[นิยายแปล] นายขี้อายกับยัยแก้มแดง

ตอนที่ 4 : บทที่ 1.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

 

ผลลัพธ์สุดท้ายไม่สร้างความประหลาดใจให้อ้ายฉิงเท่าไหร่นัก

ตั้งแต่ตอนที่ Solo พูดสบายๆ ว่าแค่เล่นเอาสนุก เธอก็รู้แล้วว่าเขามีโอกาสชนะไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่สมัยที่เล่น CS เขาก็เป็นกัปตันทีมที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมมาโดยตลอด และไม่เคยตัดสินใจถ้าไม่มั่นใจ

หลังจบการแข่งขัน หวาทีสั่งเบียร์ยี่ห้อท้องถิ่นมาหนึ่งลังอย่างรู้งาน

คนที่นั่งในห้องนี้ เฉลี่ยแล้วอายุไม่เกินสิบแปดสิบเก้าปี เห็นหลายคนมีออร่าผู้เล่นอาชีพเปล่งประกายแบบนี้ แต่พอถือขวดเบียร์สามร้อยสามสิบมิลลิลิตรขึ้นมาจริงๆ พวกเขาก็เป็นแค่เด็กที่ยังไม่โตกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ตอนเพื่อนๆ คะยั้นคะยอให้ Dt ดื่มอีก เขายังหลุดยิ้มอายๆ จากนั้นชนขวดกับ Solo นิดหน่อยพอเป็นพิธี และจิบแค่ครึ่งอึกเล็ก

วันรุ่งขึ้น Solo ก็บินกลับ อ้ายฉิงมีตารางแข่งนีดฟอร์สปีด มีเธอแค่คนเดียวที่มีตารางแข่งในวันแรกของทัวร์นาเมนต์ คนอื่นๆ เก็บตัวอยู่ในห้องที่รีสอร์ตเพื่อฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น

คอสเพลเยอร์[1]จากหลากหลายเกมเดินโชว์ตัวอยู่บริเวณรอบนอกของเวที มีหลายคนแต่งตัวเป็นตัวละครจากวอร์คราฟต์ ขณะที่อ้ายฉิงนั่งดูอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น ทีมงานชาวสิงคโปร์คนหนึ่งก็เดินเข้ามายื่นใบชี้แจงเรื่องการแบ่งกลุ่มแข่งขัน นักกีฬาทั้งหมดสิบกว่าคน ใช้การสุ่มจับฉลากเพื่อจับคู่นักกีฬาในแต่ละรอบ

“อันนี้จับฉลากแบบสุ่มเหรอ” หวาทีดึงกระดาษไปจากมือเธอแล้วเหลือบดูแวบหนึ่ง

“น่าจะไม่ใช่นะ” อ้ายฉิงชี้รายชื่อของกลุ่มนักกีฬาจากสิงคโปร์ “คู่แข่งของนักกีฬาจากสิงคโปร์ทั้งสามคนมาจากประเทศที่ฝีมือด้อยกว่าหมดเลย ส่วนคู่แข่งของฉันเป็นแชมป์เอเชียเมื่อปีที่แล้ว”

ทั้งสองคนหันมองหน้ากัน คนที่ตายังดีอยู่ทุกคนต้องมองความมีนอกมีในของเจ้าภาพผู้จัดงานออก

อ้ายฉิงไม่ติดขัดอะไรอยู่แล้ว เพราะยังไงแฟนคลับของเกมนีดฟอร์สปีด ก็ค่อนข้างน้อย แต่ถ้าถึงวันที่ Dt ลงแข่งแล้วยังมีนอกมีในแบบนี้อีก เดาว่าทุกคนต้องรวมตัวกันคัดค้านแน่

ดูเหมือนว่าหวาทีฉุกใจประเด็นเดียวกับเธอ เขาลังเลอึดใจหนึ่งก่อนพูดว่า “เราไปคัดค้านกับผู้จัดงานดีไหม”

อ้ายฉิงยังลังเล

ไม่ไกลจากตำแหน่งที่พวกเธอนั่งอยู่ สมาชิกทีมจากประเทศอื่นก็เริ่มจับกลุ่มถกกันเบาๆ เช่นกัน ภาษาเกาหลี ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นอีกมากมายจากประเทศที่เธอไม่รู้จัก ดูเหมือนทุกคนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประเทศเจ้าภาพแบ่งกลุ่มแข่งขันเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองแบบนี้...พอเธอละสายตาจากพวกเขา ถึงเห็นว่าไม่ได้มีแค่หวาทีที่มาดูการแข่งขัน Dt เองก็ไม่เข้าร่วมการฝึกซ้อม มานั่งรอชมการแข่งขันอยู่ตรงนี้เช่นเดียวกัน

ดูเหมือนเขาจะสังเกตเห็นสีหน้าของอ้ายฉิงกับหวาที เลยลุกเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ทีมของ Dt เป็นทีมวาง[2]ในการแข่งขัน DOTA ครั้งนี้ พอเขาปรากฏตัว แม้กระทั่งนักพากย์ที่นั่งอยู่บนเวทียังอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย คงไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะมีเวลาว่างมากถึงขั้นมานั่งดูการแข่งขันนีดฟอร์สปีด

เขาไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง เดินมายืนอยู่ข้างพวกเขาอย่างรวดเร็ว แววตาบ่งบอกว่าสงสัย หวาทีคว้าแขนเขาไว้แล้วพูดว่า “พวกเราคิดว่าการจับคู่ของเจ้าภาพน่าจะมีปัญหา ทีมเก่งแข่งกับทีมเก่ง ส่วนสิงคโปร์ได้แข่งกับทีมอ่อนทั้งหมดเลย”

Dt ขมวดคิ้วแต่ไม่พูดอะไร

อ้ายฉิงหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเอาตัวเองเป็นเป้า “ฉันจะประท้วงโดยใช้ชื่อของฉันเอง จะพยายามไม่ให้กระทบพวกนายเด็ดขาด ถ้าตั้งแง่รุนแรงเกินไป ทั้งทีมจะพลอยเสียไปด้วย”

การประท้วงลักษณะนี้สุดท้ายมักจบด้วยการขึ้นขี่หลังเสือแล้วลงยาก[3] ถ้าเจ้าภาพยืนกรานหัวชนฝา เหตุการณ์อาจบานปลายถึงขั้นนักกีฬาตัดสินใจถอนตัว แต่เธอไม่อยากให้ทีมของจีนทั้งหมดต้องถอนตัว

หวาทีเลิกคิ้ว ถามเธอด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “เธอไม่อยากได้เงินหนึ่งพันหกร้อยเหรียญสหรัฐเหรอ”

เธอปัดมือแล้วแกล้งทำพูดอย่างไม่ยี่หระว่า “นั่นมันเงินรางวัลชนะเลิศ นายรู้ได้ยังไงว่าฉันต้องได้ที่หนึ่งแน่ๆ อีกอย่าง ถ้าฉันเริ่มประท้วงแล้ว ประเทศอื่นต้องเข้าร่วมด้วยแน่ๆ ใครจะยอมให้เจ้าภาพลอยนวลไปง่ายๆ ล่ะ คู่แข่งของมาเลเซียเป็นรองแชมป์โลกเชียวนะ พวกเขาต้องไม่ชอบใจแน่”

หวาทีเงียบไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนกำลังวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของเหตุการณ์นี้

อ้ายฉิงตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว อย่างมากแค่เสียค่าเดินทางฟรีรอบหนึ่ง ยังไงเกมหลักของเธอก็คือ DOTA

เธอถอดป้ายชื่อของตัวเองแล้วแกล้งตีแขน Dt เบาๆ “แฟนๆ DOTA ทั้งประเทศรอดูพวกนายอยู่นะ อย่าทำให้พวกเราผิดหวังละ” เธอพูดจบก็ตั้งท่าจะลุกขึ้น

ไม่นึกว่า Dt จะยื่นมือออกมาขวางไว้ ดันเธอให้กลับลงไปนั่งที่เดิม ส่วนเขาถอดป้ายชื่อจากลำคอตัวเองอย่างรวดเร็ว มือขวายกขึ้นสูง ส่งสัญญาณไปทางเวที

ทั้งสนามเงียบกริบฉับพลัน พริบตานั้นทุกคนซึ่งนั่งวิเคราะห์ผลดีผลเสียของการประท้วงหันมามองพวกเขาเป็นตาเดียว สายตาของทุกคนรวมอยู่ที่สมาชิกทีมจีนซึ่งมีเพียงสามคน

 

เพียงครู่เดียวก็มีคนวิ่งลงมาจากเวที ถาม Dt ว่ามีข้อสงสัยอะไรไหม

Dt อธิบายอย่างสั้นกระชับว่ามีข้อสงสัยเรื่องการแบ่งกลุ่มแข่ง ทีมงานได้ยินดังนั้นก็ประหลาดใจเล็กน้อย ถามกลับด้วยเสียงที่เบาลงว่านักกีฬารายการนีดฟอร์สปีดน่าจะไม่ใช่เขาหรือเปล่า พอ Dt ฟังแล้วก็ยื่นป้ายชื่อให้ทีมงานและตอบว่า “นักกีฬารายการนีดฟอร์สปีดของพวกเรามีแค่คนเดียวและเป็นผู้หญิง ที่จีนในสถานการณ์แบบนี้ควรมีผู้ชายออกหน้าช่วยปกป้องเธอ”

อ้ายฉิงเห็นยังงั้นก็อึ้งเล็กน้อย แต่ตัวต้นเรื่องกลับอธิบายอย่างหนักแน่นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ไม่ลังเลแม้แต่น้อย

หวาทีอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เขาถอดป้ายชื่อแล้วยื่นให้ทีมงานงานด้วยอีกคน “ผมคือหัวหน้าทีมจีนในการแข่งขันครั้งนี้ ผมขอคัดค้านการแบ่งกลุ่มแข่งรอบนี้ และหวังว่าเจ้าภาพผู้จัดงานจะใช้วิธีจับฉลากเพื่อความยุติธรรม”

แน่นอนว่าอ้ายฉิงก็ต้องส่งป้ายชื่อของเธอให้ทีมงานเช่นเดียวกัน

ทีมงานรับป้ายของทั้งสามคนแล้ววิ่งกลับไปที่เวที ยังรายงานผู้บริหารระดับสูงไม่ทันจบดี นักกีฬาจากประเทศต่างๆ ก็ทยอยลุกขึ้นร่วมทักท้วง ระหว่างที่ทุกคนยื่นเรื่องคัดค้าน ก็หันมายิ้มให้กำลังใจพวกเขาสามคนด้วย

“ปกติเรื่องพวกนี้เรียกร้องไปก็ไม่ค่อยเห็นผลอะไรหรอก” หวาทีพยักหน้าพลางยิ้มไม่หยุด พูดเสริมว่า “เพราะนี่เป็นการแข่งขันเชิงพาณิชย์ มีทุนจากสปอนเซอร์ แถมยังอยู่ในถิ่นของเขาอีก ต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดไว้ด้วย”

Dt ล้วงมือทั้งสองข้างในกระเป๋ากางเกงแล้วเงียบไป ตกอยู่ในภวังค์ความคิด

หวาทีเห็นเขาไม่พูดอะไรสักทีก็เลยถามย้ำว่าเขาคิดอะไรอยู่ ฝ่ายถูกถามหยุดคิดหน่อยหนึ่งก่อนตอบว่า “คิดกลยุทธ์การแข่งขันของวันมะรืนครับ”

หวาทีหันไปส่งสายตาให้อ้ายฉิง ทำปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า รู้หรือยังว่าทำไมเธอแพ้ให้เขา

อ้ายฉิงมองเขาด้วยแววตาอับจนหนทาง เขาเป็นอัจฉริยะจริงๆ

ผลลัพธ์ของการคัดค้านเป็นที่พอใจของบางกลุ่มและเป็นที่ขุ่นใจของบางกลุ่ม

ผู้จัดงานยืนกรานหนักแน่นว่าการแข่งขันวันนี้จะเริ่มต้น โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการจับกลุ่มใดๆ แต่การแข่งขันอีกสองวันหลังจากนี้จะใช้การสุ่มจับคู่ด้วยคอมพิวเตอร์ อ้ายฉิงเองรู้สึกพอใจกับผลลัพธ์นี้แล้ว รับป้ายชื่อของตัวเองกลับมาคล้องไว้อีกครั้ง “วางใจเถอะ ฉันก็นักกีฬาทีมวางเหมือนกันนะ”

หวาทีมองเธอพลางยิ้มขำ ตบหลังเธอเบาๆ แล้วพูดว่า “อย่ากดดันตัวเองจนเกินไปนะ”

เธอเอียงหน้าเล็กน้อย เม้มปากยิ้มนิดๆ “รู้ไหมว่าทำไมตอนแรกฉันถึงอยากเล่น DOTA”

ก่อนเริ่มการแข่งขันสิบนาที จู่ๆ เธอก็พูดถึงเรื่องในอดีต

Dt เองก็อยากรู้เหมือนกัน หันมามองเธอ

“ฉันเห็นโพสต์หนึ่งบนฟอรั่มของ DOTA เขียนว่าระบบอินเทอร์เน็ตของจีนล้าหลังมาก วงการอีสปอร์ตทั้งหมดของจีนไม่ควรค่าให้พูดถึง แม้กระทั่งวิดีโอของผู้เล่นระดับแนวหน้าของจีนที่พวกเราอัปโหลดขึ้นไป ก็ยังถูกตีตราว่าเป็นเกมของผู้เล่นมือใหม่” เธอหันไปมองเวทีจัดงานแล้วพูดต่อว่า “สองปีก่อนสิงคโปร์ยังคอยยกตัวข่มพวกเราอยู่ตลอด หาเรื่องจับผิดวิพากษ์วิจารณ์จีนว่าด้อยกว่า แต่ดูวันนี้สิ พวกเขาไม่กล้าแข่งกับพวกเราซึ่งหน้าด้วยซ้ำ”

เธอก้มหน้า ต่อสายคีย์บอร์ดกับเมาส์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้จัดงานเตรียมไว้ให้ “Dt ฉันแพ้นายในเกม DOTA แต่ไม่มีทางแพ้พวกเขาในเกมนีดฟอร์สปีดแน่”

ในที่สุดมุมปากของ Dt ก็โค้งขึ้นเล็กน้อย แววตาเจือรอยยิ้มที่น้อยครั้งนักจะได้เห็น

หวาทีหัวเราะฮ่าๆ แล้วพูดว่า “พูดแบบนี้แปลว่าจะคว้าเหรียญทองเหรียญแรกมาให้ทีมของพวกเราสินะ”

อ้ายฉิงเงยหน้า หยิบหูฟังขึ้นสวม แล้วยกมือขึ้นทำท่าโอเค

ในสนามแข่งอีสปอร์ต ถึงแม้เราเป็นแค่เด็กวัยรุ่นอายุไม่ถึงยี่สิบ ทักท้วงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นรอบตัวไม่ได้ นั่งรอให้คนอื่นมาแก้ไขปัญหาให้ทุกอย่างไม่ได้ก็จริง แต่มีเพียงความสามารถโดยเนื้อแท้เท่านั้นที่จะลบล้างความอยุติธรรมทั้งหมดได้

 

อ้ายฉิงไม่เคยเจอการแข่งขันครั้งไหนลำบากยากเข็ญเท่าครั้งนี้มาก่อน คู่แข่งเกมแรกของเธอคือแชมป์ปีที่แล้ว

แผนที่หมายเลขสิบของนีดฟอร์สปีดต่อให้หลับตาเธอก็ยังวาดออกมาได้ แต่นักกีฬาทุกคนที่นั่งอยู่ในสนามนี้ก็คุ้นเคยกับแผนที่ชนิดจำได้ขึ้นใจทุกคนอยู่แล้ว

ทางโค้ง ตามด้วยทางโค้งไม่มีที่สิ้นสุด มือที่กดปุ่มชิฟต์ของเธอแทบไม่ได้หยุดพัก ทุกครั้งที่เกือบชนเข้ากับรถของคู่แข่ง เธอจะเบี่ยงหลบไปได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด โชคดีเหลือเกินที่เธอใช้เวลาสองเดือนเต็มในการฝึกหลบเลี่ยงการถูกชนรูปแบบต่างๆ ปีที่แล้วนักกีฬาฝีมือดีจากจีนหลายคนตกรอบตั้งแต่ช่วงแรกของการแข่งขันระดับนานาชาติ เพราะไม่คุ้นเคยกับกฎการแข่งขันเกมนีดฟอร์สปีด

สำหรับการแข่งขันในจีน หากชนรถของคู่แข่งจนพลิกคว่ำจะต้องเริ่มแข่งใหม่ แต่ในสนาม WCG การเจตนาชนคู่แข่งให้คว่ำเป็นกลยุทธ์การเล่นรูปแบบหนึ่ง

ตอนปล่อยมือซ้ายจากคีย์บอร์ด เธอถึงกับปวดมือหน่อยๆ ทั้งที่เพิ่งแข่งไปหนึ่งเกม เกมแรกนี้เธอชนะไปอย่างฉิวเฉียด เด็กสาวได้แต่ขบฟันแน่นขณะมองกลุ่มนักกีฬาสิงคโปร์ที่จะลงแข่งในเกมต่อไป หลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินลงจากเวที

หลังจากรอบแบ่งกลุ่มก็จะเป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ยังต้องกัดฟันทนต่อไปอีกครึ่งวันเต็ม...

“เธอดูโพสต์นี้สิ” หวาทียิ้มพลางหมุนหน้าจอโน้ตบุ๊กมาทางเธอ ทำท่าผ่อนคลายอย่างที่สุดเพื่อช่วยเธอลดแรงกดดัน “เมื่อวานมีคนถ่ายรูปเธอแล้วโพสต์บนฟอรั่มเกม CS น่ะ”

อ้ายฉิงวางกระเป๋าเป้ลงข้างเท้า นั่งลงดูโพสต์นั้นในโน้ตบุ๊กอย่างตั้งใจ ปรากฏว่าเป็นรูปถ่ายใบหน้าด้านข้างของเธอที่นั่งฟุบกับพนักเก้าอี้ด้านหน้า สภาพง่วงจัดเจียนจะหลับ หัวข้อโพสต์จงใจล่อให้คนคลิกเสียเหลือเกิน “ตำนานปรมาจารย์แห่งบรรพกาล สะเทือนวงการ! โก่วโก๋วปรากฏตัวในการแข่งขัน WCG ชิงแชมป์เอเชีย”

บรรพกาลเหรอ...อ้ายฉิงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เธอหันไปมองหวาทีแล้วพูดว่า “ทำไมฉันกลายเป็นตำนานแห่งบรรพกาลไปแล้วล่ะ”

หวาทีพยักหน้า ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มขี้เล่น “ผู้เล่นอาชีพรุ่นดึกดำบรรพ์ไง”

อ้ายฉิงเงยหน้ามองจอขนาดมหึมาของสนามแข่งอีกครั้ง การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มเกมต่อไปยังไม่เริ่ม เหลือเวลาพักผ่อนเยอะทีเดียว พอคิดได้ดังนี้ก็เลยตัดสินใจรับโน้ตบุ๊กมาอ่านเนื้อหาของโพสต์นั้นเต็มๆ ใจความสำคัญหนีไม่พ้นการแนะนำประวัติของสุดยอดทีม CS รุ่นแรกของจีน

“ปีนั้น Solo โก๋วโก่ว Gun และนักแข่งในทีมกลายเป็นผู้เล่นซูเปอร์สตาร์รุ่นแรกของเกม CS ทีมของพวกเขากวาดรางวัลจากการแข่งขัน CS เกือบทั้งหมดในจีน และกลายเป็นราชันย์ผู้ไม่เคยพ่ายแห่งวงการ...”

หวาทีจงใจอ่านเนื้อหาส่วนนั้นดังๆ แต่พออ้ายฉิงกำหมัดทำท่าจะต่อยเขา อีกฝ่ายก็หัวเราะแล้วแกล้งทำเสียงวิงวอน “ฉันจำได้ ตอนนั้นฉันยังทำงานเป็นนักพากย์อยู่เลย ตอนหลังก็พวกเธอนั่นแหละลากฉันลงน้ำ”

อ้ายฉิงหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2546 สมัยนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่ยังเป็นมือสมัครเล่น

ทีมนักกีฬาอาชีพหายากมากจริงๆ

เธออดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจกับตัวเองซึ่งกลายเป็น “ตำนานยุคบรรพกาล” ทั้งที่อายุแค่สิบแปด ระหว่างนั้นก็เปิดดูความคิดเห็นในโพสต์นั้นไปด้วย ไม่นึกว่าตั้งแต่ความคิดเห็นที่ยี่สิบกว่าเป็นต้นไป กลับกลายเป็นข่าวซุบซิบจำนวนนับไม่ถ้วนยาวต่อกันเป็นพรืด ทุกคนอาศัยโพสต์นี้ซุบซิบประเด็นดราม่าทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับทีมพวกเขาในสมัยนั้น ทั้งเรื่องพักการแข่งขัน ชีวิตส่วนตัวสุดเละเทะของนักกีฬาซูเปอร์สตาร์...เธออ่านไปไม่กี่นาทีถึงกับหลุดหัวเราะ ทุกคนเมามันกับการเต้าข่าวเสพข่าวยิ่งกว่าบอร์ดซุบซิบวงการบันเทิงในเว็บเทียนหยา[4]เสียอีก

ความคิดเห็นหลังๆ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มขุดชีวิตส่วนตัวของ Solo ขึ้นมา อาจเพราะเขาเปลี่ยนไปเล่นเกมอื่นแล้ว แต่ยังโด่งดังเป็นที่จับตามองของคนในวงการไม่ต่างจากเดิม เผลอๆ จะเจิดจรัสยิ่งกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ มีความคิดเห็นสั้นๆ ความคิดเห็นหนึ่งเข้ามาตอบเรื่องลูกสาวนอกสมรสของเขา...

อ้ายฉิงส่งโน้ตบุ๊กคืนให้เจ้าของทันที ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับประเด็นนี้อีก หลังคุยกับหวาทีไปได้สักพัก เธอถึงหันไปเห็นว่า Dt ซึ่งนั่งเงียบตลอดบทสนทนาหลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะหมวกแก๊ปที่เขาสวมอยู่บังใบหน้าไว้ทั้งหมด แม้กระทั่งหวาทีที่นั่งอยู่ข้างเขาก็ไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ

อ้ายฉิงยิ้มพลางโน้มตัวลงมองใบหน้ายามหลับใหลของเขา

เค้าโครงใบหน้างดงามได้รูป เขามีศักยภาพในการเป็นนักกีฬาซูเปอร์สตาร์ระดับแนวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย เดาว่าเมื่อคืนวานคงซ้อมหนักมาก ถึงกล้าหลับโต้งๆ กลางสนามแข่งแบบนี้ จริงๆ เลยนะ...แล้วเขาจะรีบตื่นแต่เช้าไปทำไม

 


 


[1] Cosplayer ผู้แต่งตัวตามตัวละครต่างๆ ในเกม การ์ตูน หรืออะนิเมชัน

[2] Seeded Team หรือ A Seed เป็นศัพท์ที่ใช้ในวงการกีฬาและอีสปอร์ต หมายถึง ทีมที่ได้รับการจัดอันดับก่อนเริ่มต้นการแข่งขัน โดยทีมในกลุ่มนี้จะถูกจัดกลุ่ม หรือที่เรียกว่าจัดแบ่งเป็น “โถ” เช่น โถ 1 โถ 2 โถ 3 โดยกระจายทีมเก่งๆ ให้อยู่โถละทีม เพื่อให้ทีมเหล่านั้นไม่เจอกันจนกว่าจะถึงรอบท้ายๆ ของทัวร์นาเมนต์

[3] สำนวนจีน หมายถึง เริ่มแล้วไม่อาจหยุดยั้งได้จนกว่าจะสิ้นสุด เหมือนขึ้นขี่หลังเสือแล้วไม่สามารถหยุดลงกลางทาง

[4] โซเชียลแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในจีน แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น บล็อกสำหรับเขียนบทความ เว็บบอร์ดที่แบ่งเป็นหัวข้อสนทนาต่างๆ อัลบั้มสำหรับลงรูปภาพและวิดีโอ เว็บข่าวและข้อมูลวาไรตี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น