[นิยายแปล] หนึ่งใจมีไว้รักคุณ

ตอนที่ 7 : 4 ความอบอุ่นใจ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

เวิงอวี่เพิ่งรู้สึกตัวตื่นในตอนเช้า เปลือกตารู้สึกถึงความอบอุ่นของแสงแดดที่สาดส่อง

บอกลาความหนาวเหน็บในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เข้าสู่เช้าวันใหม่ในฤดูหนาวที่อบอุ่น เวิงอวี่ที่ค่อย ๆ ฟื้นรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งร่าง

ไข้ขึ้นช่างเป็นเรื่องที่น่ากลัว ตั้งแต่เล็กจนโตเธอแข็งแรงมาโดยตลอด นาน ๆ ทีถึงจะเป็นไข้สักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่มีไข้ขึ้นสูงขนาดนี้

นี่เป็นสาเหตุที่สองวันมานี้รู้สึกเหนื่อย ๆ รึเปล่านะ

แต่ตอนนี้รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก ในหัวก็โล่งขึ้น พอคิดได้ดังนี้ หญิงสาวจึงลืมตาขึ้น ตรงหน้าคือผนังสีขาวของโรงพยาบาลและถุงน้ำเกลือที่แขวนอยู่

เอ๊ะ...ตอนนี้เธอ...อยู่ที่โรงพยาบาลเหรอ

ใช้เวลานึกเท่าไหร่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้าง ประตูห้องพักฟื้นพลันเปิดออก เมื่อหันไปมองก็เห็นนางพยาบาลคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมรถเข็นใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ และน้ำเกลือถุงใหม่

โอ้ เห็นคุณดีขึ้นแบบนี้ ไข้คงจะลดลงแล้วนะคะ นางพยาบาลคนนั้นเดินมาข้างเตียง พลางช่วยเปลี่ยนน้ำเกลือถุงใหม่ให้ ยิ้มแล้วบอกว่า ถ้าน้ำเกลือถุงนี้หมดก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ

หญิงสาวมองนางพยาบาลคนเดิมที่ยังไล่สายตาสำรวจอาการของเธอ ก่อนที่คนเป็นพยาบาลจะอดใจไม่ไหวพูดกับเธอว่า คุณนี่โชคดีมากเลยนะคะ ถึงแม้จะมีไข้สูง แต่ก็ไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อน คนรักของคุณเองก็คอยดูแลอยู่ทั้งคืน แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย เมื่อกลางดึก ตอนที่ไข้ของคุณยังไม่ลด ก็เดินมาถามที่เคาน์เตอร์พยาบาล ตอนนี้คงจะหายกังวลได้สักที...แหม เป็นคนหนุ่มสาวนี่ช่างดีจริง ๆ นะคะ น่าอิจฉา

คุณป้าพยาบาลคนนี้อายุน่าจะเข้าวัยกลางคนแล้ว  ยิ่งพูดก็ยิ่งส่งยิ้มให้เธอ เสียงก็ยิ่งดังขึ้น จนผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ยังได้ยิน

ตอนนี้เวิงอวี่ที่ยังไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิด ๆ หลังจากที่ได้ฟังคำบอกเล่าของคุณป้าพยาบาล

คนรักเหรอ แต่เธอจำได้ว่าเมื่อวานเย็นเหยียนเฉียวไม่ได้มาหาเธอสักหน่อย...แล้วใครล่ะที่เป็นคนพาเธอมาโรงพยาบาล

แล้วพ่อหนุ่มคนนี้ก็ดูท่าจะเป็นคนเก่งซะด้วย” ก่อนที่คุณป้าพยาบาลจะเข็นรถเข็นออกไป ยังไม่วายทิ้งคำแนะนำไว้ให้เธออีกประโยคหนึ่ง “เขาเป็นคนรักที่ดีขนาดนี้ ต้องรีบแต่งเลยนะคะ

ตอนที่คุณป้าพยาบาลกำลังจะเปิดประตูออกจากห้องไป ก็มีคนหนึ่งเดินสวนเข้ามาจากด้านนอก จากมุมมองของเวิงอวี่แล้ว เธอเห็นฟู่อวี้เดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยท่ามกลางเสียงดังลั่นของเหล่าพยาบาล

ตื่นแล้วหรือครับ ชายหนุ่มที่ยังคงสวมเสื้อโค้ตตัวเดียวกับเมื่อวาน เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง วางถุงโจ๊กในมือลงบนโต๊ะเล็กด้านข้าง

เวิงอวี่มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาแล้วพยักหน้าช้า ๆ

“ไข้ลดรึยังครับ

ค่ะ...คุณป้าพยาบาลคนเมื่อกี้เพิ่งบอกว่าลดแล้ว

เมื่อวานเย็นคุณคงยังไม่ได้กินข้าว ท้องคุณคงจะไม่รับอาหาร เขามองเธอชั่วครู่ จากนั้นก็เหมือนกับเล่นกลยังไงยังงั้น ในมือของเขาพลันมีกระติกรักษาอุณหภูมิอยู่ นิ้วเรียวยาวของเขาหมุนเปิดกระติก พลางรินน้ำอุ่นใส่ฝา

คุณลุกขึ้นนั่งไหวไหม เขาเอ่ยถามแล้วช่วยประคองเธอให้นั่งเอนพิงหัวเตียง

ดื่มน้ำสักหน่อยนะครับชายหนุ่มวางฝากระติกลงในมือของเธอ

หญิงสาวค่อย ๆ ยกฝากระติกขึ้นจิบ

กินโจ๊กสักหน่อยนะ เขารับฝากระติกกลับไป แล้วหันไปแกะถุงโจ๊ก เทใส่ชามพลางช่วยเธอจัดโต๊ะให้เรียบร้อย ยื่นถ้วยโจ๊กและช้อนให้ค่อย ๆ กิน ระวังร้อนนะครับ

เสียงของเขาทุ้มต่ำราบเรียบ หญิงสาวหยิบช้อนเริ่มต้นกินโจ๊กเงียบ ๆ

ในหัวก็ค่อย ๆ ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวาน เธอไข้ขึ้นสูงจนทรมาน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ก็มีแต่เสียงนี้แหละที่ทำให้เธอใจเย็นขึ้น

โจ๊กร้อน ร้อนราวกับมีไฟลวกลิ้นลวกปาก แถมยังลามไปตลอดนิ้วมือ แขนและขาของเธอ

ถ้ายังงั้นแฟนคนดีของเธอจากเรื่องยี่สิบสี่กตัญญู[1]ที่คุณป้าพยาบาลพูดถึงก็คือเขาน่ะสิ

ที่แท้คนที่ไปเคาะประตูบ้านของเธอกลางดึกเมื่อวาน ทั้งยังพามาส่งถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พาเธอไปเจาะน้ำเกลือ เช้านี้ยังออกไปซื้อโจ๊กมาให้ แล้วยังคอยดูแลเธออีก ก็คือเพื่อนบ้านที่เพิ่งรู้จักได้ไม่กี่วันคนนี้สินะ

โอกาสที่จะได้เจอคนดีขนาดนี้ คงมีแค่หนึ่งในล้านเท่านั้นละมั้ง

ดีละ พรุ่งนี้เธอจะไปซื้อลอตเตอรี่ จะถูกรางวัลบ้างไหมนะ...

“...ฉันว่าคุณเป็นคนที่ดูแลคนได้ดีทีเดียวนะคะ ในใจของเธอคิดแบบนั้นจริง ๆ ใครจะไปรู้ว่าจะหลุดปากพูด พูดจบเธอก็ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา ได้แต่ก้มหน้ากินโจ๊กต่อไป

ฟู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง เหม่อมองแสงแดดที่ส่องกระทบเรือนผมของเธอดูแวววาว ก่อนค่อย ๆ ตอบ คงมีแค่คุณคนเดียวที่พูดแบบนี้

 

เธอฟังแล้วเกือบสำลักโจ๊ก

ผมไปต่างประเทศตั้งแต่ยังวัยรุ่น อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องดูแลตัวเอง ชายหนุ่มเล่าให้เธอฟังช้า ๆ แต่อาจเป็นเพราะก่อนไปต่างประเทศ ผมต้องดูแลน้องสาว

น้องสาวหรือคะ เธอเงี่ยหูฟังพลางเงยหน้าขึ้นถาม เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของคุณหรือคะ

ตอนนี้กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย เขาพยักหน้ารับ แต่น้องสาวของผมเรียนไม่ค่อยเก่ง โดยเฉพาะคณิตศาสตร์

เวิงอวี่หลุดหัวเราะ ฮ่า ๆ” ออกมา “ฉันสงสัยว่าฉันกำลังฟังเรื่องโกหกอยู่รึเปล่า”

ชายหนุ่มเองก็หัวเราะ ถ้าคุณกับน้องสาวผมเป็นนักเรียนของผมละก็ ผมคงอายุสั้นลงอีกหลายปี

“ตอนเด็ก ๆ ผมเป็นคนช่วยติวคณิตศาสตร์ให้เธอ โจทย์แค่ข้อเดียว ผมสอนซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบรอบ เธอก็ยังไม่เข้าใจดูเหมือนเขาจะนึกย้อนอดีต ฟังไม่เข้าใจผมไม่ว่า แต่พอผมไม่อยู่ เธอก็แอบเอาแบบฝึกหัดไปซ่อนใต้ตู้วางทีวี แล้วกลับมาบอกผมว่าหาหนังสือไม่เจอ

เธอฟังจบก็ถามว่าพวกคุณอายุห่างกันมากไหมคะ

ห่างกันเก้าปีครับ”

ถ้างั้นคุณคงจะตามใจเธอมากสินะคะเวิงอวี่เข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วก็ส่ายหัว ตั้งแต่เล็กจนโตฉันอยากมีพี่ชายมาตลอด แล้วพวกคุณสนิทกันมากไหมคะ

ครับ เขารับคำพลางหัวเราะ

ทั้งสองคนคุยกันอีกหลายประโยค จนกระทั่งหญิงสาวกินโจ๊กหมดถ้วย ฟู่อวี้ก็จัดการทำความสะอาดข้าวของ พลันเห็นว่าเธอกำลังมองเขาอยู่

ขอบคุณคุณมาก ๆ เลยนะคะเธอนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย หันมาทางเขา มือวางประสานกันไว้ น้ำเสียงเคร่งขรึม น้ำใจของคุณทั้งหมด หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วฉันจะตอบแทนให้นะคะ

เป็นเพราะเมื่อคืนชายหนุ่มไม่ได้นอนเลยทั้งคืน สีหน้าเลยดูซีดเซียว พอได้ฟังเธอพูดแบบนี้ เขาอดกระแอมไม่ได้เอาไว้ให้คุณรักษาตัวจนหายดีก่อนก็ได้ครับ แล้วเราค่อยคุยกัน

เวลาผ่านไป เขายังจ้องมองเธออยู่ก่อนออกปากพูด ความจริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ถ้าคุณอยู่บ้านกับครอบครัว มีคนในครอบครัวคอยดูแลจะดีกว่าการที่คุณอยู่คนเดียวนะครับ ดีกว่ากันเยอะเลยละ”

ได้ฟังเขาพูดแบบนี้ เธอรู้สึกอาย ฉันคิดว่า...

เริ่มแรกที่เธอบอกพ่อกับแม่ว่าจะขอออกมาอยู่คนเดียว พ่อที่รักและตามใจเธอมาตั้งแต่เด็กกลับไม่อนุญาต จนต้องขอให้เหยียนเฉียวมาช่วยพูด พวกท่านถึงยอมตกลง

ในเวลานั้นเธออยากออกมาอยู่เดียว คิดว่าตัวเองก็อายุไม่น้อย ไม่ควรต้องให้พ่อแม่เลี้ยงดูแล้ว ต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับชีวิตของตนเอง อีกทั้งอาชีพของเธอนั้นทำงานไม่เป็นเวลา มีบางครั้งที่กลับมากลางดึก แล้วไม่อยากส่งเสียงดังปลุกพวกท่าน อยากจะให้พวกท่านพักผ่อนให้เต็มที่

ยังไงก็ย้ายออกมาแล้ว คุณก็ต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองได้แล้วนะครับ” เขาสำทับอีก

หญิงสาวตั้งใจฟังคำพูดของเขา แล้วพยักหน้ารับราวกับนักเรียนตัวเล็ก ๆ นั่งฟังคำสอนของคุณครู

ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามผมได้ เขาอดยิ้มไม่ได้

ใช่แล้ว

ในตอนนี้เองที่เขาหยิบกระเป๋าของเธอที่วางแอบไว้ที่มุมหนึ่งออกมา “เช้าวันนี้มีคนโทร.หาคุณหลายครั้งเลย”

เธอรับกระเป๋าถือของตัวเองมา แล้วคล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าจึงหมองลง

ฟู่อวี้สังเกตสีหน้าของเธอแล้วเลิกคิ้ว ลุกขึ้นยืน ผมจะออกไปหาอาหารเช้ากินสักหน่อยนะครับ รอน้ำเกลือขวดนี้ของคุณหมดก่อนค่อยพาคุณกลับบ้าน

เวิงอวี่พยักหน้า มองส่งเขาเดินออกจากห้องผู้ป่วย แล้วหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดู

บนหน้าจอมือถือปรากฏรายชื่อของสายที่เธอไม่ได้รับ เกือบทั้งหมดนั้นเป็นชื่อเหยียนเฉียว แล้วยังมีโจวรั่วที่คงเป็นห่วงว่าทำไมเธอไม่ไปทำงาน เธอรีบส่งข้อความบอกให้เพื่อนช่วยลาป่วยให้ วันพรุ่งนี้ถึงจะกลับไปทำงานได้

ข้อความเพิ่งจะส่งออกไปก็มีสายโทร.เข้ามา เธอมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือแล้วชะงักไปชั่วครู่ ก่อนใช้นิ้วมือสไลด์เบา ๆ เพื่อรับสาย

“เสียวอวี่!น้ำเสียงร้อนรนของเหยียนเฉียวดังมาตามสาย ทำไมคุณเพิ่งรับโทรศัพท์”

น้ำเสียงที่คุ้นเคยมานาน ผ่านไปเพียงแค่วันเดียวกลับเหมือนเสียงของคนแปลกหน้า หญิงสาวกำโทรศัพท์ไว้แน่น ไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไร

เป็นยังไงบ้างเมื่อไม่ได้ยินเธอพูดอะไร เหยียนเฉียวก็ยิ่งร้อนรน เสียวอวี่ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม ผมยืนรออยู่หน้าห้องคุณนานแล้วนะ

ในหัวของเธอกลับนึกถึงเรื่องที่เฉินหานซินพูดให้ฟัง เธอเงียบไปชั่วขณะ ฉันไม่เป็นไรค่ะ

แต่ไหนแต่ไรมาเหยียนเฉียวสามารถคาดเดาอารมณ์ได้จากน้ำเสียงของเธอ เขาพลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อวานเย็นที่ผมผิดนัดกับคุณ เป็นความผิดของผมเอง แต่ผมอธิบายให้คุณฟังได้ คุณไม่จำเป็นต้องหลบหน้าผมแบบนี้

ฉันไม่ได้อยู่ที่บ้านค่ะ

แต่วันนี้คุณไม่ได้ไปทำงานเสียงของเหยียนเฉียวหายไปสักพักก่อนถามกลับด้วยน้ำเสียงเจือความโกรธ แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนครับ อยู่บ้านเพื่อนรึเปล่า ผมจะไปรับคุณเดี๋ยวนี้

ไม่ต้องค่ะ... เธอค่อย ๆ หลับตาลง ตอนนี้ฉันอยู่โรงพยาบาล

เกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทำไมไปอยู่ที่โรงพยาบาลได้ล่ะครับ!” เหยียนเฉียวที่อยู่ปลายสายน้ำเสียงเปลี่ยนไป

เมื่อวานเย็นฉันไข้ขึ้นค่ะ ว่าแล้วหญิงสาวก็ไม่อยากพูดอะไรอีก “แต่อีกเดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว ถ้าคุณมีธุระไม่ต้องรอฉันนะคะ รีบไปจัดการธุระของคุณเถอะ” นี่เป็นครั้งแรกที่โทนเสียงของเธอแปลกไปอย่างชัดเจน

เหยียนเฉียวที่อยู่ปลายสายถึงกับชะงักไปเมื่อได้ยิน เขาตอบกลับเสียงเบา ผมไม่มีธุระสำคัญอะไรหรอก ถ้างั้นผมจะรอคุณอยู่ที่หน้าห้องนะครับ

 

เมื่อวางสายจากเหยียนเฉียวแล้ว อารมณ์ของเวิงอวี่ก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ หลังจากที่ถอดสายน้ำเกลือออกแล้วก็ถือว่าจบกระบวนการรักษา

เรื่องราวแบบนี้ตัวเธอเองไม่เคยประสบพบเจอ คงมีฟู่อวี้ผู้พิทักษ์ของเธอเท่านั้นที่ดูจะเข้าใจทุกเรื่องได้ดี

เมื่อถึงเวลาออกจากโรงพยาบาล กว่าฟู่อวี้จะขับรถพาเธอกลับมาถึงหมู่บ้านก็เที่ยงแล้ว หลังจากจอดรถเรียบร้อย ทั้งคู่ก็พากันเดินไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นชั้นบน

กลับไปแล้วก็คุยกับแฟนของคุณให้เข้าใจล่ะ ชายหนุ่มพูดขณะยื่นมือไปกดเรียกลิฟต์ถ้าหากคุณยังให้ความสำคัญกับเขา เรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นให้เปิดใจคุยกันจะดีกว่านะครับ

เวิงอวี่ที่ยังมึนงงอยู่ เมื่อได้ยินเขาบอกแบบนี้ ภายในใจก็พลันรู้สึกอบอุ่น

เขาช่างเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นจริง ๆ เธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็เข้าถึงยากกันทั้งนั้น แต่เพราะความอบอุ่นแบบนี้ของเขาที่ทำให้เธอเข้าถึงตัวเขาได้ง่าย

ค่ะ ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าคำพูดของเขาถูกต้องเสมอ

แม้ไข้จะลดลงแล้ว แต่อาการคัดจมูกและเจ็บคอยังคงมีอยู่ ตอนที่เดินออกจากลิฟต์ เธอรู้สึกถึงน้ำมูกที่คอยแต่จะไหลย้อยลงมา คิดในใจว่าลำบากเหลือเกิน แต่เป็นฟู่อวี้ที่อยู่ด้านข้างที่สังเกตเห็น เขาหลุดยิ้มพลางยื่นกระดาษเช็ดหน้ามาให้เธอซองหนึ่ง

ขอบคุณค่ะ เธอมองเขาด้วยดวงตาร้อนผ่าว น้ำตาคลอหน่วย รีบหยิบทิชชูไปเช็ดจมูกของตัวเอง

เงยหน้าขึ้นก็เห็นเหยียนเฉียวยืนรออยู่หน้าห้อง กำลังจ้องมองพวกเธอ

สายตาของเหยียนเฉียวที่มองมาช่างน่ากลัว หญิงสาวรับรู้ได้จากสายตานั้นว่าคนรักของเธอกำลังเข้าใจผิดแน่ ๆ ถูกมองแบบนี้ สิ่งแรกที่เธอทำก็คือหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

เขายังคงยืนเฉย แม้แต่คิ้วก็ไม่ขยับ

เสียวอวี่ เหยียนเฉียวเอ่ยปากเรียกชื่อเธอ แต่สายตากลับมองฟู่อวี้ คนนี้คือ...

บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นอึดอัด เวิงอวี่พยายามสูดหายใจ บังคับตัวเองให้เอ่ยปากแนะนำ คุณคนนี้เป็นเพื่อนบ้านของฉันเองค่ะ ชื่อคุณฟู่ เย็นวานนี้ที่ฉันไข้ขึ้น ก็ได้เขานี่แหละค่ะ ที่พาฉันไปโรงพยาบาล

เขาเป็นคนดีมาก ๆ เลยนะคะ เมื่อคิดแล้วก็โพล่งออกมา ช่วยฉันไว้หลายอย่างทีเดียว

สวัสดีครับฟู่อวี้หันไปพยักหน้าทักทายคนรักของเธอ

เหยียนเฉียวมองเขาด้วยท่าทีเป็นกันเองมากขึ้น แต่เสียงยังคงไว้ตัวสวัสดีครับ

ฟู่อวี้ ขอบคุณมากค่ะ กลับห้องแล้วคุณอย่าลืมพักผ่อนนะคะ ในใจของเวิงอวี่ตอนนี้แทบไม่อยากมองหน้าเหยียนเฉียวที่ยืนทำหน้ายักษ์มองฟู่อวี้ จึงรีบยิ้มพลางกวักมือเรียกชายคนรัก เข้าห้องกันดีกว่าค่ะ

ขอบคุณนะครับที่ช่วยแฟนผม เธอเป็นคนเชื่องช้าแบบนี้แหละครับ เวิงอวี่เข้าห้องเรียบร้อยแล้ว เหยียนเฉียวยังคงมองเพื่อนบ้านหนุ่มของคนรักที่กำลังหยิบกุญแจห้องขึ้นมาไขประตูอย่างไม่ยินดียินร้าย หลังจากที่ผมกับเธอแต่งงานกันแล้ว เธอคงไม่ต้องรบกวนคุณอีก

คำพูดเหล่านี้พูดเสียงเข้มที่เจือความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจนฟู่อวี้ที่กำลังยื่นมือไปเปิดประตูต้องชะงัก หันมามองด้วยสายตาเย็นชายากจะหยั่งถึง “ผมไม่เคยกลัวความลำบากครับ”



[1]เป็นผลงานในยุคราชวงศ์หยวนที่บอกเล่าเรื่องราวความกตัญญูของขงจื่อ เขียนโดยกัวจวีจิ้ง และใช้เป็นตำราสอนค่านิยมทางศีลธรรมของขงจื่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #50 vpcok_a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 09:03
    หมั่นไส้แฟนนางเอกยังไงก็ไม่รู้5555
    #50
    0