[นิยายแปล] นายขี้อายกับยัยแก้มแดง

ตอนที่ 10 : บทที่ 2.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    15 ส.ค. 63

 

อ้ายจิ้งพยายามหว่านล้อมต่างๆ นานา แต่เธอไม่ยอมตกปากรับคำเสียที จนสุดท้ายพี่สาวล้มเลิกความตั้งใจและเข้าไปอาบน้ำ เธอถึงอ่านทวนอีเมลฉบับนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง

แน่นอนว่าในรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงแข่ง ชื่อของ Solo ต้องปรากฏอยู่ในรายการวอร์คราฟต์ 3 ของปักกิ่ง เพราะสตาร์คราฟต์ 2 ในการแข่งขันระดับนานาชาติสี่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ยังคงอยู่ในช่วงจัดแข่งโชว์เพื่อประชาสัมพันธ์เกม ดังนั้นนักกีฬาที่จะเข้าชิงชัยในรายการสตาร์คราฟต์ 2 ส่วนใหญ่จึงยังคงลงแข่งในรายการเดิมของตัวเองไปก่อน Solo ก็จัดอยู่ในกรณีนี้ด้วยเช่นกัน

ในเมื่อเขาลงแข่งที่ปักกิ่ง ถ้าไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย เขาคงไม่มาโผล่ที่กว่างโจว

Grunt ไม่ได้มาร่วมงานอนิเมะเอ็กซ์โปสองวันที่เหลือ เดาว่าเขาคงเตรียมตัวเพื่อลงแข่งรอบคัดเลือกที่กว่างโจว และเริ่มเตรียมการฝึกซ้อมล่วงหน้า งานเอ็กซ์โปสิ้นสุดลงในวันพฤหัสบดี เธอเห็นพี่สาวดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตลอดเวลาก็เริ่มใจอ่อน สุดท้ายตอนเก็บกระเป๋าเตรียมออกจากโรงแรม เลยพูดกับพี่สาวว่า “เห็นแก่พี่ที่คอยดูแลฉันอย่างดี ฉันจะไปดูการแข่งขันเป็นเพื่อนพี่ก็ได้”

อ้ายจิ้งมองเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง “จริงเหรอ เธอไม่กลัวเจอ Solo เหรอ”

อันที่จริงหลายวันที่ผ่านมาอ้ายจิ้งไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย เพราะกลัวว่าอ้ายฉิงจะเจอ Solo เข้า ดังนั้นไม่ว่าเธออยากไปแค่ไหน ก็ไม่กล้าดันทุรังเกินขอบเขตความอดทนของน้องสาว อ้ายฉิงวางมือจากอีสปอร์ตอย่างสิ้นเชิง ก็เพราะต้องการตัดขาดจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง Solo แบบตัดบัวไม่เหลือใยและไม่ต้องเจอหน้าเขาอีก

“จริง” อ้ายฉิงเปิดกระเป๋าเดินทางอีกครั้งและเอาของเก็บกลับที่เดิม “เขาไปแข่งรอบคัดตัวที่ปักกิ่ง คงไม่มาโผล่ที่กว่างโจวหรอก อีกอย่าง สามปีมานี้คนส่วนใหญ่แขวนเมาส์แล้ว คงเจอคนรู้จักแค่ไม่กี่คน” พูดจบก็ชี้หน้าอ้ายจิ้งด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมแล้วพูดว่า “แล้วก็มีพี่อยู่ด้วยทั้งคน คงสร้างความสับสนให้ทุกคนได้เยอะเลยละ”

การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้พวกเธออยู่ที่กว่างโจวต่ออีกหนึ่งวัน

 

คืนนั้นสมาชิกที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันส่วนใหญ่กลับกันแล้ว เหลือแค่พวกเธอสองพี่น้องนั่งว่างไม่มีอะไรทำอยู่ที่โรงแรม เพราะทุกคนรวมหัวกันใช้คำเตือนที่ค่อนไปทางขู่เข็ญ กำชับพวกเธอว่าฟ้ามืดแล้วห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ทั้งสองเลยต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินเป็นมื้อเย็นอยู่ในโรงแรม

ระหว่างที่อ้ายฉิงคีบเส้นกินทีละคำๆ จู่ๆ พี่สาวก็ถามว่า “เธอแวะไปทักทาย Grunt หน่อยไหม”

บะหมี่ทั้งคำติดอยู่ในลำคอ ทำเอาเธอเกือบสำลักตาย จนกระทั่งพี่สาวของเธอส่งกระดาษเช็ดหน้ามาให้ เธอถึงรับมาเช็ดน้ำตาและปาก ก่อนตอบว่า “ให้ฉันไปทักทายเขาในฐานะรุ่นพี่หรือไง ฉันกับเขาอยู่คนละยุคกันเลย เกมที่เขาเล่นน่ะเป็นภาพสามมิติแล้วนะ...”

ผู้หญิงนี่น่ากลัวจริงๆ พอมีความรักแล้วก็เปลี่ยนไปจนแทบไม่ใช่มนุษย์...

พี่สาวของเธอหรี่ตา แล้วทำหน้าตาที่เหมือนเธอเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ละห้อยอ้อนวอนใส่เธอ

เธอทำหน้าตึง กินบะหมี่เงียบๆ สองนาที พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง พี่สาวของเธอก็ยังทำหน้าแบบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่ครึ่งเสี้ยว เธอถูกจ้องจนหมดอารมณ์กิน จำใจต้องวางชามลงแล้วพูดว่า “พี่ต้องเป็นคนซักเสื้อผ้าของครึ่งปีหลังจากนี้ทั้งหมด ถ้าฉันไปทำงานสาย พี่ต้องเป็นคนช่วยออกค่ารถแท็กซี่...แล้วก็เงื่อนไขสุดท้าย รอฉันคิดออกก่อนค่อยบอกอีกที”

อ้ายจิ้งพยักหน้ารับอย่างไม่สะทกสะท้าน อ้ายฉิงหยิบเสื้อแขนสั้นกับกางเกงชายหาดขึ้นมาสวมทับลวกๆ แล้วถามว่า “พี่จะให้ฉันทักทายเขาว่ายังไง พี่สาวฉันชอบนายมากเลย ถ้าไม่ติดขัดอะไรและยังไม่มีแฟน ขอรบกวนเปิดใจรับพี่สาวฉันไว้ได้ไหม”

อ้ายจิ้งเกือบกระชากกางเกงเธอหลุดคามือ “เธอต้องพูดว่าอยากแข่งกับเขาสักเกมอะไรแบบนี้สิ นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีหัวข้อคุยอย่างอื่นที่เกี่ยวกับเขาอีกบ้างไหม”

“ฉันเล่นเกมสตาร์คราฟต์ 2 ไม่เป็น” เธอเปิดเผยจุดอ่อนของตัวเองอย่างไม่อ้อมค้อม “ถ้าเป็นสตาร์คราฟต์ 1 ฉันเคยเล่นอยู่ แต่เล่นได้แย่มาก สู้มือสมัครเล่นไม่ได้ด้วยซ้ำ...พี่จะให้ฉันไปแข่งกับเขาด้วยฝีมือระดับนี้น่ะนะ”

เดาว่าถ้าแฟนคลับของ Grunt รู้เข้า คงเรียงแถวกันเข้ามาถ่มน้ำลายใส่จนเธอจมน้ำตายไปเลย...

 

ในเมื่อรับปากแล้ว อ้ายจิ้งไม่มีทางยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่

ตอนที่ Grunt เปิดประตูห้อง จึงเจออ้ายฉิงที่อุ้มคอมพิวเตอร์มาด้วย “อยากแข่งนัดกระชับมิตรกับนายสักเกมน่ะ”

“CS” Grunt ยืนพิงกรอบประตู ถึงแม้เขาคุยกับเธอ แต่สายตากลับหันไปมองอ้ายจิ้งอย่างประหลาดใจ

อ้ายฉิงเห็นสีหน้าเขาก็เข้าใจทันที พึมพำอย่างขำๆ ว่า “สองคนมองตาก็รู้ใจกันอยู่แล้วนี่ ยังจะให้ฉันชักแม่น้ำทั้งห้าอะไรอีก”

Grunt ทำเป็นไม่ได้ยิน และเบี่ยงตัวหลบให้ทั้งสองเดินเข้าไปด้านใน “เข้ามาก่อนสิ”

สองพี่น้องเดินเข้าไป ได้เห็นว่าห้องของเขารกใช้ได้ทีเดียว กระเป๋าเดินทางใบเขื่องที่เห็นตอนอยู่สนามบินกางเปิดอ้าซ่า ข้างในเต็มไปด้วยชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์...อ้ายฉิงกวาดตามองแวบหนึ่ง มีบางชิ้นที่เธอพอบอกได้ว่าคืออะไร แต่อาศัยแค่ไม่กี่ชิ้นนั้นก็บอกได้แล้วเป็นอุปกรณ์ระดับสุดยอด

แถมบนเตียงยังมีโน้ตบุ๊กวางกระจายอยู่อีกสี่ห้าเครื่อง ดูเหมือนยอดฝีมือคนนี้จะไม่ใช่แค่ยอดฝีมือ แต่ยังคลั่งเกมและอุปกรณ์เกมมิ่งสุดๆ ด้วย

แถมในห้องไม่ได้มีเขาแค่คนเดียว

เด็กหนุ่มอีกคนลุกขึ้นยืน เขาไว้ผมสั้นกุด บุคลิกออกจะคล้ายหนอนหนังสือสายดุดันเล็กน้อย เขามองอ้ายฉิง แล้วหันไปมองอ้ายจิ้ง “Grunt ไม่อยากเชื่อเลยว่านายจะรู้จัก Appledog ด้วย...” ในมือเขาถือหนังสือชีววิทยาไว้เล่มหนึ่ง สายตามองคนทั้งสองอย่างสนใจ “ฉันเคยเห็นโก๋วโก่วแค่ในวิดีโอ แยกไม่ออกว่าคือคนไหน ช่วยแนะนำตัวเองหน่อยได้ไหม”

“ฉันเอง” อ้ายฉิงตอบ

“ได้ยินชื่อเสียงของเธอมานานแล้ว” ในที่สุดเด็กหนุ่มคนนั้นก็วางหนังสือลงแล้วยื่นมือออกมาให้เธออย่างขึงขัง “ฉันเป็นนักกีฬาเกมสตาร์คราฟต์ 2 ใช้ชื่อว่า 97” 

อ้ายฉิงไม่นึกว่าเขาจะจริงจังขนาดนี้ เลยจับมือพอเป็นพิธีแล้วถามว่า “ชื่อของนาย...เป็นการฉลองปีที่ฮ่องกงคืนสู่จีน[1]เหรอ”

97 ยิ้ม ลักยิ้มชัดเจนปรากฏบนแก้มทั้งสองข้าง น่ารักที่สุดอย่างไม่น่าเชื่อ “ใช่แล้ว ฉันเริ่มเล่นอีสปอร์ตช่วงครบรอบสิบปีที่ฮ่องกงกลับคืนสู่จีนน่ะ ฉันยังจำได้อยู่เลย ปีนั้นเธอได้แชมป์เอเชียเกมนีดฟอร์สปีด”

“เรื่องนานมาแล้วน่ะ” อ้ายฉิงคิดว่าคนตรงหน้าน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ แต่เขากลับให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ผ่านชีวิตมามาก

“ทำไมไม่เล่นต่อล่ะ ฉันยังคิดอยู่เลยว่าเธอต้องกลายเป็นผู้เล่นอาชีพแน่ แต่สุดท้ายกลับไม่มีข่าวของเธอ”

อ้ายฉิงไม่ตอบคำถามของเขาตรงๆ แกล้งชักแม่น้ำทั้งห้าเบี่ยงประเด็นสองสามประโยค แล้ววางคอมพิวเตอร์ของเธอลงบนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องรับแขกที่เชื่อมกับห้องนอน

“คอมพิวเตอร์ของฉันไม่มีโปรแกรม CS” Grunt หยิบคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งจากบนเตียง “ฉันใช้เครื่องของเพื่อนลองเล่นกับเธอแล้วกัน”

97 มอง Grunt ด้วยแววตาประหลาดใจ “ถ้านายแข่งเกมนี้กับ Appledog ยังไงก็แพ้”

ตอนแรกเธอไม่ได้ตั้งใจจะมาแข่งแบบเอาจริงเอาจัง แต่พอจู่ๆ มีคนพูดแบบนี้ก็เริ่มรู้สึกอึดอัด เธอกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วพูดว่า “สามปีมานี้ฉันแตะ CS แค่ครั้งเดียวเอง ไม่รู้ว่าฝีมือถดถอยไปแค่ไหนแล้ว”

97 ถอนหายใจยาว “งั้นเขาคงพอมีหวังบ้างแหละ...”

อ้ายฉิงไม่เคยเจอเพื่อนร่วมทีมที่ไหนตัดกำลังใจคนของตัวเองขนาดนี้ ได้แต่หันไปมอง Grunt ด้วยแววตาเห็นใจ

อีกฝ่ายไม่สนใจ 97 เลยแม้แต่นิดเดียว เขาจัดการเอาคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นวางบนโต๊ะ มือข้างหนึ่งวางไว้ด้านข้าง มืออีกข้างถอดปุ่มสเปซบาร์ “ไม่ใช้ปุ่มกระโดด” หลังจากนั้นก็ถอดปุ่ม 1 2 3 4 และปุ่ม R[2] ออก “ห้ามเปลี่ยนปืนระหว่างการเล่น ห้ามใช้ระเบิดแสง ห้ามใช้ระเบิดควัน โอเคไหม”

ตอนพูด มุมปากของเขาโค้งเป็นรอยยิ้มน่ามองอยู่ตลอด

จงใจแสดงความมั่นใจของตัวเองอย่างเต็มที่

“ได้” อ้ายฉิงรู้สึกว่าวิธีการเล่นแบบนี้น่าสนใจมากทีเดียว เธอถอดปุ่มคีย์บอร์ดตามเขา จนสุดท้ายแม้กระทั่งปุ่ม S ก็ถอดออกด้วย “ปุ่มถอยก็ไม่ต้องเอาไว้นะ”

 

ใช้กฎเดิม แข่งสามเกม ตัดสินกันที่ชนะสองในสามเกม

การกำหนดให้ถอดปุ่มบางปุ่มบนคีย์บอร์ดออก สร้างข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ทำให้ถอยและกระโดดไม่ได้ การต่อสู้รอบนี้จึงมีแค่รุกโจมตีอย่างเดียว สองฝ่ายต้องอาศัยทักษะการฟังเสียงเพื่อระบุตำแหน่งของศัตรู และทันทีที่เผชิญหน้ากัน จะเป็นการตัดสินความเป็นความตาย

97 แกล้งทำทีเปิดโค้กดื่มขณะชมการแข่งขัน ปรากฏว่าจิบไปไม่กี่อึก การแข่งขันก็สิ้นสุดลงเสียแล้ว

แข่งแบบชนะสองในสามเกม อ้ายฉิงคว้าชัยชนะได้สำเร็จในสองเกม น่าเสียดายที่เธอเคยชินกับรูปแบบการเคลื่อนไหวเดิมของตัวเอง ถึงแม้จะถอดปุ่มออกแล้ว แต่มือก็ยังกดไปโดนปุ่มถอยหลังอยู่ดี “ฉันทำผิดกฎน่ะ นายจะเล่นใหม่อีกเกมไหม”

“ไม่ต้อง แพ้ให้เธอไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย” Grunt ยืนขึ้นแล้วหยิบแอปเปิลลูกหนึ่งจากบนโต๊ะ ใช้มีดพกของตัวเองปอกเปลือก เพียงครู่เดียวเปลือกผลไม้บางๆ ก็ถูกปอกเสร็จเรียบร้อย เขาหั่นแบ่งเป็นหลายชิ้น แล้วใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มบนผลไม้ชิ้นหนึ่ง ยื่นส่งให้อ้ายจิ้ง

อ้ายจิ้งประหลาดใจจนทำอะไรไม่ถูกชั่วครู่ ผ่านไปเพียงอึดใจเธอก็รับผลไม้ชิ้นนั้นมาอย่างยิ้มแย้ม “ขอบใจนะ”

Grunt ยิ้มแล้วเอาผลไม้ที่เหลือวางใส่จานกระเบื้อง ส่งให้อ้ายฉิงกับ 97 ส่วนตัวเขาเองใช้มือหยิบชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน

สี่คนไม่สนิทกันมาก่อน เลยไม่มีอะไรคุยกันเท่าไหร่ โชคดีที่มีเรื่องอีสปอร์ตพอคุยกันได้ อ้ายจิ้งเองอยู่กับน้องสาวมาหลายปีย่อมได้ยินได้ฟังมาไม่น้อย จึงพอมีเรื่องให้คุยกับ 97 และ Grunt ได้บ้าง หลังจากคุยไปได้พักใหญ่ อ้ายจิ้งถึงหันไปมองคอมพิวเตอร์บนเตียงอย่างประหลาดใจแล้วถามว่า “พวกนายมีกันแค่สองคน ทำไมใช้คอมพิวเตอร์เยอะขนาดนี้ล่ะ”

“ยังมีอีกคนหนึ่งอยู่กับเราด้วย” 97 ยิ้มหน้าแป้นแล้น ชี้เครื่องโน้ตบุ๊กที่ Grunt หยิบมาใช้เมื่อครู่ “คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นน่ะของเขา”

เขาทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อ บังเอิญตอนนั้นประตูห้องถูกผลักเปิดเข้ามาจากด้านนอกพอดี

ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมคีย์การ์ดในมือข้างหนึ่ง และถุงพลาสติกใบเบ้อเร่อในมืออีกข้าง จังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้นมอง เขาเองก็มองคนในห้องเช่นเดียวกัน ดวงตาทั้งสองที่อยู่ใต้ปีกหมวกแก๊ป จดจ้องอ้ายฉิงโดยไม่ละสายตาไปไหน ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะแยกระหว่างเธอกับพี่สาวฝาแฝดได้อย่างง่ายดายในอึดใจเดียว

ดูเหมือนเขาจะตัวสูงขึ้นอีกยี่สิบกว่าเซนติเมตรได้ แต่เค้าโครงใบหน้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ยังคงหมดจดสมบูรณ์แบบดุจวาดด้วยปลายพู่กันอันเฉียบคม ไม่มีส่วนใดมากหรือน้อยเกินจำเป็น และไม่แสดงสีหน้าใดมากหรือน้อยเกินจำเป็นเช่นเดียวกัน

“นี่ไง อีกคนหนึ่งที่พูดถึง น้องสาวเธอน่าจะรู้จักเขานะ เขาเป็นกัปตันทีมแชมป์จากการแข่งขัน WCG ชิงแชมป์เอเชียรายการ DOTA ปีเดียวกัน ชื่อ Dt” 97 หันไปยกมือทำไฮไฟว์ทัก Dt แล้วพูดว่า “ฉันหิวน้ำจะตายแล้วเนี่ย ขอน้ำกระป๋องหนึ่งสิ”

Dt เดินเข้ามา วางถุงใส่เครื่องดื่มเย็นทั้งถุงไว้บนเตียง

97 รีบดึงถุงพลาสติกมาอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบของที่ตัวเองอยากดื่มออกมา ขณะที่ Grunt ยังกินแอปเปิลอยู่เหมือนเดิม

อ้ายฉิงแทบไม่อยากเชื่อ ตายังจ้อง Dt ที่ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มทีละน้อย แต่พอเธออ้าปากยังไม่ทันพูด เขากลับย่อตัวลงตรงหน้าเธอ แล้วพูดด้วยมุมปากที่เม้มนิดๆ พอจะถือได้ว่าเป็นรอยยิ้ม

“ฉันกลับมาแล้ว”

 


 


[1] เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ฮ่องกงกลับมาอยู่ในความครอบครองของจีนตามเดิม หลังจากตกไปอยู่ในความครอบครอบของอังกฤษเป็นเวลา 155 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2385 - 2540

[2] การถอดปุ่มบางปุ่มบนแป้นพิมพ์ออก จะทำให้ผู้เล่นกดใช้คำสั่งในเกมไม่ได้ เช่น ปุ่มสเปซบาร์ (Space Bar) ใช้สำหรับกระโดด ปุ่ม 1 2 3 4 ใช้สำหรับการเปลี่ยนอาวุธเป็นมีดและปืนประเภทต่างๆ ปุ่ม R สำหรับรีโหลดกระสุน และปุ่ม S คือปุ่มเดินถอยหลัง ดังนั้นเมื่อถอดปุ่มเหล่านี้ออกแล้ว จะไม่สามารถกระโดด ถอยหลัง หรือเปลี่ยนอาวุธได้ เพิ่มความท้าทายในการเล่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น