พี่จ๋า [MarkBam]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,202 Views

  • 65 Comments

  • 409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    571

    Overall
    9,202

ตอนที่ 26 : EP15 : Dinner 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    24 มี.ค. 62

ชีวิตของแบมยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ตื่นเช้าไปทำงานที่บริษัทถึงเย็น ตกเย็นก็กลับบ้าน แวะห้างบ้างตามโอกาส กลายเป็นวัฏจักร วงจรชีวิตที่ไม่เรียบสบายเหมือนเมื่อก่อนแต่ทว่าแบมกลับรู้สึกชอบ มันมีอะไรให้ทำ มีอะไรให้รับผิดชอบ เหมือนตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจริง ๆ

สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการคุยกับพี่มาร์คหลังจากที่หายไปตั้งแต่วันนั้น แล้ววันที่พี่มาร์คก้าวเข้ามาในชีวิตแบมอีกครั้ง พี่มาร์คไม่เคยเอ่ยคำว่าขอโทษ พี่มาร์คไม่เคยบอกว่ามาตามง้อ แต่การกระทำของพี่มาร์คมันทำให้แบมรู้ว่าใจแบมเองยังมีพี่มาร์คอยู่...

แต่จะให้กลับไปคืนดีง่าย ๆ น่ะเหรอ มันไม่ง่ายหรอกนะ แบมคงไม่อยากกลับไปเจ็บแบบนั้นอีก ขอตั้งกำแพงไว้หน่อย จนกว่าพี่จะทำให้แบมแน่ใจอีกครั้ง แต่ใจว่าพี่จะไม่ทำให้แบมเสียใจ

อย่างที่คุณม๊าบอกปล่อยให้มันเป็นไปออย่างที่มันควรจะเป็น ไม่ต้องเร่งรัด ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องรีบร้อน ทุกอย่างต้องใช้เวลา ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน แต่ว่าตอนนี้เวลาของเรากำลังจะ.......

“เร่งๆ กันหน่อยทุกคนรถจะออกแล้ว เช็คของให้ดีๆนะไม่วนกลับมานะ”

อย่างที่ว่าเวลาของพวกเราเดินไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ทุกคนที่มีหน้าที่เกี่ยวกับโปรเจคใหญ่ครั้งนี้ต่างก็พากันมารวมตัวกันที่หน้าบริษัท เพื่อเดินทางไปยังรีสอร์ท M ที่ชลบุรี โดยมีรถตู้ของบริษัทในการเดินทางครั้งนี้

แบมเป็นหนึ่งในคณะผู้เดินทางด้วย ความจริงแล้วคุณม๊าเดินทางโดยรถสวนตัวนะ แต่แบมว่ามากับพี่ๆ น่าสนุกกว่าเป็นไหน ๆ การเดินทางจากบริษัทไปชลบุรีก็ไม่ไกลมาก กรุงเทพฯ-ชลบุรี นอนหลับไม่ทันตื่นก็น่าจะถึงแล้ว

พวกเราออกเดินทางตั้งแต่เช้าวันพุธ มีเวลาจัดงานตั้งแต่วันนี้จนถึงวันศุกร์ งานจริงคือวันเสาร์ แบมรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ นอกจากจะเป็นการทำงานนอกสถานที่ครั้งแรกแล้ว ยังเป็นงานใหญ่อีกต่างหาก พูดแล้วก็อยากให้ถึงเร็ว ๆ

 “มีใครพักกับแบมมั้ยครับ?”

เมื่อมาถึงที่รีสอร์ทพนักงานก็พาทีมของพวกเราไปกูสถานที่จัดงานเลี้ยง หลังจากนั้นก็เดินรอบ ๆ บริเวณทำความคุ้นเคยกับที่นี่หน่อย เพราะพวกเราจะอยู่ยาวๆจนถึงวันอาทิตย์แหนะ หลังจากนั้นก็เดินกลับมาที่ล็อบบี้เพื่อรับกุญแจเข้าที่พักที่รีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้

จะว่าเป็นรีสอร์ททีเดียวก็ไม่เชิงเพราะนอกจากทจะมีที่พักเป็นบ้านแยก ๆ ออกไปหลาย ๆ หลังแล้วยังมีตึกสูงที่พวกเราอยู่นี้อีก มีทั้งห้องพัก ห้องประชุม เรียกได้ว่าครับครันสุดๆ

ส่วนที่แบมถามพี่ๆ ไปนั้นเนื่องจากทุกคนต่างมีรูมเมทกันหมดยกเว้นแบมคนเดียว

“จำนวนคนเรามาเป็นเลขคี่อ่ะน้องแบม พวกพี่ๆเกรงใจกลัวน้องแบมจะอึดอัดเลยให้น้องแบมนอนคนเดียว”

หนึ่งในพี่ทีมงานของพวกเราเอ่ยขึ้น ไม่แปลกใจที่พวกพี่ๆจะเกรงใจแบมอยู่บ้าง แม้จะเป็นพนักงานบริษัทเดียวกัน แต่คุณม๊าของแบมก็เป็นเจ้าของบริษัทเลยนะ

“แบมโอเคครับ” ตอบพี่ๆไปตามความจริง

“ไม่ใช่กลัวผีหรอกน้า” พี่เอยเอ่ยแซวแบม นั่นแหละครับพวกเราก็เริ่มสนิทกันแล้วเพราะแบมก็เข้าทำงานตามปกติ ไม่ได้เข้ามามีตำแหน่งใหญ่โตอะไร พวกพี่ๆแม้จะเกรงใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยมองว่าแบมใช้เส้นสายจึงไม่ได้ปิดกั้นแบม พวกเราจึงสนิทใจกันและหยอกเล่นกันได้

หลังจากแซว ๆ หัวเราะกันตามประสาทุกคนก็แยกย้ายขึ้นไปเก็บของ มีเวลาพักผ่อนอีก1-2ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาข้าวเที่ยงที่ทางรีสอร์ทจัดเลี้ยงตอนรับ บ่ายๆพวกเราก็จะเริ่มงานกันทันที

พนักงานเกือบ20ชีวิตที่ร่วมโต๊ะอาหารใหญ่ต่างคุยกันสนุกสนาน ในส่วนของคุณม๊ากับคุณเจ้าของที่นี่เห็นบอกว่าออกไปทานข้าวด้วยกันข้างนอก อีกไม่นานก็คงจะกลับมา บนโต๊ะเลยค่อนจ้างสนุกสนานเป็นพิเศษเพราะไม่ต้องมานั่งเกรงใจคุณม๊า

งานของพวกเราดำเนินการมาเรื่อย ๆ ด้วยที่พวกเราเตรียมตัวกันมาดีงานจึงค่อนข้างลื่นไหล ไม่ติดขัดอะไร พี่โปรเจคเมเนเจอร์บอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ พรุ่งนี้ทั้งวันน่าจะเสร็จงานเลย วันศุกร์มาเช็คความเรียนร้อยอีกที หลังจากนั้นพวกเราก็จะได้เที่ยวเล่นพักผ่อนกันตามสบาย

เขาบอกกันว่าถ้าเราสนุกกับอะไรอย่างหนึ่งอยู่เวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ แบมเชื่ออย่างนั้นเพราะเผลอแป๊บเดียวตอนนี้ก็6โมงเย็นแล้ว ทุกคนหยุดมือและเตรียมแยกย้ายกันกลับห้อง งานมีต่อในวันถัดไป

“เอาล่ะทุกคน วันนี้ทำงานดีมาก มื้อค่ำวันนี้ทางรีสอร์ทก็มีให้นะ แต่ใครจะไปข้างนอกก็ตามสบาย โอเคแยกย้าย”

“ครับ/ค่ะ”

สิ้นเสียงทุกคนก็ต่างพากันแยกย้าย แบมโบกมือหยอย ๆ ลาพี่ๆ ส่วนแบมจะขอลากตัวเองออกไปเดินที่ชายหาดดูพระอาทิตย์ตกดินเสียก่อน ก่อนจะขึ้นห้องไปอาบน้ำและลงมากินอาหารที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้

แบมไม่ลืมอัพเดทชีวิตกับจินยองและยูคยอม พวกเราเป็นแบบนี้เสมอคอยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้กันและกันฟัง และแน่นอนทุกคนรู้เรื่องที่แบมกับพี่มร์คกลับมาคุยกันบ้าง แต่ความจริงแบมกับพี่มาร์คก็ไม่ได้คุยกันบ่อยนัก พี่มาร์คคงกลัวแบมลำบากใจเลยเว้นระยะกับแบมนิดหน่อย แต่ก็นั่นแหละเป็นสิ่งที่ดี จะได้รู้ว่าจะทนได้สักเท่าไหร่กันเชียว

แบมเดินทอดน่องไปตามชายหาด ยามเย็นที่คนไม่พลุกพล่าน ท้องฟ้าสีส้มที่สะท้อนให้ทะเลมีสีเดียวกับมันด้วย ดวงตะวันที่ค่อนๆคลื่นที่ลงช้า ๆ ตามเวลาที่มันควรจะเป็น มันช่างเป็นภาพที่สวยงามมาก จนแบมอดที่จะหยิบมือถือเครื่องบางขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้

แบมยังเดินต่อไปเรื่อย ๆ ถอดรองเท้าไว้ พับขากางยีนส์ของตัวเองขึ้นนิดหน่อย แล้วพาตัวเองลงไปเดินใกล้ๆกับน้ำทะเลให้เท้าสัมผัสกับน้ำทะเลเย็นๆ คลื่นที่ซัดเบา ๆ กระทบกับขาที่กำลังก้าวเดินไปเรื่อย ๆ แบมว่าตัวเองน่าจะคิดถึงทะเลจริง ๆ นั่นแหละสงสัยไม่ได้มานาน ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เย็นสบาย เดินดูนั่น มองนี่ไปเรื่อย จนดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าไปแล้ว

พอมองกลับหลังก็รู้เลยว่าตัวเองเดินห่างจากที่ที่ถอดรองเท้าเอาไว้ไกลพอสมควร เห็นแบบนั้นแล้วแบมก็ต้องรีบเดินกลับ ถ้านานกว่านี้มื้อค่ำได้เป็นมื้อดึกแน่ ๆ

แบมเดินตามเส้นทางที่เดินมาเพื่อกลับไปหารองเท้าของตัวเอง ก้มมองเท้าที่ถูกคลื่นทะเลซัดเบา ๆ แบมว่าที่นี่สวยมาก ๆ รีสอร์ทก็ครบครัน คราวหน้าต้องพาจินยองกับยูคยอมมาเที่ยวบ้างแล้วแหละ

แบมก้มมองเท้าตัวเองไปเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ จนไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้อย่างเร่งรีบ รู้ตัวอีกทีก็มีร่างหนาในชุดเสื้อเชิตสีขาวพับแขนขึ้นนิดหน่อยกับกางเกงสแลคที่ขาของมันก็ถูกพับขึ้นเช่นกัน เขากำลังก้มตัวลงใช้มือท้าวเข้าของตัวเอง เสียงหอบหายใจและอาการหอบจากการวิ่ง เสื้อเชิตสีขาวมีเหงื่อซึม

แบมไม่เห็นหน้าของเขาเพราะมัวแต่ก้มหน้า เงยหน้ามาอีกทีก็เจอเขากำลังหอบพะงาบ ๆ อยู่ตรงหน้าแล้ว แต่กลิ่นน้ำหอมจางๆจากคนตรงหน้า รูปร่างที่ค่อนข้างคุ้นตาถ้าแบมเดาไม่ผิด

“พี่.....วิ่ง.....หา.....แบม......ตั้งนาน” ร่างตรงหน้าเงยหน้าขึ้นและเหยียดตัวตรง เขาพูดทั้งอาการหอบ ใบหน้านี้ น้ำเสียงนี้.....

“พี่มาร์ค....”




*********




แบมเริ่มรู้สึกว่าพี่มาร์คจะไปโผล่ทุกที่ที่แบมไปแบบนี้ไม่ได้นะ พี่เล่นไปโผล่ทุกที่แบบนี้มันก็รูสึกแปลกไปหน่อย

“มาได้ยังไงครับเนี่ย?” แบมต้องถามนำไปก่อนก็เล่นโผล่มาทุกที่แบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ ๆ บ้านพี่มาร์คไม่ได้อยู่แถวนี้เสียหน่อย

“พี่ลืมบอกไปสูทที่แบมเลือกให้พี่จะใส่มางานที่นี่แหละ คนที่ออกไปทานข้าวกับแม่แบมคือแม่พี่” อ๋อ...เรื่องราวในหัวแบมเริ่มปะติดปะต่อกัน เอาเป็นว่าครั้งนี้แบมเข้าใจ

“แล้วพี่มาร์คบอกว่าวิ่งหาแบม หาทำไมครับ?” ตอนนี้แบมกำลังเดินกลับไปทางรีสอร์ท โดยพี่มาร์คเดินอยู่ข้าง ๆ

“แม่พี่เพิ่งบอกว่าเหมือนเจอแบมแวบ ๆ พี่ก็ขับรถมาจากกรุงเทพฯทันทีเลย” พี่มาร์คบอกพร้อมกับปรายตามามอง แบมมองพี่มาร์คด้วยหางตาเช่นกัน

“.....”

“.....”

จู่ ๆ ก็มีแต่ความเงียบระหว่างทาง เวลานี้ใกล้จะมืดเต็มทีแล้ว แบมก็เดินดูทะเลของแบมไปเรื่อย ๆ พี่มาร์คหันมามองเป็นนระยะ ๆ ราวกับว่ามีเรื่องอยากพูด แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ จนถึงที่ที่แบมทอดรองเท้าไว้ ดีที่ใส่รองเท้าแตะลงมา แบมเดินไปสวมรองเท้าก่อนเดินลงมาให้ทะเลล้างทรายที่เท้านิดหน่อย และเตรียมตัวจะกลับที่พัก

“แบมจะกลับที่พักแล้วนะครับ” หันมาบอกกับพี่มาร์คที่เดินนิ่งเงียบมาตลอดทาง

“คะ....คือ....” พี่มาร์คพูดอึกอัก

“ครับ?”

“แบมยังไม่ทานข้าวเย็นใช่มั้ยครับ?”

“อ้อ ยังเลยครับ ว่าจะกลับไปอาบน้ำแล้วลงมาทานของที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้ครับ” แบมตอบพี่มาร์คไปตามแผนที่วางไว้

“คือว่า....พี่รู้จักร้านอาหารแถวนี้เยอะ ให้พี่...เลี้ยงมื้อค่ำสักมื้อนะครับ” สีหน้าพี่มาร์คเหมือนคนกำลังมีความหวังและแอบกังวลอยู่ในที แบมอยากตอบปฏิเสธออกไป แต่คิดไปคิดมาแล้วพี่มาร์คก็เหมือนเป็นนายของพวกเรา ผู้ที่ว่าจ้างบริษัทของเราคือครอบครัวพี่มาร์ค การจะปฏิเสธครั้งนี้อาจจะส่งผลต่อการจ้างงานในครั้งต่อ ๆ ไปก็ได้

“ขอแบมกลับไปอาบน้ำก่อนได้มั้ยครับ” แบมไม่ได้บอกไปตรง ๆ ว่าตกลงแต่ว่าตอบไปแบบนี้พี่มาร์คคงน่าจะเข้าใจทันที “แบมทำงานทั้งวันเหนียวตัวมากๆเลย”

พี่มาร์คทำหน้าโล่งใจทันทีที่ได้ยินคำตอบของแบม “ได้ครับ ได้ๆ งั้นหนึ่งทุ่มเจอกันที่ล็อบบี้นะครับ”


จากนั้นพี่มาร์คก็เดินมาส่งแบมที่หน้าตึกที่พักโดยที่พี่มาร์คชวนคุยเล็กน้อย แบมก็ถามคำตอบคำ ถามกลับบ้างตามมารยาท แต่ก็ไม่ค่อยได้พูดอะไรส่วนใหญ่จะเป็นฝั่งพี่มาร์คมากกว่าที่ดูจะมีเรื่องอยากเล่ามากมาย จนมาถึงที่หน้าตึกก็แยกย้ายกันไป

แบมกลับมาที่ห้องพักของตัวเองก่อน จัดการลากตัวเองเข้าห้องน้ำ ใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำ จากนั้นก็ออกมาเลือกเสื้อผ้า มื้อค่ำกับพี่มาร์ควันนี้แบมไม่รู้ว่าเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน แต่แบมมันใจว่าคงจะไปกันแค่แบมกับพี่มาร์คสองคนนั่นแหละ

แบมตัดสินใจอยู่นานสองนานเลย จนไปหยุดที่เสื้อเชิตสีขาวแขนยาวตัวหนึ่งจัดการพับแขนเสื้อขึ้นนิดหน่อย กางเกงยีนส์เข้ารูปสีซีด ดูเป็นชุดธรรมดาๆที่ไม่ชิลจนเกินไป และไม่สุภาพจนเกินไป เอาเป็นว่าอยู่กึ่งๆสุภาพกับชิล เอาเป็นว่าใช้ได้



เวลา 19.00 น.

แบมลงมาที่ล็อบบี้ตรงเวลาเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกินสักนาทีเดียว กลับกลายเป็นว่าพี่มาร์คที่นั่งรออยู่ตรงโซฟารับรองแชก ซึ่งน่าจะมาก่อนหน้านี้สักพักแล้ว แบมจึงเดินไปหาพี่มาร์คทันที

“พี่มาร์คครับ” เอ่ยทักพี่มาร์คที่ก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่ “ไปกันหรือยังครับ” พี่มาร์คค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองแบมที่ยืนอยู่ตรงหน้า เราทั้งสองคนสบตากัน

“ครับ...” พี่มาร์คตอบและนิ่งไปสักพักเหมือนกำลังอึ้งอะไรสักอย่าง “พี่ไม่คอยเห็นแบมแต่งตัวแบบนี้เลย” พี่มาร์คว่าพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“มันไม่ดีเกรอครับ แบมไปเปลี่ยนก็ได้นะครับ” ทักมาแบบนี้แบมก็ชักไม่ค่อยมั่นใจแล้วแหละ

“เปล่าครับ มันก็เข้ากับแบมดี เข้ากับชุดพี่ด้วย” พี่มาร์คตอบพร้อมกับกางแขนออกเล็กน้อย ก้มหน้าลงคล้าย ๆ จะสำรวจตัวเอง จนแบมมองตาม

พี่มาร์คใส่เชิตสีดำแขนสั้น กับกางเกงยีนส์เข้ารูปสีดำ ซึ่งมันก็คล้ายๆ กับชุดที่แบมใส่อยู่ แบบว่าสไตล์เดียวกันเลย พูดจบพี่มาร์คก็เดินนำแบมออกไป เดินนำหน้าไปที่ลานจอดรถ “ไปกันครับ”

แบมเดินตามพี่มาร์คไปที่รถ เว้นระยะให้เดินตามหลังนิดหน่อยเพื่อไม่ให้มีการสนทนากัน คำพูดยูคยอมกลับวนเข้ามาในหัวอีกครั้ง เล่นตัวหน่อย เอาให้กระอักเลือดไปเลย ได้เลยยูคยอมแบมจะเอาแบบนั้นแหละ ขอดูหน่อยสิว่าคนที่ไม่เคยออกปากว่าง้อกันจะมาไม้ไหน

ในหัวแบมตอนนี้คิดวิธีต่าง ๆ นานามากมายที่คิดว่าคนอย่างพี่มาร์คจะหามาใช้ได้ แต่แบมก็คิดไม่ตก คิดอะไรเพลิน ๆ ไปเรื่อยเปื่อย คิดไปพลาง ตอบคำถามพี่มาร์คไปพลาง รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่หน้าร้านอาหารแล้วเรียบร้อย

ร้านอาหารทะเล อยู่ริมชายหาย ตัวร้านเป็นแบบ2ชั้น มีที่นั่งยื่นออกมาจากตัวร้านให้อารมณ์แบบระเบียงกว้างๆ มีบาร์ให้นั่งด้วย ชั้นสองเป็นเหมือนดาดฟ้าที่ไม่มีหลังคา ไฟสีส้มๆนวลๆที่เขาเรียกกันว่าอะไรนะ วอร์มไลท์ แสดงว่าที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารอย่างเดียวแน่ ๆ

คิดเพลิน ๆ อีกรอบก็เดินตามพี่มาร์คขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้าแล้ว ที่นั่งที่พี่มาร์คจองอยู่ที่มุมของดาดฟ้าติดพนักกั้น วิวของร้านมองด้านหนึ่งเป็นผืนทะเลในยามค่ำคืน ส่วนอีกด้านเป็นความศิวิไลของตัวเมือง รวมๆ แล้วคือวิวดี มีลมเย็นๆพัดโบกอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

“สั่งได้เลยนะครับ เต็มที่เลยพี่เลี้ยงเอง” พี่มาร์คเอ่ยหลังจากที่นั่งกันเรียบร้อยแล้ว

“ครับ” พยักหน้าตอบพี่มาร์คไปหนึ่งที ก่อนจะหยิบเมนูขึ้นมาอ่านดูรายการอาหารที่น่ากิน ก่อนจะสั่งกับพนักงานไป 2-3 เมนู ก่อนจะวางมันลงและมองออกไปที่ทะเลคิดอะไรเรื่อยเปื่อยตามเคย ได้ยินเสียงพี่มาร์คสั่งอาหารและเครื่องดื่ม แต่แบมก็ไม่ได้ใส่ใจมาก

“ทำงานเหนื่อยมั้ยครับ” พี่มาร์คเอ่ยถามทำลายความเงียบ แบมค่อยๆเบือนหน้าจากวิวทะเลมาทางพี่มร์คก่อนจะเอ่ยตอบ

“เหนื่อยนิดหน่อยครับ แต่สนุกมากกว่า” จะว่าเหนื่อยมั้ยก็พอตัว แต่การทำงานกับพี่ๆ นั้นสนุกกว่าที่แบมคาดเอาไว้เยอะ เวลาอยู่ที่ออฟฟิศก็สนุกเฮอาจากการคุยกันแซวกัน พอออกมาทำงานนอกสถานที่ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

“พี่ไม่รู้เลยว่าแม่พี่จะว่าจ้างบริษัทของคุณแม่แบมมาจัดงานนี้” อ๋อนี่เป็นเหตุผลที่พี่มาร์ครีบมาจากกรุงเทพฯทันทีเพราะเพิ่งรู้เองสินะ

“แบมก็ไม่รู้เลยครับว่าเป็นรีสอร์ทของบ้านพี่มาร์ค” แบมพึ่งมารู้จากพี่มาร์ควันนี้แหละ

“แล้วโอเคมั้ยครับ” พี่มาร์คถามต่อ แต่รูปประโยคค่อนข้างทำให้แบมมงง

“โอเค? หมายถึงงานหรือรีสอร์ทครับ” ถามไปก่อนจะได้ตอบถูกว่าพี่มาร์คได้ได้คำตอบของอันไหน

“หมายถึงรีสอร์ทครับ” พี่มาร์คตอบพร้อมกับรอยยิ้มจางๆที่มุมปาก

“โอเคมากเลยครับ ดีตั้งแต่การออกแบบไปถึงพนักงานต้อนรับเลย” ตอบออกไปตามความจริงที่แบมเห็น เพราะทุกอย่างมันดีจริง ๆ “อีกไม่นานต้องดังแล้วมีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ๆ แน่เลย”

พี่มาร์คนั่งยิ้มให้แบมอยู่อย่างนั้น แววตาที่มองมาฉายแววแปลกๆ ที่แบมก็อ่านไม่ออกว่าแววตาที่มองมาอย่างนั้นมันหมายถึงอะไร พี่มาร์คไม่ตอบอะไรเอาแต่มองหน้าแบมแล้วก็ยิ้มพยักหน้าทีสองทีพอให้แบมรู้ว่าพี่มาร์คเข้าใจที่พูด

แบมรู้สึกแปลกๆนิดหน่อย จะว่าเขินก็อาจจะใช่ 6-7 เดือนแล้วที่ไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับพี่มาร์คสองคน แบมจึงยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแล้วเบือนหน้าหลบสายตาพี่มาร์คไปมองทะเลอีกครั้ง รอให้อาหารที่สั่งมาเสิร์ฟ

“ขอบคุณนะครับ” พี่มาร์คพูดขึ้นหลังจากที่โต๊ะเงียบไปหลายนาที

“ครับ?” แบมได้ยินชัดเจนทุกอย่าง แต่แบมไม่รู้ว่าขอบคุณทำไม

“ขอบคุณที่อวยพรให้รีสอร์ทของพี่”



ไม่นานอาหารที่สั่งมาก็มาวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ มีที่แบมสั่งอยู่ 2-3 อย่าง นอกนั้นเป็นเมนูที่มีมาร์คสั่ง แต่ว่าเมนูทั้งหมดเป็นเมนูที่แบมชอบ บางอย่างที่แบมชอบแต่มีสิ่งที่แบมไม่ชอบกินอยู่จะถูกสั่งทำพิเศษให้ไม่มีวัตถุดิบที่แบมไม่ชอบ รวมถึงเครื่องดื่มที่วางอยู่ตรงหน้าแบมด้วยเช่นกัน จำได้สินะ...

“เชิญเลยครับ” พี่มาร์คเอ่ยขึ้นหลังจากที่อาหารมาเสิร์ฟสักพักแต่แบมไม่ลงมือทานเสียที

“ขอบคุณครับ” ขอบคุณที่จำทุกอย่างได้

พวกเราลงมือทานอาหารหลังจากนั้น บทสนทนายังพอมีอยู่บ้าง แต่แบมรู้สึกได้ว่าพี่มาร์คมีขอบเขตในการพูดคุย เรื่องนี้พูดได้ เรื่องไหนห้ามพูด เหมือนจะกลัวแบมอึดอัด ซึ่งมันก็ดีมาก ๆ อดทนต่อไปนะครับพี่มาร์คแบมยังไม่ใจอ่อนหรอก หึหี




*******



Writer's chat 2

     ครบ 100% แล้วค้าบบ ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและแสดงความคิดเห็นนะครับ เป็นประโยชน์กับไรท์เตอร์มือใหม่อย่างเรามาก ถ้าติดตรงไหนผิดตรงไหน บอกเราได้เลยนะครับ เรายินดีนำไปปรับปรุง 


Writer's chat

     รอต่อให้ครบ100%นะครับ พี่มาร์คมาโผล่ได้ยังไง ความจริงพระเอกก็โผล่ได้ทุกที่แหละเนอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #54 JKhottest0115 (@JKhottest0115) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 18:44
    ขออนุญาตแหมมมมมอิพี่ให้ถึงดาวอังคารได้มั้ย หมันไส้เหลือเกิ๊นนนน
    #54
    0
  2. #53 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 10:50

    รออ่านตอนต่อไปป

    #53
    0
  3. #52 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 12:51

    น่าจะง้อยากกว่านี้นะ รู้สึกเหมือนว่ามาร์คกำลังตามจีบแบมแต่ไม่ได้บอกออกมาว่าจีบเลยอ่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-08.png

    #52
    1
    • #52-1 BasAk1 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 26)
      23 มีนาคม 2562 / 16:17
      ความจริงเราตั้งใจให้พี่มาร์คแสดงออกมาประมาณนี้ครับ แต่แบมยังไม่ใจอ่อนง่ายๆแน่นอน เราเป็นไรท์มือใหม่ขอบคุณสำหรับคำติชมคร้าบบ
      #52-1
  4. #51 primey6245 (@primey6245) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 02:39
    ย้งไงก็ไม่อยากไห้แบมใจอ่อนอะ
    #51
    1
    • #51-1 BasAk1 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 26)
      23 มีนาคม 2562 / 09:35
      น้องยังไม่ใจอ่อนน้าน้องแค่ให้โอกาสพี่
      #51-1
  5. #50 JKhottest0115 (@JKhottest0115) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:57
    คนหรือGPSตามไวจริง55555
    #50
    1
    • #50-1 BasAk1 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 26)
      23 มีนาคม 2562 / 09:34
      หรืออาจจะเป็นพี่มาร์คจิตสัมผัสนะ
      #50-1