[นิยายแปล] นายขี้อายกับยัยแก้มแดง

ตอนที่ 7 : บทที่ 2.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 ส.ค. 63

 

ความล้มเหลวและเกียรติยศ

 

แสงอาทิตย์ลอดผ่านกระจกหน้าต่างห้องสมุดเข้ามาด้านในสว่างไสว ไม่มีเมฆหมอกแม้เพียงครึ่งเสี้ยว

อ้ายฉิงนั่งเท้าคางอ่านหนังสือ การกำเนิดสีในอัญมณี ข้างมือยังมีหนังสือวางอยู่อีกสองเล่มคือ การจำแนกและตรวจสอบอัญมณี และ เครื่องมือสำหรับตรวจสอบอัญมณี เด็กสาวสองสามคนที่นั่งข้างเธอมองหนังสือกองนั้นอย่างสนใจ ก่อนหันมามองเธอหน่อยหนึ่ง แล้วกระซิบคุยอะไรกัน

อ้ายฉิงแอบถอนใจเงียบๆ รู้อย่างนี้ตอนแรกเธอคงไม่เลือกเรียนสาขาวิชาการตรวจสอบอัญมณีแน่ สาขาวิชานี้จัดอยู่ในจำพวกวิชาแปลกประหลาดของมหาวิทยาลัย คนเรียนน้อยมาก แทบไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามหาวิทยาลัยนี้มีเปิดหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาการตรวจสอบอัญมณี และมีการเรียนการสอนกันอย่างจริงจัง

พอเด็กสาวกลุ่มนั้นกระซิบกระซาบกันจบแล้ว ก็เริ่มพูดถึงเรื่องกิจกรรมต่างๆ ในมหาวิทยาลัย จนสุดท้ายความสนใจของทุกคนไปรวมอยู่ที่การแข่งขันลีก DOTA ดูเหมือนรอบนี้มีหน่วยงานธุรกิจเข้ามาร่วมจัดการแข่งขัน DOTA ทั่วประเทศจีน โดยเดินสายแข่งตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชิงพาณิชย์ และดูเหมือนว่าสนามแข่งของเมืองนี้จะอยู่ที่ชั้นห้าของห้องสมุดประจำมหาวิทยาลัยของพวกเธอนี่เอง

การแข่งขันเริ่มเวลาบ่ายสามโมงวันนี้

ได้ยินว่าเมืองนี้มีทั้งหมดยี่สิบหกทีมจากแต่ละมหาวิทยาลัย

ได้ยินว่ามีหนุ่มหล่อหลายคนเป็นนักกีฬาด้วย

ได้ยินว่าทีมที่คว้าชัยชนะรอบนี้จะได้เข้าร่วมการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับประเทศ

“อุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับการตรวจสอบสีของอัญมณี ได้แก่ สเปคโตรสโคป ไดโครสโคป แผ่นกรองแสง กล่องตรวจสอบการเรืองแสงยูวี...” อ้ายฉิงจงใจอ่านออกเสียงดังๆ เพื่อเตือนเด็กสาวกลุ่มนั้นเป็นนัยว่าพวกเธอคุยกันเสียงดังรบกวนคนอื่น...แต่ฝ่ายถูกเตือนยังคุยต่อไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา สุดท้ายเธอเลยเป็นฝ่ายเก็บหนังสือเดินออกไปเอง

ไม่นึกว่าพอเดินลงมาชั้นล่าง บังเอิญเจอทีมที่มาลงแข่งเดินขึ้นชั้นบนพอดี

ชุดทีมหลากสี กระเป๋าเป้สะพายหลัง สมาชิกชายล้วน เว้นแต่ผู้จัดการทีมบางส่วนที่เป็นผู้หญิง

เธอกอดหนังสือไว้ในอ้อมแขน แทรกตัวผ่านคนกลุ่มนั้นไปอย่างยากลำบาก ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกว่า “โก๋วโก่ว” อ้ายฉิงหันตามเสียงโดยอัตโนมัติ และเจอใบหน้ายิ้มแป้นแล้น สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจและยินดีอย่างที่สุด “โก๋วโก่ว เธอจริงๆ ด้วย”

อ้ายฉิงยิ้มยิงฟัน “เรียกฉันว่าอ้ายฉิงเถอะ”

“อ้ายฉิง” เมี่ยนเปา หนุ่มน้อยขี้อายคนนั้น เวลานี้ตัวสูงกว่าเธอหนึ่งช่วงศีรษะแล้ว โตเป็นหนุ่มแล้วจริงๆ “ฉันมาแข่งน่ะ เธอมาดูการแข่งขันเหรอ”

“ฉันเรียนอยู่ที่นี่น่ะ” อ้ายฉิงพูดพลางยกกองหนังสือในอ้อมแขนขึ้นเล็กน้อย “การตรวจสอบอัญมณี”

“ตรวจสอบอัญมณี...สนุกไหม”

“เป็นวิชาเฉพาะทางมากๆ น่ะ” อ้ายฉิงบอกเขา ยิ้มกริ่ม “ทุกวันนี้ ทั้งประเทศมีนักตรวจสอบอัญมณีที่ขึ้นทะเบียนกับทางรัฐแค่แปดร้อยกว่าคนเท่านั้น”

เมี่ยนเปาถูกต้มเสียเปื่อย ปากอ้าตาค้างอย่างตื่นตะลึง แถมยังออกปากชมว่าเธอเลือกงานได้เยี่ยมมาก มิน่าถึงวางมือจากอีสปอร์ต

อ้ายฉิงยิ้ม ไม่พูดอะไรต่อ

เมื่อเพื่อนเก่าออกปากเชิญอย่างกระตือรือร้น สุดท้ายอ้ายฉิงเลยไปนั่งแถวสุดท้ายของอัฒจันทร์และดูการแข่งขันอีสปอร์ตตลอดบ่าย สปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เป็นจริงอย่างที่สปอนเซอร์กล่าวไว้ตอนเปิดงานว่า “ปัจจุบันอีสปอร์ตไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นกิจกรรมเชิงพาณิชย์”

 

บ่ายวันสุดสัปดาห์ ระหว่างที่รูมเมตของอ้ายฉิงออกท่าออกทางเล่าเรื่องตลกอย่างออกรส ก็ปัดน้ำทั้งแก้วคว่ำใส่โน้ตบุ๊กของตัวเองที่เพิ่งซื้อมาใหม่

อ้ายฉิงถูกบังคับให้ไปเป็นเพื่อน จึงต้องออกไปเป็นเพื่อนรูมเมตซ่อมโน้ตบุ๊กที่ศูนย์การค้าไอที

ศูนย์การค้าไอทีตั้งอยู่ใจกลางเมือง วันเสาร์อาทิตย์คลาคล่ำไปด้วยคลื่นมนุษย์

รูมเมตของเธอก็เป็นพวกจำทางไม่เคยได้ เดินวนจนรอบชั้นสามก็ยังหาร้านที่ตัวเองซื้อโน้ตบุ๊กไม่เจอ

“ฉันจำได้ว่าเจ้าของร้านคอมพิวเตอร์หล่อมากกก เขาไว้ผมสั้นสีดำ ดวงตาโค้งเหมือนยิ้มอยู่ตลอดเวลา...” รูมเมตพยายามอธิบายรูปพรรณสัณฐานของเจ้าของร้านไม่หยุดหย่อน 

อ้ายฉิงฟังแล้วไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “เธอซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องนี้มาเพราะหน้าตาของเขาหรือเปล่าเนี่ย”

“ไม่ใช่สักหน่อย” รูมเมตทำหน้ามีพิรุธ “ฉันชื่นชมเขาต่างหาก ตอนฉันเข้าไปในร้าน เขาช่วยดูคอมพิวเตอร์ให้หนุ่มหล่อกลุ่มหนึ่ง โน้ตบุ๊กเครื่องนั้นสวยมาก ฉันไม่เคยเห็นโลโก้แบบนั้นมาก่อนเลย...เป็นรูปเอเลี่ยนหน้าตาประหลาดๆ น่ะ แล้วฉันก็ได้ยินพวกเขาคุยกันเรื่องอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของโน้ตบุ๊ก เธอนึกไม่ออกหรอกว่าภาพนั้นน่ะเห็นแล้วชวนให้เลือดเดือดพล่านขนาดไหน” รูมเมตยิ่งเล่ายิ่งตื่นเต้น “ที่จริงตอนหลังฉันมาคิดดูอีกที มันก็เป็นแค่โน้ตบุ๊กเท่านั้นเอง แต่พอออกจากปากพวกเขาแล้ว อย่างกับเป็นรถแข่งแน่ะ...ตอนแรกฉันอยากใช้โน้ตบุ๊กรุ่นนั้นบ้าง แต่ราคาแพงเกินไป ตั้งหลายหมื่นหยวนเลยต้องยอมแพ้ไป” 

อ้ายฉิงฟังมาถึงตรงนี้ก็เริ่มเข้าใจว่าเพื่อนพูดถึงอะไร “เอเลี่ยนแวร์เหรอ”

“หืม” รูมเมตของอ้ายฉิงไม่ค่อยเข้าใจ

“โน้ตบุ๊กที่เธอพูดถึงน่าจะเป็นยี่ห้อ ‘เอเลี่ยนแวร์’ น่ะ” อ้ายฉิงพูดพลางยิ้มปลอบเพื่อน “ปกติเธอใช้ดูหนัง อ่านนิยาย ไม่จำเป็นต้องใช้โน้ตบุ๊กสเปคสูงขนาดนั้น อันนั้นเป็นโน้ตบุ๊กสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะน่ะ”

“อ้อใช่ พี่สุดหล่อคนนั้นก็พูดแบบนี้เหมือนกัน” สีหน้าของรูมเมตเหมือนคนเจอเพื่อนรู้ใจ “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าผู้ชายพูดเรื่องเกมแล้วดูเท่มาก ปกติฉันรู้สึกว่าเรื่องเกมฟังแล้วเหลาะแหละไร้สาระน่ะ”

อ้ายฉิงตอบ “อืม” แล้วพูดต่อว่า “อันที่จริง ถ้าเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพละก็ การเลือกอุปกรณ์เสริมของคอมพิวเตอร์จะละเอียดและยุ่งยากมาก แม้กระทั่งแผ่นรองเมาส์ก็ต้องเป็นยี่ห้อที่สั่งทำเฉพาะ”

“อ้ายฉิง” รูมเมตมองเธอด้วยแววตาตื่นเต้นสุดขีด “เธอพูดเหมือนเขาเป๊ะเลย”

อ้ายฉิงไม่พูดอะไรอีก แค่ชี้โน้ตบุ๊กของเพื่อนแล้วบอกว่า “แล้วเดี๋ยวเธอจะบอกเขาว่าอะไร ถ้าอุบัติเหตุแบบทำน้ำหกใส่โน้ตบุ๊กตัวเองเนี่ย ทางร้านเขาไม่รับผิดชอบหรอกนะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน...” รูมเมตทำตาละห้อยมองโน้ตบุ๊กในอ้อมแขนของตัวเอง

อ้ายฉิงตั้งท่าจะพูดอะไรสักอย่าง จู่ๆ ก็เห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่หน้าร้าน เธอรู้สึกว่าคุ้นหน้ามากจริงๆ

จนกระทั่งคนนั้นหันมา เธอถึงตระหนักว่าไม่ได้ตาฝาด ต่างฝ่ายต่างผงะชั่วครู่ แต่กลับเป็นอีกฝ่ายที่ตั้งสติได้ก่อนและยิ้มให้เธอ 

“อ้ายฉิง คนนี้แหละ” รูมเมตถอนใจยาว “ในที่สุดก็หาเจอซะที”

อ้ายฉิงตอบ “อืม” พลางมองคนที่อยู่ห่างจากเธอในระยะห้าหกก้าวคนนั้น

เขายิ้มพลางดับก้นบุหรี่ ไม่เอ่ยทักเธอก่อน แต่หันไปถามรูมเมตของเธอว่า “โน้ตบุ๊กมีปัญหาเหรอ”

รูมเมตรีบพุ่งเข้าไปทันที แล้วสารภาพอย่างสัตย์ซื่อว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ผลลัพธ์คือ เคราะห์ดีที่อ้ายฉิงมาด้วย หวาทีไม่ซักไซ้ให้มากความ จัดการถอดชิ้นส่วนโน้ตบุ๊กแล้วตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนทั้งด้านนอกและด้านใน โชคดีที่แป้นพิมพ์มีฟิล์มแปะทับอยู่ ตัวเครื่องจึงไม่เสียหายรุนแรงอะไรนัก อ้ายฉิงนั่งอยู่ในร้านของเขา มองเขาคุยกับรูมเมตของเธอพลางช่วยซ่อมคอมพิวเตอร์ไปด้วย สายตาหยุดนิ่งอยู่ที่มือซ้ายของเขานานทีเดียว ได้แต่จดจ้องอยู่แบบนั้นโดยไม่ละสายตาไปไหน 

จนกระทั่งซ่อมคอมพิวเตอร์เสร็จเรียบร้อย รูมเมตถึงรู้ว่าเขากับอ้ายฉิงไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดา จึงรีบขอตัวแยกออกไปอย่างรู้งาน โดยอ้างว่าอยากออกไปเดินเล่นดูอะไรหน่อย แล้วทิ้งโน้ตบุ๊กไว้กับอ้ายฉิงที่ร้าน บังเอิญตอนนั้นเป็นเวลามื้อเที่ยงพอดี หวาทีหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาแล้วหันมาถามเธอว่า “ฉันต้องเฝ้าร้านน่ะ พวกเราสั่งเดลิเวอรีมาดีไหม กินด้วยกันที่ร้านนี่แหละ”

อ้ายฉิงยิ้มพลางพยักหน้า

เขาจัดการโทร.สั่งเส้นใหญ่ผัดเนื้อ[1]สองชุดอย่างรวดเร็ว

พอวางสายแล้ว อ้ายฉิงก็เดินเข้ามา มองมือเขาแล้วถามว่า “มือนายเป็นอะไรไป”

 

อากาศร้อนขนาดนี้ เขากลับสวมถุงมือดำที่มือข้างหนึ่ง

ถุงมือบางมาก ขับเน้นให้เห็นนิ้วยาวเรียวทั้งห้านิ้ว ถ้าคนไม่รู้คงนึกว่าเขาสวมไว้เพื่อความเท่ แต่คนที่ควรเป็นนักกีฬาอาชีพอยู่เยอรมัน กลับมาขายคอมพิวเตอร์อยู่ที่ศูนย์การค้าไอทีใจกลางเมืองแบบนี้...ต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับมือเขามากกว่าที่เห็นแน่

หวาทียิ้มตาหยีพลางลูบผมเธอเบาๆ “นี่เธอเลียนแบบซาดาโกะ[2]หรือยังไง ไว้ผมยาวขนาดนี้” เขาใช้นิ้ววัดปลายผมของเธอแล้วพูดต่อว่า “ยาวถึงน่องแล้วเนี่ย ไม่รำคาญบ้างเหรอ แบบนี้สระทีหนึ่งน่าจะครึ่งชั่วโมงได้มั้ง”

“สี่สิบนาที” อ้ายฉิงเห็นเขาไม่ตอบก็ไม่อยากถามจี้ใจดำเขาอีก “ตอนนี้ฉันไม่ต้องซ้อมวันละสิบกว่าชั่วโมงแล้ว เหลือเวลาให้ทำเรื่องจิปาถะถมเถ”

เขาฟังแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ         

เวลาสามปีดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงอะไรไปหลายอย่างจริงๆ

ไม่รู้รูมเมตของเธอไปเดินเล่นถึงที่ไหน จนทั้งสองกินข้าวและเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วก็ยังไม่กลับมา

อ้ายฉิงคุยเป็นเพื่อนเขาไปเรื่อยเปื่อย พูดเรื่องซุบซิบเรื่องสัพเพเหระที่ไม่สลักสำคัญอะไรนัก โดยไม่เฉียดกรายเข้าใกล้หัวข้อสนทนาเกี่ยวกับอีสปอร์ตแม้แต่นิดเดียว

ระหว่างนั้นมีคนมาซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซื้อคอมพิวเตอร์เป็นระยะ

คนชอบอีสปอร์ตส่วนใหญ่จะบ้าพวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ด้วยเหมือนกัน อาจเพราะประสบการณ์ในอดีตของหวาที ทำให้เขาเข้าใจสเปคคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเล่นเกมดี ลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นสายเล่นเกมเสียมาก

ลูกค้าบางคนสุภาพมาก แต่มีบางคนวอนบาทาเสียเหลือเกิน หวาทียิ้มอย่างสุภาพให้ทุกคน จนกระทั่งมีชายตัวสูงมากสามคนเดินเข้ามาในร้าน และคอมพิวเตอร์ในมือของชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นก็คือเจ้าโน้ตบุ๊ก “เอเลี่ยนแวร์” ที่รูมเมตของเธออยากได้นักหนานั่นละ

“นี่คุณ โน้ตบุ๊กเครื่องนี้ของร้านคุณน่ะไม่ได้เรื่องเลย” ชายคนนั้นอุ้มโน้ตบุ๊กเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง “เมื่อวานน้องผมซื้อโน้ตบุ๊กจากร้านนี้ พอผมเอากลับไปดู ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด แล้วคุณยังกล้าหลอกเด็กว่าเป็นคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะอีกเหรอ” 

สัญชาตญาณของอ้ายฉิงบอกว่า คนตรงหน้าจงใจมาหาเรื่อง

ผลลัพธ์เป็นจริงดังที่คาด หลังจากหวาทีพยายามอธิบายอย่างสุภาพได้ไม่กี่ประโยค สองคนที่ตามมาด้านหลังก็เริ่มพูดเสียดสีประชดประชันต่างๆ นานา เดี๋ยวก็บอกว่าหลอกเด็ก เดี๋ยวก็บอกว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เล่นเกมไม่ได้ เป็นโน้ตบุ๊กขยะชัดๆ

คนเข้ามามุงกันหนาตาขึ้นเรื่อยๆ สามคนนั้นเริ่มด่าทอร้านของหวาทีต่างๆ นานา และเริ่มชูประเด็นตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าในร้าน...สุดท้ายอ้ายฉิงทนดูต่อไปไม่ไหว พูดว่า “เอเลี่ยนแวร์เป็นคอมพิวเตอร์ไฮเอนด์สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ คนในลีกอาชีพก็ใช้คอมพ์ยี่ห้อนี้ คุณลองไปดูในเน็ตได้เลย ยี่ห้อนี้เคยเป็นสปอนเซอร์ในการแข่งขันระดับโลกมาแล้ว”

ผู้ชายสามคนนั้นหันมามองเธอ จู่ๆ คนแรกที่เอ่ยปากหาเรื่องก็ยิ้ม “น้องสาว โน้ตบุ๊กราคาเครื่องละสองสามหมื่นหยวนแบบนี้ ไม่ใช่ว่าค้นในเน็ตแล้วจะจบ ยี่ห้อนี้พวกเราก็รู้จัก แต่มันใช้ไม่ดี หรืออาจต้องบอกว่าตัวสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตอาจจะดี แต่หลังจากร้านเอามา ‘ผ่านกระบวนการ’ ก็เลยใช้ไม่ดี”

อ้ายฉิงมองพวกเขาอย่างพินิจแล้วพูดว่า “เวลาซื้อคอมพิวเตอร์ บางครั้งฮาร์ดแวร์อาจจะมีปัญหาบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ที่คุณบอกว่ามัน ‘ใช้ไม่ดี’ เนี่ย เอามาตรฐานอะไรมาวัด ถ้าบอกว่าใช้แล้วไม่เข้ามือก็ถือเป็นปัญหาของตัวบุคคล ไม่ควรมากล่าวหาคนทำมาค้าขายให้เสียหายแบบนี้”

ชายคนนั้นยิ้มกระหยิ่มมองเธอ “น้องสาวเล่นเกมด้วยเหรอ เกมอะไรล่ะ คาร์ตไรเดอร์[3]หรือออดิชัน[4]

คำก็ “น้องสาว” สองคำก็ “น้องสาว” อ้ายฉิงฟังแล้วไฟลุกพึ่บจนโกรธตัวสั่น 

หวาทีจงใจหันมามองเตือนเธอด้วยสายตา ไม่อยากให้เธอวู่วามเพราะจะเสียเปรียบ

ตั้งแต่เธอรู้จักหวาทีวันแรกจนวันนี้ ใบหน้าของเขาระบายยิ้มเสมอ เขาสุภาพอ่อนโยนและร่าเริงอารมณ์ดีกับทุกคน แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไงครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นบุคคลที่แฟนวงการอีสปอร์ตต่างเลื่อมใสบูชา

อ้ายฉิงมองหน้าเขา จู่ๆ ในใจพลันปวดแปลบ ความหยิ่งยโสของคนบางคนเห็นแล้วชวนขยะแขยง แต่กับบางคน...การได้เห็นศักดิ์ศรีของพวกเขาถูกเหยียบย่ำ กลับทำให้เจ็บปวดใจเหลือประมาณ

เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์กระจกหน้าร้าน “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเกมที่เล่น”

“เกี่ยวสิ” ชายคนนั้นวางฝ่ามือทั้งสองบนเคาน์เตอร์ร้าน ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้แล้วยิ้มอีก “เมื่อกี้เธอพูดเองว่ายี่ห้อนี้เป็นคอมพิวเตอร์แบรนด์ไฮเอนด์ที่นักกีฬาอาชีพใช้กัน น้องชายของฉันจะเอาโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ไปแข่งทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศนี่แหละ”

“สรุปคือคุณรู้สึกว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้สเปคไม่ดีพองั้นสิ”

“ก็อย่างที่เธอบอกนั่นแหละ ใช้แล้วมันไม่เข้ามือ” ชายคนนั้นใช้นิ้วชี้เคาะแป้นพิมพ์ผ่านๆ “สำหรับนักกีฬาอาชีพน่ะ สัมผัสของคีย์บอร์ดเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เลยนะ”

“แล้วถ้าเป็นเพราะน้องชายคุณมือไม่ถึงเองล่ะ” อ้ายฉิงมองเขาด้วยแววตาราบเรียบ “ไม่แน่นะ คนอื่นใช้คอมพิวเตอร์รุ่นนี้แล้วอาจจะดี แต่เพราะเขาฝีมือไม่ดีพอ เลยใช้โน้ตบุ๊กสเปคสูงแบบนี้ไม่ได้”

“ทีมของเขาเป็นท็อปสิบระดับประเทศเมื่อปีที่แล้ว ชนะทีมเป็นร้อยๆ ทีมจนถึงรอบชิงชนะเลิศ เธอคิดว่ายังไงล่ะ น้องสาว” ชายคนนั้นตอบพลางชี้เด็กหนุ่มย้อมผมสีเหลืองอ๋อยที่ยืนอยู่ข้างเขา “เขากับน้องชายฉันอยู่ทีมเดียวกัน วันนี้น้องชายฉันไม่มีเวลา เขาอุตส่าห์มาคืนเครื่องเป็นเพื่อนฉัน ไม่เชื่อเธอลองถามเขาดูก็ได้”

“คุณเล่นเกมอะไร” อ้ายฉิงมองคนนั้น

“CS” แววตาของหนุ่มหัวเหลืองคนนั้นเย็นเยือกมากทีเดียว บรรยากาศตึงเครียดมาก

อ้ายฉิงหันไปมองหวาที แล้วเอายางรัดผมที่คล้องไว้รอบข้อมือออกมา เก็บผมรวบเป็นหางม้า

“เอาแบบนี้นะคะ” เธอยิ้มอย่างสุภาพ “ที่นี่มีโน้ตบุ๊กตั้งหลายเครื่อง พวกเราลองออนไลน์เล่นด้วยกันหน่อย ถ้าทดสอบได้ว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้เล่นเกมได้ไม่มีปัญหา คุณก็ไม่จำเป็นต้องคืนเครื่อง”


 


[1] เป็นอาหารกว่างตง (หรือกวางตุ้ง) ส่วนประกอบหลักคือ เนื้อผัดเส้นใหญ่และถั่วงอก ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว จุดเด่นคือเส้นที่ทำจากข้าว ลักษณะแบนและกว้าง

[2] ตัวละครเอกจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่โด่งดังมากเรื่องริงงุ เป็นหญิงสาวผมยาวรุงรังปิดหน้าในชุดขาวปีนขึ้นมาจากบ่อน้ำหลังถูกฆาตกรรม ฉายเมื่อ พ.ศ. 2541 ภายหลังฮอลีวูดซื้อไปสร้างใหม่ชื่อเรื่องเดอะ ริง

[3] ย่อมาจาก CrazyRacing KartRider เกมของเกาหลีใต้ เป็นเกมแข่งรถแบบผู้เล่นหลายคน (Multiplayer Racing Game) จุดเด่นที่ดีไซน์น่ารัก ตัวละครโดดเด่น เล่นเพื่อผ่อนคลาย เหมาะสำหรับผู้เล่นทั่วไป

[4] ย่อมาจาก Audition Online เป็นเกมเต้นออนไลน์จากเกาหลีใต้ เน้นความสนุกสนานของเพลงและตัวละครที่น่ารัก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น