พี่จ๋า [MarkBam]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,225 Views

  • 65 Comments

  • 409 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    594

    Overall
    9,225

ตอนที่ 19 : EP9 : Amusement park [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    24 ก.พ. 62

Mark's talk

     ผมไม่รู้เลยว่าผมจะทำยังไงต่อ....ก็แผนที่จะเข้าใกล้น้องตอนทำงานเป็นพนักงานคาเฟ่นั้นถูกยูคยอมขัดขวางจนพังไม่เป็นท่า ไม่ได้พูดอะไรด้วยสักคำ แถมไม่ได้เข้าใกล้อีกเลย

     วันต่อมาก็นอนเฉยๆเป็นผักอยู่ที่ห้องทั้งวัน ขอพักสมอง ทบทวนเรื่องต่างๆ และหาวิธีเข้าใกล้กับน้อง นิดนึงก็ยังดี ให้ผมได้เข้าใกล้น้อง ให้ใจผมมันได้ทำงานเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อน แม้ว่าวันนี้จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้วก็ตาม

     นอนเปื่อยๆอยู่แบบนั้นจนไอ้บีโทรมาบอกว่าถึงเกาหลีแล้ว อะไรของมันก็ไม่รู้ นึกอยากจะมาก็มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเลย ไม่มีการบอกล่วงหน้าหรืออะไรเลยสักอย่าง แถมยังนัดให้ผมไปเจอที่สวนสนุกในวันพรุ่งนี้อีกด้วย รู้สึกจะชื่อโซลแลนด์นี่แหละ

     10  โมงกว่าในวันต่อมา ผมอยู่ในลานกว้างหน้าสวนสนุก แม้ผมจะมาสายนิดๆเพราะการจราจรอันหนาแน่นของวันอาทิตย์ก็ตาม แต่ว่าจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีวีแว่วของคนที่นัดผมเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ข้อความ ไม่โทร แถมไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีก

     ผมเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่ลานกว้างๆนั่นอยู่สักพัก จนมาหยุดที่หน้าห้องน้ำ เข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำไม่นานนัก และออกมาที่หน้าห้องน้ำ ในตอนนั้น....

     ร่างบางๆและใบหน้าที่ผมคุ้นเคยยืนอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำโดยไม่ได้มองมาทางผม มือหนึ่งถือขวดโค้กที่ยังไม่เปิดไว้ อีกมือหนึ่งถือมือถือแนบหูคุยกับใครสักคนอยู่

     “แบมออกจากแถวมาแล้วไม่เจอจินอ่ะ คิดว่ามาเข้าก้องน้ำแบมเลยมาหาแถวห้องน้ำ งั้นเดี๋ยวเจอกันที่เดิมนะ”

     จากที่ผมยืนฟังอยู่น่าจะพลัดกันกับจินยองและเดินตามหามาจนถึงห้องน้ำนี่ 

     ที่ผมมาเจอน้องที่นี่ ถ้าให้ผมเดาแล้วทั้งหมดคงอยู่ในแผนของไอ้บีสินะ จะขอบคุณมันดีมั้ยเนี่ย ก็เล่นไม่บอกอะไรผมสักอย่าง จากที่ผมสรุปได้เจบีต้องร่วมมือกับจินยองทิ้งให้น้องอยู่คนเดียวแน่ๆ 

     แล้วถ้าน้องหลงจะทำยังไงว่ะ ถ้าผมไม่เจอน้องล่ะ ไอ้บีนี่แม่ง! ถ้าไม่เห็นว่าช่วยผมมาหลายครั้งแล้วนะเจอผมดักหักคอแน่ๆ 

     จนแล้วจนรอดผมก็แอบเดินตามน้องมา และเดินนำหน้าน้องไปก่อนเผื่อได้เจอไอ้บีหรือจินยอง ถ้าเจอนะจะขอด่าก่อน มาทิ้งให้ตัวน้อยของผมอยู่คนเดียวท่ามกลางคนเยอะๆแบบนี้มันใช่ที่ไหน

     จินยองที่ยืนอยู่บริเวณม้านั่งใกล้ๆกับร้านขายน้ำในลานกว้างหน้าสวนสนุก หันหน้ามาเจอผมที่กำลังเดินอยู่ ผมเปลี่ยนทางเดินเล็กน้อยเพื่อพุ่งเข้าไปหาจินยอง เขาคลี่ยิ้มบางๆให้ผม 

     แต่จินยองหันหน้าไปอีกทางพร้อมกับหุบยิ้มและเปลี่ยนท่าทีเป็นรีบร้อนขึ้นมาทันที ผมมองตามทางที่จินยองมองไปก็เห็นสาเหตุที่ทำให้จินยองเปลี่ยนเป็นท่าทีรีบร้อนนั่น

     น้องกำลังมุ่งหน้ามาทางผมและจินยอง จินยองหันกลับมามองหน้าผมอีกครั้ง พยักพเยิดหน้าให้ผมและหันหลังให้น้องที่กำลังมุ่งหน้ามาและเดินไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว และผมก็เช่นกันทำตัวให้หายไปในฝูงชนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้องสังเกตเห็นผม 

     ผมได้ยินเสียงน้องเรียกจินยองและโบกไม้โบกมือให้ แต่จินยองตั้งใจเมินเสียงร้องเรียกนั่น และเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ผมไม่เข้าใจว่าจินยองทำแบบนั้นทำไม จะช่วยให้ผมได้คุยกับน้องหรอ? จะทำแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อการเข้าทำงานที่คาเฟ่ก็น่าจะทำให้น้องสงสัยมากพอแล้ว


     ในจังหวะนั้นผมต้องรีบเดินเข้าไปหาน้องเพราะมีไอ้เด็กคนหนึ่งทำลังวิ่งมาทางนั้น และดูเหมือนน้องจะไม่ได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย

     ไม่ได้....จะชนแล้ว ผมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น จนตอนนี้เหมือนผมกำลังวิ่งแข่งกับไอ้เด็กนั่นอยู่ แต่ความเร็วของผมคงยังไม่เร็วพอ

     "อ๊ะ!" น้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ผมในตอนนี้แม้จะไม่ดึงน้องออกไม่ทัน แต่ตอนนี้น้องอยู่ในอ้อมแขนของผม  อย่างน้อยก็ไม่ต้องเจ็บจากการกระแทกกับพื้นแข็งๆ แต่ก็น่าจะเจ็บจากการชนอยู่ไม่มากก็น้อย ว่าแล้วก็อยากจะตามไปเบิ้ลกระโหลกไอ้เด็กนั่นสักที วิ่งไม่มองตาม้าตาเรือเอาซะเลย 

     ไอ้บีกับจินยองก็ด้วยมันน่านักแหละพวกนี้ ทำอะไรไม่คิดให้ดีก่อน

     ผลจากการชนคือน้องของผมขาแพลงสิครับ คงเป็นจังหวะที่ขาขวาก้าวมารับน้ำหนักและแรงกระแทกจากการชนนั่นแหละ ผมพาเจ้าตัวไปนั่งและจัดการหาน้ำแข็งเพื่อมาประคบให้ และส่งข้อความไปด่าไอ้บีชุดใหญ่ แต่มันแม่งไม่ตอบ ว่าว่าแต่ตอบเลยแม้แต่อ่านมันยังไม่อ่าน จะโทรก็ไม่ได้เพราะน้องนั่งรออยู่คนเดียว ต้องรีบไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อนจะต้องพากลับที่พัก

     แม้เจ้าตัวน้อยของผมจะดื้อไปหน่อยในขณะที่ผมพยายามประคบน้ำแข็งให้ แต่โดนผมดุไปทีหนึ่งก็เงียบเลย สมัยก่อนถ้าดื้อมากๆก็ต้องดุแบบนี้แหละ ตามใจทุกอย่างไม่ได้เดี๋ยวเสียคน 

     ผมจัดการใส่รองเท้าให้เหมือนเดิมและบอกน้องว่าผมจะพากลับแล้วแต่ว่า..

     “เครื่องเล่น...แบมยังไม่อยากกลับ อยากเล่นเครื่องเล่น” เจ้าตัวเล็กว่าออกมาแบบนั้น ผมรู้ว่าอีกคนชอบสวนสนุกมากแค่ไหน แต่ข้อเท้าที่เจ็บอยู่นี่ แม้จะไม่เป็นอะไรมากมันก็น่าห่วงอยู่ดี แถมคนเยอะอีกด้วย ถ้าถูกวิ่งชนอีก หรือมีใครมาเตะข้อเท้าเข้าให้ คงเป็นผมที่จะโดนตำรวจลากคอออกจากที่นี่ เพราะผมคงวิ่งเข้าไปฉะกับคนที่มาทำให้น้องเจ็บ แค่ไอ้เด็กนั่นคนเดียวผมนี่แถบจะวิ่งตามไปจัดการมันอยู่แล้ว

     แต่จากที่ผมดู น้องยังไม่ได้เข้าไปในสวนสนุกเลยด้วยซ้ำ เจ้าตัวคงเสียดายมากๆที่พลาดโอกาสทั้งที่มาถึงที่แล้วแท้ๆ

     งั้นมาร์คต้วนคนนี้ขอใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์หน่อยแล้วกัน โอกาสใกล้น้องไม่ได้มีมาบ่อยๆ น้ำขึ้นแล้วต้องขออนุญาตรีบตักหน่อยละกัน

     “อ้อ ได้ครับแต่พี่มีข้อแม้นะ” ว่าออกไปแบบนั้นแต่ถ้าน้องไม่รับเงื่อนไขก็ต้องกลับไปที่พักล่ะนะ

     เจ้าตัวเล็กทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะพยักหน้าขึ้นลงเบาๆเป็นสัญญาณว่ายอมรับเงื่อนไขที่ผมจะเสนอออกไป

     "ข้อแม้มีดังนี้ครับ" ผมเริ่มชี้แจงข้อแม้และเงื่อนไขต่างๆที่ผุดขึ้นมาในหัว

     "ข้อ1ครับ เนื่องจากข้อเท้าเจ็บอยู่ เครื่องเล่นไหนที่ต้องยืนหรือใช้เท้าห้ามเล่นครับ" ข้อแม้ของผมก็ไม่วายไม่อยากเห็นอีกคนเจ็บตัวหรอกครับ ส่วนคนตัวเล็กที่นั่งก้มหน้าฟังอยู่ก็พยักหน้าเป็นอันว่าตกลง

     "ต่อมาจะเล่นเครื่องเล่นไหนต้องมีพี่เล่นด้วย" อันนี้จุดประสงค์หลักคือผมอยากดูแลน้องครับ ไม่ใช่อยากใกล้ชิดน้องเลย จริงจริ๊ง

     "ข้อสาม เข้าไปในสวนสนุกต้องขี่หลังพี่" ข้อนี้ผมก็ห่วงแหละ ก็น้องเจ็บข้อเท้าเดินเองเดียวบวมอีก ไม่ได้คิดอะไรเล๊ยย

     เมื่อได้ยินข้อแม้ข้อนี้ของผม คนที่เอาแต่ก้มหน้าก็เงยหน้าขึ้นทันทีที่ผมพูดจบประโยค สีหน้าอึ้งเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยปากจะเถียงผม "ตะ แต่ว่า-"

     ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบผมก็แทรกขึ้นกลางประโยค "ไม่มีแต่ครับ ข้อเท้าเจ็บอยู่ถ้าเดินไม่ระวังอาการหนักกว่าเดิมแน่ แต่ถ้ายืนยันจะเดินเองพี่คงต้องบังคับให้กลับที่พักเลย ไม่มีการเล่นเครื่องเล่นเกิดขึ้นครับ" 

     คนที่เถียงไม่ออกเพราะกลัวจะถูกผมพากลับก็ก้มหน้าก้มตายอมรับสภาพตัวเองว่าจะต้องขี่หลังผมตลอดการเข้าสวนสนุกครั้งนี้ แม้เจ้าตัวจะดูไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรผมเลย พี่ขอโทษนะแต่พี่ขอใช้โอกาสหน่อย อิอิ

     "ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด ตอนนี้ 11 โมงกว่าแล้วเราไปกินข้าวกันก่อนนะครับ" ข้อสุดท้ายนี่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผมหาผลประโยชน์ใส่ตัวเองสุดๆ ก็หกเดือนแล้วนี่ที่ผมไม่ได้เห็นแก้มตุ้ยๆนั่นนั่งเคี้ยวข้าวต่อหน้าผม เมื่อมีโอกาสผมก็จะใช้ให้คุ้ม ขอบใจมากเว้ยไอ้บีเพื่อนรักและน้องจินยองอีกคน ส่วนเรื่องที่ตัวเล็กของผมเจ็บค่อยเคลียกันหลังจากนี้

     "....." ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมามีแค่การพยักหน้าเบาๆ

     เมื่อน้องรับคำแล้วผมก็นั่งหันหลังให้อีกคนขึ้นขี่เพื่อพาไปหาข้าวกินที่ศูนย์อาหาร เจ้าตัวเล็กที่อยากเล่นเครื่องเล่นจนทำอะไรไม่ได้ก็ได้ขึ้นหลังผมไปโดยง่ายดาย ผมฝันถึงวันนี้มานานแค่ไหน แม้เราจะยังไม่คืนดีกันและกลับไปเป็นเหมือนวันก่อน

     แต่ยอมรับว่าผมมีความสุขมาก มากจริงๆ มากๆๆๆ จนผมลืมไปเลย.....


     .....ลืมคิดไปว่าผมเกลียดไอ้พวกเครื่องเล่นน่าหวาดเสียว เวียนหัวและชวนอ้วกนั่น เชี่ยแล้วไอ้มาร์คคคคค

End Mark's talk




*****ต่อ*****


Bambam’s talk


“....” 

     ตอนนี้แบมอยู่บนหลังของพี่มาร์ค เรากำลังออกจากศูนย์อาหาร มุ่งหน้าเข้าไปในสวนสนุกโซลแลนด์ ตั๋วเล่นเครื่องเล่น 2 ใบอยู่ในมือตอนนี้ รู้สึกว่าพี่มาร์คจะซื้อตั๋วที่สามารถเล่นได้ทุกโซน และทุกเครื่องเล่นที่อยู่ในโซลแลนด์แห่งนี้


     แม้ว่ามันจะแปลกมากที่เอ่ยปากรั้งให้พี่มาร์คที่จะไปส่งให้อยู่พาเล่นเครื่องเล่น แถมพี่มาร์คยังมีข้อแม้ต่างๆ จนถึงขั้นให้ขึ้นขี่หลัง แบมรู้สึกว่ามันจะเกินไปหน่อย แต่เครื่องเล่นหวาดเสียวที่ตั้งตระหง่านอยู่ในสวนสนุกนั่น ได้ยินมั้ยครับ มันกำลังเรียกแบมอยู่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความอยากเล่นชนะทุกอย่างจริงๆ...


     พี่มาร์คก็ชวนคุยนั่นนี่เรื่อยๆ แบมก็ตอบบ้าง เพราะเกรงใจ อย่างน้อยๆพี่ก็พาอยู่เล่นเครื่องเล่น และพี่ก็ยังเป็นห่วงเรื่องข้อเท้าจนยอมให้แบมขี่หลังอยู่อย่างนี้ ถ้าจะไม่คุยอะไรด้วยมันก็จะใจร้ายไปหน่อย


     ว่าแต่ ตั้งแต่ตอนเข้าศูนย์อาหารแล้ว พี่มาร์คมีสีหน้าและท่าทีเป็นกังวล แต่พี่แกก็ไม่ว่าอะไร ยังทำเป็นถามนั่นถามนี่ปกติทุกอย่าง แต่รอยยิ้มแห้งๆนั้นก็ยังแปลกๆอยู่ๆ


     เอ....ถ้าจำไม่ผิด สมัยก่อนที่ชอบให้พี่มาร์คพาไปเล่นสวนสนุกบ่อยๆ พี่มาร์คก็เล่นด้วยอยู่นะ แต่ว่า.....อ้อ พี่มาร์คมัวเครื่องเล่นชวนเวียนหัวนั่น...


     ได้แต่เก็บคำถามไว้ในหัว แต่พี่มาร์คบอกว่าจะเล่นด้วยทุกเครื่อง แต่ว่าตอนนี้หน้าพี่เริ่มซีดเป็นไก่ต้มแล้ว จะสงสารดีมั้ยนะ ก็พี่พูดเองว่าจะเล่นด้วย แต่....


     “พี่มาร์คครับ...ถ้าพี่ไม่โอเค....แบมเล่นคนเดียวก็ได้นะครับ” เอ่ยถามออกไป ในตอนที่พี่มาร์คยืนหยุดที่หน้าเครื่องเล่นเครื่องหนึ่ง


     “พี่ดูไม่โอเคหรอครับ” พี่มาร์คตอบ


     ใช่พี่ พี่ไม่โอเคมากๆอ่ะอยากให้พี่ลองส่องกระจกดูตัวเองจริงๆ 


     “ก็แต่ก่อนพี่....ไม่ชอบเล่น....” อุ๊บ หลุดปากเฉย..


     “จำได้ด้วยหรอครับ” พี่มาร์คถามมาแบบนั้น แบมพูดไปขนาดนี้จำไม่ได้หรอกมั้งครับ แล้วจะให้ตอบยังไงล่ะ


“......”


     จู่ๆก็เกิดเดทแอร์ แบมไม่รู้จะตอบอะไร พี่มาร์คก็ไม่พูดอะไรต่อ พาแบมเดินไปเรื่อยๆแบบนั้น


‘roller coaster’


     พี่มาร์คหยุดยืนเลยแหงนหน้ามองป้ายที่อยู่หน้าทางเข้า อะไรดลใจให้คนที่หน้าซีดปากซีดเพราะกลัวเครื่องเล่นหวาดเสียวคนนี้เดินมาหยุดที่หน้าเครื่องเล่นเครื่องนี้ 


     รถไฟเหาะ เป็นเครื่องเล่นหวาดเสียวสุดคลาสสิค ที่ถ้าพูดถึงเครื่องเล่นจำพวกนี้ ชื่อรถไฟเหาะจะต้องผุดขึ้นมาในหัวเป็นอันดับต้นๆ 


     พี่มาร์คหยุดยืนอยู่พักหหนึ่ง ก่อนจะปล่อยเสียงฮึบออกมาและก้าวเท้าเดินเข้าไป ยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่เช็คก่อนจะเดินไปบริเวณที่จัดไว้เหมือนชานชาลา ลางรถไฟเหาะนี้มีทั้งความชัน ความโค้งต่างๆ แบมนี่แทบรอรับความมันส์และความหวาดเสียวแทบไม่ไหว


     แต่เมื่อหันหน้าไปมองคนข้างๆแล้วก็อดขำไม่ได้เลย พี่มาร์คที่หน้าซีดตอนนี้ซีดกว่าเดิม และทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ 


     “ไม่โอเคก็รอข้างล่างก็ได้นะครับ” แบมที่ถูกพี่มาร์ควางลงพื้นแล้ว ข้อเท้าที่ยังคงรู้สึกเจ็บอยู่แต่ว่าไม่เท่าตอนแรก พี่มาร์คหันหน้ากลับมามองก่อนเอ่ยออกมา


     “วะ ไหว ครับ” พี่มาร์คพูดเสียงตะกุกตะกัก และกลืนน้ำลายลงคอไปดังอึก นี่ขนาดยังไม่ได้เล่นยังขนาดนี้ ไม่อยากคิดสภาพหลังเล่นเลย..


     “ตามใจครับ” ถ้าพี่ยืนยันแบมก็ไม่ห้ามหรอกนะ ตอนนี้เจ้าหน้าที่บอกให้ทุกคนขึ้นนั่งแล้ว มีเสียงประกาศบอกนั่นนี่เพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นถูกคน


     เมื่อจบการประกาศทุกคนต่างพากันขึ้นไปบนที่นั่ง แบมก็เช่นกัน กำลังจะเคลื่อนตัวขึ้นไปนั่ง พี่มาร์คก็เดินเข้ามาพยุงตัว ทั้งที่หน้าซีดเซียวขนาดนั้นแท้ๆ...


     “อ๊ากกกก แม่!!!” “ผมรักแม่กับพ่อออ!” เครื่องแล้วเครื่องเล่า พี่มาร์คร้องจนสุดเสียงทุกครั้ง ใบหน้าซีดจนหน้าเป็นห่วง แทบสบถคำต่างๆออกมาจนน่าขำ 


     แต่พี่มาร์คไม่ให้แบมเดินเลย แม้จะหน้าซีดขาว ในจมูกมียาดมยัดอยู่ทั้งสองข้าง เสียงแหบแห้งจากการกรีดร้อง แต่ทุกครั้งที่ลงมาจากเครื่องเล่น พี่มาร์คจะเข้ามาพยุงและให้ขึ้นขี่หลังทุกครั้ง จนแบมยังอดห่วงไม่ได้เลย


     “พี่มาร์คไหวมั้ยครับ ให้แบมเดินเองก็ได้”

     “......”


     ไม่ตอบอะไรเลยแถมยังเดิมไปเครื่องเล่นต่อไปอีก จะใจดีกับแบมมากไปแล้วนะ


“พี่มาร์ค....” 


“พี่ไม่เป็นไรครับ แค่แบมสนุกก็พอแล้ว” พี่มาร์คพูดเสียงแหบ 


ตึก ตัก ตึก ตัก 


ใจเจ้ากรรมดันมาเต้นไม่เป็นจังหวะเสียกับคำพูดแค่นี้หรอ..


     ขอบคุณนะครับ เจ้าตัวคงไม่เห็นยิ้มของแบมหรอก จินตนาการได้เลยว่าตอนนี้ตัวเองต้องยิ้มจนตาหยีแน่เลย แถมยังรู้สึกปวดแก้มด้วย 


     พี่มาร์คพาแบมเดินมาที่ม้านั่งแถวลานกว้างหน้าสวนสนุกดังเดิม เราใช้เวลาเล่นเครื่องเล่นกันเกือบ 3 ชั่วโมง ใจจริงอยากเล่นทุกอันเลย แต่บางอันก็ต้องยืนซึ่งโดนพี่มาร์ค ‘ดุ’ บางอันก็ดูโหดไปสงสารคนพาไปเล่นที่เหนื่อยหอบ หน้าซีด ปากซีด ไปหมด ถ้าไม่ติดว่าข้อเท้าเจ็บนะ จะเล่นให้หมดเลย


เล่นเพลินจนลืมจินยองไปเลย เงียบหายไม่โทรมา ไม่มีข้อความอะไรด้วย 


     “เดี๋ยวไปซื้อน้ำนะครับ แบมนั่งรอที่นี่ห้ามเดินนะ” พี่มาร์คบอกหลังจากที่พาแบมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว 


     ใบหน้าซีดเซียวนั่นเริ่มมีสีขึ้นเล็กน้อย ม้านั่งตรงนี้อยู่ใต้เงาต้นไม้ซึ่งค่อนข้างร่มรื่นตอนนี้พี่มาร์คเดินหายไปแล้ว แบมจึงหยิบมือถือที่อยู่ในกระเป๋าออกมาส่งข้อความไปหาเพื่อนที่ทิ้งกันได้ลงคอ มันน่าโกรธมั้ย เดี๋ยวเจองอนได้อดอาหารเช้าฝีมือแบมแน่


                    DoubleB : จินยองคนใจร้ายทิ้งแบมได้ลงคอ

                    JY : ก็จินเห็นมีคนดูแลแล้วเลยไม่อยากเข้าไปขัด

                    DoubleB : ....


     ดูจินตอบแบมสิ เห็นสินะว่าเเบมเจ็บข้อเท้า แล้วยังจะมาทิ้งกันได้


     เถียงกับจินยองอยู่พักใหญ่ก็มีเสียงฝีเท้ามาหยุดตรงหน้า แบมที่ก้มหน้าตอบข้อความจินยองอยู่ก็กวาดสายตาขึ้นมอง ในใจคิดไปแล้วว่าพี่มาร์คเดินมา ปากจึงหลุดทักออกไป


    “พี่มาร์คไปนานจะ-“ ยังไม่ทันจบประโยคก็ต้องกลืนคำพูดตัวเองลงคอเมื่อกวาดสายตาขึ้นไปมองคนตรงหน้า ซึ่งมันไม่ใช่คนที่แบมคิดแต่...


     “อะ อ้าว จินยองเองหรอ” กลับกลายเป็นคนที่ถกเถียงกันอยู่ในแชทตอนนี้ มือนึงของจินยองถือมือถืออยู่ และในมือถือแก้วน้ำปั่น เดาว่าเป็นน้ำแตงโมปั่น หนึ่งในของโปรดของแบมเอง


     “อ่ะ” จินยองพูดพร้อมยื่นแก้วน้ำมาจ่อหน้า “มีคนฝากมาให้”


     “......” 


     “พี่มาร์คน่ะ” จินยองกล่าวต่อ ในใจตอนนี้รู้สึกโหวงๆ ทิ้งกันอีกแล้วหรอ 


     “อื้อ ขอบคุณนะจิน ^_^” ยิ้มให้จินยองไปหนึ่งทีและยื่นมือออกไปรับน้ำปั่นนั่นมาไว้ในมือ

     

     “หงอยเลยนะ พี่เขาบอกว่าไม่ไหวแล้วอ่ะเลยขอกลับก่อน เราก็กลับกันเถอะไหวมั้ย” จินยองอธิบายต่อ อย่าบอกนะว่าที่พี่มาร์คบอกว่าไม่ไหวเพราะเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวด้วยกัน รู้สึกผิดจัง


     “อื้อ งั้นก็กลับกันเถอะ” กลายเป็นจินยองพี่พยุงแบมที่เดินขากระเพกไปที่ลานจอดรถ แล้วจินยองก็ขอออกมาจากสวนสนุกและมุ่งหน้ากลับไปที่พัก


     พี่มาร์คจะเป็นไงนะ หน้ามืด เป็นลม หรือว่าจะอ้วกแตก ฮือออ เป็นเพราะความอยากเล่นเครื่องเล่นของตัวเองแท้ๆเลยแบมแบม ลำบากพี่เขาเลย


     ในตอนที่สมองกำลังคิดไปไกลนั้น นิ้วก็กดเข้าไปในไลน์ เปิดรายชื่อเพื่อนที่โดนบล็อก และทำการปลดบล็อกใครบางคน



-MT93-



                         DoubleB : ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ ^^





Writer's Chat 2 
     งืออว่าจะลงเร็วกว่านี้  แต่งไว้ในมือถือแล้วไปดูหนังรอบ 3 ทุ่ม  กว่าหนังจะจบ ดึกจนได้ อยากแกล้งพี่มาร์คมากกว่านี้แต่กลัวว่าตอนนี้จะยืดเยื้อเกินไป เลยตัดๆไปเยอะเลย 
     ไม่รู้เลยว่าที่แต่งๆมา9ตอนนั้นดีหรือไม่ดี ตั้งแต่ลงทีแรกก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนจะเข้ามาอ่านมั้ย แต่พอมีคนเข้ามาอ่านบ้าง กดไลค์ให้ แถมยังมีคนคอมเมนต์ด้วย ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะครับ อาจจะแต่งได้ไม่ดีเท่าที่ควรแต่จะพยายามให้ดีที่สุดครับ  

Writer's Chat
พี่มาร์คว่าร้ายๆนี่ไม่เท่าคู่บีเนียร์เค้าหร๊อก คนนึงทิ้งน้อง อีกคนทิ้งเพื่อน มันน่าจับตีนัก แต่ว่าขอขำพีมาร์คก่อน คิดแผนชั่วเพลินจนลืมตัว ได้เจอดีแน่555555
พน.จะมาต่อน้าา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #36 JKhottest0115 (@JKhottest0115) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:05
    รู้สึกอยากให้มีคนมาจีบแบมจัง...ทำไมก็ไม่รู้55555
    #36
    0
  2. #35 MM_MB (@maemetggt) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:04
    สงสารอยู่นะ แต่ก้อนะ 5555
    #35
    0
  3. #34 JKhottest0115 (@JKhottest0115) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:15
    ตายแน่ๆเลย 5555 // ยิ้มมุมปาก...หึ
    #34
    1
    • #34-1 BasAk1 (@Baskettian1) (จากตอนที่ 19)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:23
      คนขาดีกับคนขาเจ็บใครจะตายก่อนกัน5555
      #34-1