[นิยายแปล] นายขี้อายกับยัยแก้มแดง

ตอนที่ 9 : บทที่ 2.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ส.ค. 63

 

อนิเมะเอ็กซ์โปมีกิจกรรมทั้งหมดสามวัน

“งานนี้เป็นอนิเมะเอ็กซ์โป ถ้าเป็นเกมเอ็กซ์โป ฉันมั่นใจว่าเธอต้องตื่นเต้นกว่านี้แน่ ปีที่แล้วตอนจัดเกมเอ็กซ์โปมีคอสเพลเยอร์ตั้งเจ็ดร้อยกว่าคนเข้าร่วมงาน ทุกคนแต่งคอสเพลย์เป็นตัวละครจากเกมหมดเลยนะ” พี่สาวของเธอนั่งพักอยู่ด้านล่างเวที “น่าเสียดายตอนนั้นเธอเข้าโรงพยาบาล ไม่งั้นถ้าเธอมางานด้วยต้องสนุกมากแน่ๆ”

อ้ายฉิงสวมเสื้อแขนสั้นสีขาวแบบเรียบง่ายกับกางเกงยีนฟอกสีซีด นั่งอยู่ข้างพี่สาวซึ่งสวมชุดคอสเพลย์ที่ทั้งหนาและหนัก ระหว่างนั่งฟังพี่สาวกระซิบกระซาบเงียบๆ อยู่นั้น เธอรู้สึกตลอดเวลาว่ามีใครคนหนึ่งในกลุ่มแขกรับเชิญคอยมองพวกเธออย่างไม่ละสายตา พอเธอหันไปมอง Grunt บังเอิญลุกจากที่นั่งเดินไปที่เวทีแข่งโชว์พอดี

ในเวลาเดียวกันนั้นภาพบนจอใหญ่ก็ตัดเข้าสู่ภาพในเกม

สตาร์คราฟต์ 1 คือจุดเริ่มต้นของการแข่งขันอีสปอร์ต

ยอดฝีมืออีสปอร์ตรุ่นก่อนเริ่มจากการเล่นสตาร์คราฟต์ 1 ก่อนเปลี่ยนมาเป็น CS และวอร์คราฟต์ หรือไม่ก็เกมอื่น น่าเสียดายช่วงที่สตาร์คราฟต์ 1 ได้รับความนิยมสูงสุด เธออายุยังน้อยมาก กว่าเธอจะเริ่มต้นอาชีพนักกีฬาอีสปอร์ตอย่างจริงจัง สตาร์คราฟต์ 1 ก็เสื่อมความนิยมแล้ว

“ฉันจำได้ การแข่งขันครั้งแรกของเธอจัดในเน็ตคาเฟ่ที่โทรมสุดๆ ทั้งร้อนแล้วก็เบียดเสียด” จู่ๆ พี่สาวของเธอก็พูดขึ้นมา “ตอนนี้สภาพแวดล้อมการแข่งขันดีกว่าแต่ก่อนเยอะมาก มีการแข่งขันเยอะแยะไปหมด แถมผู้เล่นอาชีพนะเหมือนดาราเลย มีทั้งการเดินโชว์ตัวบนรันเวย์ มีทั้งโชว์ฟอร์มการเล่นเหมือนที่ทำในงานนี้ ยิ่งใหญ่อลังการมากเลย ฉันว่าคนที่ชื่อ Grunt น่าจะอายุไม่ห่างจากเธอเท่าไหร่ ถ้าเธอเล่นสตาร์คราฟต์ 2 คิดว่าจะเอาชนะเขาได้ไหม”

“ฉันไม่เหมาะกับเกมเล่นเดี่ยว” อ้ายฉิงมอง Grunt ที่นั่งอยู่บนเวที “แต่มีอัจฉริยะอีสปอร์ตคนหนึ่งที่น่าจะทำได้ น่าเสียดายหลังจากฉันไปแข่งชิงแชมป์เอเชียครั้งสุดท้าย นักกีฬาคนนั้นก็ไม่ได้เล่นต่อ”

อ้ายจิ้งฟังแล้วสนใจมาก “นอกจาก Solo นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเธอชมคนอื่น”

“เขาไม่เหมือน Solo” อ้ายฉิงอธิบายสีหน้าจริงจัง “ความรู้สึกเวลาเห็น Solo คือเป็นคนที่เราเชื่อมั่นและวางใจได้เสมอไม่ว่าเวลาไหน ส่วนคนนั้น...ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าเขาแพ้จะเป็นยังไง”

รวมถึงครั้งนั้นด้วย ตอนที่เขาถูกลงโทษให้วิดพื้นสองร้อยครั้ง เธอรู้สึกว่า Dt จงใจเล่นแพ้

ระหว่างที่สองคนคุยกันอยู่ การแข่งขันก็เริ่มขึ้น

เสียงดนตรีดังกระหึ่มกึกก้องทั่วโถงจัดงาน ภาพสามมิติสุดตระการตา การบุกสังหารกองพลเป็นวงกว้างอย่างไร้ความปรานี...ภายในเวลาสั้นๆ แค่สิบนาที หัวใจของอ้ายฉิงเริ่มเต้นรัวเร็วตามจังหวะการต่อสู้ในเกม

แม้กระทั่งอ้ายจิ้งที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเกมเลยยังพลอยตื่นเต้นไปด้วย “เขาเล่นเป็นยังไงบ้าง เทียบกับคนที่เธอพูดถึงเมื่อกี้น่ะ”

“วิธีการเล่นของเขาเฉียบขาดมาก เป็นนักกีฬาประเภทรุกร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นคู่ต่อสู้ของเขา น่าจะ...รับมือยาก”

สายตาของอ้ายฉิงไม่ละไปจากเวทีแม้แต่วินาทีเดียว เขาเป็นนักกีฬาประเภทที่อันตรายมาก อยู่นอกเหนือการควบคุม คนแบบนี้หายากมาก

จู่ๆ พี่สาวของเธอก็ถามว่า “เธอยังไม่เคยแข่งระดับโลก เคยแข่งแค่ระดับเอเชีย แบบนี้จะแล้วแก่ใจเหรอ”

แบบนี้จะแล้วแก่ใจเหรอ เหมือนคนถามคืออีกร่างหนึ่งของตัวเธอเอง

อ้ายฉิงเงียบไปอึดใจก่อนตอบว่า “ฉันพอใจแล้ว อีกไม่นานฉันจะได้นั่งส่องเพชรพลอยทั้งวันเลย อย่ามาสกัดทางรวยของฉันสิ”

“Solo หนอ Solo” อ้ายจิ้งถอนใจเสียงเบา “เขายังเป็นยอดฝีมือแถวหน้าอยู่เหมือนเดิม ส่วนเธอกลับวางเมาส์ซะแล้ว ทุกครั้งที่เธอดูรายการแข่งขันอีสปอร์ต ฉันเห็นสายตาเธอไม่เคยผละไปจากหน้าจอเลย คิดแล้วปวดใจจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะหกปีก่อน...”

“ฉันไม่ได้เจอเขาสามปีแล้ว อีกอย่าง เรื่องนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาด้วย” สายตาของอ้ายฉิงยังจดจ้องอยู่ที่เวที และจบบทสนทนาไว้เพียงเท่านั้น

 

หลังจบการแข่งขัน นักข่าวหลายคนเข้าไปล้อมสัมภาษณ์ Grunt คำถามไม่มีอะไรแปลกใหม่ ยังเป็นการเปรียบเทียบฟอร์มการเล่นของเขากับ Solo

Solo เปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งอีสปอร์ตที่ล่ารางวัลจากรายการแข่งขันต่างๆ โดยไม่เคยเป็นที่สองรองใครในทุกการแข่งขัน เวลาผ่านมาหลายปีขนาดนี้แล้ว เขาก็ยังเป็นต้นแบบที่ทุกคนต้องยกขึ้นมาเปรียบเทียบ น่าเสียดาย ดูเหมือนเด็กหนุ่มตรงหน้าจะไม่เทิดทูนบูชาเขาเหมือนคนอื่น

“Solo ก็เหมือนตำนานแหละครับ แต่สุดท้ายทุกตำนานต้องมีวันสิ้นสุด เหมือนนักกีฬาลีกอาชีพ CS ในยุโรปเหนือ หลายคนถูกซื้อตัวเข้าสโมสรด้วยเม็ดเงินมหาศาล แต่เกิดวันไหนร่างกายรับสภาพไม่ไหวและฝีมือเริ่มตกก็ถูกถีบออกจากสโมสรทันที” น้ำเสียงของ Grunt กังวานใส คล้ายมีเสน่ห์บางอย่างชวนให้อยากฟังต่อ “ปกติแล้วคนที่เคยอยู่ในสโมสรแถวหน้าแบบนี้ พอหลุดจากสโมสรแล้วมักจะทนอยู่กับทีมระดับรองลงมาไม่ได้ สุดท้ายไม่เหลือทางเลือกอื่นนอกจากวางมือ”

นักข่าวสามคนถึงกับผงะ พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

อ้ายฉิงเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินคำพูดแบบนี้

“แน่นอนครับ วงการอีสปอร์ตจีนเมื่อหกปีก่อน เขาคืออันดับหนึ่ง ไม่มีใครเทียบได้ ถ้าผมเป็นเขา จะฉวยโอกาสวางมือจากวงการในจุดสูงสุดของอาชีพ จะได้ไม่ต้องร่วงหล่นจากบังลังก์เกียรติยศของตัวเองในตอนหลัง”

Grunt สะพายกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นหลังแล้วเดินออกไปด้านนอกสนามแข่ง

“ปากคอเราะรายจริงเชียว” อ้ายจิ้งนั่งถอนใจอยู่ข้างเธอ “แต่บ้าบอยังไงก็ยังน่ารักอยู่ดี”

อ้ายฉิงหันไปมองพี่สาวอย่างจนคำพูด

 

หลังจบการแข่งขัน ทุกคนทนความเงียบเหงาไม่ไหว เลยจัดการเหมาห้องคาราโอเกะร้องเพลงกันต่ออย่างเมามัน

อ้ายฉิงไม่สนิทกับพวกเขา จึงได้แต่นั่งมองคนอื่นแย่งไมโครโฟนกันตรงมุมห้อง ระหว่างที่เธอพยายามหาข้ออ้างกลับโรงแรมก่อนด้วยความเบื่อหน่ายเต็มประดา จู่ๆ ประตูก็เปิดออก มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา

กลุ่มที่มาถึงทีหลัง มีสมาชิกคนหนึ่งสร้างความประหลาดใจให้เธอมาก นั่นก็คือ Grunt เขาเดินเข้ามาพลางหันไปคุยกับเด็กสาวที่มาด้วยกัน แต่พอเห็นพี่สาวเธอร้องเพลงอยู่ เขาก็ชะงักฝีเท้า

“ทำไมเหรอคะ อยากรู้จักใครในห้องนั้นหรือเปล่า” เด็กสาวที่มากับ Grunt แกล้งพูดแหย่

เขาขมวดคิ้ว มองอ้ายฉิงกับอ้ายจิ้งที่ถือไมโครโฟนในมือ “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนไหนคือคนที่ฉันรู้จัก”

เด็กสาวคนนั้นหัวเราะหน่อยหนึ่งแล้วชี้ไปที่อ้ายจิ้ง “คนนั้นคือพี่สาว เป็นยอดอัจฉริยะของภาควิชาภาษาจีน ชื่ออ้ายจิ้งค่ะ” พูดจบก็ชี้มาทางเธอ “ส่วนคนนั้นคือน้องสาวชื่ออ้ายฉิงค่ะ เห็นว่าแต่ก่อนเขาชอบเล่นอีสปอร์ตเหมือนคุณ”

อ้ายฉิงพยักหน้าหน่อยหนึ่งแทนคำทักทาย

“น่าจะไม่ใช่แค่ชอบเล่นอีสปอร์ตหรอกมั้ง” ในที่สุดสายตาของ Grunt ก็มาหยุดอยู่ที่อ้ายฉิง “ถ้าจำไม่ผิด เขาคือสไนเปอร์ของทีม CS อันดับหนึ่งของจีนเมื่อหกปีก่อน และเป็นผู้เล่นหลักของทีมรองแชมป์ประเทศจีนในการแข่งขันลีกอาชีพ DOTA เมื่อสามปีก่อน และเป็นแชมป์เกมนีดฟอร์สปีดในการแข่งขัน WCG ชิงแชมป์เอเชียปีเดียวกันด้วย”

“ว้าว”

พูดไม่ทันจบ ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงถอนใจอย่างชื่นชม

เสียงสูงบ้างต่ำบ้าง มีทั้งอิจฉาและชื่นชม

แม้เด็กสาวในกลุ่มนี้จะไม่ได้เป็นผู้เล่นอาชีพ แต่คำว่า “ทีมอันดับหนึ่ง” “สไนเปอร์” “รองแชมป์ประเทศจีน” “แชมป์เอเชีย” ต่างๆ เหล่านี้ถูกนำมาใช้บรรยายคุณสมบัติของคนเพียงคนเดียว แค่ฟังก็รู้สึกตื่นตะลึงเหลือเกินแล้ว

 

โชคดีที่หลังจากนั้น Grunt ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับประเด็นนี้เป็นพิเศษอีก เขาเองก็เหมือนกับอ้ายฉิง เป็นชนกลุ่มน้อยที่แปลกแยกจากคนอื่นในห้องนี้ เลยนั่งลงข้างอ้ายฉิงโดยปริยาย

คืนนั้นทั้งคืนเขาเลือกเพลงแค่เพลงเดียว พออินโทรเพลงเริ่มขึ้น ทั้งห้องเงียบกริบฉับพลัน เป็นเสียงดนตรีที่แตกต่างจากเพลงป๊อปจังหวะโช้งเช้งที่พวกเธอร้องกันก่อนหน้านี้ เพลง ยูอาร์บิวตี้ฟูล ของเจมส์ บลันต์นั่นเอง เสียงของเขาต่ำและทุ้มลึก เพลงนี้ทำนองช้าและเศร้าอยู่แล้ว ยิ่งได้เนื้อเสียงของเขาเข้าไปเสริม จึงดึงดูดความสนใจของทุกคนในฉับพลัน

พอเขาวางไมโครโฟนลง อ้ายจิ้งบีบมืออ้ายฉิงแน่นอย่างตื่นเต้น

“ร้องเพราะมาก” อ้ายฉิงเอ่ยชมจากใจจริง “นายชอบเจมส์ บลันต์เหรอ”

“แฟนเก่าของฉันชอบเจมส์ บลันต์มาก” Grunt วางไมโครโฟนลงบนโต๊ะ ดวงตาโค้งลงเล็กน้อย บอกไม่ได้ชัดเจนว่าคำพูดของเขาจริงหรือเท็จแค่ไหน “เขาชอบฟังฉันร้องเพลง ฉันก็เลยหัดร้องเพลงนี้น่ะ”

อ้ายฉิงไม่นึกว่าจู่ๆ เขาจะพูดเรื่องส่วนตัว เลยไม่รู้จะตอบอย่างไร โชคดีที่ดูเหมือนเขาไม่มีทีท่าอยากพูดเรื่องนี้ต่อ กลับเป็นอ้ายจิ้งที่ดึงแขนเธอไว้อย่างรวดเร็ว แล้วใช้ปากพูดกับเธอแบบไม่มีเสียงว่า“เขาไม่ได้แค่น่ารักและบ้าโคตรๆ แต่ยังโอ๋แฟนเก่งมากด้วย”

อ้ายฉิงหันไปมองพี่สาวแล้วพูดแบบไม่มีเสียงว่า“อย่าบอกนะว่าพี่หลงรักเขาแล้ว”

ดวงตาของอ้ายจิ้งกะพริบวิบวับ ขณะพยักหน้าตอบรับเธออย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางกลับบ้าน มีแค่ Grunt กับพวกเธอที่พักโรงแรมเดียวกัน เลยเรียกแท็กซี่กลับด้วยกันไปโดยปริยาย อ้ายจิ้งแสดงท่าทางเป็นกุลสตรีเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ตั้งแต่ออกรถจนถึงโรงแรม แต่ทันทีที่กลับถึงห้อง ก็พุ่งเข้ามาดึงตัวเธอไว้อย่างตื่นเต้นสุดขีด “ฉันชอบเขาจริงๆ นะ จริงๆ”

“ก็ว่าทำไมพี่นั่งไม่เป็นสุขทั้งคืน” เธอมองพี่สาว ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “พวกเราไม่รู้ชื่อจริงของเขาด้วยซ้ำ พี่ไม่รู้สึกว่าเสี่ยงไปหน่อยเหรอ”

“ครั้งแรกที่ฉันเห็นเขา หัวใจก็เต้นแรง เหมือนครั้งแรกที่เธอเจอ Solo นั่นแหละ”

อ้ายฉิงเงียบไปทันที ภาพเหตุการณ์มากมายผุดขึ้นมาในสมองอย่างบ้าคลั่ง โดยที่เธอควบคุมไม่ทัน

เธอจำได้ ครั้งแรกที่เจอ Solo คือปีที่เธออายุสิบสี่ อินเทอร์เน็ตที่บ้านเสีย เธอกับพี่สาวเบื่อเลยไปหาอะไรเล่นฆ่าเวลาที่เน็ตคาเฟ่ เธอจำได้ว่าตอนนั้นเล่นเกมจับคู่สิ่งของ จู่ๆ ก็ได้ยินผู้ชายคนหนึ่งพูด เสียงของเขาน่าฟังมาก

เธอทนความอยากรู้ไม่ไหวเลยหันไปแอบมอง ตอนนั้นเองเธอเห็น Solo เท้าศอกบนบาร์ที่ประตูร้าน คุยกับเจ้าของเน็ตคาเฟ่ ทุกอย่างตั้งแต่ดวงตาไปจนถึงสีหน้าของเขา ระบายยิ้มสดใสดุจแสงตะวันกลางฤดูร้อน เจิดจรัสจนตาพร่างพราว

ตอนนั้นตัวเธอเองเหมือนต้องมนตร์สะกด รีบหันไปดึงแขนอ้ายจิ้งแล้วพูดว่า “พี่ พี่ ดูผู้ชายคนนั้นสิ”

เธอสวมหูฟังอยู่ ทำให้ลืมตัวไปว่าต้องพูดให้เบาลง ดังนั้นพี่สาวไม่ทันหันมา กลับเป็น Solo ที่มองมาทางเธอก่อน...

 

ดวงไฟตรงระเบียงทางเดินยังปิดอยู่ อ้ายฉิงนั่งอยู่ในมุมมืด ก้มหน้าลงถอดรองเท้าผ้าใบ แล้วเดินเท้าเปล่าเข้าห้องน้ำ บิดเปิดก๊อก เอาน้ำสาดโครมใส่หน้าตัวเอง สัมผัสเย็นจัดดุจน้ำแข็งกลบภาพความทรงจำทั้งหมดที่ผุดขึ้นมาให้หายวับไปอย่างรวดเร็ว

เธอดึงผ้าขนหนูจากราวแขวนแล้วพูดว่า “ผู้ชายที่เล่นอีสปอร์ตไม่ดีหรอก พอไม่มีงานแล้วไม่มีอนาคตเลยนะ แล้วงานของพวกเขาก็เหมือนพวกนักกีฬา ชีวิตน่าเบื่อไร้รสชาติ วันๆ มีแต่เรื่องซ้อม สุดท้ายเธอเองที่จะลำบาก สำหรับพวกเขาแล้ว มีแค่เพื่อนร่วมทีมที่เป็นครอบครัวของพวกเขาจริงๆ แฟนหรืออะไรก็ตามเป็นแค่คนนอก”

เธอหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนเสริมอีกประโยคว่า “อีกอย่าง ต่อไปเวลาแนะนำแฟนของตัวเอง คนอื่นพูดว่าสามีฉันทำงานธนาคาร สามีฉันเป็นข้าราชการ แล้วพี่ละจะพูดอะไรได้ จะบอกว่าแฟนฉันเล่นเกมแบบนี้เหรอ”

“ฉันไม่สนใจหรอก” อ้ายจิ้งยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำ กัดริมฝีปากอมยิ้มเดี๋ยวเดียว จู่ๆ ก็มองน้องสาว “ถามจริงๆ เถอะ เธอเคยนึกเสียใจบ้างไหม”

“ไม่รู้เหมือนกัน บางครั้งเสียใจมาก แต่บางครั้งก็รู้สึกว่าชีวิตนี้น้อยครั้งจะมีโอกาสพยายามอย่างดันทุรังจนสุดความสามารถขนาดนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน แต่เรื่องที่เขาบอกกันว่า การก้าวเข้าสู่วงการอีสปอร์ตจะสร้างบาดแผลทิ้งไว้จนชั่วชีวิตน่ะเป็นเรื่องจริง” เธอเดินเข้าห้อง มองโน้ตบุ๊กที่วางบนโต๊ะแวบหนึ่ง “โดยเฉพาะคนที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุด คงเป็นเรื่องยากที่จะปรับตัวให้ชินกับชีวิตเรียบง่ายของคนธรรมดา”

มุมขวาล่างของหน้าจอ ปรากฏข้อความแจ้งเตือนอีเมลใหม่หนึ่งฉบับ

นี่เป็นอีเมลที่เธอใช้สมัยก่อน ลงทะเบียนรับข่าวอัปเดตเกี่ยวกับอีสปอร์ตต่างๆ ไว้เยอะมาก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังทำใจลบทิ้งไม่ได้

เธอกดเปิดกล่องอีเมล ปรากฏว่าเป็นข่าวการแข่งขันระดับนานาชาติจริงอย่างที่คิด

“การแข่งขัน WCG รอบคัดเลือกตัวแทนประเทศจีนประจำปี 2553 ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว”

“การแข่งขัน WCG รอบคัดเลือกตัวแทนประเทศจีนประจำปี 2553 ในสิบสามพื้นที่ได้สิ้นสุดลงแล้ว เวลานี้เหลือสองพื้นที่สุดท้าย นั่นคือ การแข่งขันในกว่างโจวและเฉิงตู ซึ่งจะจัดขึ้นสุดสัปดาห์นี้ ช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันเพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศ หน่วยงานผู้จัด WCG ได้ประกาศแล้วว่า การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของประเทศจีนปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 กรกฎาคม สถานที่เดิมคือเมืองเซี่ยงไฮ้”

หลังจากนั้นก็เป็นรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ลงแข่งเรียงกันยาวเหยียด ระหว่างที่อ่านอยู่นั้น พี่สาวของเธอก็ชะโงกหน้าเข้ามาแล้วชี้ที่ชื่อของ Grunt “ไปดูการแข่งขันกันไหม จัดที่กว่างโจวพอดีเลย”

อ้ายฉิงไม่ปริปากตอบ การแข่งขันประเภทนี้มีโอกาสเจอใบหน้าที่คุ้นเคยมากกว่าครั้งที่ผ่านมา

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น