[นิยายแปลจีน] เล่ห์รัก

ตอนที่ 11 : 2.5 คลาดกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,597 ครั้ง
    30 ต.ค. 62

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ซูอิ่งนั่งอยู่ในสวน นางสวมชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อน บนศีรษะประดับเพียงปิ่นหยกลายสีเขียวโปร่ง ลวดลายดอกเหมยที่ปักอย่างประณีตบรรจงบริเวณชายชุดขับให้นางยิ่งดูงดงามและผ่องใสประดุจแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิ

คำสั่งของซูอิ่งทำให้เรือนฝูหรงมีงานใหญ่ ทั้งอาหาร เครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม...สิ่งของทุกอย่าง บรรดาสาวใช้บ่าวไพร่ช่วยกันแยกประเภทตรวจสอบทีละชิ้นๆ และผลการตรวจสอบก็เป็นไปตามที่คาดไว้

ซูอิ่งมองของที่วางบนถาดไม้แดงในมือหงปัว คลี่ยิ้มบาง เกิดอะไรขึ้น เจ้าค่อยๆ พูด

สีหน้าของหงปัวย่ำแย่ผิดปกติ นางคุกเข่าพรวด น้ำตาไหลลงมาสองสาย คุณหนู เพราะหงปัวประมาทเลินเล่อแท้ๆ จึงตรวจไม่พบพิษร้ายในอาหาร หงปัวสมควรตาย!

เนื้อกระต่ายผัดที่นางกินมีพิษร้ายอย่างนั้นหรือ รอยยิ้มบนใบหน้าซูอิ่งค่อยๆ จางลง นางมองหงปัว สีหน้าเลวร้าย เนื้อกระต่ายนี่...นั่นคือเนื้อกระต่ายผัดที่ทางครัวส่งมาให้เมื่อกลางวัน ใส่มาในถ้วยเคลือบลายคราม ผิวหน้าเคลือบน้ำมันแวววาว กำจายกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนน้ำลายสอ

ในเนื้อกระต่ายมีพิษเจ้าค่ะ แต่พิษนี้ถูกใส่มาอย่างระมัดระวังมากแววตาของหงปัวหนาวเหน็บ น้ำเสียงเคียดแค้น คนลงมือพรมพิษปริมาณเล็กน้อยใส่หญ้าให้กระต่ายกินทุกวัน จากนั้นก็เชือดกระต่ายทำอาหารส่งมาที่เรือนฝูหรงของพวกเรา วิธีนี้แยบยลกว่าวิธีวางยาทั่วไปมาก หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้ตรวจอย่างละเอียดแล้ว ก็ไม่รู้ว่าพวกเราจะรู้ตัวเมื่อไรเจ้าค่ะหงปัวดูแลเรื่องการกินอยู่ของซูอิ่งมาตลอด เมื่อพบว่าในอาหารมียาพิษ คนที่รู้สึกผิดที่สุดก็คือนาง

ซูอิ่งพยักหน้าเงียบๆ หงปัวพูดถูก วิธีวางยาเช่นนี้รอบคอบและแยบยลมาก ยากจะตรวจพบ เรือนฝูหรงในเวลานี้แม้แต่แมลงวันยังบินเข้ามาลำบาก แต่อีกฝ่ายกลับสามารถส่งพิษร้ายมาถึงโต๊ะอาหารนางได้อย่างเปิดเผย กระต่ายถูกป้อนพิษร้ายให้พิษไหลเวียนทั่วร่าง จากนั้นพ่อครัวก็นำกระต่ายมาปรุงเป็นอาหารรสจัดส่งให้นาง การจะใช้ตะเกียบตรวจพิษนั้นเป็นเรื่องยากมาก

กระต่ายกินพิษเข้าไปแล้วไม่ตายหรือสีหน้าลวี่เหินงุนงง เอ่ยถามอย่างสงสัย

ดวงตากระจ่างใสของซูอิ่งฉายแววยิ้มหยัน สัตว์กินพืชกับสัตว์ปีกมีภูมิคุ้มกันพืชมีพิษในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระต่ายสามารถต้านทานพิษได้มากกว่ามนุษย์มากนัก กระต่ายตัวหนึ่งรับปริมาณพิษได้มากกว่ามนุษย์ถึงสิบส่วน ต่อให้กินยาพิษเข้าไปก็ยังรอดชีวิตอยู่ดี

ซูอิ่งยิ้มขม นางในยามนี้เต็มไปด้วยศัตรูรอบกาย อันตรายรอบด้าน ซ้ำร้ายยังมีศัตรูปริศนาอีก เมื่อคืนนี้มีคนแกล้งปลอมเป็นผีมาหลอกนาง วันนี้ก็ตรวจเจอว่ามีคนวางยาพิษในอาหารนาง แล้วต่อไปเล่า ยังมีอะไรรออยู่ข้างหน้าอีก

ทว่าสิ่งหนึ่งที่ซูอิ่งมั่นใจก็คือ คนที่เล่นตลกเมื่อคืนกับคนที่วางยาในเนื้อกระต่ายไม่ใช่พวกเดียวกัน นางดูออกว่าฝ่ายแรกต้องการเพียงขู่ขวัญ ในขณะที่ฝ่ายหลังตั้งใจเอาชีวิตนางจริงๆ ผู้ใดกันที่ร้อนใจอยากได้ชีวิตนางถึงเพียงนี้

ซูอิ่งเหลือบมองไปทางเรือนซงเทา ที่นั่นเป็นเรือนหลักของซุนซื่อ คิดถึงบทสนทนาของซุนซื่อที่เผลอพูดกับซูหลวน ที่ว่ามารดาบังเกิดเกล้าของนางไปล่วงเกินบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง ดังนั้นนางซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์จึงต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย

ตลอดระยะเวลาที่ซูอิ่งเติบโต ซุนซื่อไม่ได้ลอบทำร้ายนางเพียงครั้งเดียว หากไม่ใช่เพราะร่างนี้ถูกเปลี่ยนเป็นวิญญาณที่แข็งแกร่งของนางในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ซูอิ่งตัวจริงคงตายเป็นร้อยรอบแล้ว ดังนั้นครั้งนี้ก็คงเป็นฝีมือของซุนซื่ออีกกระมัง หรือบุคคลสำคัญคนนั้นทนรอต่อไปไม่ไหวแล้ว

เนื่องจากมีมือที่มองไม่เห็นคอยลอบทำร้ายในที่มืด ซูอิ่งจึงกังวลนักหนา หลายปีมานี้พยายามไม่ทำตัวให้เป็นจุดสนใจ ระวังแล้วระวังอีก ทว่าแม้จะระวังถึงเพียงนี้ นางก็ยังเผลอตกหลุมพรางคนอื่นจนได้

คุณหนู ให้บ่าวตรวจชีพจรให้นะเจ้าคะ!หงปัวขอบตาแดงด้วยความรู้สึกผิด

หงปัวโอ้อวดตนว่าเกิดในสกุลแพทย์ อ่านตำราแพทย์มามากมาย คิดว่าตนเองรับมือลูกไม้ของฟูเหรินได้สบาย กระทั่งยามนี้จึงรู้ว่าตนเองยังห่างไกลนัก หากคุณหนูเป็นอะไรไปจริงๆ นางคงหนีไม่พ้นข้อกล่าวหาและจมอยู่กับความรู้สึกผิดไปทั้งชีวิต หงปัวแอบสาบานในใจว่า ต่อไปนางจะมุมานะศึกษาวิชาแพทย์ให้มากขึ้น

ซูอิ่งมองนางด้วยแววตานิ่งสงบ พลาดหนึ่งครั้งก็ฉลาดขึ้นอีกหนึ่งขั้น ครั้งนี้ถือเป็นการเตือนพวกเราว่าศัตรูมีอยู่ทุกหนแห่งและลงมือได้ทุกที่ ดังนั้นต่อไปจะทำอะไรก็จงรอบคอบกว่าเดิม ระวังทุกรายละเอียด

หงปัวกับลวี่เหินพยักหน้ารับเป็นนัยว่าได้รับบทเรียนแล้ว

เมื่อเห็นหงปัวตรวจชีพจรให้ซูอิ่งอย่างระมัดระวัง ลวี่เหินจึงถามอย่างร้อนรน เป็นอย่างไรบ้าง ร้ายแรงหรือไม่ นักหนาหรือไม่

โชคดีที่คุณหนูระวังตัวมาแต่ไหนแต่ไร กับข้าวแต่ละอย่างไม่เคยกินเกินสามคำ ดังนั้นจึงกินเนื้อกระต่ายไปน้อยมาก อีกประเดี๋ยวบ่าวปรุงยาขับพิษให้คุณหนูกินก็ไม่เป็นอะไรแล้วหงปัวตรวจชีพจรแล้วถอนใจโล่งอก ดวงตาผุดรอยยิ้มสบายใจ

ลวี่เหินตบอกถอนใจยาว เช่นนี้ก็ดียิ่ง บ่าวค่อยวางใจ เมื่อครู่บ่าวตกใจแทบแย่เจ้าค่ะ

ซูอิ่งหรี่ตา มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันบางๆ เรื่องยังไม่จบแค่นี้หรอก ลวี่เหิน เจ้าไปสืบเรื่องนี้มา ใช้เส้นสายทั้งหมดเท่าที่จะใช้ได้ สืบให้รู้จนถึงต้นตอ เริ่มจากในครัว เข้าใจหรือไม่

คิดสังหารนางด้วยยาพิษหรือ เช่นนั้นก็รอดูเถิดว่าสุดท้ายแล้วคนที่ถูกพิษคือผู้ใด! ซูอิ่งหัวเราะ กลบเกลื่อนประกายดุร้ายที่ผุดขึ้นในดวงตาคู่งาม

ลวี่เหินพยักหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง ใบหน้าเล็กๆ เคร่งขรึมจริงจัง ตบอกรับประกันว่า คุณหนูวางใจเถิดเจ้าค่ะ ในครัวมีสายของพวกเราอยู่ บ่าวจะต้องสืบรู้ตัวคนร้ายแน่นอนเจ้าค่ะบังอาจวางยาทำร้ายคุณหนูของพวกนางหรือ  ไม่ว่าเป็นผู้ใด นางก็จะสู้ให้ถึงที่สุด!

คนของเรือนฝูหรงล้วนห้าวหาญเช่นนี้นับว่าดีมาก

ดวงตาดำขลับดุจหมึกของซูอิ่งเปล่งประกายวาววับใต้แสงตะวันเจิดจ้า

ภายในเวลาไม่ถึงสามวัน ลวี่เหินเริ่มจากห้องครัว สืบผ่านคนจ่ายตลาดและเส้นสายต่างๆ จนรู้ตัวคนวางยาตัวจริงในที่สุด ที่แท้ก็คือซุนซื่อ!

ซูอิ่งยิ้มเย็น เป็นนางจริงๆ! ดี ดีเหลือเกิน

นางเองก็อยากหาโอกาสถามซุนซื่ออยู่เหมือนกันว่าในปีนั้นมารดาของนางตายด้วยฝีมือของซุนซื่อใช่หรือไม่ และการที่พี่ชายนางจมน้ำตายนั้น ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับซุนซื่อเหมือนกันใช่หรือไม่

 

เรือนฝูหรง

บรรดาบ่าวไพร่ที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันต่างตกอยู่ในนิทรา เสียงกรนเบาๆ ดังขึ้นเป็นครั้งคราว

ในความมืดมิด ซูอิ่งที่นอนบนเตียงไม้แกะสลักพลันลืมตาขึ้น ดวงตาคู่งามฉายแววเย็นยะเยือก เปล่งประกายจับตา ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงครืดคราดดังมาจากในสวน เสียงนั้นเบามาก ทว่าลอยมาอย่างต่อเนื่อง ฟังดูคล้ายกับเสียงเลื้อยคลานของสัตว์ลำตัวนิ่มบางชนิด

คุณหนู บ่าวเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรนะเจ้าคะลวี่เหินที่นอนเฝ้าเวรบนเก้าอี้เล็กขยี้ตาที่ปรือ อ้าปากหาวหวอด ลุกขึ้นนั่งสะลึมสะลือ

ซูอิ่งส่งสัญญาณห้ามลวี่เหินส่งเสียง จากนั้นจึงลุกเดินไปริมหน้าต่าง ด้านนอกมีกลิ่นคาวรุนแรงค่อยๆ ปกคลุมอากาศช้าๆ ชวนให้คลื่นเหียน

ภายใต้แสงจันทร์สลัว ซูอิ่งมองไปยังต้นตอของกลิ่นเหม็นร้ายกาจ รูม่านตาพลันหดลงเล็กน้อย สองมือข้างลำตัวกำหมัดแน่น

เงาดำเส้นใหญ่เลื้อยเลาะกำแพงมุ่งหน้ามายังห้องด้านใน มันผงกหัวชนประตูไม้ไม่หยุด อีกไม่กี่อึดใจประตูคงเปิดออก มันคืองูหม่าง[1]ยาวประมาณสิบห้าฉื่อ ลำตัวอ้วนหนาราวถังน้ำ เวลานี้แลบลิ้นสีเลือดหมูพ่นไอดำออกมาอย่างดุร้าย กลิ่นเหม็นคาวนั้นก็คือกลิ่นไอดำที่มันพ่นออกมานั่นเอง

ซูอิ่งขมวดคิ้ว หรี่ตา สายตาคมกริบประดุจคมดาบ นางตวัดตามองไปยังมุมลับตาแห่งหนึ่งนอกห้อง ดูเหมือนใครบางคนซ่อนตัวอยู่ที่นั่น คนที่รอหัวเราะเยาะนาง หากเดาไม่ผิดคงเป็นชายชุดดำที่ถูกทุกคนรุมฟาดเมื่อครั้งก่อน

ดวงตาใสวาวของซูอิ่งฉายแววอันตราย อยากขู่ขวัญนางใช่หรือไม่ ซูอิ่งคลี่ยิ้มเย็น เปิดประตูเดินออกไปทันที แทนที่จะรอให้งูดันประตูเข้ามาทำให้ห้องสกปรก สู้กำจัดมันทิ้งเสียตั้งแต่ในสวนดีกว่า เรือนฝูหรงมีแต่สตรีแบบบางอ่อนแอ คนที่จัดการงูหม่างตัวเขื่องนี้ได้มีเพียงนางเท่านั้น

คุณหนู!ลวี่เหินร้อนใจจนกระทืบเท้าเร่าๆ นางเองก็เห็นงูยักษ์แล้ว ถึงได้ตกใจจนมือไม้เย็นเฉียบเช่นนี้ เหตุใดคุณหนูจึงเปิดประตูออกไปเล่า

ผู้ที่เร้นกายในมุมมืดก็คือหลิงเฟิง ไม่กี่วันก่อนเขากลับไปพร้อมความพ่ายแพ้ รู้สึกอัปยศยิ่ง ไม่นานนักจึงนำงูหม่างกลับมาแก้มือใหม่ เขาไม่เชื่อว่าคุณหนูรองสกุลซูผู้นี้จะไม่กลัวทั้งผีและงู เพราะจะว่าไปแล้ว นางก็แค่คุณหนูที่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในจวน ประเดี๋ยวนางตกใจจนคลุ้มคลั่งเสียสติเมื่อไร การแต่งงานครั้งนี้ก็ต้องล้มเลิกไป คราวนี้เขาก็กลับไปรายงานนายท่านได้เสียที

ในขณะที่หลิงเฟิงรอดูซูอิ่งตกใจจนฉี่ราดและกรีดร้องอย่างเสียจริตนั้น นางกลับเปิดประตูเดินออกมาอย่างอาจหาญและหนักแน่น ดวงตาเขาเบิกโพลง แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง

หากมองจากตำแหน่งที่เขาอยู่ยามนี้ คุณหนูรองสกุลซูยิ้มน้อยๆ ใต้แสงจันทร์หนาวเหน็บราวดอกถาน[2]ที่แบ่งบานในยามค่ำคืน พริบตานั้นหลิงเฟิงรู้สึกราวถูกสะกดวิญญาณ

ตอนที่งูหม่างตัวใหญ่ยักษ์แลบลิ้นสีแดงคล้ำ แล้วอ้าปากกว้างพุ่งเข้าใส่ซูอิ่งอย่างดุร้ายนั้น หลิงเฟิงยังรู้สึกทำใจไม่ได้ เหงื่อเย็นผุดพรายที่กำปั้น ร้องสิ รีบร้องสิ! ขอเพียงนางร้องออกมา เขาก็จะจับงูกลับไปทันที

น่าผิดหวังที่ซูอิ่งไม่ร้องขอความช่วยเหลืออะไรทั้งนั้น นางยืนนิ่งอยู่ในสวน สีหน้าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็ง งูหม่างอยู่ใกล้นางมากแล้ว มากจนแทบจะกลืนนางได้ในคำเดียว ทันใดนั้นซูอิ่งหยิบกริชวาววับสองเล่มออกมาจากแขนเสื้อ ปาใส่ดวงตาทั้งสองข้างของงูหม่างอย่างรวดเร็วและแม่นยำ



[1] งูขนาดใหญ่ เช่น งูเหลือม งูหลาม

[2] หรือดอกไม้แห่งรัตติกาล แบ่งบานเฉพาะตอนกลางคืนและมีระยะเวลาบานสั้นมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.597K ครั้ง

1,054 ความคิดเห็น

  1. #186 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 19:09
    อู้วววว เอาแล้ววว
    #186
    0
  2. #66 Xiao-ming (@Xiao-ming) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 18:52
    เราแปลกใจอย่างที่นางไม่เคยคิดอยากจะสืบต้นตอเรื่องราว คอยเอาแต่รับมือระวังตัว ไม่คิดสู้หาตัวคนทำเลยสักนิด ขัดนิสัยพิกล
    #66
    0
  3. #65 Poko0507 (@Poko0507) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 18:27

    รอต่อไป555
    #65
    0
  4. #64 queentea (@fairy-pitta) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 17:41

    หลิงเฟิงเอ๋ย ใครกันแน่ที่ต้องตกใจ 55555

    #64
    0
  5. #63 ไผ่ล้อม (@tedsuka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 16:01
    สนุกมาก
    #63
    0
  6. #62 lwintergreenl (@lwintergreenl) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 15:29
    น้องงงงงงงงงู 😭
    #62
    0
  7. #61 þ姆êl (@mint09za) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 14:22
    รอออออ
    #61
    0
  8. #60 pathitta9449 (@pathitta9449) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 13:56

    เอาหนังสือของเจ้ามาให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้!!!!

    #60
    0
  9. #59 pop_zaza (@SunidaLuangjam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 12:28
    ท่านอ๋องพ่ายแพ้อีกแล้ว555
    #59
    0
  10. #58 AYTHAI (@AYTHAI) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 11:22
    อย่าให้สองคนนั้นมาพบกันเร็วๆ เลยล่ะคงจะสนุก
    #58
    0
  11. วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 10:13

    มาแล้วววว
    #56
    0
  12. #54 3327Wiehle (@3327Wiehle) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 09:46

    อยากให้มีอีบุ๊ค

    #54
    0
  13. #53 Panjarat56 (@Panjarat56) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 09:43
    รู้สึกว่าจะแพ้อีกรอบนะงานนี้จะเจ็บหนักกว่ารอบที่แล้วมั้ยเนี่ย 555
    #53
    0
  14. #52 daruneecute (@daruneecute) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 09:17
    อยากได้หนังสือเร็วๆฟแล้ว
    #52
    0
  15. #51 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 09:10

    นางโกรธแล้ว คอยดูเถอะ เดี๋ยวนางถลกหนังงูมาทำกระเป๋าเสียเลย

    #51
    0