ทูตไทยไปฝรั่งเศส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1

    Overall
    7

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

กล่าวถึงเรื่องราวในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช..


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 28 ก.พ. 62 / 14:24

บันทึกเป็น Favorite



บันทึกจากพงศาวดาร
ทูตไทยไปฝรั่งเศสครั้งที่๓
สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

เวลา: เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๒๒๙

จากข้อความใน พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ความว่า..

.." .. อยู่มาวันหนึ่ง จึงตรัสให้หาทูตานุทูต เข้าเฝ้า ณ หน้าพระลานแล้วให้หาพลทหารฝรั่งแม่นปืน ๕๐๐ คนเข้ามายิงปืนให้แขกเมืองดู ให้แบ่งออกกันเป็นสองพวก ๆ ละ ๒๕๐ ยืนเป็นสองแถว ยิงปืนนกสับให้กระสุนกรอกเข้าไปในลำกล้องปืนแห่งกันและกันทั้งสองฝ่าย มิให้พลาดผิดแต่สักครั้ง แล้วให้ล่ามถามราชทูตว่า  ทหารแม่นปืนเหมือนดังนี้ พระนครศรีอยุธยามีหรือไม่  ราชทูตได้กราบทูลว่าทหารแม่นปืนดังนี้ พระเจ้ากรุงศรีอยุธยามิได้นับถือใช้สอย  พระเจ้าฝรั่งเศสได้ทรงฟังก็ทรงเคืองพระทัย จึงให้ซักถามราชทูตว่า พระเจ้ากรุงไทยนับถือทหารฝีมือใดเล่า ราชทูตให้กราบทูลว่า พระเจ้าอยู่หัวกรุงไทยทรงนับถือใช้สอยทหารคนดีมีวิชา อันทหารแม่นปืนเหมือนดังนี้จะยิงไกลหรือใกล้ก็มิได้ถูกต้องกายและทหารบางจำพวกเข้าไปในระหว่างข้าศึกมิได้เห็นตัว ตัดเอาศีรษะนายทัพมาถวายได้ ทหารบางจำพวกก็คงทนอาวุธต่าง ๆ จะยิงฟันแทงประการใด ๆ ก็มิได้เข้า และทหารมีวิชาดังนี้ จึงทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงไว้ใช้สอยสำหรับพระนคร  พระเจ้าฝรั่งเศสมิได้ทรงเชื่อ ตรัสว่าราชทูตไทยเจรจาอ้างอวดเกินนัก จึงสั่งให้ซักถามว่า ทหารที่มีวิชาเหมือนว่าดังนั้น มีมาในกำปั่นบ้างหรือไม่ จักให้สำแดงวิชาถวายให้เห็นประจักษ์จะได้หรือไม่   ราชทูตได้เห็นวิชาของอาจารย์ปรากฎแก่จักษุอยู่แล้ว จึงกราบทูลว่า ทหารที่จ่ายมาสำหรับกำปั่นนี้เป็นแต่ทหารกองนอก มีวิชาแต่อย่างกลาง จะสำแดงถวายให้ปรากฎก็ได้ จึงตรัสให้ซักถามว่า จะสำแดงวิชาได้อย่างไร ราชทูตให้กราบทูลว่า ขอพระราชทานให้ทหารแม่นปืนทั้ง ๕๐๐ นี้ จงระดมยิงทหารของข้าพระพุทธเจ้าโดยใกล้และไกล และทหารข้าพระพุทธเจ้าจะห้ามกระสุนปืนทั้งสิ้นมิให้ถูกต้องกาย พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสได้ทรงฟัง เกรงทหารจะยิงทหารไทยล้มตาย จะเสียทางพระราชไมตรีไป จึงให้ห้ามการนั้นเสีย ราชทูตให้กราบทูลว่า พระองค์อย่าทรงพระวิตกเลย ทหารของข้าพระพุทธเจ้ามีวิชาห้ามกระสุนปืนมิให้ถูกต้องกายได้เป็นแท้ ซึ่งจะเป็นอันตรายนั้นหามิได้  เพลาพรุ่งนี้ ขอให้ตั้งเบญจ ๓ ชั้น ในหน้าพระลาน ให้ดาดเพดานผ้าขาวและปักราชวัติฉัตรธงล้อมรอบแล้ว ให้ตั้งเครื่องโภชนาหารมัจฉมังษาสุราบานไว้ให้พร้อม ให้ป่าวร้องชาวพระนครมาคอยดู ทหารข้าพระพุทธเจ้าจะสำแดงคุณวิชาให้ปรากฎเฉพาะหน้าพระที่นั่ง  แล้วถวายบังคมลาออกไปสู่ที่สำนัก  พระเจ้าฝรั่งเศสก็สั่งให้จัดแจงการทั้งปวง ให้พร้อมตามคำราชทูตทุกประการ  ครั้นรุ่งเช้าราชทูตจึงให้อาจารย์แต่งศิษย์ประมาณ ๑๖ คน  ให้ผูกเครื่องล้วนลงเลขยันต์ คาถาศาสตราคมเสร็จ แล้วให้อาจารย์นุ่งขาว ศิษย์ ๑๖ คนนั้นใส่กางเกงเสื้อหมวกปัศตูแดง ทั้งสิ้นเป็นสิบเจ็ดคน กับทั้งอาจารย์พาเข้ามาสู่หน้าพระลาน กราบถวายบังคมแล้วให้ขึ้นนั่งบนเบญจ แล้วให้กราบทูลว่า ขอให้ทหารแม่นปืนทั้ง ๕๐๐ จงยิงทหาร ๑๗ คน ซึ่งนั่งอยู่บนเบญจานั้น  พระเจ้าฝรั่งเศสก็ทรงสั่งทหารทั้ง ๕๐๐ ให้ระดมยิงทหารไทยพร้อมกัน ด้วยอำนาจคุณพระรัตนตรัย และคุณเลขยันต์ สรรพอาคมคาถาวิชาคุ้มครองป้องกันอันตราย พลฝรั่งทั้งหลายยิงปืนนกสับทั้งใกล้และไกลเป็นหลายครั้ง เพลิงศิลาปากนกไม่ติดดินดำมิได้ลั่นทั้งสิ้น  ทหารทั้ง ๑๗ คนก็รับพระราชทานโภชนาหารมัจฉมังสุราบานเป็นปกติ มิได้มีอาการสะดุ้งตกใจ  พลทหารฝรั่งเศสทั้งหลายก็เกรงกลัวย่อท้อรออยู่สิ้น  อาจารย์ไทยจึงร้องอนุญาตไปว่า ท่านจงยิงอีกเถิด ทีนี้เราจะให้เพลิงติดดินดำแล้ว จะให้กระสุนออกจากลำกล้องทั้งสิ้น พลทหารพร้อมกันยิงอีกนัดหนึ่ง เพลิงก็ติดดินดำ กระสุนออกจากลำกล้อง ตกลงตรงปากกระบอกบ้าง ห่างออกไปบ้าง ลางกระสุนก็ไปตกลงที่ใกล้เบญจา แต่จะให้ถูกทหารไทยผู้ใดผู้หนึ่งหามิได้..."

จบทูตไทยไปฝรั่งเศสครั้งที่๓

หนังสืออ้างอิง
พิมาน แจ่มจรัส. วันสวรรคตของ๖๖กษัตริย์ไทย.
กรุงเทพ: สำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา,
มีนาคม ๒๕๐๗.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ สมาจาโร จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น