[นิยายแปล] ยอดนักสืบราชวงศ์หมิง

ตอนที่ 7 : 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

ปริศนาของอาหนู

 

จักรพรรดิเซวียนเต๋อทรงวุ่นอยู่กับการหลอมโอสถอายุวัฒนะในวังใน

สองสามปีมานี้พระพลานามัยย่ำแย่ลงทุกที ครึ่งปีที่ผ่านมาทรงวิงเวียนพระเศียร พระหัตถ์และพระบาทเย็น พระนลาฎมีพระเสโทหลั่งออกมาบ่อยครั้ง พระเนตรฝ้าฟาง มีเสียงอื้ออึงในพระกรรณ พระองค์ทรงทราบว่าสาเหตุเกิดจากความมักมากในกามคุณทำลายพระพลานามัย ปกติจะเสวยเขากวางอ่อน องคชาติแพะ แต่ไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องทรงอยู่ห่างจากเหล่าพระสนม

บรรดานักพรตหมอผีในวงนักเลงหลอกพระองค์ว่าต้องเสวยยาอายุวัฒนะจึงจะมีพระชนม์ยืนยาว ได้ถวายตำรับยาร้อยแปด เมื่อทอดพระเนตรตำรับยาเหล่านี้ก็ยิ่งเวียนพระเศียรหนักขึ้น จึงทรงเลือกเทียบยาที่น่าเชื่อถือเพียงสองสามอย่าง เสวยยาเหล่านี้ทุกวัน แต่ไม่ทรงทราบว่ายาเหล่านี้เป็นภัยทั้งต่อพระวรกายและพระทัย

ควันสีดำค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือเตาหลอมยา ขันทีสองสามคนกำลังเติมฟืนใส่เตาหลอมยา จักรพรรดิเซวียนเต๋อทอดพระเนตรคนผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควัน คนผู้นี้ร่างกายสูงใหญ่ สวมชุดสีเหลือง นี่มิใช่พระองค์เองหรือ หรือว่าทรงเป็นหนุ่มขึ้นแล้ว จากนั้นก็ทรงตั้งพระสติ จึงเห็นชัดแล้วว่าคนที่อยู่เบื้องพระพักตร์ก็คือโจวอ๋องจูโหย่วเจวีย

“ฝ่าบาท อวี๋เชียนคลี่คลายคดีชาวมองโกลได้แล้ว คนร้ายชื่อหลางคุน เป็นคนรักของหงอวิ๋น หญิงสาวที่ตาย หลางคุนไม่อยากให้หงอวิ๋นมาเมืองหลวงเพื่อรับใช้ฝ่าบาท จึงสังหารนางเสีย หลังจากนั้นก็ฆ่าตัวตายพ่ะย่ะค่ะ”

จักรพรรดิเซวียนเต๋อแย้มพระโอษฐ์หยัน “พวกนั้นไม่เห็นราชสำนักอยู่ในสายตา นี่เท่ากับหมิ่นเบื้องสูงใช่หรือไม่”

“โปรดอย่ากริ้วพ่ะย่ะค่ะ ลู่อิน หัวหน้าพวกเขารับปากแล้วว่า ปีหน้าจะเพิ่มสาวงามให้เป็นการไถ่โทษ ชาวมองโกลคณะนี้เข้าพักในสถานีพักม้าของเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

จักรพรรดิเซวียนเต๋อโบกพระหัตถ์ “ช่างเถอะ เจ้าไปเยี่ยมคนมองโกลพวกนั้นหน่อย สืบดูว่าเป็นอย่างไร แล้วถือโอกาสวาดรูปสาวงามอีกคนส่งมาให้เจิ้นดู”

โจวอ๋องคุกเข่าลงถวายบังคม น้อมรับพระบัญชาแล้วกลับไป

 

โจวอ๋องออกจากวังหลวงแล้วเลี้ยวเข้าถนนที่ผู้คนพลุกพล่าน

เขามองผ่านม่านหน้าต่างสีเหลืองออกไปนอกเกี้ยว มองดูผู้คนสัญจรไปมา

มีแผงขายเนื้อสุนัขอยู่ริมถนน ชาวเมืองหลายคนใส่เสื้อนวมนั่งล้อมแผงกินหม้อไฟเนื้อสุนัขจนเหงื่อแตก กินไปด้วยเล่นทายนิ้วไปด้วย

ฝั่งตรงข้ามแผงขายเนื้อสุนัขเป็นร้านขายเนื้อแพะ ข้างร้านปักป้ายว่า “เหล้า” ไว้ ลูกค้าในร้านล้วนแต่เป็นผู้มีอันจะกิน เถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อร์ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เดินเข้าๆ ออกๆ ร้องต้อนรับแขกไม่ขาดปาก

เดินไปข้างหน้าอีกหน่อยป้าคนหนึ่งกำลังซื้อผักกาดขาว ต่อรองราคากับชาวสวน ป้าต่อราคามากเกินไป ชาวสวนไม่ยอม ป้าหยิบผักกาดขาวแล้วเดินไป ชาวสวนคว้าเสื้อนางไว้ บอกให้นางจ่ายเงินค่าผักกาด แต่ทำให้เสื้อนางฉีกขาด

นางร้องด่า บอกว่าชาวสวนเป็นอันธพาล จะลวนลามนาง มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมามุงดู ชาวสวนเหมือนน้ำท่วมปากไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดี

คนขับรถม้าเดินอยู่หน้ารถ ใช้แส้เปิดทางให้โจวอ๋อง

ข้างหน้าก็คือสถานีพักม้า ขณะนั้นเองเด็กชายอายุราวสี่ห้าขวบวิ่งตัดหน้ารถม้า อยากจะเลิกดูม่านรถว่าข้างในเป็นอย่างไร คนขับรถม้าตกใจ รีบใช้แส้ฟาดถูกหน้าผากเด็ก

เด็กถูกคนขับรถม้าฟาดล้มลงก็นั่งร้องไห้โฮอยู่บนพื้น

“นายท่านคนนี้รังแกเด็กนี่นา” เด็กสาวชาวมองโกลร่างผอมสูง สวมชุดขนสัตว์สีขาว กอดกระรอกตัวหนึ่งไว้ ยืนยิ้มร่าอยู่หน้าสถานีพักม้า เด็กสาวคิ้วดกดำ สันจมูกเล็ก ริมฝีปากบาง แต่ผิวดูหยาบกร้านเพราะเผชิญกับลมทะเลทราย พอนางเอ่ยปากพูดก็มีชาวบ้านเข้ามามุงดู

ทุกคนเห็นรถม้าคันนี้ใช้ด้ายไหมสีเหลืองถักเป็นม่านรถก็แปลกใจและหวาดกลัว คนขับรถม้ามีท่าทางกระอักกระอ่วน เขาเหน็บแส้ไว้ที่เอว แล้วตั้งใจจะลากตัวเด็กออกไป แต่คาดไม่ถึงว่าเด็กชายจะคว้าข้อมือคนขับรถม้าแล้วกัดเต็มแรง คนขับรถม้าร้องด้วยความเจ็บปวด

ดูเหมือนเด็กสาวมองโกลจะมองออกแล้วว่าเป็นโจวอ๋อง นางยิ่งรู้สึกสนุก หัวเราะเบิกบานใจยิ่งขึ้น นางยืนบิดเอวไปมา ยืนพิงกรอบประตูสถานีพักม้า ใช้มือขวาเชยคาง

ถึงตอนนี้โจวอ๋องจำเป็นต้องโผล่หน้าออกมาจากรถ พูดด้วยความโมโหว่า “เอาเงินให้เด็กไปเสีย”

เด็กสาวมองโกลลูบกระรอกเบาๆ นางหัวเราะคิกๆ แล้วว่า “ท่านอ๋องไม่เข้าใจ เด็กก็เหมือนลูกแมวลูกสุนัข ต้องปลอบเอาใจ มิใช่ขู่” นางเดินตรงมาอุ้มเด็กชายขึ้น ช่วยเป่าหน้าผากเด็ก เด็กร้องไห้ครู่หนึ่งแล้วชี้ไปที่ร้านขายผลไม้เชื่อมริมถนน “ข้าอยากได้นั่น”

โจวอ๋องถอนหายใจ แล้วสั่งคนขับรถม้าให้ซื้อผลไม้เชื่อมทั้งหมดบนถนนสายนี้เอาให้เด็กคนนั้น คนขับรถม้าเดินแหวกกลุ่มคนวิ่งออกไป

เด็กสาวมองโกลยิ้มแล้วพูดว่า “นับว่าท่านอ๋องว่าง่ายแล้ว”

โจวอ๋องพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง “ข้าคือโจวอ๋องแห่งราชวงศ์นี้ นับว่าเป็นเชื้อพระวงศ์คนหนึ่ง เจ้าคืออาหนู สาวงามที่เผ่าถ่าซูถวายให้จักรพรรดิใช่หรือไม่ คราวก่อนเจอกันแล้ว”

อาหนูยิ้มพลางพยักหน้า

 

สิบห้านาทีต่อมาโจวอ๋องนั่งอยู่ในห้องโถงของสถานีพักม้าแล้ว ชาวมองโกลทั้งสิบสองคนยืนอยู่ในห้องโถง มองดูโจวอ๋อง โจวอ๋องกินขนมที่ลู่อินนำมาให้

ลู่อินพูดว่า “ท่านอ๋อง พวกเราไม่สามารถเชื่อคำอธิบายของใต้เท้าอวี๋ในคดีนี้ได้ โดยเฉพาะใต้เท้าอวี๋เชียนนักสืบเทวดากลายเป็นนักโทษเสียเอง พวกเราหวังว่าจะหาคนอื่นมาทำคดีแทน ตรวจสอบให้กระจ่างขอรับ”

 โจวอ๋องฟังลู่อินพูดจบก็โยนจานขนมลงบนโต๊ะ พูดด้วยความไม่พอใจว่า “ผู้อาวุโสลู่อิน หลางคุนกับหงอวิ๋นต่างเป็นคนของเจ้า สองคนนั้นเป็นคนรักกันหรือไม่ เจ้าย่อมรู้ดีที่สุด”

ลู่อินเป็นคนนอกด่าน พูดจาโผงผาง “หงอวิ๋นคือของขวัญที่พวกเราถวายจักรพรรดิ นางไม่ได้รับอนุญาตให้มีความรักกับใคร ส่วนที่ว่าหลางคุนแอบรักหงอวิ๋นนานแค่ไหนแล้ว พวกเราไม่รู้”

ในดวงตาโจวอ๋องฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมา “เจ้ายอมรับว่าหลางคุนแอบหลงรักหงอวิ๋นใช่หรือไม่”

ลู่อินมิอาจปฏิเสธ ได้แต่จ้องมองโจวอ๋องเงียบๆ

สีหน้าโจวอ๋องแสดงอาการสะใจ “ข้าไม่ทำให้พวกเจ้าลำบากใจหรอก ให้เจ้าเขียนหนังสือรายงานเรื่องที่หลางคุนแอบรักหงอวิ๋น พรุ่งนี้มอบให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แม่นางอาหนู แต่งหน้าแต่งตัวให้ดี ประเดี๋ยวจะมีช่างวาดมาวาดรูปเจ้า เพื่อถวายให้จักรพรรดิทอดพระเนตร”

อาหนูท่าทางดีใจ “บ่าวอยู่นอกด่าน ยังไม่เคยมีใครวาดรูปให้บ่าว หลางคุนของพวกเราก็เป็นจิตกรมือเอก เขากับหงอวิ๋นมีใจต่อกันตอนวาดรูป”

โจวอ๋องรู้สึกระแวงทันที ความระแวงนี้จนกระทั่งก่อนที่อวี๋เชียนจะช่วยแก้ข้อกังขานี้ เขาก็ยังไม่รู้ว่าตนเองถูกดึงเข้าไปในหลุมพราง เขานึกสงสัยว่าอาหนูเป็นสาวงามที่ชาวมองโกลถวายจักรพรรดิจริงหรือ

 

ในช่วงบ่ายยามเว่ยสือ[1] ชายชราหน้าขาวนั่งเกี้ยวมาที่สถานีพักม้า เขาคือฟางเชียนเฮ่อ ช่างวาดประจำพระองค์ของจักรพรรดิเซวียนเต๋อ อาหนูยิ้มระรื่น แล้วนำฟางเชียนเฮ่อไปที่ห้องด้านตะวันตกของสถานี

โจวอ๋องนั่งรออยู่ในห้องโถง ถือโอกาสคุยขนบธรรเนียมและสถานที่ต่างๆ ในมองโกลกับผู้อาวุโสลู่อิน ลู่อินเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจาไม่อ้อมค้อม เขาหยิบกาเหล้าทำด้วยเงินออกมา เชิญโจวอ๋องดื่มเหล้านมม้า

โจวอ๋องรู้ดีว่าการพูดคุยกับชาวมองโกลถ้ามัวยึดแบบแผนกลับจะทำให้อีกฝ่ายรำคาญ จึงรับเหล้ามาดื่มจนหมด

ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของอาหนูดังแว่วมาจากห้องตะวันตก จากนั้นฟางเชียนเฮ่อก็วิ่งตาเหลือกออกมาจากห้องนั้น มาคุกเข่าตรงหน้าโจวอ๋อง โขกศีรษะคารวะไม่หยุด

โจวอ๋องประหลาดใจ เมื่อเขาผลักประตูห้องตะวันตกออก ก็เห็นอาหนูกำลังปลดกระดุมเสื้อ ขณะนั้นไหล่สองข้างและขาข้างหนึ่งเผยออกมาแล้ว อาหนูเห็นโจวอ๋อง กลับปัดปอยผมบนไหล่ สีหน้าดูไร้เดียงสา

โจวอ๋องตกใจ รีบยกแขนเสื้อขึ้นบังสายตา ใบหน้าแดงเรื่อ ทั้งอายทั้งโมโห “ช่างวาดจงหยวนวาดรูปคน ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าออก! พวกเจ้าคนต่างชาติไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมของจงหยวน ข้าไม่ถือโทษเจ้าหรอก รีบใส่เสื้อผ้าเสีย” พูดจบก็เดินออกจากห้องตะวันตก

พอโจวอ๋องพูดจบ อาหนูกลับหัวเราะเสียงดังขึ้น

ค่ำนั้นในที่สุดฟางเชียนเฮ่อก็วาดรูปอาหนูเสร็จ แล้วมอบให้โจวอ๋อง

โจวอ๋องถือรูปวาดมาดูอย่างละเอียด ภาพอาหนูขี้เล่น ท่าทางมีเสน่ห์ โจวอ๋องนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกลางวันก็รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ยังนำรูปวาดไปถวายจักรพรรดิ

ระหว่างเดินทางกลับ โจวอ๋องนั่งอยู่ในรถม้า จู่ๆ ก็มีหมอกขาวลอยอยู่ตรงหน้า อาหนูเมื่อครู่ค่อยๆ กลายเป็นเงาสีขาวสลัว
ร่างโจวอ๋องโงนเงน แล้วฟุบลงกับผนังรถ พยายามฝืนไม่ไห้ล้มลง

เงาขาวสลัวของอาหนูลอยมาหาโจวอ๋อง กลิ่นเปรี้ยวขื่นลอยเข้าจมูกโจวอ๋อง โจวอ๋องเริ่มสติเลอะเลือน หน้าผากมีเหงื่อซึม รู้สึกหน้ามืด ในที่สุดก็ล้มลงหมดสติในรถม้า

เมื่อโจวอ๋องฟื้นขึ้นในวันต่อมา กลับได้ข่าวที่น่าตกใจสามเรื่อง ลูกกุญแจคุกกรมอาญาที่เก็บรักษาไว้ในจวนโจวอ๋องถูกขโมยไป สมาชิกพรรคดาวดำที่ถูกขังในคุกกรมอาญาถูกสังหารหมด อวี๋เชียน รองหัวหน้าสำนักต้าหลี่หายตัวไป!


 



[1] ช่วงระหว่างบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #6 jeabmedy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 14:00
    ยอมคะ อ่านแล้ว งง แนวเรื่องไม่ปะติดปะต่อ งง มาก
    #6
    0