[นิยายแปล] หนึ่งใจมีไว้รักคุณ

ตอนที่ 9 : 6 รสชาติของบราวนี่ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

ถ้าคุณว่าง ฉันจะรอคุณนะคะ ผู้หญิงคนนั้นพูดต่อ ฉันคิดว่าเรื่องนี้คุณมีสิทธิ์รู้

เวิงอวี่กำมือถือแน่น ในหัวมีเสียงร้องเตือน ระบบความคิดและตรรกะทั้งมวลรวนเรไปหมด ได้แต่ตอบเสียงแข็งราวหุ่นยนต์ ได้ค่ะ

วางสายไปแล้ว ตอนนี้เธอกลับนึกอะไรไม่ออกเลย สิ่งที่ได้ยินมาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วก็ลืมหมด ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ

หญิงสาวยืนอยู่ในห้องหนังสือครู่ใหญ่ทีเดียว จึงค่อยเดินกลับไปที่ห้องรับแขก เห็นฟู่อวี้กำลังใช้ปากกาขีดเน้นข้อความบนเอกสาร นานที ๆ จึงขยับมาแก้ไขที่โน้ตบุ๊ก

ใจของเธออยากจะเล่าเรื่องที่เพิ่งรับสายให้เขาฟัง

เหมือนกับครั้งที่แล้วที่เธอได้แต่จมอยู่กับตัวเอง แต่พอได้ระบายให้เขาฟังแล้ว เรื่องทั้งหมดกลับเบาบางลง กับเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นก็ยังมีวิธีเปลี่ยนมุมมองให้กลายเป็นเรื่องดีได้

เวิงอวี่มองดูชายหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับงาน คำบอกเล่าทั้งหมดเกือบจะหลุดออกจากปากอยู่แล้ว แต่สุดท้ายกลับไม่ได้พูดออกไป

เฮ้อ...ช่างมันเถอะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องของเธอ เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เธอไม่ควรจะดึงเขาเข้ามายุ่งกับเรื่องเหล่านี้ จะปรึกษาเขา เอาเรื่องนี้ไปโยนให้เขาช่วยคิด ทั้งที่เขาเองก็มีเรื่องสำคัญอื่นที่ต้องทำ ออกจะรบกวนเขามากเกินไป

คือว่าเพื่อนของฉันเพิ่งโทร.มาเรียกให้ออกไปหาน่ะค่ะ เธอฝืนยิ้มแล้วเดินไปหาเขา ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฟู่อวี้เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารแล้วถามเธอว่า ให้ผมไปส่งไหมครับ

ไม่เป็นไรค่ะ เธอก้มหน้าหลบตาเขาพลางโบกมือปฏิเสธ คุณทำงานของคุณเถอะค่ะ ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว

เธอเดินตรงไปหยิบจานที่ล้างเรียบร้อยแล้วขึ้นมาถือไว้ ส่วนชายหนุ่มเองก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาช่วยเปิดประตูให้

บ๊ายบายค่ะ เธอส่งยิ้มให้เขา บราวนี่ของคุณอร่อยมาก เอาไว้ฉันว่างเมื่อไหร่ จะมาขอขนมจากคุณอีกนะคะ

ฟู่อวี้มองรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ มองตามเธอที่กำลังเปิดประตูแล้วเดินเข้าห้องของตัวเองไป

ตอนที่เธอปลีกตัวไปคุยโทรศัพท์ มีอะไรเกิดขึ้นนะ เขายืนอยู่หน้าประตู สมองก็วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพลางยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วเบา ๆ

 

กว่าเวิงอวี่จะมาถึงร้านกาแฟที่ถนนหวยไห่ก็เป็นเวลาบ่ายสองโมงแล้ว

เวิงอวี่ถอนหายใจ ก่อนเดินเข้าไปในร้าน สังเกตเห็นผู้หญิงที่นั่งคนเดียวตรงมุมหนึ่งของร้านได้อย่างรวดเร็ว

สัญชาตญาณของเธอบอกว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นคนที่เพิ่งโทร.มาหาเธออย่างแน่นอน

หัวใจของเธอเต้นรัวขณะที่เดินไปยังโต๊ะตัวนั้น ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามอง พลางเอ่ยปากทักเธออย่างสุภาพ คุณเวิงอวี่ใช่ไหมคะ เชิญนั่งลงก่อนสิคะ

รูปร่างหน้าตาของเธอคนนี้ดูดีทีเดียว เวิงอวี่ค่อย ๆ ถอดแจ็กเก็ตออก นั่งลงพลางบอกตัวเองว่าให้ใจเย็น ๆ

ฉันชื่อเซี่ยงเหมิงค่ะ ผู้หญิงคนนั้นมองเธอแล้วแนะนำตัวเองซ้ำอีกครั้ง ขอโทษที่ต้องเสียมารยาทเรียกให้คุณออกมาพบกับคนแปลกหน้าแบบนี้นะคะ”

เวิงอวี่พยักหน้า ไม่เป็นไรค่ะ

คุณเวิงคะ แม้คุณจะไม่รู้จักฉัน แต่สำหรับฉันแล้วคุณไม่ใช่คนแปลกหน้าซะทีเดียว

เซี่ยงเหมิงพูดยิ้ม ๆตอนที่ฉันอยู่กับเหยียนเฉียว ฉันก็เหมือนได้รู้จักคุณไปด้วย แม้เขาจะไม่เคยพูดถึงคุณให้ฉันฟัง แต่ฉันได้ยินชื่อคุณจากเพื่อน ๆ ของเขาที่ต่างก็รู้กันว่าเขามีคนรักที่เขารักมาก”

เมื่อเห็นว่าเวิงอวี่ไม่พูดอะไร เซี่ยงเหมิงจึงเล่าต่อว่า เมื่อก่อนนั้นเหยียนเฉียวชอบเที่ยวเตร่ ตอนนี้เพื่อน ๆ ของเขาบอกว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า นอกจากทำงานแล้วเขาก็อยู่แต่กับคุณ ในตอนนั้นฉันได้แต่นึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้น

เวิงอวี่ฟังเรื่องเล่าของเซี่ยงเหมิง ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกับเหยียนเฉียวนั้นน่าจะสนิทกันมากทีเดียว ในประโยคที่เธอเล่ามีความหมายบางอย่างแฝงอยู่

เขาคงไม่เคยบอกคุณว่าตอนที่เขาเรียนอยู่ที่แวนคูเวอร์ เขาพักอยู่กับฉันตลอด แต่ตอนหลังที่บ้านของฉันตัดสินใจจะตั้งรกรากอยู่ที่แคนาดา ส่วนเขาก็เลือกที่จะกลับจีน ความสัมพันธ์ของเขากับฉันเลยจบลง”

เซี่ยงเหมิงยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนเล่าต่อว่า “แม้เรื่องทั้งหมดจะจบลงแล้วสำหรับเขา แต่ฉันยังรักเขาไม่เคยเปลี่ยน คุณแม่ของเขา ท่านเองก็ทราบ แต่ฉันคิดว่า ถ้าเขาเจอผู้หญิงที่เขารักแล้ว ฉันก็ไม่ควรจะเข้าไปแทรก

ที่แท้ก็เป็นแฟนเก่ากันนี่เอง เธอหลุบตาลง นิ้วมือพลันสั่นเทาจนต้องกำไว้แน่น

“แต่เมื่อไม่นานมานี้ คุณแม่ของเขาไปหาฉันที่แวนคูเวอร์” เซี่ยงเหมิงเล่าไม่เร็วไม่ช้า ฉันรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับพวกคุณเท่าไหร่ คุณเองก็คงไม่พอใจเช่นกัน

คุณเวิงคะ ฉันรู้มาว่าคุณทำงานเป็นแอร์โฮสเตสใช่ไหมคะ

เซี่ยงเหมิงเอ่ยถามอย่างเย็นชา เวิงอวี่นิ่งไปสักพักก่อนพยักหน้ารับน้อย ๆ

ถ้ายังงั้นคุณก็เรียนจบแค่อนุปริญญาสินะคะ คนถามลูบผมตัวเอง ถามเสียงเรียบ ฉันกับเหยียนเฉียวแม้จะจบบริหารธุรกิจมาจากยูบีซี[1]เหมือนกัน แต่เราก็ไม่ใช่คนที่จะตัดสินคนอื่นจากประวัติการศึกษา แต่คุณแม่ของเขากลับคิดไม่เหมือนเรา เพราะในความคิดของผู้ใหญ่ การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ

ฉันเองกลับคิดว่า การศึกษาและฐานะทั้งหมดนี้ไม่สำคัญเลย เซี่ยงเหมิงยิ้มอ่อน แล้วคุณล่ะคะ

เวิงอวี่ฟังคำพูดสวยหรูเหล่านี้ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ ทั้งหยาบและฝาดขม

คุณแม่ของเขามาหาฉัน เพราะคิดว่าเขาคงจะฟังคำห้ามปรามของฉัน เพราะตอนที่เราอยู่ด้วยกัน เขาก็เชื่อฟังคำพูดของฉันมาตลอด คนเล่าเล่าต่อพลางมองเวิงอวี่ฉันได้แต่แปลกใจ เพราะฉันเองก็พูดกับเขาไม่สำเร็จ ตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะกลับมาที่นี่แล้วค่ะ

“จริง ๆ แล้วฉันคิดว่าเหยียนเฉียวเปลี่ยนไปแล้ว ฉันคิดมาตลอดว่าเขาเป็นคนประเภทที่ไม่ยอมขัดใจครอบครัว ถึงแม้เขาจะมีเหตุผลของตัวเองก็ตาม แต่หลังจากกลับมาครั้งนี้ เขากลับทะเลาะกับคุณแม่ของเขาต่อหน้าฉันเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยตอนที่เราอยู่ด้วยกัน”

คุณเซี่ยงคะ เวิงอวี่ได้แต่หลับตาลง ส่งเสียงเรียกแผ่วเบา

เซี่ยงเหมิงหลุบตาลงนิด ๆ

“คุณบอกฉันว่า คุณเป็นคนที่คุณแม่ของเหยียนเฉียววางตัวไว้ให้เป็นลูกสะใภ้” เวิงอวี่พูดโดยไม่แสดงสีหน้าอะไร

ใช่ค่ะ รอยยิ้มค่อย ๆ เลือนหายจากใบหน้าของเซี่ยงเหมิง ฉันกลับมาครั้งนี้ คุณแม่ของเขาหวังว่าฉันจะช่วยพูดให้คุณกับเขาเลิกกัน และให้เขาตกลงแต่งงานกับฉันภายในสิ้นปีนี้ ลูกสะใภ้ที่ท่านอยากได้ยังไงก็เป็นฉันคนเดียวเท่านั้น คนที่พวกผู้ใหญ่จะพอใจ คนที่จะเป็นภรรยาที่ดีของเขาได้ และสามารถช่วยเหยียนเฉียวดูแลธุรกิจของครอบครัวได้

เรื่องพวกนี้ เหยียนเฉียวเองก็รู้ใช่ไหมคะ

รู้ค่ะ เซี่ยงเหมิงเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้ ฉันยังมีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ วันที่ฉันกลับมา พวกเราสองครอบครัวกินข้าวด้วยกันแล้ว เขาก็พาฉันไปดื่มต่อที่บาร์ คืนนั้นเขาดื่มจนเมา ฉันเลยพาเขาไปพักที่โรงแรมที่ฉันจองไว้

คนเมาพูดแต่ความจริง ในที่สุดฉันก็รู้ว่าแฟนที่เขารักนักรักหนา ไม่ยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวเลยตลอดสามปีมานี้ รอยยิ้มของคนเล่าเยาะหยัน มีคนรักแบบนี้จะเหมาะหรือคะ

เวิงอวี่บีบมือของตัวเองแน่น ในใจเย็นเยียบไปหมด ไม่เหลือความอบอุ่นแม้แต่น้อย

ที่ฉันเรียกคุณออกมาวันนี้ แค่อยากให้คุณเข้าใจ แม้ตอนนี้เขาจะสมัครใจแต่งงานกับคุณด้วยความรัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาจะเห็นความแตกต่างระหว่างคุณกับเขาชัดเจนขึ้น เกรงว่าถ้าพวกคุณแต่งงานกันไปแล้ว สุดท้ายจะต้องเลิกกัน สายตาของเซี่ยงเหมิงเย็นชา       

ทุกคนยังเป็นหนุ่มเป็นสาวกันอยู่ ถ้าคุณเลิกกับเขาตั้งแต่ตอนนี้ จะดีต่อทั้งคุณและเขา และหากคุณยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่ จะปล่อยให้ความขัดแย้งระหว่างคุณกับครอบครัวของเขาเป็นแบบนี้ต่อไปหรือคะ

เวิงอวี่ได้แต่นั่งตัวแข็ง มองกระเป๋าสตางค์ในมือของตนเอง หยิบเงินมาวางไว้บนโต๊ะ หยิบเสื้อโค้ตขึ้นมาใส่ ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนหมุนตัวเดินจากไป

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน พวกคุณก็ไม่ใช่คนระดับเดียวกัน ช่วยเข้าใจด้วยเถอะค่ะ”

 

หลังจากเดินออกมาจากร้านกาแฟ ท้องฟ้าก็เกือบจะมืดแล้ว

ในฤดูหนาว ท้องฟ้าจะมืดค่อนข้างเร็ว ไฟถนนส่องสว่าง เวิงอวี่ขยับผ้าพันคอให้แน่นขึ้น ค่อย ๆ เดินไปตามถนนหวงผีใต้เพื่อนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้าน

ขึ้นมาบนรถไฟฟ้าใต้ดินแล้ว เธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่ามือถือดังมาสักพักแล้ว แต่เธอไม่รู้ตัว พอกดรับก็ได้ยินน้ำเสียงร้อนรนของเหยียนเฉียวดังมาตามสาย เสียวอวี่ คุณอยู่ที่ไหนครับ เรานัดกันว่าวันนี้ผมจะมารับคุณไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณไม่ใช่หรือครับ นี่ผมอยู่ชั้นล่างแล้วนะ”

เอ่อ ขอโทษค่ะเธอตอบกลับเสียงเบา วันนี้ฉันออกมาหาเพื่อนข้างนอกน่ะค่ะ แล้วลืมโทร.บอกคุณ แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดินแล้ว คุณตรงไปที่นั่นเลยก็ได้ค่ะ

เพราะความจำของเธอไม่ค่อยดี แถมยังมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เหยียนเฉียวฟังเสียงของเธอแล้วรู้สึกว่าปกติ ตำหนิเธอสองคำก่อนวางสายไป

นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปบ้านพ่อแม่ไม่ไกลมาก นั่งเพียงไม่กี่สถานี พอออกจากสถานีแล้วข้ามถนนไปก็เข้าเขตหมู่บ้านแล้ว

กดกริ่งอยู่ไม่นานคุณแม่เวิงก็มาเปิดประตู พอท่านเห็นว่าเป็นเธอก็ดูดีใจมาก เสียวอวี่กลับมาแล้ว

แม่คะหญิงสาวยิ้มกว้างเหมือนทุกครั้ง พ่อกำลังผัดอะไรอยู่คะ หอมจัง

เพราะรู้ว่าหนูจะมา ก็เลยเข้าครัวทำหมูน้ำแดงของโปรดของหนู คุณแม่เวิงคว้าแขนเธอพาเข้าบ้าน ชอบกินหมูแล้วยังชอบกินหวาน ทำไมไม่อ้วนนะ อยู่คนเดียวคุ้นหรือยัง ไม่ยอมให้แม่ไปทำกับข้าวให้หนูเลย

คุ้นแล้วค่ะ เธอวางกระเป๋า แล้วยกมือขึ้นโอบไหล่คุณแม่เวิง อย่างที่แม่บอกไว้ เมื่อถึงเวลาต้องพึ่งพาตัวเองก็ต้องทำ แม่วางใจเถอะค่ะ หนูน่ะกินทั้งแม่น้ำกินทั้งทะเล[2]ทุกวันเลยค่ะ 

คุณแม่เวิงลูบผมเธอไปมา แล้วเหยียนเฉียวล่ะจ๊ะ ทำไมไม่มาพร้อมหนูล่ะ

เดี๋ยวก็มาแล้วค่ะ เธอเพิ่งพูดจบ เสียงกริ่งก็ดังขึ้น

คุณแม่เวิงรีบเดินออกไปเปิดประตู ก็เห็นเหยียนเฉียวยืนถือถุงผลไม้สองถุง เขาส่งยิ้มให้พลางเดินเข้ามาในบ้าน คุณป้า

เสี่ยวเหยียน ข้างนอกหนาวมากไหมจ๊ะ คุณแม่เวิงมองเขาพลางยิ้มไม่หุบ แล้วซื้ออะไรมาอีกล่ะนั่น

สาลี่ครับ รสหวานอร่อย ผมรู้ว่าคุณลุงคุณป้าชอบกิน” เหยียนเฉียวยื่นมือไปปิดประตู

เรานี่เกรงใจไปได้ คุณแม่เวิงรับถุงผลไม้แล้วหันมาผลักเวิงอวี่ให้ออกมาข้างหน้าเบา ๆเสียวอวี่ หนูกับเหยียนเฉียวรออยู่นี่ก่อนนะ แม่จะไปดูพ่อสักหน่อย น่าจะทำกับข้าวเสร็จแล้ว

คุณแม่เวิงถือถุงผลไม้เดินเข้าไปในครัว เหยียนเฉียวมองเวิงอวี่พลางส่งยิ้มให้ ยื่นมือมาจะโอบไหล่เธอ นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมา หนาวไหมครับ คุณเพิ่งหายไข้ ผมกลัวว่าคุณจะหนาว หญิงสาวขยับตัวหลบมือของเขาที่ยื่นมา ทำให้เขาชะงัก หน้าเปลี่ยนสี เป็นอะไรไปครับ

เอ่อ...ฉันปวดท้องนิดหน่อยค่ะ ข้าวเที่ยงน่าจะทำพิษซะแล้วเธอกัดริมฝีปาก ยิ้มอ่อน แล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำทันที

เข้ามาอยู่ในห้องน้ำแล้ว มือหนึ่งของหญิงสาวยังวางอยู่บนบานประตู พลางสูดหายใจลึก

ในหัวของเธอตอนนี้สับสนไปหมด เธอไม่รู้ว่าควรจะมีท่าทียังไงตอนอยู่กับเขา

แต่ไหนแต่ไรมาเธอก็เป็นคนขี้ขลาดและไร้ค่าแบบนี้แหละ เอาแต่วิ่งหนีตลอดเวลา ไม่ยอมเผชิญหน้า

หญิงสาวเก็บตัวอยู่ในห้องน้ำจนถึงเวลากินข้าวถึงได้ออกมา ในห้องนั่งเล่น[3]มีพ่อแม่และเหยียนเฉียวนั่งล้อมวงอยู่ก่อนแล้ว

ยังปวดท้องอยู่ไหมครับ เหยียนเฉียวมองเธออย่างเป็นห่วง

เวิงอวี่ส่ายหน้า แล้วรีบทรุดตัวลงนั่งประจำที่ บอกด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า ไม่ปวดแล้วค่ะ

ถ้างั้นก็กินเยอะ ๆ นะครับ ว่าแล้วเขาก็ตักทั้งเนื้อทั้งผักมาใส่จานของเธอ ไม่ยังงั้นจะไม่มีแรงไปทำงาน

คุณพ่อเวิงกับคุณแม่เวิงต่างมองพวกเธอยิ้ม ๆ สายตาแสดงความชื่นชมเหยียนเฉียว เวิงอวี่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอชอบเหยียนเฉียวมากจึงบอกตัวเองว่า ต่อให้เสียใจแค่ไหน ก็จะไม่ยอมให้พวกท่านเห็นเป็นอันขาด

มื้อเย็นจบลง หญิงสาวกับเหยียนเฉียวอยู่คุยกับพ่อแม่อีกพักใหญ่ จากนั้นเตรียมตัวบอกลา ก่อนกลับคุณแม่เวิงคว้ามือของเหยียนเฉียวไว้ ยิ้มเอ่ย ลุงกับป้าเห็นเรากับเสียวอวี่เข้ากันได้ดี มีความสุขแบบนี้ พวกเราก็ดีใจ

แน่นอนครับ ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆผมจะดีต่อเสียวอวี่ให้มาก คุณลุงคุณป้าต้องรักษาสุขภาพด้วยนะครับ”

หลังจากบอกลาคุณพ่อเวิงกับคุณแม่เวิงแล้ว ทั้งคู่ลงลิฟต์มาด้วยกัน ขณะที่เธอกำลังจะออกจากตึก เหยียนเฉียวพลันคว้าข้อมือของเธอเอาไว้

หญิงสาวตกใจ คิดอยากจะหนีอยู่ท่าเดียว แต่เขามองเธอและทำท่าว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด

นี่คือคำตอบของคุณใช่ไหมเขามองเธออย่างโกรธเคือง คุณตอบคำขอแต่งงานของผมแบบนี้เหรอ แม้แต่มือ คุณก็จะไม่ยอมให้ผมจับแล้วใช่ไหม

...คุณอย่าพูดอย่างนี้สิคะเธอไม่เคยเห็นเขาทำหน้าอย่างนี้มาก่อน รู้สึกกลัวขึ้นมา คิดแล้วก็อยากจะหนีไปให้ไกล

เสียวอวี่ สามปีแล้วนะ ผมพยายามมาสามปีแล้ว ยังไม่พอที่จะทำให้คุณชอบผมเหรอ น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นระคนขมขื่น ผมไม่ได้หวังให้คุณเปลี่ยนมารักผม ผมทำได้แค่ภาวนาอยู่ทุกวันว่าให้คุณจะตอบตกลงแต่งงานกับผม อยู่ข้าง ๆ ผม ให้ผมได้มองคุณทุก ๆ วันแค่นี้ก็พอแล้ว ผมขอแค่นี้ไม่ได้หรือครับ”

หญิงสาวเม้มปาก รู้สึกกลัวจนไม่กล้าพูดอะไร ทุกสิ่งที่คิดไว้ในใจกลับพูดไม่ออก

เหยียนเฉียวเอาแต่มองหน้าเธอ ลำคอขยับขึ้นลง สีหน้าดูตื่นเต้น คุณแม่ของผมบอกว่าถ้าคุณลาออกจากงาน แล้วลงเรียนสาขาที่จะช่วยเหลือผมดูแลธุรกิจได้ ท่านก็อาจจะอนุญาตให้เราแต่งงานกัน วันนี้ผมดีใจเหลือเกิน ถึงแม้นี่จะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ผมได้แต่งงานกับคุณ ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่สุด

เสียวอวี่ คุณจะลาออกจากงานได้ไหมครับ ถ้าคุณแต่งงานกับผม ตลอดชีวิตที่เหลือของคุณจะไม่ลำบากอีกเลย ครอบครัวของผมจะดูแลคุณอย่างดี...

เวิงอวี่ฟังคำพูดทั้งหมดเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ในบรรดาคำพูดเหล่านั้น เธอได้ยินแค่คำว่า ลาออก สองคำนี้เท่านั้น กอปรกับคำพูดของเซี่ยงเหมิงเมื่อบ่ายผุดขึ้นมา กลายเป็นเข็มทิ่มแทงใจของเธอ

นี่มันแย่ยิ่งกว่าโดนนอกใจเสียอีก

เพราะเธอกับเขาไม่ใช่คนในระดับเดียวกันอยู่แล้ว ทั้งอาชีพการงาน การศึกษา ฐานะ...เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่แรก

ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของเขา เพื่อนของเขา แม้แต่เขาเอง ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ

ฉันไม่อยาก... หญิงสาวสะบัดมือเขาออกทันใด ฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณค่ะ


 



[1]ชื่อย่อของมหาวิทยาลัยบริชติชโคลอมเบีย แคนาดา

[2]เปรียบเปรยว่า กินเยอะมาก ตะกละตะกลาม

[3]ในที่นี้เป็นห้องนั่งเล่นที่มีส่วนรับแขกและยังมีที่ว่างสำหรับวางโต๊ะกินข้าวด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #52 vpcok_a (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 09:14
    อยากเห็นนางเอกมีความสุขแล้วอ่ะๆ
    #52
    0