[นิยายแปลจีน] เล่ห์รัก

ตอนที่ 17 : 3.4 ใจสื่อถึงใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,799 ครั้ง
    30 ต.ค. 62

คราวนี้โดนเรื่องอะไรมาเล่าเจ้าคะเสิ่นหมัวมัวนั่งข้างซูอิ่ง หยิบหนังสือสองสามเล่มจากแขนเสื้อออกมาส่งให้นาง หนังสือเล่มโปรดของท่านทั้งนั้น ข้าเก็บไว้ให้ตลอด

ตั้งแต่เล็กจนโต ซูอิ่งถูกซุนซื่อลงโทษให้คุกเข่าสำนึกผิดในศาลบรรพชนนับครั้งไม่ถ้วน ไปๆ มาๆ จึงเริ่มผูกพันกับเสิ่นหมัวมัว

แรกเริ่มนั้นเสิ่นหมัวมัวเป็นคนของฟูเหรินผู้เฒ่า ตอนที่ฟูเหรินผู้เฒ่ายังมีชีวิตอยู่นั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับมารดาของซูอิ่ง ส่วนซุนซื่อที่เมื่อก่อนยังอยู่ในตำแหน่งอนุภรรยานั้น ฟูเหรินผู้เฒ่าไม่ค่อยชอบหน้านางนัก หากนางยังอยู่ย่อมไม่มีวันยอมให้ยกซุนเนี่ยนชิวขึ้นเป็นภรรยาเอกเด็ดขาด

ซูอิ่งนึกถึงเรื่องในวันนี้ก็อดหัวเราะไม่ได้ พอเห็นเสิ่นหมัวมัวมีท่าทีสนใจ ก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง มีเพียงเรื่องงูหม่างเรื่องเดียวที่ไม่เล่า เพราะอาจนำไปสู่ความลับว่านางเป็นวิทยายุทธ์ได้

เสิ่นหมัวมัวมองซูอิ่งอย่างอึ้งงัน ทั้งเอ็นดูและตำหนินาง ท่านใจกล้าเกินไปแล้ว ถึงกับลงมือต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น โชคดีที่ยังรู้จักระวัง มิฉะนั้นเกิดถูกผู้ใดจับได้แล้วเอาไปพูดต่อ ต่อไปผู้ใดจะกล้าแต่งงานกับหญิงร้ายกาจเช่นท่านเจ้าคะ

แบบฉบับของคุณหนูลูกผู้ดีคือมีความเป็นกุลสตรี มีศีลธรรม และมีจิตใจดีงาม แต่สิ่งที่ซูอิ่งประพฤติปฏิบัติกลับเป็นการแก้แค้นเอาคืน ตรงกันข้ามกับคุณหนูทั่วไปโดยสิ้นเชิง

ท่านป้าวางใจเถิด! ข้าคำนวณอย่างดีแล้ว หากมีโอกาสพลาดแม้เพียงนิดเดียว ข้าจะไม่เสี่ยงเด็ดขาด

ซูอิ่งพลันนึกถึงเรื่องที่ซุนซื่อวางยานางในเนื้อกระต่าย เสิ่นหมัวมัวเป็นคนเก่าแก่ของจวนนี้ เคยรับใช้ติดตามฟูเหรินผู้เฒ่าหลายปี คิดว่านางคงพอรู้อะไรบ้าง ซูอิ่งจึงลองถามหยั่งเชิง เสิ่นหมัวมัว เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าฟูเหรินคอยหาเรื่องรังแกข้าไปเสียทุกอย่าง

เสิ่นหมัวมัวไม่แสดงสีหน้าใด ท่านเป็นบุตรีภรรยาเอก อย่างไรเสียก็เป็นหนามยอกอกของนาง มิหนำซ้ำเมื่อก่อนนางกับมารดาท่านก็ค่อยไม่ถูกกันนัก หากนางจะเพ่งเล็งท่านก็เป็นเรื่องปกติเจ้าค่ะ

แต่มารดาของข้าตายไปนานแล้วนี่นา!ซูอิ่งสังเกตสีหน้าเสิ่นหมัวมัวอย่างละเอียด ก่อนพูดช้าๆ ต่อให้เพ่งเล็งข้าอย่างไร ก็ไม่น่าถึงกับเอาชีวิตกระมัง นางวางยาในอาหาร เห็นได้ชัดว่าต้องการสังหารข้า

สีหน้าเสิ่นหมัวมัวตกใจ ทว่าเพียงพริบตาก็หายไป กลับกลายเป็นรอยยิ้มบาง เหลวไหล! อย่างไรเสียนางก็ได้ชื่อว่าเป็นมารดาของท่าน จะวางยาสังหารท่านได้อย่างไร ท่านคงเข้าใจอะไรผิดไปกระมัง

ซูอิ่งจับสังเกตสีหน้าเพียงชั่วพริบตาของเสิ่นหมัวมัวได้ หัวคิ้วนางมุ่นน้อยๆ เสิ่นหมัวมัว ท่านว่าปีนั้นมารดาของข้าถูกนางวางยาจนตายหรือไม่...ซูอิ่งยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเสิ่นหมัวมัวเอามือปิดปากไว้ กิริยาของนางรวดเร็วมาก เรี่ยวแรงมหาศาลจนซูอิ่งแทบหายใจไม่ออก

เสิ่นหมัวมัวจ้องซูอิ่ง พูดเน้นทีละคำ จงจำไว้! หากยังอยากมีชีวิตอยู่ ต่อไปอย่าได้เอ่ยถึงเรื่องของมารดาท่านแม้แต่คำเดียว!

ซูอิ่งพลันอึ้งงัน ราวเสิ่นหมัวมัวเพิ่งรู้ตัวว่าทำให้ซูอิ่งหวาดกลัว สีหน้าเสิ่นหมัวมัวแลดูซับซ้อน นางปล่อยซูอิ่งแล้วลุกขึ้นยืน ท่านพักผ่อนให้สบายกายสบายใจเถิด อย่าคิดฟุ้งซ่านเลยพูดจบก็เดินออกไป

ซูอิ่งมองเงาหลังเสิ่นหมัวมัวที่เดินจากไป ก่อนตกอยู่ในภวังค์ความคิด ปฏิกิริยาของเสิ่นหมัวมัวดูผิดปกติมาก มากจนนางเห็นพิรุธได้ตั้งแต่แวบแรก ดูเหมือนการเสียชีวิตของมารดาจะไม่ชอบมาพากลจริงๆ

เสิ่นหมัวมัวต้องรู้เรื่องแน่ๆ แต่ไม่ยอมบอก ซ้ำยังห้ามเด็ดขาดไม่ให้นางพูดถึงเรื่องนี้อีก ทว่าต่อให้นางไม่พูด เรื่องนี้จะจบลงได้จริงเช่นนั้นหรือ ซุนซื่อจะหยุดกลั่นแกล้งนางหรือ

เวลานี้ซูอิ่งมีทางเลือกเพียงสองทาง หนึ่งคือละทิ้งฐานะบุตรีภรรยาเอกแห่งจวนอัครเสนาบดีแล้วออกจากจวน ปกปิดชื่อแซ่ที่แท้จริง โดยใช้ชีวิตในฐานะคุณชายอิ๋นซู ทว่าฐานะนี้ก็ใช่ว่าจะเก็บเป็นความลับได้ตลอดไป ทางที่สองคือใช้เส้นสายที่มีอยู่แอบสืบเรื่องราวในปีนั้น หาเบาะแสสำคัญให้พบ ยอมลำบากในตอนต้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้

ทางแรกนั้นสบายชั่วคราว แต่ไม่รู้ว่าอันตรายจะมาถึงตัวเมื่อไร ส่วนหนทางที่สองนั้นดูจะเสี่ยงภัยไม่น้อย หนทางเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางสำเร็จ

 

ตกดึก เสียงโวยวายแว่วมาจากห้องตรงข้ามไม่หยุด ซูอิ่งยืนฟังอยู่ริมหน้าต่างสักครู่ก็อดหัวเราะคิกคักไม่ได้ ซูหลวนหนอซูหลวน มิเสียทีที่เป็นแก้วตาดวงใจที่ซุนซื่อตามใจจนเสียนิสัย ลำบากเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ยังทนไม่ไหว ต่อไปจะรับมือกับการแก้แค้นของนางได้อย่างไร

ภายในห้อง ซูหลวนนอนไร้เรี่ยวแรงบนเตียง โบกมืออย่างเดือดดาล ไม่กิน! ผู้ใดจะกินอาหารหมูเช่นนี้กัน เอาออกไป! เอาออกไปให้หมด!

ที่จริงอาหารพวกนี้ไม่เลวร้ายเลย เพียงแต่ไม่ดีเลิศเท่านั้น ผัก เต้าหู้ หมั่นโถวแป้งสาลี อาหารพวกนี้เป็นอาหารธรรมดาสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับซูหลวนคืออาหารหมู นางเคยกินดีอยู่ดีมาตลอดจะกินลงได้อย่างไร

วันนี้ซูหลวนรับกรรมหนักนัก กว่าแผลเก่าบนใบหน้าจะหายไม่ใช่ง่าย ใบหน้านางก็มีอันต้องกระแทกเสาเพราะไล่ฆ่าซูอิ่งอีก ซ้ำร้ายยังกระแทกอย่างแรงจนถึงกับตาลาย ต่อมาก็ถูกซูหลินเฟิงตบอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งมาที่ศาลบรรพชน ก็ไม่วายถูกเสิ่นหมัวมัวฟาดไม้เรียวใส่อย่างโหดร้าย

ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น ทั้งโกรธ ซูหลวนนอนบนเตียง ยิ่งคิดยิ่งแค้นใจ พอท้องหิวจนทนไม่ไหว นางก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่บ่าวหญิงคนสนิทเสิ่นหมัวมัวที่ทำหน้าที่เฝ้านางสองคนนั้นกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง

ทางด้านซูอิ่งนั้น อะไรสมควรกินก็กิน เมื่อไรสมควรนอนก็นอน บางครั้งก็อ่านหนังสือ บางครั้งก็วาดภาพเขียนพู่กัน นางในยามนี้ไม่เหมือนมารับโทษในศาลบรรพชนแม้แต่น้อย เรียกได้ว่ามาพักผ่อนกายใจโดยแท้ หากซูหลวนที่อยู่ห้องตรงข้ามรู้ว่าซูอิ่งมีความสุขเช่นนี้ นางคงโมโหตายจริงๆ

 

วันรุ่งขึ้น ซูหลวนทนไม่ไหวอีกต่อไป แอบดึงปิ่นมุกบนศีรษะยัดใส่มือบ่าวที่เฝ้านาง บ่าวผู้นั้นรับไว้โดยไม่แสดงสีหน้าอาการใด ซูหลวนนึกยินดีอยู่ในใจ หึ ก็แค่พวกเศษสวะเห็นเงินแล้วตาโต คอยดูเถิดว่าคุณหนูเช่นข้าออกไปแล้วจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร!

ซูหลวนเฝ้ารออย่างอารมณ์ดี คิดว่าอีกประเดี๋ยวคงมีคนยกอาหารชั้นเลิศเข้ามาให้นาง แล้วนางก็คงไม่ต้องคุกเข่าคัดคัมภีร์ทุกวันแล้ว ทว่ายังไม่ทันยินดี เสิ่นหมัวมัวก็เดินนำบ่าวสองคนนั้นเข้ามา หนึ่งในนั้นถือถาดสีแดงวาวมาด้วย บนถาดก็คือปิ่นมุกของซูหลวน ส่วนถาดอีกใบเป็นเสื้อผ้าเรียบง่าย ไม่มีลวดลายใดทั้งสิ้น เนื้อผ้าเป็นผ้าฝ้ายทั่วไป ดูเรียบง่ายธรรมดามาก

เชิญคุณหนูสามเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับเสิ่นหมัวมัวพูดเสียงเย็นชา

เอ๊ะ! นี่เจ้าพูดบ้าอะไร ผู้ใดจะไปใส่ชุดขอทานนี่ลงซูหลวนหัวเราะเหยียดหยัน นางสวมชุดผ้าไหมหรูหราเสียจนชิน จะให้ใส่ชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบได้อย่างไร ฆ่านางให้ตายนางก็ไม่เปลี่ยน

สีหน้าเสิ่นหมัวมัวยังคงเดิม น้ำเสียงยังเย็นชาไม่เปลี่ยน จับคุณหนูสามเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เสิ่นหมัวมัวจ้องซูหลวนสีหน้าไร้อารมณ์

ครั้งแรก “เชิญ” ครั้งที่สอง “จับ” เพียงเปลี่ยนคำคำเดียว ความหมายของทั้งสองประโยคก็ต่างกันสิ้นเชิง ครั้งแรกเป็นการให้เกียรติซูหลวน ให้นางเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง ส่วนครั้งที่สองหมายถึงซูหลวนไม่มีสิทธิ์เลือกแล้ว

เสิ่นหมัวมัวพูดจบ บ่าวหญิงแข็งแรงสองคนก็พุ่งเข้าหาซูหลวนดุจเหยี่ยว จับตัวซูหลวนที่ตื่นตระหนกไว้ หนึ่งในนั้นหิ้วร่างของซูหลวน ส่วนอีกคนเคลื่อนมืออย่างรวดเร็ว จัดการเก็บเสื้อผ้าอาภรณ์มากมายของนางตั้งแต่หัวจดเท้า

ซูหลวนโมโหจนตัวสั่นหน้าซีด บ้าสิ้นดี! พวกเจ้ากล้าทำกับข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ! ดี ดีมาก! จำใส่กะโหลกไว้ ข้าออกไปจากที่นี่เมื่อไร ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าแน่ พวกเจ้าเตรียมตัวตายได้!

ทว่าต่อให้ซูหลวนโวยวายอย่างไร สีหน้าของเสิ่นหมัวมัวก็ยังเรียบเฉยประดุจน้ำลึกใต้ทะเล ไม่มีคลื่นแม้แต่ลูกเดียว

สำหรับซูหลวนแล้ว ท่าทางเช่นนี้ของเสิ่นหมัวมัวทำให้นางรู้สึกครั่นคร้ามอย่างน่าประหลาด

เสิ่นหมัวมัวมองซูหลวนในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบอย่างสงบ เมื่อเห็นบนตัวนางไม่มีเครื่องประดับใด ดูสะอาดสะอ้านตาแล้ว จึงพยักหน้าน้อยๆ หากคุณหนูสามหิว...

คำว่า “หิว” คำนี้กระแทกใจซูหลวนนัก นางหิวเหลือเกิน ตั้งแต่เข้าศาลบรรพชนมา นางยังไม่ได้กินอะไรแม้แต่คำเดียว แม้แต่น้ำชาก็ยังถูกห้ามดื่มมากจนเกินไป ซ้ำนางต้องใช้พลังงานในการคุกเข่าและคัดหนังสือ นางหิวจนหน้ามืดตาลายไปหมด ดังนั้นเมื่อได้ยินเสิ่นหมัวมัวพูดคำคำนี้ขึ้นมา นัยน์ตาซูหลวนเป็นประกาย มองอย่างเฝ้ารอ

กินๆๆ...ซูหลวนขยับปากพึมพำเงียบๆ ท้องส่งเสียงโครกครากอย่างให้ความร่วมมือ

เสิ่นหมัวมัวมองนางอย่างเฉยชา พูดต่อว่า ก็อดทนเอาแล้วกัน!พูดจบก็ก้าวเท้าเดินออกไป ท่าทางขึงขังเด็ดขาด

อดทนหรือ ให้นางอดทนหรือ ซูหลวนเจ็บแค้นจนแทบกระอักเลือด เมื่อไรกันที่นางถูกคนเหยียดหยามจนถึงขั้นนี้

ซูหลวนทิ้งตัวนอนบนเตียง หิวจนไส้กิ่วเช่นนี้จะนอนหลับได้อย่างไร นางได้แต่ลืมตาทนหิว

ด้านซูอิ่งนั้น ตั้งแต่มาอยู่ที่ศาลบรรพชนก็เหมือนกลับไปอยู่ที่เรือนฝูหรง ทั้งเรื่องกินเรื่องอยู่ล้วนมีคนดูแลอย่างดี อาหารของนางนั้นแม้จะมีแต่อาหารง่ายๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่อร่อย เสิ่นหมัวมัวมีฝีมือทำอาหารเจมาก อาหารเจที่นางทำนั้นหากินยากกว่าอาหารป่าอาหารทะเลเสียอีก ทว่ามีเพียงซูอิ่งเท่านั้นที่ได้กิน หากเทียบกับความทุกข์ทรมานของซูหลวนแล้ว ต้องบอกว่าซูอิ่งอยู่ดีมีสุขโดยแท้

ซูหลวนไม่ได้นอนตลอดคืน ได้แต่เฝ้ามองประตูอย่างมีความหวังด้วยดวงตาดำคล้ำ นางหิวจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ต่อให้เป็นผักเป็นเต้าหู้นางก็ยอม ทว่าตอนที่บ่าวหญิงยกอาหารเช้าเข้ามานั้น ซูหลวนถึงกับร้องเสียงแหลม นี่มันอะไรกัน เจ้าเอาเข้ามาทำไมนางมองหมั่นโถวสีดำคล้ำอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.799K ครั้ง

1,055 ความคิดเห็น

  1. #159 noy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 02:37

    สนุกมากค่ะ

    #159
    0
  2. #158 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 01:25

    สนุก ขอบคุณมาก

    #158
    0
  3. #157 Xiao-ming (@Xiao-ming) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 12:28
    ถ้าให้เดาคนที่เกลียดแม่นางเอก คนร้ายน่าจะมีฐานะสูง คาดว่า ไทเฮา,ฮองเฮา,ฮ่องเต้ คนร้ายน่าจะอยู่ประมาณนี้ไม่งั้นคนคงไม่ปิดปากขนาดนี้หรอก
    #157
    1
  4. #156 pop_zaza (@SunidaLuangjam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 09:03
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-03.png ซูอิ่งเหมือนมาปิกนิกเลย
    #156
    0
  5. #155 yummy11 (@yummy11) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 08:16
    สมน้ำหน้า ลีลาเล่นตัวดีนัก
    #155
    0
  6. #154 beehihgg (@beehihgg) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 06:08
    รอนะคะ
    #154
    0