเมื่อวานที่ร้าชาบูกับบิงซูคุณก็ตามผมไปเหมือนกัน”

 

ถูกต้องแล้วคร้าบ อยากบอกน้องไปแบบนั้นแหละแต่เขาจะดูโรคจิตเกินไปจริงๆ น้องคงจะไม่เข้าใจเขาและเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเลยเหมือนกัน

 

“ผมตามคุณหรอกเหรอครับไม่ยักกะรู้เลย” เมื่อไม่กล้าบอกความจริงก็ตอบแบบกวนๆไปก่อนแล้วกัน เขาส่งยิ้มกวนๆไปให้น้องด้วยหนึ่งที

“ในร้านหนังสือก็เป็นคุณสินะ”

“คงงั้นมั้งครับ”

“คุณต้องการอะไรบอกผมมาเถอะ” เหมือนน้องจะหมดความอดทนกับเขาเสียแล้วแหละ

“ต้องบอกแล้วเหรอเนี่ยแอบมองคุณกำลังสนุกเลย” เขาแขวนเสื้อไว้ที่ราวเหมือนเดินก่อนจะหันหน้ามาหาน้อง ความจริงได้มองน้องทำนั่นทำนี่มันก็สนุกจริงๆนั่นแหละแต่วันนี้ต้องบอกแล้วว่าเขาน่ะตามน้องมาทำไม คนนึกสนุกค่อยย่างสามขุมเข้าไปหาคนตัวเล็กที่ถอดหลังพรืดทันทีที่เขาก้าวเขาไป

“ยะ อย่าเข้ามานะ ผมร้องให้คนช่วยแน่ๆ” คำขู่ไม่ได้ทำให้เขากลัวสักนิด ขู่เหมือนแมวแบบนั้นเขาไม่กลัวหรอกนะจะบอกให้

 

ปึก!

 

น้องถอยหลังหนีเขาจนหลังชนเข้ากับกำแพงภายในร้าน คนหมดทางหนีหลับตาปี๋ราวกับว่ากลัวเขาจะทำมิดีมิร้ายอย่างไงอย่างนั้น เขาก้าวมาหยุดตรงหน้าน้อง คนตัวเล็กกว่าเขาเกือบๆ 10 เซนฯ กำลังยืนตัวสั่นอย่างหวาดกลัว น่าแกล้ง!


เขาโน้มตัวลงไปหาคนตัวเล็ก ยื่นหน้าเขาไปหา แก้มของเขากับแก้มของน้องเฉียดกันไปเพียงนิดเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆของคนตัวเล็กลอยเขามาเตะจมูกของเขา กลิ่นหอมๆนั่นเกือบทำเขาเคลิ้ม แต่เขาก็ไม่ลืมหรอกว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ลมหายใจร้อนของเขาเป่ารดใกล้ๆใบหูของอีกฝ่าย เขาเห็นหูนั่นแอบขึ้นสีแดงด้วย น้องยังคงหลับตาปี๋อยู่อย่างนั้นจนเขากระซิบข้างหูน้องจึงเบิกตากว้างๆด้วยความตกใจ

 

“ผม....มาตามจูบผมคืนครับ” 





[ครบแล้ว]


พี่เขาเอ็นดูน้อง พี่บอกใครคิดอะไรก็เอ็นดูอะเอ็นดูเข้าใจมั้ย555

ยังไม่ตรวจคำผิดนะครับใครอ่านเจอตรงไหนบอกไดเลยเด้อ

แล้วก็ภาษาสำนวนอาจจะแปลกๆตรงไหนไม่เข้าใจตรงไหนใช้คำอะไรผิดติติงมาได้เลยน้า

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

0 ความคิดเห็น