คัดลอกลิงก์เเล้ว

Limbus ลิมบัส บ้านปีศาจ เจ็ดบาปเอื้ออาทร [ไอเดียขยะ]

โดย Baphoros

โจเซฟเด็กไม่เอาไหนผู้ได้รับฉายา 'ขี้แพ้ที่แท้ทรู' ต้องมาเรียนที่โรงเรียนแถบชานเมือง โชคยังดีที่เขาเจอโฮสที่พร้อมจะให้เขาเข้าพักโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ถ้าเขาพร้อมจะอยู่กับเหล่าตัวแทนแห่งความชั่วร้ายน่ะนะ

ยอดวิวรวม

29

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


29

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 มี.ค. 62 / 04:01 น.
นิยาย Limbus ҹҨ 紺һҷ [¢] Limbus ลิมบัส บ้านปีศาจ เจ็ดบาปเอื้ออาทร [ไอเดียขยะ] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

05/03/2019

     วันนี้ตื่นเช้าไปหน่อย เพราะดันฝันถึงเรื่องในอดีตที่ไม่ค่อยดีเข้า เลยนึกถึงบทนำนิยายเรื่องนี้ที่เคยแต่งไว้เมื่อ 2 ปีก่อน จึงเอามาปัดฝุ่นให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่านกันครับ

     ตัวผมเองก็มีบาปติดตัว มันทำให้ผมเสียโอกาส เสียคนที่ผมรัก และเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้

     ผมหวังว่าทุกคนจะสนุกกับนิยายนะครับ

     เอเมน


27/09/2017

     นี่เป็นบทนำที่ได้จากโพสต์ๆ หนึ่งใน Tumblr ที่ผมเขียนไว้แต่ไม่ได้แต่งต่อและเกิดอาการเสียดาย เลยนำมาแปะไว้บนนี้ครับ

     โดยเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับโจเซฟ เด็กมนุษย์คนหนึ่งที่โดนกดขี่ในทุกๆเรื่อง แถมยังหัวช้า แต่ว่ามีจิตใจงดงาม โจเซฟสอบเข้าม.ปลายในรร.ที่หวังไว้ไม่ได้ เลยต้องไปเรียนม.ปลายในเมืองชนบทห่างไกลความเจริญ ที่นั่นเขาได้เจอกับโฮส(ครอบครัวที่ให้เด็กได้อยู่อาศัยเพื่อการศึกษา) ที่พร้อมจะให้เขาเข้าอยู่ฟรีๆ แต่ทว่าที่นั่นดันเป็นคฤหาสปีศาจที่เหล่าบาปทั้งเจ็ดใช้เป็นที่พำนัก

     หนุ่มน้อยโจเซฟผู้อาศัยอยู่กับบาปทั้งเจ็ดที่ควรจะโดนความชั่วร้ายเข้าครอบงำกลับมีชีวิตที่ดีขึ้น โดนรังแกน้อยลง และรู้จักปกป้องตนเอง(ในทางที่ถูกต้อง) มากขึ้น

     ที่เหลือถ้าผมไม่เขียนต่อก็มโนกันเอาเองนะครับ(lmao)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 มี.ค. 62 / 04:01


*คำเตือน* นิยายต่อไปนี้มีอาจมีเนื้อหาและการใช้ภาษา
ที่ไม่เหมาะกับผู้อ่านอายุต่ำกว่า 18 ปี โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

     มนุษย์ทุกคนล้วนมีบาป...

     แต่จะมีซักกี่คนที่จะได้นั่งรับประทานอาหารพร้อมกับพวกเขา

     "เฮ้ย! เข้าสิวะไอ้กร๊วกนี่! จะหยิบตัวเปิดมาทำไมถ้าจะเล่นป๊อดขนาดนี้! "

     ซัท หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ 'ซาตาน' ตัวแทนแห่งบาป 'โทสะ' ตะโกนใส่โทรศัพท์ด่าเพื่อนร่วมทีมอย่างไม่เกรงใจ

     "ไม่เอาน่าซัท อย่าไปอารมณ์เสียใส่พวกมดปลวกเลย อีกอย่างนี่มันโต๊ะอาหาร สัตว์เคี้ยวเอื้องไร้สำนึกอย่างนายควรลดเสียงเกมและเสียงตัวเองลงหน่อย ...ว่าแต่ 1..2..3..4... แอสโม่ไปไหน? "

     ลูซ 'ลูซิเฟอร์' ตัวแทนแห่งบาป 'อัตตา' ถามขึ้นหลังจากเห็นว่าน้องชายคนหนึ่งหายไป

     "หนูเห็นไอ้งั่งนั่นหิ้วนังหมูตัวเมียที่มาด้วยกันออกไปส่งข้างนอก....หมายถึง...พี่แอสโม่น่ะค่ะ"

     ลิเวีย 'ลิเวียธาน' สาวน้อยแห่งบาป 'ริษยา'

     "เมื่อไหร่ข้าวจะเสร็จเนี่ย ง่วงนอนจะแย่แล้วนะ"

      เบลฟี 'เบลเฟเกอร์' ตัวแทนแห่งบาป 'เกียจคร้าน' ประท้วง หลังจากโดนแย่งชั่วโมงการนอนอันมีค่ามาหลายนาทีแล้ว

     "เบลกินข้าวเสร็จอย่าพึ่งเข้าห้องนะ วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องคุย พี่ลูซครับ ค่าใช้จ่ายในบ้านเดือนนี้สูงขึ้นอีกแล้ว ถ้าเดือนหน้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเราอาจจะต้องขายไตของ...ใครซักคนในบ้านมาจ่ายแทนครับ"

     พูดจบ ม่อน 'แมมมอน' ตัวแทนแห่งบาป 'โลภะ' ก็หันไปมอง 'ใครซักคน' ที่ถูกพูดถึงด้วยแววตาเยือกเย็น ทำเอาใครคนนั้นถึงกับขนลุกเกรียว

     "กลับมาแล้วคร้าบ"

     แอสโม่ 'แอสโมดิวส์' ตัวแทนแห่งบาป 'ราคะ' เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

     "ที่จริงว่าจะไป'กิน'ต่ออีกซักหน่อยแต่นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องกินข้าวที่บ้านกับครอบครัว"

     เขาพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

     "สายไป 2 นาที 38 วินาทีนะแอสโม่ ขาดความรับผิดชอบขนาดนี้ยังเรียกตัวเองว่าคนได้อีกหรอ? ....ไอ้หนอนแมลง"

     แววตาและฝีปากเชือดเฉือนของลูซทำเอาคนนั่งอยู่ตรงข้ามกลืนน้ำลายด้วยความกดดัน

        "อู้ว"

     แอสโม่ยกมือขึ้นมาปิดปากตกใจ ก่อนจะฉีกยิ้มน่าขนลุก

     "ผมล่ะขำ พี่ลูซนี่โง่จริง พวกเราใช่คนที่ไหนกันล่ะ..." เขาพูดกลั้นหัวเราะ

     "รีบๆไปนั่งได้แล้ว เกะกะสายตา"

     ลูซพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

     "โธ่พี่ แอสโม่มันแค่หยอกเล่นน่า พี่ลูซี่ล่ะก็ทำเป็นจริงจังไปได้" ซัทที่คอยดูอยู่ซักพักเริ่มพูดบ้าง

     "ฮึ...ลูซี่ พรูด! ฮ่าๆๆๆ ชอบอะพี่ซัท ...ลูซี่ ฮ่าๆๆๆ "

     แอสโม่ที่เก๊กอยู่ถึงกับขำออกมาเสียงดัง ทำให้คนที่นั่งอยู่เริ่มยิ้มและขำตาม ...ยกเว้นคนหนึ่ง

     "...ซัท...แอสโม่ .....ที่เรียกฉันแบบนั้นน่ะ..."

     ไฟในห้องดับวูบ ทำให้ตัวต้นเหตุทั้งสองถึงกับหน้าซีดเผือด

     "....ชิบ"

     จู่ๆอุณหภูมิในห้องก็ลดต่ำลง เชิงเทียนทุกอันลุกโชติช่วงขึ้นด้วยไฟสีฟ้า ทุกๆคนถูกความกดดันโจมตีจนเหงื่อแตกพลั่ก

     "อยากจะลองดีสินะ..." ลูซในตอนนี้มีเขางอกขึ้นบนหน้าผาก โค้งยาวไปจนถึงหลังศรีษะ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำขลับ

     บรรยากาศในห้องแย่ลงเรื่อยๆ แอสโม่ที่ยืนอยู่ถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้น เวลา 5 นาทีผ่านไปช้าราวกับ 1 วัน และมันดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด... จนกระทั่งอัศวินในผ้ากันเปื้อนเดินออกมาจากห้องครัว

     "พี่ๆคะ กับข้าวเสร็จแล้วนะ พี่ลูซให้พี่ซัทมาช่วยยกหน่อยสิ.... ว่างกันมั้ยเอ่ย? "

     เสียงสดใสจากเบล 'เบลเซบับ' ตัวแทนแห่งบาป 'ตะกละ' ขัดจังหวะการทรมานหมู่ได้พอดิบพอดี ทำให้ความตึงเครียดในห้องอาหารลดลงอย่างรวดเร็ว

     "เอ้า ยัยหมูทำกับข้าวเสร็จแล้ว สัตว์ใช้แรงงานไปช่วยน้องหน่อยเร็ว"

     "หนอย...ไอ้พี่ลูซ ฝากไว้ก่อนเถอะ" ร่างสูงใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจทั้งที่เหงื่อยังเต็มตัวก่อนจะเดินเข้าครัวไป

     "พี่ลูซ! หนูไม่ได้อ้วนซะหน่อย! " สาวในชุดผ้ากันเปื้อนกอดอกทำหน้าบูด...ซึ่งแน่นอนเธอไม่ได้โกหกซะทีเดียว ถึงจะมีส่วนหนึ่งในร่างกายโตผิดปกติก็ตาม

     ผ่านไปไม่นานบนโต๊ะก็มีอาหารให้เลือกสรรมากมาย

     "กินให้เต็มที่นะคะ วันนี้หนูทำสุดฝีมือเลย"

     รอยยิ้มของเธอช่วยเยียวยาหัวใจคนบนโต๊ะอาหารที่พึ่งผ่านนรกมาได้เป็นอย่างดี

     "เดี๋ยวก่อนสิ วันนี้มีแขกทั้งที ให้พี่แนะนำตัวเองกับน้องๆให้เค้าได้รู้จักก่อนดีมั้ย?"

     เป็นครั้งแรกที่เขายิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่น่าพิศวง ราวกับหีบสมบัติสีทองที่อาจจะซ่อนกับดักเอาไว้

     ลูซผายมือไปทางด้านข้างของโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่

     "คนที่นั่งข้างซ้ายของเธอชื่อแอสโม่เป็นน้องคนสุดท้องของบ้านลิมบัส"

     พูดจบแอสโม่ก็หันไปยิ้มให้กับแขกของบ้านด้วยรอยยิ้มคาสโนวาที่เขาภาคภูมิใจ

     "...คนถัดมาชื่อเบล เป็นน้องคนรอง และเป็นแม่ครัวของที่นี่"

     เบลโบกมือทักทายอย่างเป็นกันเอง

     "ส่วนคนที่นั่งเล่นหุ้นอยู่...ช่วยเก็บลงไปด้วย"

     "ผมกำลังทำบัญชีรายรับรายจ่ายของครอบครัวครับพี่ลูซ"

     "แล้วเล่นหุ้นด้วยรึเปล่า? "

     "....ก็มีบ้าง"

     ลูซส่งสายตาคาดโทษไปให้ ทำให้ม่อนต้องรีบวางแท็บเล็ทลง

     "เขาชื่อม่อน เป็นน้องคนโต เขาเป็นคนทำบัญชีและจัดการเรื่องเงินทุกอย่างภายในบ้าน"

     ม่อนหันมาทำรอยยิ้มการค้าใส่ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ทขึ้นมาจิ้มต่อไป

     "ส่วนคนทางด้านขวาของเธอ..."

     "Zzzzzz" ...หลับคาจานไปแล้ว

     "...." ลูซดึงเทียนไขออกมาจากเชิงไปหยดใส่หลังคอของเธอ แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม

     "หือ...ร้อนๆๆๆ! ไฟไหม้! ไฟไหม้!! ทุกคนหนีเร็ว! ...."

     หล่อนสะดุ้งลุกขึ้นตะโกนเสียงดัง ก่อนจะมองไปรอบๆโต๊ะและนั่งลงด้วยใบหน้าแดงก่ำ

     "ยัยสลอตนั่นเป็นน้องคนกลางชื่อเบลฟี วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่นอน" เขาพูดพลางมองแรงไปที่น้องสาว

     "โธ่พี่ลูซ ปลุกดีๆก็ได้"

     "ปลุกดีๆไม่เคยจะตื่นหรอก" เขาจิบเครื่องดื่มสีแดงเข้มก่อนจะพูดต่อ

     "ส่วนสองคนที่ทำหน้าไม่รับแขกอยู่นั่นชื่อซัทกับลิเวีย เป็นพี่คนรอง ไม่ได้ทำอะไรเลยเหมือนกัน"

     "ฉันเป็นเกมเมอร์ว้อย" ซัทสวนขึ้นทันควัน

     "แค่เล่นเกมแต่ไม่ได้หาเงินจากเกมมันไม่ได้เรียกว่าเกมเมอร์หรอกนะ..." ม่อนพูดลอยๆขึ้นมาจากฝั่งตรงข้าม

     "พูดแบบนี้หาเรื่องหรอวะ! " คนถูกแทงใจดำแยกเขี้ยวใส่

     "อะแฮ่ม..."

     ลูซกระแอมไอเป็นสัญญาณให้ทั้งสองคนต้องพักรบ

     "ส่วนฉันชื่อลูซ เป็นพี่คนโต และเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดในบ้านลิมบัสหลังนี้"

     "...เผด็จการ"

     เสียงที่ลอยขึ้นมาทำให้อุณภูมิห้องลดวูบลงทันที ก่อนจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมเพราะลูซสังเกตุเห็นว่าคนที่นั่งอีกฝั่งสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้ว

     "แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร? "

     คนถูกถามสะดุ้งเฮือกขึ้น

     "จ...จ..โจ"

     "อะไรนะ? " เสียงของเขาเบาเกินไปทำให้ลูซต้องเลิกคิ้วถาม

     "ผ..ผ.ผมชื่อ...โจเซฟ..ค..ครับ"

------------------------

     สวัสดีครับ ผมบาโฟรอส คนแต่งบทนำที่ทุกท่านอ่านจบไปเมื่อกี้นี้

     ...อะไรนะ? จะมีต่อมั้ย? ไม่รู้เหมือนกันครับเพราะค้างไว้ตรงนี้หลายเดือนแล้ว(ถ้าตอนนี้ก็หลายปีแล้วครับ) (lol) ที่เอามาลงเพราะไม่อยากให้ที่นั่งพิมพ์ไปมันเสียของ อย่างน้อยก็อาจจะมีบางคนที่เข้ามาอ่านเกิดความคิดต่อยอดขึ้นมาก็ได้

     สุดท้ายก็คงจะดูเสียงตอบรับก่อนครับ ถ้ามีข้อผิดพลาดหรือจุดที่ควรปรับปรุงก็ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ

     ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Baphoros จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น