[นิยายแปล] หนึ่งใจมีไว้รักคุณ

ตอนที่ 8 : 5 รสชาติของบราวนี่ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

เวิงอวี่เข้ามาในบ้านแล้วเห็นทั้งห้องรับแขกและห้องนอนที่ถูกเธอค้นจนรกไปหมดเมื่อเย็นวานนี้ แล้วยังมีกระเป๋าเดินทางที่นอนเค้เก้อยู่บนพื้นอีก ไม่รู้ว่าถูกจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อไหร่

ทั้งหมดนี้...จะใช่ฝีมือของฟู่อวี้รึเปล่านะ

ขณะที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ในหัวของเธอพลันผุดภาพที่เขาเดินหิ้วถุงโจ๊กเข้ามาในห้องผู้ป่วยเมื่อเช้านี้

เป็นภาพของเขาที่ทั้งสง่างาม อ่อนโยน และอบอุ่น

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคุณพูดถึงผู้ชายคนอื่นอย่างชื่นชมแบบนี้ เหยียนเฉียวที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอตอนนี้พูดเสียงเข้ม เสียวอวี่ ผมเป็นแฟนคุณนะ แต่หลายปีมานี้ คุณยังไม่เคยชมผมแบบนี้สักคำ

หญิงสาวหันกลับไปมองเขาอย่างอึดอัด ยังไม่ทันจะมองเขาให้เต็มตา ก็ถูกเขาคว้าไปกอดไว้แน่น

เวิงอวี่พลันตัวแข็ง จะขยับก็ไม่ได้ ทั้งยังผละออกจากอ้อมกอดของเขาก็ไม่ได้ ทำได้แค่พูดว่า ฉันเป็นไข้หวัดหนักเอาการ คุณอย่าเข้าใกล้ฉันมากจะดีกว่านะคะ เดี๋ยวจะติดหวัด

เสียวอวี่ เหยียนเฉียวกะชับอ้อมกอดของเขาให้แน่นขึ้นอีกพลางถาม คุณยังโกรธผมอยู่เหรอ

พวกเราไปนั่งคุยกันตรงโน้นดีกว่าไหมคะ เธอว่า ...ฉันคัดจมูก หายใจไม่ออกค่ะ

ชายหนุ่มได้ยินเธอบอกแบบนั้นก็คลายอ้อมกอด แล้วพาเธอเดินไปนั่งที่โซฟาด้วยกันโดยไม่ยอมละสายตาไปจากเธอ

“ผมไม่ได้มาหาคุณเมื่อเย็นวานก็เพราะผมมีเรื่องทะเลาะกับคุณแม่ที่บ้าน” เขามองเธอพลางลูบผมเธอเบา ๆไม่รู้ว่าท่านคิดอะไร ตั้งแต่วันก่อนก็มาบังคับให้ผมเลิกกับคุณ พูดเสียงดังเชียวละ ผมพูดยังไงก็ไม่ยอมฟัง

ค่ะ ตัวเธอเองก็ไม่มีท่าทีอะไร

เหยียนเฉียวมองสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตกใจใด ๆ ของเธอ ก็ทำหน้าตึงพลางจับมือเธอไว้ แต่ผมไม่ได้พูดอะไรกับท่านนะ เสียวอวี่ ไม่ว่าท่านจะพูดยังไง ผมก็จะไม่ยอมเลิกกับคุณ

ท่านเคยมาพบคุณใช่ไหม ท่านพูดอะไรกับคุณบ้าง” พอเห็นว่าเธอไม่พูดอะไร เขาก็ถามอย่างลังเล

เวิงอวี่ตกใจ คิดถึงวันนั้นที่เธอเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟู่อวี้ฟังอย่างไม่ติดขัด แต่ตอนนี้เธอนั่งอยู่ตรงหน้าเจ้าของเรื่องอย่างเหยียนเฉียว กลับพูดไม่ออก ...ไม่เคยค่ะ

“ยังงั้นก็ดีแล้วชายหนุ่มดูจะสบายใจขึ้น การที่ท่านจะมาพูดบังคับคุณ เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากเห็นมากที่สุด

คำพูดนี้ของเขาซึมซาบเข้าไปในใจของเธอ คิดแล้วคิดอีก เธอก็พูดว่า เหยียนเฉียว ฉันคิดว่าคุณแม่ของคุณคงไม่อยากให้ฉันคบกับคุณตั้งแต่แรกแล้วละค่ะ

เขาฟังแล้วเงียบไปชั่วครู่ มันไม่เกี่ยวกับหน้าที่ที่ผมจะต้องรับผิดชอบสักหน่อย แล้วเรื่องที่ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผม ไม่เกี่ยวกับคุณแม่ ท่านไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของผมได้

เสียวอวี่ เราแต่งงานกันเถอะครับ

เธอนิ่งไปพักหนึ่งเพราะคิดว่าตัวเองได้ยินผิด อ้อ?”

ผมพูดว่า... เขาจับมือของเธอไว้ แล้วมองตาเธอ คุณแต่งงานกับผมเถอะนะ เราสองคนแต่งงานกันดีไหมครับ

ตั้งแต่ที่ผมเจอคุณครั้งแรกเมื่อสามปีก่อน ผมก็รู้สึกไม่เหมือนเดิม หลายปีมานี้ ได้คบกับคุณ เป็นเวลาที่ผมสบายใจและมีความสุขที่สุด ไม่ว่าครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ของผมจะต่อต้านสักแค่ไหน ผู้หญิงที่ผมชอบก็ยังเป็นคุณคนเดียว ในใจของผมหวังเอาไว้ว่าคนที่ผมจะใช้อีกครึ่งชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยก็คือคุณ

ผมรู้ว่าเป็นเพราะผมตามตื๊อขอคำตอบจากคุณในตอนแรก คุณถึงได้ตกลงคบกับผม ตัวคุณเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมมากมาย แต่ผมก็ยังรักคุณ

แหวนแต่งงานผมก็ซื้อไว้แล้ว แต่เพราะรีบออกมาหาคุณ เลยทำตกไว้ที่บ้าน ถ้าคุณตอบตกลง ผมจะกลับไปเอาที่บ้านเดี๋ยวนี้

สายตาของเขาอ่อนโยน คำพูดของเขาหนักแน่น ตลอดสามปีมานี้เขาใช้สายตาแบบนี้มองเธอเสมอ เวิงอวี่ฟังคำพูดพวกนี้จบ ภายในใจที่ขุ่นมัวก็คล้ายจะบรรเทาลง

คุณให้เวลาฉันตัดสินใจสักหน่อยได้ไหมคะ เงียบไปชั่วครู่ เธอเอ่ย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วความคิดเห็นของครอบครัวคุณก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้ามนะคะ

คุณก็รู้นี่คะว่าฉันหัวช้า ต้องคิดตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ แบบนี้ทีไร สมองไม่ทำงานทุกทีเลย เธอบอกยิ้ม ๆ

เหยียนเฉียวคลี่ยิ้ม สุดท้ายก็ตอบว่า ได้ครับ แล้วผมจะรอ

ถ้างั้นวันนี้ผมไปทำงานก่อนนะครับ ขาดงานคงไม่ดีเท่าไหร่

เธอครางรับพลางบอก ให้ฉันเดินไปส่งคุณนะคะ

ไม่ต้องหรอก คุณพักผ่อนเถอะ ชายหนุ่มยังไม่ยอมลุกขึ้น ไม่ต้องให้ผมอยู่เป็นเพื่อนจริง ๆ เหรอ

เธอส่ายหน้า ไม่เป็นไรค่ะ ไข้ลดแล้ว แค่ไข้หวัดเองค่ะ

ทั้งสองคนเดินมาถึงหน้าประตู ชายหนุ่มก้มตัวลงใส่รองเท้า เวิงอวี่ลังเลอยู่พักหนึ่งจึงเรียกเขาไว้ ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากถามคุณค่ะ

เรื่องอะไรครับ

วันที่ฉันย้ายบ้านวันนั้น วันที่คุณแม่ของคุณโทร.มาเรียกให้คุณไปกินข้าวด้วย แล้วตอนหลังคุณบอกฉันว่าคุณเจอเรื่องเยอะแยะมากมาย มันคือเรื่องอะไรหรือคะ

เหยียนเฉียวยืดตัวขึ้น หน้าเปลี่ยนสี ยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ ถึงเอ่ยปากเล่า...ถ้าคุณฟังแล้ว อย่าเสียใจนะครับ

วันนั้นที่ร้านอาหาร ยังมีอีกครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ด้วย เป็นเพื่อนของคุณแม่ผมที่เพิ่งกลับมาจากแคนาดา พอกินข้าวเสร็จแล้ว ลูกสาวของบ้านนั้นก็บอกว่าอยากไปดื่มที่บาร์ คุณแม่เลยบอกให้ผมไปส่งเธอ ผมเลยโทร.เรียกเพื่อน ๆ มาด้วยอีกกลุ่มหนึ่ง คนเยอะ เสียงดัง พวกเขาพยายามชวนผมดื่ม แถมโดนทำโทษเพราะเล่นเกมแพ้อีก ผมเมาจนไปไหนไม่เป็นเลย

น่าจะเป็นเพราะกลัวเธอโกรธ เขารีบเล่าต่อว่า เสียวอวี่ ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบให้ผมดื่มเหล้า แต่ครั้งนี้มันพิเศษจริง ๆ ผมจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีกนะครับ

เรื่องที่เหยียนเฉียวเล่ามานี้ น่าจะเป็นวันเดียวกับที่เฉินหานซินเล่าให้เธอฟัง แล้วที่เล่าว่าเขากำลังกอดผู้หญิงอื่นอยู่นั้น ก็น่าจะเป็นบทลงโทษของเกมที่เล่น เขาคงไม่ได้โกหกเธอหรอกมั้ง

เมื่อเห็นว่าเขาลำบากใจ เธอก็ไม่ได้คิดมากอีกจึงพยักหน้า ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว

อย่าเศร้าแบบนั้นสิครับ ผมเป็นห่วงนะ เขาบอกพลางเปิดประตู สองวันนี้คุณพักผ่อนให้ดีนะครับ ผมจะพยายามพูดให้คุณแม่ตอบตกลงให้ได้

วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้คุณนอนตื่นสายสักหน่อยเถอะ แล้วผมจะมารับคุณตอนเย็น พาไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณ

ได้ค่ะ เธอพยักหน้าตอบ แต่กลับไม่ทันสังเกตว่าก่อนที่เขาจะกลับไป เขามองเธอด้วยแววตาสับสน

 

หลังจากพักผ่อนอยู่กับบ้านคืนหนึ่งแล้ว กอปรกับทำงานมาหลายวัน เวิงอวี่จึงคุ้นเคยกับการทำงานตามตารางเวลา ยากจะหาวันหยุดในวันเสาร์แบบเช้าวันนี้ได้ ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนนอนตื่นสาย จึงลุกขึ้นแต่เช้า รีบออกไปซื้อของที่ตลาด

ขณะเดินออกมา เธอรับสายจากเฉินหานซิน เวิงอวี่เล่าเรื่องที่เหยียนเฉียวบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนสาวเข้าใจผิดให้ฟัง แต่กลับไม่ได้เล่าเรื่องที่เขาขอเธอแต่งงานให้ฟัง

ทั้งคู่คุยกันอยู่หลายคำ แล้วนัดกันว่าจะคุยกันอีกทีตอนเจอกันในวันคริสต์มาส

เมื่อมาถึงตลาด เธอหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาพลางนึกว่าจะซื้อผักอะไรดี เธอจำได้ว่าครั้งที่แล้วฟู่อวี้เคยบอกว่าเขาไม่ชอบอาหารมัน ๆ แต่ชอบกินอาหารพื้นบ้านใช่ไหมนะ

อาหารพื้นบ้านของเซี่ยงไฮ้...

กุ้งทอด ผัดถั่วแระ ปลากะพงนึ่ง ยำผักกาดหอมกับกระเทียม ต้มซุปหน่อไม้ ซี่โครงหมูน้ำแดง...อืม เมนูพวกนี้ก็อร่อยดี แต่ดูจะเยอะไปหน่อยมั้ง แล้วก็ไม่รู้ว่าจะถูกปากเขาไหม แต่เธอก็นึกอะไรไม่ออกแล้ว

ตัวเธอนอกจากจะทำอาหารเก่งแล้ว เธอก็นึกไม่ออกว่ายังมีอะไรที่จะตอบแทนน้ำใจของเขาได้อีกบ้าง หญิงสาวคิดแล้วก็จัดการซื้อวัตถุดิบทั้งหมด แล้วรีบกลับบ้านไปลงมือทำ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงอย่างไม่ง่ายดาย สุดท้ายแล้วเธอก็ทำกับข้าวออกมาได้โต๊ะหนึ่ง เธอยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่เกาะพราวบนใบหน้า แล้วรีบไปเคาะประตูห้องของฟู่อวี้ในตอนที่กับข้าวยังร้อนอยู่

กดกริ่งอยู่หลายครั้งประตูก็เปิดออก เห็นฟู่อวี้ในชุดอยู่บ้าน ในมือถือเอกสารปึกหนึ่ง ทั้งยังสวมแว่นสายตา ยืนอยู่ตรงประตูพลางมองเธอที่เหงื่อออกท่วมตัว

คุณอยู่นี่เอง... หญิงสาวมองเขา ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเขาเปล่งประกายความเป็นเพื่อนบ้านสุดหล่อโดยไม่ได้ตั้งใจ

ฟู่อวี้มองหน้าแดง ๆ ของเธอ ในใจพลันอยากหัวเราะ ถ้าไม่อยู่ แล้วใครจะเปิดประตูให้คุณล่ะครับ

เอ่อ ก็... เธอเขินจนต้องยกมือขึ้นลูบผม คุณกินข้าวเที่ยงรึยังคะ

เขาเหลือบตามองเธอ ในใจรู้สึกผ่อนคลาย ยังครับ

...ฉันเพิ่งทำกับข้าวเสร็จโต๊ะหนึ่ง ทั้งยังเป็นอาหารพื้นบ้านของเซี่ยงไฮ้ทั้งนั้น เวิงอวี่มองเขาพลางพูด ฉันเองก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษตอบแทนมากมายหรอกค่ะ ได้แต่...

ผมจะช่วยคุณจัดการอาหารพวกนั้นเอง ดีไหมครับ เธอยังไม่ทันจะพูดจบ เขาก็วางเอกสารในมือลงด้านข้าง มากินที่ห้องผมดีกว่าครับ ผมเพิ่งอบเค้ก ต้องเข้าไปดูในครัวบ่อย ๆ”

ขนมเค้กเหรอ เขากำลังทำขนมเค้กเนี่ยนะ

เวิงอวี่คิดว่าตัวเองฟังผิด คุณเคยบอกว่าคุณทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่หรือคะ

ครับ ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้อง มองสีหน้างงงวยของเธอแล้วยิ้ม แต่ถ้าเป็นขนมหวานก็พอทำได้อยู่ครับ”

 

เป็นครั้งแรกที่เวิงอวี่ได้เข้าไปในห้องของเขา ทั้งสองกินอาหารด้วยกัน ฟู่อวี้กลับไม่ยอมให้เธอช่วยล้างจานชาม บอกเธอว่า เชิญคุณเดินชมห้องผมได้ตามสบาย

เธอพยักหน้า จากห้องนอนของเขา เดินมาจะเป็นห้องหนังสือ ทั้งสะอาดและเป็นระเบียบ มีสิ่งของวางอยู่ไม่มากนัก สีผนังออกมืด แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกสบาย

ในห้องหนังสือนั้น เธอมองเห็นโมเดลของขบวนรถไฟสายยาว เวิงอวี่เพิ่งเคยเห็นของแบบนี้ครั้งแรก ได้แต่เป่าปากด้วยความตื่นเต้น รีบคุกเข่าพลางก้มลงดูอย่างระมัดระวัง

รางรถไฟเอย บ้านเรือนเอย ต้นไม้เอย...การออกแบบและของประดับตกแต่งของโมเดลล้วนสวยงาม สมจริง รถไฟกำลังวิ่งอยู่บนราง เธอมองอย่างไม่ละสายตา จนกระทั่งฟู่อวี้เดินมายืนอยู่ข้างหลังเธอ มาตั้งแต่เมื่อไหร่เธอไม่รู้ตัว

ดูรถไฟจิ๋วอยู่หรือครับ เขาคุกเข่าลงข้างเธอ

ค่ะ เธอมองตาเป็นประกายกว่าจะต่อเจ้านี่ได้ ยากไหมคะ

ความจริงแล้วก็ไม่ยากหรอก ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอดแว่นตาออก แค่ต้องมีความอดทน

คุณดูสิ เขายื่นมือออกมาชี้โมเดลส่วนหนึ่ง ค่อย ๆ อธิบายว่า ตรงนี้ แค่พื้นที่ตรงนี้ ผมก็ใช้เวลาไปหลายชั่วโมงแล้ว

“เพราะผมไม่ค่อยได้กลับจีน ที่นี่ก็เลยมีแต่โมเดลอันนี้ บ้านของผมที่อังกฤษมีห้องหนึ่งไว้เก็บโมเดลพวกนี้โดยเฉพาะ

ปกติแล้วถ้าผมไม่มีสอนหรือแก้โจทย์ปัญหา เวลาว่างผมจะต่อเจ้าโมเดลพวกนี้แหละครับ”

ตอนที่เขาพูด เสียงของเขาทั้งนุ่มทั้งต่ำ ลมหายใจของเขาคล้ายอยู่ใกล้ เวิงอวี่ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของเธอถึงได้เต้นรัวแรงขึ้น

พวกผู้หญิงชอบคิดว่าโมเดลพวกนี้เป็นเรื่องไร้สาระใช่ไหม เขามองเธอพลางเอ่ยถาม

อ้อ?” เธอรีบโบกมือปฏิเสธคำพูดของเขา ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ฉันว่าน่าสนใจออกนะคะ ฉันเองก็ยังอยากลองต่อดู

“แต่...ด้วยความรู้ของฉันแค่นี้ คิดว่าคงต่อไม่สำเร็จแน่... เธอคิดแล้วคิดอีก พยักหน้ายืนยันความคิดของตัวเอง

“ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ยากเกินไปหรอกครับ เขายิ้มนิด ๆ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้น ไปกันเถอะครับ ขนมเค้กเสร็จแล้ว”

เวิงอวี่ได้ยินคำว่า “ขนมเค้ก” สองคำนี้ก็น้ำลายสอขึ้นมาทันที ไม่มีท่าทีเขินอาย รีบเดินออกไปที่ห้องรับแขก มองไปก็เห็นบราวนี่ช็อกโกแลตกลิ่นหอมหวนวางอยู่บนโต๊ะแต่ไกล

เธอแทบอดใจไม่ไหว ต้องรีบนั่งลง จนฟู่อวี้ที่ตัดขนมเค้กมาใส่จานที่วางอยู่ตรงหน้าเธอหลุดยิ้มออกมา  เขาส่งช้อนคันเล็กให้เธอ คุณลองชิมดูสิครับ

ขอบคุณค่ะ ฉันกินเลยนะคะ!” เธอดีใจ รีบตักขนมเข้าปากคำหนึ่ง

ในปากพลันรับรู้ถึงช็อกโกแลตเข้มข้นที่ค่อย ๆ ละลายในปาก เวิงอวี่ผู้เป็นแฟนคลับขนมหวานตัวยง รู้สึกว่าบราวนี่ชิ้นนี้อร่อยมากจนน้ำตาแทบไหล กินแล้วก็เก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่ ต้องรีบยกนิ้วโป้งบ่งบอกว่าดีเยี่ยมให้ฟู่อวี้

ชายหนุ่มที่นั่งอ่านเอกสารในมือตรงข้ามเธอ เอาแต่เงยหน้าขึ้นมองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า มุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม

“แล้วทำไมคุณไม่กินล่ะคะ เธอตักกินไปอีกคำโต สูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความพึงใจ ฉันว่าคุณทำเค้กอร่อยอย่างกับที่ร้านทำเลยค่ะ!”

ผมไม่ชอบกินขนมหวานน่ะครับ เขาบอกเธอเสียงเบาเพิ่งเรียนมาเมื่อวันก่อน ถ้าคุณว่าอร่อยก็คงอร่อยจริง ๆ”

เวิงอวี่พยักหน้ายืนยันถึงรสชาติที่อร่อยมากของบราวนี่ ...เพิ่งเรียนเมื่อวันก่อนหรือคะ!”

ครับ เขาตอบ ค่อย ๆ ดันแว่นตาให้เข้าที่ เรียนจากคลิปที่เขาสอนในอินเทอร์เน็ตน่ะครับ ทำครั้งแรกก็สำเร็จเลย คิดว่าพรสวรรค์ในการทำอาหารของผมคงกลายเป็นฝีมือทำเค้กไปซะหมด”

เขาบอกว่าไม่ชอบกินของหวาน แล้วทำไมถึงสนใจอบเค้กล่ะ เป็นเพราะเธอชอบกินของหวานรึเปล่านะก็เลยเริ่มฝึกทำ เธอจะคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปไหม...

เธอทำอาหารเพื่อตอบแทนความช่วยเหลือของเขา แต่กลับมาตอบรับน้ำใจของเขาแบบนี้ซ้ำอีก

เวิงอวี่ที่ลิ้มรสเค้กหวานอร่อยตรงหน้าเหลือบตามองฟู่อวี้ที่ก้มลงอ่านเอกสารในมือ

ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนบ้านแบบเขานี่ช่างโชคดีจริง ๆ

 

ขณะเวิงอวี่ยังคงยิ้มดีใจที่ได้พบเพื่อนบ้านที่แสนจะหล่อเหลาและนิสัยดีแบบนี้ โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเธอก็ดังขึ้น

ตอนแรกคิดว่าเป็นเหยียนเฉียวโทร.มา แต่บนหน้าจอกลับขึ้นเบอร์ที่ไม่รู้จัก

ฉันขอรับโทรศัพท์หน่อยนะคะ เธอร้องบอกฟู่อวี้ ก่อนปลีกตัวไปทางห้องหนังสือ

สวัสดีค่ะ

สวัสดีค่ะ ใช่คุณเวิงอวี่รึเปล่าคะ ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนนึงที่เธอไม่เคยได้ยิน

ค่ะ ฉันเอง เธอพลันสงสัย คุณเป็นใครคะ

ฉันชื่อเซี่ยงเหมิงค่ะ น้ำเสียงของปลายสายเบาและฟังดูสุภาพแปลก ๆขอโทษที่ต้องโทร.หาคุณนะคะ ไม่ทราบว่าเหยียนเฉียวเคยพูดถึงฉันให้คุณฟังบ้างไหมคะ ฉันเป็นลูกสาวของเพื่อนแม่ของเขาค่ะ”

ใจของเวิงอวี่พลันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่รู้จะตอบยังไงดี

เอ๊ะ...ดูเหมือนว่าคุณจะยังไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร แล้วก็ยังไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมดดีพอ ตอนนี้น้ำเสียงของปลายสายเจือเสียงหัวเราะ ตอนนี้คุณสะดวกคุยไหมคะ ฉันอยู่ในร้านกาแฟบนถนนหวยไห่ หวังว่าคุณจะมาได้นะคะ ฉันอยากคุยกับคุณค่ะ

ฉันคือคนที่คุณแม่ของเหยียนเฉียววางตัวไว้ให้เป็นเจ้าสาวของเขาค่ะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #51 vpcok_a (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 09:09
    นางจะมาดีหรือมาร้ายเนี่ยๆ
    #51
    0