[นิยายแปล] ยอดนักสืบราชวงศ์หมิง

ตอนที่ 5 : 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    9 ก.ค. 62

วิชาเด็ดใบไม้บุปผาบิน

 

ความมืดค่อยๆ ปกคลุม

ที่นี่คือสุสานของหวังเสวียน คหบดีผู้มีชื่อเสียงแห่งเมืองหลวง ร่มไม้ที่รกครึ้มของต้นสนและต้นไป๋บังหลุมศพเจ็ดหลุม หลุมศพที่อยู่ทางริมด้านตะวันออกเป็นกลุ่มที่ใหม่ที่สุด บนนั้นยังไม่มีหญ้าขึ้นรก ป้ายหน้าหลุมศพมีข้อความว่า “หลุมศพภรรยาสุดที่รัก นางสวีม่ายเซียง

ชายสวมเสื้อดำแบกพลั่วเดินมาหน้าหลุมศพ ท่าทางลับๆ ล่อๆ ชายผู้นี้คุกเข่าลงคารวะป้ายหน้าหลุมศพนางสวี จากนั้นก็หยิบพลั่วขึ้นเริ่มลงมือขุดหลุมศพ คนผู้นี้เป็นคนในวงการนักเลงเรียกว่าเหล่าโต้ว ทำอาชีพนี้มาหลายปีแล้ว เวลาส่วนใหญ่เหล่าโต้วไม่ได้ปรากฏตัวที่สุสาน แต่นั่งดื่มชาอยู่ในโรงน้ำชาหรือนอนแช่น้ำร้อนอยู่ในโรงอาบน้ำ อาศัยสถานที่เหล่านี้สืบข่าวว่าสุสานใหม่ของตระกูลใดฝังของมีราคา

นางสวีเป็นภรรยาน้อยที่หวังเสวียนรักที่สุด ของที่ฝังร่วมกับศพย่อมต้องมีราคาสูง

ในที่สุดเหล่าโต้วก็ขุดถึงโลงศพ แล้วค่อยๆ เปิดฝาโลงออก ศพหญิงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเหล่าโต้ว ศพถูกฝังไม่นาน บนตัวศพเต็มไปด้วยยาที่ทากันการเน่าเปื่อย ร่างศพยังสมบูรณ์ดี เหล่าโต้วตื่นเต้นมาก กระโดดลงไปในโลง พลิกหาเครื่องประดับและอัญมณีที่ฝังร่วมกับศพ

“เจ้าชอบนางหรือไม่” มีเสียงดังขึ้นด้านหลังของเหล่าโต้ว

“ชอบสิ ข้ารักนางแทบตาย อยากใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับนาง ฮ่าๆ”

เหล่าโต้วค้นหาของมีค่าพลางพูดไปด้วย

ทันใดนั้นมือเขาก็ชะงัก หยุดรื้อค้น

ใครพูดกับข้า?

เหล่าโต้วหันขวับไปทันที เห็นเด็กสาวอายุราวสิบสี่สิบห้ายืนอยู่ในความมืดยามค่ำคืนใต้เงาต้นไม้ใหญ่ นางสวมกระโปรงขาว ชูพลั่วในมือขึ้นสูง เหล่าโต้วยังไม่ทันตั้งสติ ก็ถูกเด็กสาวใช้พลั่วฟาดเข้าที่ท้ายทอย

เหล่าโต้วถูกฟาดจนหน้ามืด ล้มลงในหลุมศพทันที

เด็กสาวโยนพลั่วทิ้งแล้วกระโจนลงไปในหลุมศพ ยกร่างเหล่าโต้วลงไปในโลง ใบหน้าเหล่าโต้วแนบกับใบหน้าศพ จากนั้นก็ปิดฝาโลง “เหล่าโต้ว เจ้าขโมยขุดสุสานมานับไม่ถ้วน สมควรรับกรรมนานแล้ว เจ้าชอบนางมิใช่หรือ อยากอยู่กับนางชั่วชีวิต เช่นนั้นข้าก็ฝังพวกเจ้าไว้ด้วยกันละนะ” เด็กสาวคล้ายครุ่นคิดอะไร นั่งยองๆ ข้างหลุมศพ เอามือสองข้างเท้าคาง ท่าทางใจลอย

ทันใดนั้นเด็กสาวก็ลุกพรวดขึ้น มองดูใต้ต้นไม้ที่ห่างออกไป

ที่ใต้เงาต้นไม้มีชายชุดแดงยืนอยู่ ถือดาบในมือ มีป้ายเอวแขวนไว้ มีข้อความว่า “ราชองครักษ์วังหลวง หลินม่อ

หลินม่อพูดว่า “เจ้ากำลังคิดว่าถ้าเจ้าฝังเขาด้วยตนเอง คงจะเหนื่อยมาก ถ้าหาคนช่วยได้ก็คงดี ใช่หรือไม่ จื่ออิน”

พอเด็กสาวได้ยินหลินม่อเรียกชื่อนาง สีหน้าที่เครียดก็ค่อยๆ จางลง “ที่แท้ก็พี่หลินคนใกล้ชิดไท่โฮ่ว ท่านมาหาเยี่ยจิงหง พี่ชายของข้า อยากให้ข้าช่วยนำทาง แล้วจดหมายของใต้เท้าอวี๋เล่า”

หลินม่อแปลกใจมากที่จื่ออินสามารถพูดความในใจของเขาออกมาได้

จื่ออินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ข้าเรียนกับใต้เท้าอวี๋มานาน คาดเดาง่ายมาก ท่านต้องรีบไปกับข้า ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีงิ้วสนุกให้ดู”

หลินม่อช่วยจื่ออินกลบหลุมศพ ชาตินี้เหล่าโต้วมิอาจหนีจากแก้วแหวนเงินทองที่ตนเองรักได้อีกแล้ว

ทั้งสองมาถึงหน้าคฤหาสน์ใหญ่โตแห่งหนึ่ง กำแพงสีขาว กระเบื้องสีเทา ประตูใหญ่สีแดง

จื่ออินเดินตรงมาเคาะประตู ประตูเปิดแง้มออกเป็นช่อง ด้านในประตูมีหญิงร่างสูงใหญ่นางหนึ่งยืนอยู่ สวมเสื้อและกระโปรงสีม่วงแดง บนศีรษะประดับเพชรพลอย ใบหน้าผัดแป้งหนาเตอะ จากนั้นนางก็ล้มลงร่างกระแทกพื้น

หลินม่อรีบเข้ามาดู ใช้นิ้วจ่อจมูกนาง ไม่มีลมหายใจแล้ว ที่สะดุดตาก็คือที่ลำคอของหญิงผู้นี้มีใบไม้สีทองแวววาวเสียบอยู่ หลินม่อกุมด้ามดาบในมือแน่น แล้วกระโจนผ่านประตูเข้าไป พบศพบนพื้นระเกะระกะ ที่คอหอยของทุกศพล้วนมีใบไม้สีทองปักอยู่ หลินม่อดึงใบไม้สีทองออกมาดู พบว่าบางเฉียบ เส้นลวดลายบนใบชัดเจน ทำด้วยทองคำแท้

จื่ออินบอกว่า “พรุ่งนี้เช้า ทางการก็จะออกประกาศว่า ต้าหมิงเซวียนเต๋อปีที่สิบ หวงจี้ไฉ ขุนนางละโมบถูกมือสังหารในวงการนักเลงฆ่าล้างตระกูลรวมสิบสามคน”

 

เช้าตรู่วันต่อมา ที่ตลาดที่ผู้คนคึกคักทางใต้ของเมืองเป่ยจิง

ที่นี่เป็นโรงอาบน้ำที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ชื่อโรงอาบน้ำจิงหนานเหล่าทัง ผู้คนเรียกเถ้าแก่โรงอาบน้ำว่าเหล่าโจว เขาเป็นชาวซานซี ใบหน้าขาวไว้หนวดสั้น ร่างอ้วน เขาคบหาบรรดาบัณฑิตเพื่อหน้าตา ที่ข้อมือห้อยลูกคิดขนาดเล็กทำด้วยทองคำ ขณะนี้เหล่าโจวกำลังจดบัญชี คอยทักทายลูกค้าที่เดินเข้าออกเป็นพักๆ เสี่ยวเอ้อร์ร่างผอมถือถาดใส่เม็ดแตงและถั่วลิสง กำลังต้อนรับแขก

เหล่าโจวมองดูสมุดบัญชี รู้สึกแปลกใจ ลูกค้าที่มาอาบน้ำน้อยมาก มีเพียงขาประจำ เขาใช้พู่กันแต้มบนบัญชี พบว่าวันนี้มีลูกค้าเพียงสิบเจ็ดราย และที่ทำให้เขายิ่งแปลกใจมากขึ้นก็คือในสมุดบัญฃีมีใบไม้ใบหนึ่งเสียบไว้

เป็นที่รู้จักกันดีในเมืองหลวงว่าใบไม้ที่ทำจากแผ่นทองคำ เป็นอาวุธลับประจำตัวของจอมยุทธ์พเนจรเยี่ยจิงหง มีชื่อว่าอาวุธลับใบไม้ทองคำ เยี่ยจิงหงมีวิทยายุทธ์สูงส่ง นิสัยหยิ่งผยอง ใช้อาวุธโบราณประหลาด แต่เขาเป็นคนที่ยึดมั่นในคุณธรรม ทุกครั้งที่ลงมือต่อสู้ ถ้าอาจจะทำให้จานชามหรือโต๊ะเก้าอี้ของเจ้าของบ้านแตกหัก ก่อนลงมือก็จะเอาใบไม้ทองคำเสียบไว้ที่บานประตูเป็นการชดใช้

เวลานี้ใบไม้ใบนี้มาอยู่ในสมุดบัญชีของเหล่าโจว เขาคิดทบทวนจนหัวแทบระเบิดก็นึกไม่ออกว่าใบไม้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

เยี่ยจิงหงเป็นคนนิสัยประหลาด ไปมาไร้ร่องรอย เขาคงหมายตาโรงอาบน้ำของเหล่าโจวไว้แล้ว จะลงมือฆ่าฟันที่นี่ จึงส่งใบไม้ทองคำมาให้เป็นการชดเชย ดูแล้วคงทำได้แค่ไปหาช่างไม้มาซ่อมแซมเครื่องเรือนเท่านั้น

มีเสียงดังเอะอะมาจากนอกร้าน ชาวนาเฒ่าเสื้อผ้าเก่าขาด มุมปากมีน้ำลายยืด ถือไม้ไผ่ไว้ มีกล้องยาสูบเสียบที่เอว บอกว่าจะเข้ามากินข้าวในร้าน เหล่าโจวมีสีหน้าสงสัย หรือตาเฒ่านี่คิดว่าโรงอาบน้ำเป็นร้านอาหาร เหล่าโจวเดินมา บอกให้ชาวนาไปที่ร้านอาหารเล็กๆ ที่หัวถนน เห็นได้ชัดว่าชาวนาหูตึง ฟังไม่เข้าใจ ตาเฒ่าคว้าตัวเหล่าโจวแล้วพูดว่า “ข้าจะกินข้าว กินปลาน้ำแดงกับซาละเปาไส้กุยช่าย”

เหล่าโจวรู้สึกรำคาญ บอกเสี่ยวเอ้อร์ให้ไล่ตะเพิดชาวนาออกไป ชาวนาตั้งใจฟังที่เสี่ยวเอ้อร์พูด ดูเหมือนจะพอเข้าใจบ้างแล้ว จึงเดินหลังโกงออกไป เดินกะโพลกกะเพลกไปนั่งที่ม้านั่งเล็กของร้านซ่อมรองเท้าฝั่งตรงข้าม แล้วพูดคุยกับช่างซ่อมรองเท้า

เหล่าโจวไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี เดินกลับเข้าไปยังห้องอาบน้ำภายในร้าน เพื่อดูว่าเหลือลูกค้ากี่คน เขาคิดในใจว่าอีกประเดี๋ยวร้านตนจะกลายเป็นซากปรักหักพังแล้ว เช่นนั้นปิดร้านเร็วหน่อยจะดีกว่า ลูกค้าจะได้ไม่ถูกลูกหลง

ห้องอาบน้ำด้านในมีลูกค้าขาจรสองสามคนกำลังพูดคุยกัน แล้วเหล่าโจวก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าในห้องนี้ยังมีตาเฒ่าหลังโกงผอมแห้งนอนงีบอยู่ แต่ตอนนี้ไม่เห็นตาเฒ่านั่น ลางร้ายผุดขึ้นในใจเหล่าโจว เขานึกกังวล แล้วเดินผ่านบ่อน้ำร้อนไปยังด้านหลังโรงอาบน้ำ ด้านหลังเป็นห้องเก็บฟืนและถ่านไม้ มีลาตัวหนึ่งกำลังกินหญ้าอยู่

ชายแก่หลังโกงนั่งเอนพิงอยู่ที่โคนกำแพง

เหล่าโจวร้องเรียก “ลูกค้า หลับแล้วหรือขอรับ”

ชายแก่ไม่ตอบ ท่าจะแย่แล้ว

เหล่าโจวเดินมา พบว่าชายแก่นั่งคอพับ แขนสองข้างห้อยลงข้างตัวอย่างไม่มีแรง ที่น่าแปลกก็คือชายแก่ใส่เสื้อเพียงตัวเดียว ไม่เข้ากับอากาศที่หนาวเหน็บตอนนี้ เหล่าโจวตกใจ ยื่นนิ้วชี้ไปอังจมูกชายแก่ ชายแก่เสียชีวิตนานแล้ว จากนั้นร่างของชายแก่ก็เอียงคว่ำลงไปบนพื้น เผยให้เห็นรอยกดสีม่วงดำที่สองข้างของลำคอ

“ช่วยด้วย มีคนถูกบีบคอตาย!” เหล่าโจวตะโกนสุดเสียง แล้ววิ่งโซซัดโซเซไปทางประตูโรงอาบน้ำ ระหว่างทางสะดุดล้มสองครั้ง ขณะนั้นเองก็มีมือที่แข็งแรงยื่นออกมาบีบคอเหล่าโจว เหล่าโจวดิ้นรนกระเสือกกระสนจนมาถึงใต้เงากำแพง ชายร่างใหญ่ในชุดดำปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเหล่าโจว

ถึงตอนนี้ลูกค้าที่แช่น้ำพูดคุยกันอยู่เห็นชายชุดดำแล้ว ซ้ำยังบีบคอเถ้าแก่โรงอาบน้ำด้วย จึงตะโกนเอะอะขึ้นทันที ทุกคนไม่ทันสวมเสื้อผ้า ก็ทยอยกันวิ่งตัวเปียกโชกออกประตูร้านไป

ด้านนอกของโรงอาบน้ำจิงหนานเหล่าทังเป็นถนนที่ผู้คนพลุกพล่าน มีชายชาวซินเจียงหลายคนกำลังย่างเนื้อแพะร้องเรียกลูกค้าอยู่ หญิงวัยกลางคนสองนางแต่งหน้าทาแป้ง มองแวบเดียวก็ดูออกว่าเป็นแม่เล้า ยังมีพ่อค้ามากมาย ทั้งขายหม่านโถว ขายหุนทุน ขายข้าวสารและของอื่นๆ ทุกคนแปลกใจที่เห็นบุรุษเปลือยกายหลายคนวิ่งออกมาจากโรงอาบน้ำ

 

เหล่าโจวตะโกนเสียงแหบ ช่วยด้วย!แต่แรงบีบของคนปิดหน้ารุนแรงขึ้นทุกที จนเหล่าโจวหายใจไม่ออก

ทันใดนั้นข้อศอกซ้ายของชายปิดหน้าก็ถูกฟาดด้วยไม้ไผ่ ชายปิดหน้าหดแขนซ้ายด้วยความเจ็บปวดทันที ปล่อยมือออกจากเหล่าโจว แต่มือขวายังคงบีบคอเหล่าโจวอยู่

เหล่าโจวเพ่งมอง ที่แท้เป็นชาวนาที่จะมากินข้าวในโรงอาบน้ำ เขากวัดแกว่งไม้ไผ่ยืนอยู่หน้าประตูโรงอาบน้ำ

ชายปิดหน้าร้องถามเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าเป็นใคร”

ชาวนายกมือซ้ายขึ้น ดึงหน้ากากที่แนบติดผิวหนังออก

เป็นชายใบหน้าขาว สีหน้าเด็ดเดี่ยว ดวงตาดูเจิดจ้าเหมือนอวี๋เชียน อายุราวยี่สิบ ผิวกร้าน มุมปากห้อยลงตลอดเวลา ราวกับว่านานแล้วที่ไม่ได้หัวเราะอย่างเบิกบานใจ แต่ก็เป็นชายหนุ่มที่หน้าตาคมสัน

เหล่าโจวและชายปิดหน้ารู้แล้ว เขาก็คือเจ้าของใบไม้ทองคำนั่นเอง

ชายปิดหน้าพูดอย่างเย็นชา “เยี่ยจิงหง เจ้าบังอาจทำร้ายข้ารึ นักปลูกดอกไม้ในนั้น ข้าไม่ได้ฆ่าเขา พวกเจ้าจะโยนความผิดให้ข้า ต่ำทรามจริง!” เขาพูดพลางเพิ่มแรงกดที่มือขวา สองข้างลำคอของเหล่าโจวมีรอยเว้าสีม่วงเข้มแล้ว

เหล่าโจวดิ้นรนพลางถามว่า “จอมยุทธ์เย่ ใครฆ่าตาแก่คนนั้น...นี่มันเรื่องอะไรกันแน่”

เยี่ยจิงหงส่งสัญญาณให้เหล่าโจวหยุดพูด ขณะเดียวกันก็ทิ้งไม้ไผ่ไป แล้วพลิกฝ่ามือ ใบไม้ทองคำห้าใบถูกคีบไว้ในมือ คนปิดหน้ารู้ดี ถ้าเยี่ยจิงหงซัดอาวุธลับออกมา ตนคงรอดยาก จึงออกแรงบีบคอเหล่าโจว แต่ก็ไม่กล้าฆ่าเหล่าโจวตาย มิฉะนั้นก็ยากจะหนีรอดได้

รังสีสีเหลืองอ่อนวาบขึ้น คนปิดหน้ามองเห็นชัดเจน ใบไม้ทองคำห้าใบพุ่งมาที่ใบหน้าตนพร้อมกัน เขาหลบไม่ทัน เกิดเสียงดังฉึก ใบไม้ทองคำทั้งห้าใบปักลงบนกรอบประตูของประตูโรงอาบน้ำ ใบหนึ่งเสียบอยู่ข้างจอนผมคนปิดหน้า สองใบเสียบอยู่ข้างขมับสองข้าง อีกสองใบอยู่ข้างแก้ม คนปิดหน้าใจหายวาบ ยังไม่ทันตั้งสติก็รู้สึกชาที่ข้อศอกขวา ที่แท้เยี่ยจิงหงใช้เท้าซ้ายเตะ คนปิดหน้าใช้สองมือบีบคอเหล่าโจว จึงต้องใช้สองเท้าต้านเยี่ยจิงหง

“เยี่ยม!” ไม่รู้ว่ามีคนมามุงดูมากมายตั้งแต่เมื่อไร ผู้คนทยอยกันมาดูเรื่องสนุก

ขณะที่ผู้คนร้องชมนั่นเอง ประตูโรงอาบน้ำจิงหนานเหล่าทังก็ถูกเยี่ยจิงหงเตะจนแตกกระจาย จากนั้นหน้าต่างโรงอาบน้ำที่อยู่ติดถนก็พังเสียหาย

คนปิดหน้ารู้ดีว่าถ้าถนนถูกคนที่มุงดูอยู่ปิดขวางไว้ ตนเองคงต้องตายด้วยใบไม้ทองคำของเยี่ยจิงหงแน่นอน เขาจึงออกท่าลวงแล้วผลักเหล่าโจวเข้าใส่เยี่ยจิงหง จากนั้นคนปิดหน้าก็กระโจนโผขึ้นไปบนหลังคาโรงอาบน้ำ

เยี่ยจิงหงไล่ตามไปติดๆ ทั้งสองวิ่งไล่กันไปบนหลังคา ครู่เดียวก็หายไปจากสายตา

 

บนถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มามุงดู ต่างไม่รู้ว่าจอมยุทธ์เยี่ยจิงหงตามจับใคร ขณะเดียวกันอวี๋เชียนในชุดยาวสีเทา มีผ้าโพกศีรษะก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูโรงอาบน้ำจิงหนานเหล่าทัง ข้อมือที่หนังหุ้มกระดูกยังคงมีโซ่ล่ามไว้ ข้างหลังอวี๋เชียนมีราชองครักษ์หลินม่อ เจ้าหน้าที่กรมอาญาสี่นาย และแม่นางน้อยจื่ออิน

ผู้คนเดินห้อมล้อมเข้ามา จากนั้นก็พากันคุกเข่าลง

“ใต้เท้าอวี๋ ท่านช่วยชาวบ้านกำจัดกลุ่มขันทีอิทธิพล โปรดรับการคารวะจากพวกเราด้วย!

อวี๋เชียนยิ้มเจื่อน เขาก้มลงตั้งใจจะพยุงชาวบ้านที่อยู่ข้างตัว แต่พวกเขาไม่ยอมลุกขึ้น บางคนยังเริ่มปาดน้ำตา

จื่ออินพูดเบาๆ ว่า “ใต้เท้าอวี๋ ท่านไม่ไป ชาวบ้านก็ไม่ยอมไปหรอก”

อวี๋เชียนหัวเราะ “ใช่สิ พวกเราไปดูหวังหลี นักปลูกดอกไม้เถอะ หวังหลีแกล้งตายอยู่ข้างในกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว ขืนไม่ช่วยเขา อาจจะหนาวจนแข็งตายจริงๆ ก็ได้”

ที่หลังโรงอาบน้ำ ชายแก่คนนั้นเพิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นไม้ เขาก็คือหวังหลี นักปลูกดอกไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง ทั้งยังเป็นสหายเก่าของอวี๋เชียนด้วย เขาเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยอวี๋เชียนแสดงละครตบตา แน่นอนว่าย่อมตกใจไม่น้อย

อวี๋เชียนตรงเข้ามาหา ยิ้มแล้วพูดว่า “ขอบใจมากสหาย”

หวังหลีปาดเหงื่อบนใบหน้า ยิ้มเจื่อนแล้วว่า “ใต้เท้าอวี๋ ท่านช่างเจ้าอุบายจริงๆ”

อวี๋เชียนหันกลับมามอง หลินม่อกับจื่ออินยืนอยู่ในโรงอาบน้ำ ส่วนเจ้าหน้าที่สี่คนเฝ้าประตูร้านไว้

อวี๋เชียนมองดูรอบๆ แล้วว่า “ตอนนี้พวกเจ้าคงอยากฟังว่าข้ามีความเห็นอย่างไร เมื่อคืนข้าก็มั่นใจแล้วว่าสิ่งที่จะช่วยไขปริศนาการตายของหงอวิ๋นก็คือดอกไห่ถัง ดอกไห่ถังบานในฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อน เป็นไปไม่ได้ที่จะบานในหน้าหนาว นั่นก็คือดอกไห่ถังบนตัวหงอวิ๋น ต้องแช่ในน้ำยาตั้งแต่หน้าร้อน เพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย หวังหลีเป็นนักปลูกดอกไม้อันดับหนึ่งในเป่ยจิง ถ้าอยากรู้ว่าคนร้ายซื้อน้ำยาแช่ดอกไม้จากใคร ย่อมต้องสอบถามหวังหลี และแล้วก็เป็นไปดั่งคาด หน้าร้อนปีนี้มีคนชุดดำซื้อน้ำยาที่ว่าจากหวังหลี  เวลานี่หงอวิ๋นถูกฆ่าตาย คนชุดดำนั่นย่อมต้องฆ่าหวังหลีปิดปาก เพื่อไม่ให้เป็นภัยในภายหลัง ดังนั้นเมื่อคืนวานข้าจึงเขียนจดหมายสองฉบับ ฉบับที่หนึ่งให้หวังหลี ขอให้เขาช่วยแสดงละครตบตา แกล้งตายในโรงอาบน้ำ เพื่อล่อคนชุดดำออกมา ฉบับที่สองให้เยี่ยจิงหง ขอให้เขาช่วยอารักขาหวังหลีและจับคนร้าย เรื่องต่อจากนั้นทุกคนก็เห็นแล้ว คนชุดดำทำอะไรไม่ถูก รีบเผ่นหนีไป ขอเพียงพวกเราจับคนชุดดำได้ก็จะรู้ว่าทำไมหงอวิ๋นถึงตาย”

หลินม่อ จื่ออิน และหวังหลีต่างพยักหน้าด้วยความนับถือ

อวี๋เชียนหันมาพูดกับจื่ออิน “วิชาแปลงโฉมของเจ้ายอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆ เจ้าช่วยพี่ชายปลอมตัวอย่างนี้ สามารถหลอกทุกคนได้”

จื่ออินเอามือไพล่หลัง พูดอย่างกระหยิ่มใจ “วันหน้า ข้าจะจับพี่ข้าปลอมเป็นยายเฒ่า ดูสิว่าจะมีใครดูออกหรือไม่ ใต้เท้า คดีนี้เหมือนเขาวงกต เป็นเขาวงกตที่ปูด้วยดอกไห่ถังเจ้าค่ะ”

อวี๋เชียนว่า “ไม่ว่าจะเป็นเขาวงกตแบบไหน ย่อมมีวิธีแก้”

ขณะนั้นเองมีขอทานน้อยเสื้อผ้ารุ่งริ่งวิ่งผ่านประตูเข้ามา “ใครคือใต้เท้าอวี๋ มีคนชื่อเยี่ยจิงหงให้ข้ามาบอกใต้เท้าอวี๋ว่าเกิดเรื่องแล้ว! ใต้เท้าอวี๋รีบตามข้าน้อยไป!

ในดวงตาอวี๋เชียนเปล่งประกายขึ้นทันที


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น