[นิยายแปล] นายขี้อายกับยัยแก้มแดง

ตอนที่ 3 : บทที่ 1.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    8 ส.ค. 63

 

ตอนที่เธอเดินเข้าไป ใบหน้าของ Solo ยังระบายยิ้มเหมือนตอนแรก “มาแข่งอะไรเหรอ”

“นีดฟอร์สปีด”

เขาหลุดหัวเราะ “เกมดีนี่”

อ้ายฉิงแค่นหัวเราะแล้วตอบว่า “มาได้ยังไงคะ”

“ได้ยินว่าปีนี้มีทีมเก่งๆ ลงแข่ง WCG ชิงแชมป์เอเชียหลายทีม” Solo ดื่มโค้กอีกอึกก่อนพูดต่อ “ฉันเห็นวิดีโอที่เธอแข่งแล้วนะ มีแผนจะเซ็นสัญญากับสโมสรไหนหรือยัง”

เธอกระจ่างทันที ตอนเขาถามเรื่องเธอจากหวาทีเมื่อครู่ ไม่ได้แค่อยากรู้สารทุกข์สุกดิบแต่มีเจตนาอื่น ในฐานะคนที่เห็นการคบๆ เลิกๆ ระหว่างเธอกับเขามาตลอด เห็นได้ชัดว่าหวาทีเข้าข้างเธอมากกว่า เธอส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ตอนนี้ยังไม่มีแผนค่ะ”

เขาทำท่าเหมือนจะพูดอะไรอีก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีนักข่าวกลุ่มหนึ่งแทรกเข้ามา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีนักกีฬาระดับเฮฟวีเวตมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เลยรีบกรูกันเข้ามาสัมภาษณ์อย่างตื่นเต้น อ้ายฉิงถอยออกไปสองก้าว ให้เขามีพื้นที่มากขึ้น

รอบนี้คำถามของนักข่าวก็ไม่ต่างจากสูตรสำเร็จเดิมๆ ที่ถามซ้ำจนเกร่อ พากันเค้นถามว่าเขามีแผนจะย้ายสโมสรไหม มีสโมสรไหนมาชวนแล้วหรือยัง มีโอกาสที่เขาจะย้ายออกนอกจีนไหม อะไรต่างๆ ทำนองนี้

Solo ตั้งใจฟังคำถามทั้งหมดจนจบแล้วค่อยตอบว่า “ปีนี้สมาชิกทีมสามคนจากสโมสรของพวกเราติดท็อปสิบของนักกีฬาเดี่ยววอร์คราฟต์ และเชื่อว่าในอนาคตจะมีสมาชิกที่ติดท็อปมากขึ้นอีกครับ จีนประกาศให้อีสปอร์ตเป็นหนึ่งในรายการแข่งขันกีฬาอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2546 ถึงแม้ยังเทียบเกาหลีใต้ไม่ได้ที่ยกสถานะอีสปอร์ตให้มีความสำคัญทัดเทียมหมากล้อมและฟุตบอล แต่โอกาสการพัฒนาอีสปอร์ตในจีนนั้นไร้ขีดจำกัดทีเดียวครับ” เขายิ้มอย่างสุภาพแล้วพูดอีกว่า “หากไม่เกิดเหตุเหนือความคาดหมาย ผมคงไม่ลาออกจากสโมสรนี้จนกว่าจะวางมือจากวงการครับ”

“ในยุโรปและอเมริกา วอร์คราฟต์ยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากเท่าเกมแนวยิงปืน” นักข่าวยกประเด็นที่ตนสงสัยขึ้นมาถามอย่างรวดเร็ว “บางคนถึงกับพูดว่าในอนาคตวอร์คราฟต์จะเป็นได้แค่เกมเล่นฆ่าเวลาของจีนและเกาหลีใต้ คุณในฐานะนักกีฬาที่ได้คะแนนรวมเป็นอันดับสามรู้สึกกังวลเรื่องนี้บ้างไหมครับ”

Solo เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “มีข่าวลือมาระยะหนึ่งแล้วว่าค่ายบลิซซาร์ด[1]จะเปิดตัวเกมใหม่ หากว่าเกมนี้น่าสนใจมากพอ ผมก็ยินดีลองเล่นดูครับ”

อ้ายฉิงมองสีหน้าขึงขังอย่างที่น้อยครั้งนักจะได้เห็นบนใบหน้าของเขา รู้สึกว่าเขาอยู่ห่างไกลจากเธอเหลือเกิน เขาในเวลานี้กับเด็กหนุ่มอายุสิบเก้าที่เธอเคยรู้จักช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

หลังจากไล่ฝูงนักข่าวออกไปอย่างฉับไวแล้ว Solo ก็นั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติและเริ่มชวน Dt คุย ทั้งสองคุยกันเป็นระยะๆ ส่วนใหญ่ Solo จะเป็นฝ่ายถาม ส่วน Dt ก็ตอบบ้างหนึ่งหรือสองคำ หรือไม่ก็นิ่งแทนคำตอบ เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้รู้จักกันก่อนแล้ว

ดูเหมือนว่าเด็กสาวที่พักห้องเดียวกับอ้ายฉิงจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Solo เพราะเธอนั่งจ้องเขาด้วยดวงตาวับวาวเป็นประกายตั้งแต่ต้นจนจบ จนเขาคุยกับ Dt จบแล้ว เธอถึงแทรกว่า “Solo คุณคือ Solo จริงเหรอคะ”

Solo ยิ้มพลางพยักหน้า “ใช่ครับ”

“ครั้งนี้คุณตั้งใจมาเจอกัปตันทีมของพวกเราเลยเหรอคะ”

“จะว่าใช่ก็ได้นะ” เขาจิบโค้กอึกหนึ่งแล้วหันไปมองอ้ายฉิง “อยากเจอเพื่อนเก่าด้วยน่ะ คงมีโอกาสได้เจอพวกเขาแค่ในงานแข่งใหญ่ๆ แบบนี้ เพราะปกติทุกคนอยู่กันคนละเมือง หาโอกาสเจอกันยาก”

สาวน้อยยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ “เจอกันที่งานแข่งขันชิงแชมป์ในจีนก็ได้นี่คะ”

“บังเอิญตอนนั้นผมไม่อยู่จีนน่ะ” เขาตอบอย่างใจเย็นแล้วหันไปมอง Dt อีก “ฉันดูตารางแข่งแล้ว DOTA อยู่วันสุดท้ายของการแข่งขัน คืนนี้เรามาเล่นอุ่นเครื่องกันหน่อยไหม”

“วอร์คราฟต์เหรอ” Dt ย้อนถาม

“ใช่” Solo ยิ้ม “อย่าลืมสิว่านายกับฉันรู้จักกันก็เพราะการแข่งขันวอร์คราฟต์ ฉันนัดเพื่อนไว้หลายคน คืนนี้แหละ ตกลงนะ”

Dt ไม่ตอบรับทันที Solo เลยแย้มชื่อผู้เล่นอีกสามคนที่จะมาร่วมด้วยอย่างรวดเร็ว

อ้ายฉิงรู้สึกว่าสามชื่อนั้นคุ้นหูมาก น่าเสียดายที่เธอไม่ค่อยได้ติดตามข่าวของวอร์คราฟต์ บังเอิญตอนนั้นหวาทีเดินตามมาด้านหลังพอดี พอได้ยินชื่อ เขาถึงกับสูดหายใจเฮือกอย่างตื่นตะลึง “รายชื่อคู่ต่อสู้อลังการมาก เป็นนักกีฬาเกาหลีใต้ที่ติดท็อปสิบทั้งนั้นเลยนี่ ถ้าจำไม่ผิดสามคนนั้นคืออันดับหก เจ็ด แล้วก็สิบจากการจัดอันดับปีที่แล้วมั้ง”

“ใช่แล้ว” Solo ไม่ปฏิเสธ “WCG เป็นงานแข่งขันของเกาหลีใต้ ปีนี้เลยเชิญผู้เล่นอาชีพชาวเกาหลีใต้มาเป็นแขกรับเชิญแข่งโชว์ด้วย ปีนี้พวกเขาสามคนได้รับเชิญ น่าจะมาถึงตอนอาหารเย็นพอดี”

“วางแผนจะแบ่งทีมกันยังไงเหรอ” หวาทีเริ่มสนใจ

อ้ายฉิงเองก็สนใจด้วยเหมือนกัน ห้าคน พวกเขาจะเล่นกันยังไง

“สองต่อสาม” มุมปากของ Solo ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “เล่นเอาสนุกเท่านั้น”

สมแล้วที่เป็น Solo ถึงแม้ตัวเองจะเป็นอันดับสาม ก็ยังกล้าเชิญนักกีฬาของเกมอื่นที่ไม่ใช่วอร์คราฟต์มาท้าประลองกับสามยอดฝีมือที่ติดท็อปสิบของโลก

“กี่โมง” ในที่สุด Dt ก็เริ่มสนใจบ้างเล็กน้อย

“สี่ทุ่ม”

 

การแข่งขันระดับเฮฟวีเวตที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นในคืนก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอย่างเป็นทางการ

Solo เองก็พักที่หมู่บ้านนักกีฬา ทั้งได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากเจ้าภาพ ห้องของเขาจึงมีห้องรับแขกเพิ่มเติมอีกห้อง แตกต่างจากห้องของนักกีฬาคนอื่น พอนักกีฬาจากเกาหลีใต้มาถึง ก็คุยกับ Solo ด้วยภาษาอังกฤษอย่างสนิทสนมสองสามประโยค หลังจากนั้นพอ Solo แนะนำ Dt ดูเหมือนว่านักกีฬากลุ่มนั้นจะเคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน และแอบคุยอะไรกันเบาๆ อยู่นานทีเดียว

เรื่องนี้ทำให้อ้ายฉิงประหลาดใจมาก

จนพวกเขาเตรียมหยิบคอมพิวเตอร์ของตัวเองออกมา อ้ายฉิงถึงมีโอกาสแอบกระซิบถามหวาทีว่า “นายฟังภาษาเกาหลีรู้เรื่องไหม”

หวาทียิ้มตาหยีพลางส่ายหน้า “ขนาดภาษาอังกฤษยังไม่ได้เรื่อง ภาษาเกาหลีไม่ต้องพูดถึง”

อ้ายฉิงนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วถามเขาอีกว่า “Dt เคยเล่นเกมอื่นมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า”

“ไม่รู้เหมือนกัน” หวาทีส่ายหน้า “ไม่เคยมั้ง เขาเพิ่งอายุแค่นี้เอง แถมเพิ่งเริ่มลงแข่งอีสปอร์ตได้ไม่นาน”

อ้ายฉิงไม่ถามอะไรต่ออีก เธอนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม มองคนกลุ่มนั้นคุยเล่นหัวเราะกัน บางครั้งพวกเขาพูดภาษาจีนที่ค่อนข้างกระท่อนกระแท่นปนภาษาอังกฤษเวลาคุยกับ Solo จีนและเกาหลีใต้มีนักกีฬาเกมวอร์คราฟต์ที่แข็งแกร่งด้วยกันทั้งคู่ ยอดฝีมือของสองประเทศนี้จึงรู้จักกันดี นี่ละมั้งที่เรียกว่าคนประเภทเดียวกันย่อมดึงดูดกันเอง

“เป็นไงบ้าง” Solo มอง Dt

Dt หันมาทำสัญญาณมือว่าโอเค

ในที่สุดเมี่ยนเปาก็อดรนทนต่อไปไม่ไหว หลุดเสียงถอนหายใจออกมาเบาๆ “แม่เจ้าโว้ย ขอถ่ายรูปไว้ได้ไหมเนี่ย นักกีฬาระดับไอดอลของฉันทั้งนั้นเลย”

เธอมองเขาอย่างขำๆ แล้วตอบว่า “สู้ๆ นะ อนาคตจะได้เป็นคนที่ถูกถ่ายรูปบ้าง”

“พรสวรรค์มันสร้างกันได้ที่ไหนล่ะ” เมี่ยนเปาใช้มือดันกรอบแว่น มองคนทั้งห้าที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขานักด้วยแววตาเลื่อมใส “ฉันรู้สึกว่ากัปตันทีมของพวกเรามีศักยภาพมากๆ พอเขาอายุสิบแปดสิบเก้า อยู่จุดสูงสุดของสายอาชีพ ต้องกวาดแชมป์จากทั้งห้าทวีปได้แน่นอน”

“...มีเจ็ดทวีปไม่ใช่เหรอ”

“...” เมี่ยนเปาครุ่นคิดอย่างละเอียดอีกรอบ “ดูเหมือนจะใช่นะ...”

ระหว่างที่ทั้งสองคุยกันอยู่นั้น ทุกคนก็เตรียมอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย

ก่อนเข้าเกม จู่ๆ Solo ก็หัวเราะ ปรารภเป็นภาษาอังกฤษเบาๆ ว่า “แปลกจริง วันนี้ทุกคนเลือกเผ่ามนุษย์กันหมดเลย”

นักกีฬาเกาหลีใต้หัวเราะแล้วตอบกลับทันทีว่า “มีคนหนึ่งที่เป็นข้อยกเว้นนะ สมาชิกทีมคุณน่ะเลือก Random”

เลือกเผ่าพันธุ์แบบสุ่มงั้นเหรอ 

อ้ายฉิงหันไปมอง Dt อย่างประหลาดใจ เผ่าพันธุ์ทั้งสี่ในเกมวอร์คราฟต์มีคุณสมบัติเฉพาะแตกต่างกัน และผู้เล่นแต่ละคนก็มักมีความชำนาญที่แตกต่างกันด้วย ถึงแม้เขาไม่เคยลงเล่นเกมนี้ในระดับอาชีพ แต่ในเมื่อผู้ร่วมเล่นเป็นถึงสี่นักกีฬาที่ติดท็อปสิบของโลก...การเลือกเผ่าพันธุ์แบบสุ่มต้องใช้ความกล้าระดับเหนือมนุษย์พอสมควร

“Random เป็นเรื่องปกตินะ” สมาชิกทีมที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Solo พึมพำเบาๆ ด้วยความภาคภูมิใจ “กัปตันทีมของพวกเรา Random ตลอดแหละ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันอะไรก็ตาม...”

อ้ายฉิงกับหวาทีหันไปสบตากัน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าการแข่งขัน “เล่นๆ” คืนนี้คงน่าสนุกไม่ใช่เล่น จังหวะที่เธอเผลอหันไปจ้อง Dt ดูเหมือนอีกฝ่ายจะสัมผัสอะไรได้ จู่ๆ ก็เงยหน้ามองมาทางโซฟา การเคลื่อนไหวเพียงนิดของเขา ทำให้นักกีฬาอีกสี่คนสงสัยจนต้องหันมองตาม...

ผู้ชมสี่ห้าคนที่นั่งอยู่บนโซฟาพากันอึ้งงัน ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เหล่าไอดอลถึงหันมองมาทางนี้

 

Solo ละสายตาจากโซฟาแล้วมอง Dt “มีอะไรเหรอ”

Dt เองก็หันกลับมาจ้องหน้าจอตรงหน้าแล้วเช่นกัน “เมื่อกี้บังเอิญนึกได้ มีคนพูดไว้ว่าถ้าเล่นวอร์คราฟต์ พี่จะต้องเป็นคู่แข่งที่ผมไม่อยากเจอที่สุด”

คืนนั้นเธอพูดประโยคนี้ขึ้นมาลอยๆ ตอนนั่งอยู่กับเขาตรงบันได

Solo ยิ้มบาง หันไปมองอ้ายฉิงแวบหนึ่ง “ฝีมือนายเองก็ใช่ย่อย”

ไม่มีหน้าจอขนาดมหึมาถ่ายทอดสด ไม่มีนักพากย์นานาชาติคอยบรรยายสถานการณ์ในสนามแข่ง แต่นี่คือการแข่งขันระดับแพลทินัมอย่างแท้จริง

ต้องขอบคุณอานิสงส์ของ Solo นักกีฬาเกาหลีกลุ่มนี้ไม่ขัดข้องอะไรเลยที่พวกเขามานั่งล้อมวงชมการแข่งขัน หรือถ้าจะพูดให้ถูกกว่านั้นคงต้องบอกว่านับตั้งแต่วินาทีที่เข้าสู่เกม รอบด้านมีคนเยอะแค่ไหนพวกเขาก็ไม่สนใจ สำหรับนักกีฬายอดฝีมือระดับต้นๆ อย่างพวกเขา การได้เจอคู่ต่อสู้ฝีมือทัดเทียมกันไม่ใช่โอกาสที่จะผ่านมาถึงโดยง่าย จึงไม่แปลกเลยหากพวกเขาจะทุ่มสุดฝีมือ

อ้ายฉิงเดินไปอยู่ด้านหลัง Solo มองนิ้วซ้ายของเขาที่ไม่หยุดขยับเลยแม้แต่เสี้ยววินาที ควบคุมคีย์บอร์ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ “พรสวรรค์ในการควบคุมไมโคร[2]ระดับมหาเทพ” คือคำชมที่เขาได้รับบ่อยที่สุดในช่วงหลายปีมานี้ 

“แม่เจ้า ถ้ามีเครื่องเก็บสถิติ APM ฉันขอสาบานเลยว่า Solo ต้องทะลุสี่ร้อยไปแล้วแน่นอน” เด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังตื่นเต้นจนแทบหายใจไม่ทัน “เมี่ยนเปา นายว่าถึงสี่ร้อยไหม น่าจะถึงเนอะ”

การแข่งขันตรงหน้าทำเอาเมี่ยนเปาสะท้านไปเหมือนกัน “น่าจะ...ถึงนะ”

อ้ายฉิงเม้มปาก หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

APM...Actions Per Minute ตัวเลขสถิติที่เหล่าแฟนคลับเกมวอร์คราฟต์โปรดปรานที่สุด คือจำนวนคลิกคำสั่งต่อนาทีหรือความเร็วมือ

ในบรรดาเกมอีสปอร์ตมากมายในท้องตลาด มีแค่สตาร์คราฟต์[3]และวอร์คราฟต์เท่านั้นที่ตั้งเกณฑ์วัดทักษะในการควบคุมเกมที่เหี้ยมโหดระดับนี้

นักกีฬาระดับแกรนด์มาสเตอร์ทั้งหลายต้องรักษาระดับความเร็วมือไว้ระหว่างสามร้อยสี่ร้อยตลอดการแข่งขัน พูดอีกอย่างหนึ่งคือ พวกเขาต้องใช้คีย์บอร์ดออกคำสั่งโดยเฉลี่ยสามร้อยถึงสี่ร้อยครั้งต่อนาที...

เสียงจากคีย์บอร์ดของนักกีฬาทั้งห้าดังบ้างเบาบ้าง บนหน้าจอเริ่มมีการปะทะกันอย่างดุเดือดในบางตำแหน่งของแผนที่ แม้กระทั่งคนที่ไม่ค่อยได้เล่นวอร์คราฟต์อย่างเธอยังพลอยรู้สึกตื่นเต้นจนเลือดเดือดพล่านตามไปด้วย

เธอเคยดู Solo ให้สัมภาษณ์ เขาซ้อมวันละสิบห้าสิบหกชั่วโมงโดยไม่เคยหยุดพัก ไม่ว่าเวลาไหนเขาจะคอยฝึกซ้อมความว่องไวของมือซ้ายอยู่ตลอด เขาเคยพูดไว้ว่าตัวเองเป็นคนไม่มีพรสวรรค์ ต้องอาศัยการฝึกฝนต่อเนื่องทุกวัน เพื่อรักษามาตรฐานการเล่นให้คงที่

เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องของอ้ายฉิงยกมือกุมหน้าอกแน่น ควบคุมความตื่นเต้นที่ทะลักทลายภายในใจไม่ได้ “ในวิดีโอบันทึกการแข่งขัน WCG รอบชิงแชมป์โลกของ Solo เมื่อปีที่แล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ความเร็วมือเขาทะลุพันหนึ่งร้อยเลยนะ ยังมีบันทึกสถิติไว้ด้วย คิดดูสิ ออกคำสั่งหนึ่งพันหนึ่งร้อยครั้งภายในหนึ่งนาที...”

ระหว่างที่อ้ายฉิงนั่งฟังอย่างตั้งใจอยู่นั้น จู่ๆ บนหน้าจอก็ปรากฏศัตรูบุกเข้าล้อมโจมตี

เด็กสาวยกมือขึ้นปิดปาก “Solo...”

ในที่สุด Solo ก็กลั้นหัวเราะต่อไปไม่ไหว “ยังไม่ถึงพันหรอก”

อ้ายฉิงผ่อนลมหายใจออกช้าๆ สายตาเลื่อนจากเขาไปทาง Dt โดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ทันวิเคราะห์วิธีการเล่นของ Dt ก็ได้ยินเสียงกระแทกแผ่วเบาแว่วเข้าหู คนเกาหลีที่นั่งเล่นอยู่อีกฝั่งทิ้งเมาส์แล้ว เขาจับด้านหลังของคอมพิวเตอร์ไว้ แล้วพูดภาษาจีนกระท่อนกระแท่นเจือความประหลาดใจกับ Dt ว่า “คุณเก่งมาก!”

ทุกคนหันไปมอง Dt เป็นตาเดียว

เขาใช้กลยุทธ์พิสดารอะไร ถึงสามารถเตะคู่ต่อสู้ออกจากเกมไปได้อย่างไร้สุ้มเสียงแบบนี้

 


 


[1] Blizzard Entertainment บริษัทผู้พัฒนาเกมจำนวนมาก รวมทั้งวอร์คราฟต์ 

[2] ย่อมาจาก Micro Management หรือ Micro Control: Micro/MC เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ในการการจัดการรายละเอียดต่างๆ ในเกมการต่อสู้ เช่น วางกลยุทธ์ ควบคุมกองทัพย่อยต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 

[3] Starcraft เป็นเกมแนววางแผนเรียลไทม์ (Real Time Strategy: RTS) และบันเทิงคดีวิทยาศาสตร์การทหาร พัฒนาโดยบลิซซาร์ด เอนเตอร์เทนเมนต์ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2541 แบ่งเผ่าพันธุ์ของตัวละครเป็น 3 เผ่าพันธุ์ ได้แก่ เผ่าเทอร์แรน (Terran) หรือมนุษย์ มีสิ่งปลูกสร้างที่เคลื่อนที่ได้และพลิกแพลงได้หลากหลาย เผ่าเซิร์ก (Zerg) แมลงอวกาศ แสวงความสมบูรณ์ของพันธุกรรมและหมกมุ่นกับการกลืนกินเผ่าพันธุ์อื่น ในการเล่นต้องให้ยูนิตพลสละชีวิตและเปลี่ยนสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้าง ทำให้สิ่งปลูกสร้างของเซิร์กสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้เมื่อได้รับความเสียหาย เผ่าโปรทอส (Protoss) หรือเอเลี่ยนนักสู้ มีเทคโนโลยีล้ำหน้าและมีสนามพลัง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น