[YAOI] คุณครับ..คืนจูบผมด้วย!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,212 Views

  • 16 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    218

    Overall
    1,212

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 || คุณต้องการอะไร? [ครบแล้ว]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    11 พ.ค. 62


บทที่
03
//
คุณต้องการอะไร?




เช้าวันพฤหัสบดีหลังปิดเทอมได้1วัน วันหยุดวันแรกของคุณใบชาต้อนรับกันด้วยการถูกคุณชบาโทรเร่งให้รีบกลับบ้านให้เร็วขึ้น ทั้งที่เขาวางแผนจะอยู่ต่ออีกแค่2วันเองแท้ๆ

 

“อยู่อีก2วันเองนี่”

[ทำไมคุณใบชาชอบดื้อ ครั้งก่อนหนีการทำความรู้จักน้องมีนายังไม่ได้สะสางกันนะ]

“คุณชบาชอบบังคับ ฮึ่ย!

[ไม่รู้แหละพรุ่งนี้จะมีรถไปจอดรับหน้าหอตั้งแต่เช้า]

“ทำไมไม่ให้กลับเครื่องบิน?”

[ดื้อ / ชาชักรีบมาน้า]

“ได้!! เห็นแกตัวหนอนหรอกนะไม่เกี่ยวกับคุณชบาสักนิด”

[จ้าๆ]

 

แผนการใช้ชีวิตในกรุงให้คุ้มก่อนจะกลับเชียงใหม่ถูกล่มลงทันใด สิ่งที่แผลนว่าจะทำก่อนกลับอีก2วันจะต้องถูกรวบรัดให้เหลือเพียงแค่นี้วันเดียวเท่านั้น

 

ด้วยความที่สวนดอกไม้กลีบชบานั้นอยู่ไกลห่างตัวเมืองออกไปมาก คุณใบชาจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่ค่อนข้างห่างไกลผู้คน เขาต้องการที่จะใช้เวลาที่เหลือก่อนกลับไปเดินห้างซื้อของหรือดูหนัง อะไรก็ตามที่สามารถทำได้ในขณะที่อยู่ในเมือง ไม่ใช่ว่าที่บ้านไม่อนุญาตให้เข้าเมืองหรืออะไร แต่สิ่งที่ต้องสนใจเมื่อกลับสวนดอกไม้คือการเรียนรู้งานจากผู้จัดการสวนดอกไม้คนปัจจุบันที่มีชื่อว่าพี่ต้นไม้ ดังนั้นการยืดเวลาอยู่ในเมืองต่อก่อนจะกลับไปตั้งใจทำงานมันดีใช่มั้ยล่ะ? แต่คุณชบาช่างไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย เดี๋ยวกลับไปคงจะต้องดื้อใส่ให้มากกว่าเดิมเลยคอยดู

 

เมื่อมีเวลาไม่มาก การลีลาอยุ่ในห้องก็ไม่ใช่เรื่องดีอีกต่อไป คุณใบชาจัดการอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วจึงรีบออกจากห้องไปโดยด่วน ที่ที่อยากไปและสิ่งที่อยากทำก่อนกลับแล่นอยู่ในหัวตลอดเวลา สำหรับคุณใบชาการเข้าเมืองดัดจริตชีวิตไม่จำเป็นต้องป๊อบเสมอไป เขาไม่ได้สนใจเทรนด์การแต่งกายของวัยรุ่นเท่าไหร่นัก เพียงคำนึงถึงแค่ความเหมาะสมหรือถูกกาลเทศะหรือไม่เท่านั้นเป็นพอ อย่างเช่นวันนี้อากาศค่อนข้างร้อนเขาจึงหยิบเสื้อยืดสีขาวตัวไม่หนามากมาใส่เพื่อไม่ให้ตัวเองร้อนจนเกินเหตุ และสถานที่หนึ่งที่วางแผนจะไปคือวัด จึงเลือกกางเกงยีนส์สีดำไม่ขาดเข่าเพื่อความสุภาพและสวมใส่รองเท้าผ้าใบสีเดียวกันกับเสื้อและไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อแขนยาวแบบมีซิปรูดเนื้อผ้าไม่หนามากติดมือมาเผื่อเดินกลางแดดจะได้ไม่ถูกแผดเผาจนตัวเองระเหิดเป็นไอก่อนได้กลับบ้าน

 

การขนส่งมวลชนคือทางเลือกสำหรับคุณใบชา เพราะคุณชบาอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ใช้รถ ไม่ว่าจะมอไซหรือรถยนต์ เขาจึงไม่มีรถใช้ในการเดินทางเลย ตั้งแต่ปี1แท็กซี่ เมล์ และพี่วินนี่แหละคือยานพาหนะหลักในการเดินทางไปเรียน  ช่วงแรกอาจจะงงหน่อยลงผิดป้ายประจำเวลานั่งรถเมล์ แต่ทุกวันนี้ขึ้นบ่อยจนกลายเป็นเซียนแล้ว มีบ้างบางครั้งที่อิฐหรือจิจะมารับไปเรียนด้วย อาจจะเป็นเพราะเขาเกรงใจเพื่อนด้วยก็เลยไม่อยากรบกวนให้มารับ เพื่อนๆจึงปล่อยให้นั่งรถไปเรียนเองเพื่อความสบายใจ

 

เสื้อแขนยาวที่พาดเอาไว้บนแขนถูกนำมาสวมใส่ทันทีที่เดินออกจากหอ

 

'คือแดดไม่ได้โกรธอะไรกันใช่มั้ย?'

 

 วัดแถวมหาลัยที่ชอบแอบไปให้อาหารปลาบ่อยๆคือเป้าหมายแรก จากนั้นก็วางแผนไว้ว่าจะไปดูหนัง กินไอศกรีม ไก่ทอด ซื้อของในห้างให้หนำใจ

 

 

 

“นี่จ๊ะขนมปัง5ห่อ”

“ขอบคุณครับคุณยาย” คุณใบชาจ่ายเงินและรับขนมปังจากคุณยายคนขายที่เขาคุ้นหน้าเพราะมาบ่อย

“วันเกิดเหรอจ๊ะ” คุณยายถามพร้อมส่งยิ้มมาให้

“เปล่าครับพอดีปิดเทอมแล้วผมเลยมาให้อาหารปลาก่อนกลับน่ะครับ”

“ปิดนานเลยสิซื้อไปตั้ง5ห่อแหนะ”

“ครับเกือบ3เดือนเลย”

“บุญรักษานะลูกนะ ทำบุญทำทานเดินทางกลับบ้านปลอดภัย”

“ขอบคุณครับคุณยาย”


:)

 

หลังจากคุณพ่อจากไปเมื่อหนึ่งปีก่อน คุณใบชาก็ชอบมาทำบุญที่วัดบ่อย ๆ ตื่นเช้ามาใส่บาตรบ้างหรือถ้าว่างก็จะมาถวายอาหารเช้าที่วัด หรือในตอนที่ไม่ว่างเลยก็จะมาให้อาหารปลาเฉยๆอย่างเช่นวันนี้ เขาไม่เคยรู้ว่าการจากไปของพ่อจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ ตอนยังอยู่ยังไม่มีโอกาสตอบแทนอะไร พอพ่อจากไปแล้วก็หวังเพียงว่าการทำบุญของจะส่งผลถึงท่านบ้าง ถ้ารู้ว่าชีวิตคนเราจะไม่แน่นอนถึงเพียงนี้เขาคงตั้งใจทำอะไรดีๆตอบแทนพ่อก่อนจะสายไป ทุกวันนี้การตั้งใจเรียนของเขาส่วนหนึ่งจึงมาจากพ่อเพราะอยากดูแลสวนดอกไม้ของพ่อให้ดีที่สุด

 

พูดถึงพ่อแล้วก็นึกถึงคุณชบา คนที่ยืนหนึ่งเรื่องชอบบังคับคุณใบชา และคุณใบชาก็ชอบทำตัวดื้อใส่อยู่บ่อยๆ อีกด้วย แต่นั่นคือวิธีการแสดงความรักของพวกเขาแม้มันจะแปลกๆไปหน่อยก็ตาม

 

ศาลาที่ยื่นออกไปริมน้ำเป็นที่ที่คุณใบชามาให้อาหารปลาเป็นประจำ เพราะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้จับปลา ฝูงปลาที่นี่จึงตัวใหญ่เป็นพิเศษ จนบางทีก็แอบกลัวว่าถ้าพลัดตกลงไปจะมีสภาพเป็นอย่างไร 

 

 

“เจอกันอีกแล้วนะครับ”

“เชี่ย!!!” คุณใบชาสะดุ้งโหยงพร้อมกับหลุดคำอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อจู่ๆก็มีใครที่ไหนไม่รู้โผล่มายืนข้างๆพร้อมกับพูดเสียงไม่ดังไม่เบาแต่อยู่ข้างหูคุณใบชาเลย ขนมปังในมือที่กำลังตั้งใจแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆหล่นลงไปในน้ำทั้งก่อน เสียงปลาตัวใหญ่เบียดกันแย่งขนมปังดังสนั่น

“เบาๆสิครับนี่ในวัดนะ” คนต้นเหตุกลับหัวเราะชอบใจที่เห็นเขาตกใจ ส่วนคุณใบชานั้นใจร่วงลงไปในน้ำตามขนมปังไปเรียบร้อย

“คุณพฤกษ์!!!” คุณใบชาตกใจหนักกว่าเก่าเมื่อเห็นหน้าคนข้างๆชัดๆ อะไรจะชอบโผล่ไปทุกที่ที่เขาไปขนาดนั้นกัน “มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยคนยิ่งกลัวตกน้ำให้ปลาแทะอยู่” ปลายประโยคเขาลดเสียงลงจนคนฟังฟังไม่ได้ยิน

“อะไรนะครับ?”

“อ่อ บังเอิญจังเลยนะครับ”


……


ตอบไปแค่นั้นก่อนจะหยิบขนมปังห่อใหม่ขึ้นมาแกะ ทำเมินใส่คนข้างๆ ก้มหน้าก้มตาแบ่งขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ โยนลงไปให้ฝูงปลาตัวใหญ่ในน้ำ

 

“ชอบให้อาหารปลาเหรอครับ?” คนมาใหม่ยื่นมือมาหยิบขนมปังห่อสุดท้ายไปแกะหน้าตาเฉยก่อนจะฉีกให้มันเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วโยนลงไปในน้ำ

“จะเรียกแบบนั้นก็ได้ครับ ว่าแต่คุณพฤกษ์อยู่แถวนี้เหรอครับ?” คุณใบชาเริ่มจะสงสัยคนข้างๆแล้ว เมื่อวานก็หนนึง ทีแรกก็คิดว่าคงบังเอิญไปร้านเดียวกันเฉยๆ พอวันนี้ก็มาปรากฏตัวให้เห็นอีก ถ้ายังตามไปที่อื่นๆ คุณใบชาจะคิดว่าเขาเป็นสตอล์คเกอร์ นักสืบ หรือโจรอะไรพวกนั้นแล้วแหละ

“ชั่วคราวน่ะครับ เดี๋ยวก็จะกลับบ้านแล้ว”

“อ๋อครับ”

 

คุณใบชาโยนขนมปังชิ้นสุดท้ายในมือลงไปในน้ำ เตรียมจะเดินทางไปที่อื่นต่อและก็ไม่ลืมที่จะหันไปบอกลาคนข้างๆก่อน

 

“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ แล้วก็ผมจะไปแล้ว ขอบคุณที่มาช่วยให้อาหารปลาด้วยนะครับ”


พูดแค่นั้นก่อนช่วงขาเรียวจะเริ่มก้าวเดินออกจากศาลาริมน้ำโดยไม่คิดจะอยู่ฟังคำพูดอะไรจากคุณพฤกษ์เลย แต่ก็ไม่วายมีเสียงจากคนด้านหลังดังตามมาพร้อมกับช่วงขาที่ยาวกว่า ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาเดินอยู่ข้างกันแล้ว


“หวังว่าเราจะ บังเอิญ’ เจอกันอีกนะครับ” คำว่าบังเอิญถูกเน้นเสียงเป็นพิเศษ คุณใบชาตากระตุกยิกยิกอาการหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในใจ รับรู้ถึงความบังเอิญที่ไม่น่าจะเป็นความบังเอิญตามที่คนพูดพูดสักเท่าไหร่


“ครับ หวังว่าเราจะไม่ บังเอิญ’ เจอกันอีกนะครับ” เน้นเสียงมาเน้นเสียงกลับไม่โกง ไม่รู้เพราะทำไมแต่คุณใบชารู้สึกว่าคนคนนี้มีความกวนอะไรบางอย่างจากทางน้ำเสียงและการทำหน้าทำตา แล้วยิ่งประโยคที่เขาพูดมันทำให้อดคิดไม่ได้เลยว่าเขาตั้งใจตามกันมาชัดๆ หรือว่าชาเขียวแก้วเดียวจะไม่เพียงพอต่อการตอบแทนที่เก็บกระเป๋าตังมาคืนให้?


“ครับ คราวหน้าคงเป็นความตั้งใจมากกว่า...”

“....”

 

คุณพฤกษ์หยุดเดินหลังจากพูดประโยคนั้นจบ ซึ่งถามว่าคุณใบชาสนใจมั้ย..ก็ไม่...อ่ะสนใจนิดนึงก็ได้ เขายังคงก้าวเดินต่อแต่หันหลังกลับไปมองคนที่หยุดเดิน ก่อนจะได้รอยยิ้มกวนๆกลับมา

 

“พูดยังกะจะตามกันไปอีกอย่างงั้นแหละ”

 

พึมพำกับตัวเองเสียงเบาเพราะกลัวอีกคนจะแอบเดินตามมาได้ยิน ถ้าเจออีกจะถามแล้วแหละว่าอยากได้อะไร หากว่าชาเขียวแก้วนั้นไม่พอคุณใบชาก็ยินดีจะตอบแทนอย่างอื่นให้ แล้วจากนั้นคงต้องขอให้เลิกตามเขาสักทีเถอะ...


……



[คิดว่าเขาจะตามมึงทำไม?]

“ใครจะไปรู้ สงสัยที่ขอบคุณไปไม่พอละมั้ง”

[แต่ก็ต้องระวังตัวนะเว้ยถ้าไม่ประสงค์ดีขึ้นมาเราจะแย่เอา]

“ขอบใจมากนะอิฐแค่นี้ก่อนแล้วกันจะไปเดินซื้อของแล้ว”

[อื้อๆ มีอะไรก็โทรมาละกัน]

 

คุณใบชาเรียกแท็กซี่มารับที่หน้าวัดให้มาส่งหน้าห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไกลจากแถววัดพอสมควร คิดแล้วยังนึกสงสัยในตัวคุณพฤกษ์ไม่หาย ด้วยคำพูดแล้วน่าจะตั้งใจตามกันมามากกว่าการบังเอิญเจอเป็นแน่ แต่จะตามมาทำไมกันล่ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้ปวดหัว คุณใบชาเลยตัดสินใจเดินเข้าไปในห้าง อยากจะไปเดินซื้อของแก้เบื่อแต่ยังไม่มีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษจึงตัดสินใจเดินไปที่โรงหนัง

 

“เอ....เอาไว้ดูกับตัวหนอนดีกว่า”

 

อยากจะดูหนังที่กำลังมาแรงอย่างอเวนเจอร์แต่คิดว่าติดไว้ไปดูกับน้องชายดีกว่า การดูหนังคนเดียวเป็นอะไรที่เขาไม่ค่อยคุ้นชินเพราะปกติต้องมากับกลุ่มเพื่อนให้เข้าไปดูคนเดียวมันก็จะรู้สึกเขินๆ แปลกๆหน่อย

 

คุณใบชาเดินออกจากหน้าโรงหนังไปยังร้านหนังสือ นอกจากหนังสือเรียนที่อ่านอย่างหนักหน่วงแล้ว เขาก็ชอบหาหนังสืออย่างอื่นมาอ่านเช่นกัน นิยายก็เป็นหนึ่งในนั้น ช่วงนี้นิยายวายกำลังฮิตเลย ตามชั้นวางหนังสือหน้าร้านเต็มไปด้วยนิยายวายทั้งนั้น คุณใบชาไม่ค่อยได้อ่านส่วนใหญ่จะอ่านนิยายแบบสืบสวนหรือลึกลับมากกว่า

 

“โห...วายทั้งนั้นเลย ถ้าเอาจิมาด้วยต้องกระเป๋าฉีกแหงๆ”

 

เมื่อเห็นนิยายวายก็นึกถึงหญิงสาวสายเลือดวายเข้มข้นอย่างจิขึ้นมา รายนั้นคลั่งทั้งนิยายและซีรีย์ ถ้ามาเห็นชั้นทั้งชั้นที่เป็นนิยายวายขนาดนี้คาดว่าน่าจะล้มละลายกันไปข้างหนึ่งเลย

 

เขาเดินตรงเข้าไปหาชั้นที่มีหนังสือที่ตัวเองชอบอยู่ หนังสือนิยายสืบสวน ลึกลับ รวมทั้งหนังสือจำพวกวรรณกรรมวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่บนชั้น หนังสือที่ชอบนั้นช่างมีแรงดึงดูดเขาให้เดินเข้าไปหาอย่างยิ่ง คุณใบชาเดินไปหยุดที่หน้าชั้นหนังสือชั้นนั้น ต้องใจหยิบหนังสือขึ้นมาดูทีละเล่มอย่างใจเย็นและไม่มีความเร่งรีบใดๆ

 

“นักเขียนคนนี้ออกหนังสือใหม่ด้วยแฮะ”

 

คุณใบชายังตั้งหน้าตั้งตายืนดูหนังสืออยู่อย่างนั้น เมื่อเจอหนังสือของนักเขียนที่ตัวเองชื่นชอบและตามอ่านมาตลอด เขารู้สึกว่าเงินในกระเป๋ามันเรียกร้อง เคยได้ยินประโยคของพี่สู่ขวัญ ของมันต้องมีเงินในกระเป๋าเขามันร้องเสียงแบบนั้นเลย...

 

ปึก!

 

เสียงหนังสือตกจากชั้นดึงความสนใจคุณใบชาไปจากหนังสือตรงหน้าได้เป็นอย่างดี เขาหันขวับไปทางต้นเสียงก่อนจะเห็นคนเดินแวบหายไปโดยที่หนังสือยังตกอยู่ที่พื้นอยู่

 

“ทำตกแล้วไม่เก็บเนี่ยต้องเป็นคนยังไงกันนะ”

 

คุณใบชาบ่นพึมพำก่อนจะหนีบหนังสือเล่มที่ต้องการซื้อไว้ข้างตัวแล้วเดินตรงไปเก็บหนังสือที่ตกอยู่ขึ้นชั้นวางอย่างเดิม ว่าแต่เมื่อกี้เขารู้สึกคุ้นตาคนที่เดินแวบหายไปมาก ๆ เห็นแค่หลังไวๆแต่กลับรู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก

 


......

 


ด้วยวลีเด็ด ของมันต้องมีคุณใบชาก็ได้หนังสือมาทั้งหมดสามเล่ม ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์คิดเงินเตรียมจ่ายเงินให้พนักงานอยู่

“ทั้งหมด xxxx บาทค่ะ”

 

คุณใบชายื่นเงินให้พนักงานจากนั้นก็ต้องยืนรอให้พนักงานห่อปกหนังสือให้ก่อน ในขณะที่ยืนรอก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่เหมือนจะจับจ้องมาทางยี้ตลอดเวลา ความจริงเขารู้สึกอย่างนั้นตั้งแต่ยืนดูหนังสือแล้ว เพียงแต่คิดว่าในที่ที่คนเยอะคงจะมาหลากหลายสายตามองผ่านไปผ่านมาคงไม่มีใครมาจ้องกันหรอก เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอาจจะเพราะสนใจหนังสือมากกว่าสายตาเหล่านั้นด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีหนังสืออยู่ในมือแล้ว แถมยังรู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องกันอยู่ คุณใบชากวาดสายตาไปบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็ว เช่นเคยเขาก็ไม่เจอใครที่น่าสงสัยเลยสักคน

 

“ได้แล้วค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

 

คุณใบชารับถุงบรรจุหนังสือจากทางร้านมาไว้ในมือ ก่อนจะเดินออกไปจากร้าน เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วใจมันก็ฟูฟองขึ้นมา อยากจะกลับไปอ่านหนังสือเร็วๆจนลืมเรื่องสายตาที่ลอบมองตัวเองไปเสียสนิท 



......

 


เสียงท้องร้องเป็นดังนาฬิกาบอกเวลา คุณใบชาล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาดูก็พบว่าเป็นเวลาเที่ยงกว่าๆแล้ว ช่วงขาเรียวยาวก้าวฉับๆตรงไปที่ศูนย์อาหารพลางยกยิ้มมุมปากเบาๆ วันนี้เขาได้ทำบุญแม้จะบังเอิญเจอคุณพฤกษ์อะไรนั่นก็ตาม แต่ก็ยังดีที่มาร้านหนังสือแล้วได้หนังสือของนักเขียนคนโปรด คุณใบชาจะถือว่าวันนี้เป็นวันดีๆแล้วกัน

 

สั่งอาหารเสร็จสับนำมาวางบนโต๊ะพร้อมรับประทาน เขาตั้งใจจะไปเดินดูเสื้อผ้านิดหน่อยก่อนจะออกจากห้างสรรพสินค้าไปตระเวนกินขนมข้างนอกแล้วจึงจะกลับห้องไปเตรียมของกลับบ้าน

 

คุณใบชาเริ่มลงมือรับประทานอาหารตรงหน้า ข้าวราดแกงหนึ่งจานที่เพิ่งกินไปยังไม่ทันพร่องแต่ก็มีคนมาขัดขวางไว้เสียก่อน

 

“ขอนั่งด้วยคนนะครับ”

เสียงที่คุ้นเคยเหมือนเพิ่งได้ยินมาเมื่อเช้าดังขึ้นตรงหน้า คุณใบชาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพบร่างสูงยืนถือจานข้าวอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ดูกวนไม่น้อย คุณใบชาเคยชมคนคนนี้ว่าเป็นคนหล่อคนนึงแต่ตอนนี้หลงเหลือไว้แค่ความกวน ไม่รู้ตอนนั้นไปมองคุณแบบนี้ว่าหล่อได้อย่างไร

 

เขากวาดสายตาไปรอบๆศูนย์อาหาร พบโต๊ะว่างอยู่หลายโต๊ะเลยทีเดียวแต่คนตรงหน้ากลับ....

 

“บังเอิญอีกแล้วนะครับเนี่ย”

 

นั่งลงหน้าตาเฉย แถมยังยิ้มกวนๆให้กันอีก คุณใบชากรอกตามองบน ถ้าจะถามแล้วไม่ต้องการคำตอบแบบนี้ก็ไม่ต้องถามกันหรอก

 

“ถามจริงๆนะครับ ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าบังเอิญหรือคุณตั้งใจตามผมมากันแน่”

“บ้า คุณนะคิดมากไปหรือเปล่าครับ ฮ่าๆ”

“.....”

 

ถ้าการกรอกตามองบนมันช่วยเผาผลาญแคลเลอรี่ คุณใบชาคิดว่าวันนี้คงต้องได้ผอมไปมากกว่านี้แน่ ๆ คนตรงหน้านอกจากจะนั่งโดยไม่รอรับคำอนุญาตแล้วยังมานั่งจ้องกันจนเขาไม่กล้าจะตักข้าวเข้าปากเลยด้วย ข้าวตรงหน้าของอีกฝั่งแทบไม่ลดลงไปจากตอนที่ถือมาเลย ส่วนของเขาก็เช่นกันเพราะอีกฝ่ายเอาแต่นั่งจ้องจนไม่กล้าจะกิน

 

“เอ่อ..ถ้าไม่กินก็ลุกไปได้นะครับ ไม่ต้องนั่งจ้องขนาดนั้นก็ได้”

“ผมมองคุณอยู่เหรอเนี่ย ไม่รู้เลยแฮะ”

“ยังมีหน้ามาปฏิเสธอีก ชิ!” คุณใบชาก้มหน้ามองจานข้าวก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆ

“ข้าวไม่อร่อยเหรอครับ? ไม่เห็นข้าวพร่องลงเลย”

“...” กรอกตามองบนไปอีกหนึ่งรอบ อีกคนคงไม่รู้ว่าสาเหตุก็คือเจ้าตัวนั่นแหละ แทนที่จะสลดใจกลับหัวเราะชอบใจใส่เขา บางทีคุณใบชาก็แอบสงสัยว่าไปสนิทกันตอนไหนถึงได้มานั่งจ้องนั่งมองนั่งกินข้าวด้วยกันแบบนี้ได้



.......



[ฮ่าๆ]

“อันนี้พูดจริงๆนะถ้ามันเผาผลาญไขมันคือผอมไปแล้วอ่ะ”

[แล้วจะไปกรอกตาใส่เขาทำไมล่ะ]

“ก็ดูดิ แค่นี้ก็รู้แล้วมั้ยว่าตั้งใจตามกันมาชัดๆ”

[เขาก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีใช่มั้ย?]

“ก็ไม่...”

[ก็ดีแล้ว]

“แปบนะอิฐเหมือนเห็นอะไรคุ้นๆตา”

 

หลังจากมื้อเที่ยงหมดลงคุณใบชาก็แยกย้ายหรืออาจจะเรียกว่าหนีอีกคนมาก็ได้ เขารีบกินข้าวของตัวเองแล้วลุกออกมาทั้งอย่างนั้น ส่วนคนที่นั่งจ้องเขาจนไม่กินข้าวก็ได้แต่มองตามอย่างงงๆ เมื่อออกจากศูนย์อาหารมาก็ไม่ลืมที่จะโทรเล่าให้อิฐฟัง ตอนนี้อยู่ในโซนเสื้อผ้าแล้วขณะคุยก็เห็นอะไรคุ้นๆตาแวบหายไปกับราวแขวนเสื้อผ้าพวกนั้น

 

[อะไรอ่ะชา]

 

คุณใบชาย่องๆไปดักอีกทาง เขาย่อตัวลงต่ำเพื่อไม่ให้หัวของตัวเองโผล่เลยราวแขวนเสื้อผ้า เดินย่องๆเขาไปโดยไม่ให้เกิดเสียงใดๆก่อนจะพบเข้ากับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร

 

“คุณพฤกษ์!!

“อ้าวคุณอีกแล้ว บังเอิญจังเลยช่วยผมเลือกเสื้อหน่อยสิครับตัวไหนดี”

 

คุณใบชาเหนื่อยที่จะมองบนใส่คนตรงหน้าเต็มทีไม่รู้จะอะไรกับเขานักหนา แล้วตอนนี้ก็จนปัญญาจะแก้ต่างให้ตัวเองจนหยิบเสื้อสองตัวที่เหมือนกันมาให้เขาเลือกให้อีก คุณใบชาจะบ้าตาย

 

“ไม่เนียนเลยครับ สองตัวนั้นมันเหมือนกัน”

“ว้า..แย่จังโดนจับได้ซะแล้ว”

[ชา.. มึง เกิดอะไรขึ้น?]

“แค่นี้ก่อนอิฐเดี๋ยวโทรไปเล่าให้ฟัง”

[ด-]

 

คุณใบชาวางสายเพื่อนไปเพียงเท่านั้น เขาหันมาประจันหน้ากันคนที่ตามติดเขามาทั้งวัน ตอนนี้ก็มั่นใจแล้วว่าคนที่ทำหนังสือตกกับสายตาที่จ้องมาคือคนคนนี้ไม่ผิดแน่ๆ เขาสบตากับคุณพฤกษ์โดยไม่คิดจะหลบ ให้มันรู้ไปเลยว่าใครมันจะแน่

 

“คุณตามผมทั้งวัน และตอนนี้ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่าเมื่อวานที่ร้าชาบูกับบิงซูคุณก็ตามผมไปเหมือนกัน”

 

เขาตัดสินใจที่จะคุยกับอีกคนตรงๆ อย่างน้อยๆที่นี่ก็เป็นห้าง ผู้คนเดินกันขวักไขว่หากจะถูกทำร้ายคงมีคนช่วยไว้ได้ทัน

 

“ผมตามคุณหรอกเหรอครับไม่ยักกะรู้เลย” คุณผิดไม่มีท่าทีสลดแถมยังทำหน้ากวนกับส่งยิ้มกวนๆมาให้อีก

“ในร้านหนังสือก็เป็นคุณสินะ”

“คงงั้นมั้งครับ”

 

นอกจากไม่รู้สึกผิด ไม่รู้สึกตื่นกลัวที่ถูกจับได้คนตรงหน้าเขายังทำเมินด้วยการหยิบเสื้อผ้าในราวออกมาดูแล้วทาบใส่ตัวเอง คุณใบชารู้สึกว่าเส้นความอดทนในตัวขาดดังผึ่ง

 

“คุณต้องการอะไรบอกผมมาเถอะ” หากไม่พอใจการตอบแทนที่เก็บกระเป๋าตังให้กันตอนนั้นเขาก็พร้อมที่จะทำอะไรให้ก็ได้แต่ขออย่างเดียวอย่ามาตามกันแบบนี้อีกเลย

 

“ต้องบอกแล้วเหรอเนี่ยแอบมองคุณกำลังสนุกเลย” แขวนเสื้อไว้ที่ราวเหมือนเดินก่อนจะหันหน้ามาหากัน พร้อมกับย่างสามขุมเขามาจนคุณใบชาต้องก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง

 

“ยะ อย่าเข้ามานะ ผมร้องให้คนช่วยแน่ๆ” คำขู่ที่น่าจะได้ผลแต่คนตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิด คุณใบชามองซ้ายมองขวา ในโซนนี้คนก็มาเดินน้อยซะเหลือเกิน เขาก้าวหนีพร้อมกับอีกคนที่ก้าวเข้ามาเรื่อยๆเช่นกัน

ปึก!

 

คุณใบชาก้าวถอยหลังจนรู้สึกว่าชนเข้ากันกำแพง ข้างกายมีราวแขวนเสื้อผ้าและตรงหน้ามีคุณพฤกษ์ที่ก้าวเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ ใบหน้าเขาติดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จนคุณใบชากลัว

 

คุณใบชาหมดหนทางหนี เขาหลับตาปี๋ขอให้บุญที่ทำมาวันนี้อย่าให้เขาเป็นอะไรเลย

 

เสียงฝีเท้าของคนตรงหน้าหยุดลงพร้อมกับความรู้สึกอุ่นๆที่ข้างหูน่าจะเป็นลมหายใจของคนตัวสูงที่โน้มตัวลงมาใกล้กัน แถมเขายังรู้สึกเหมือนจมูกของคนตรงกน้าเฉียดแก้มไปอีกด้วย

 

อะไรจะเกิดก็ไม่รู้แต่ใจของคุณใบชากำลังเต้นโครมคราม ความรู้สึกเมื่อครู่ทำให้เกิดอาการวูบโหวงที่ช่วงท้องพร้มอกับอาการร้อนที่ใบหน้าอย่างไม่รู้สาเหตุ ก่อนที่ความรู้สึกพวกนั้นจะหายไปเพราะคำพูดของคนตัวสูง

 

“ผม....มาตามจูบผมคืนครับ” 






ครบแล้วครับผม

ตอนหน้าไม่รู้ว่าจะได้มาตอนไหนเพราะว่ากำลังอ่านหนังสือสอบไฟนอลอยู่ ยังไงก็รอกันหน่อยนะครับกำลังจะปิดเทอมแล้วว

ให้กำลังใจนักเขียนได้ด้วยการกดหัวใจและคอมเม้นต์ ตอนนี้คือเป็นท้อมากเนื้อหาที่ต้องสอบคือเยอะจริงๆ ไหนอาจารย์จะสั่งโปรเจคชนกันกับไฟนอลอีก นศ.คือตายไปเรยฮือออ  

ปล.ถ้ามีคำผิดเม้นต์บอกได้เลยนะค้าบบ


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #13 Fallen Neko (@snowji) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 15:37
    เอออ น้องมันเด๋อเว้ยย พี่มันก็มึน
    #13
    1
    • #13-1 BasAk1 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 4)
      4 พฤษภาคม 2562 / 17:56
      เนี่ย กลัวเขาจะตีกัน555
      #13-1
  2. #12 Fallen Neko (@snowji) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 02:34
    คุณเค้าก็เนียนๆ
    #12
    1
    • #12-1 BasAk1 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 4)
      3 พฤษภาคม 2562 / 02:37
      เห็นคนเกือบโป๊ะแตกเหมือนเรามั้ย555
      #12-1
  3. #11 MiMimoomint (@MiMimoomint) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 19:41
    รอๆๆน่ะค่ะ สู้ๆๆค่ะ
    #11
    0