[นิยายแปล] หนึ่งใจมีไว้รักคุณ

ตอนที่ 3 : 1.2 แรกเริ่มที่ได้รู้จักเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61

ตอนที่เธอกลับมาทำอาหารที่ห้องของตัวเอง เวิงอวี่ก็เพิ่งคิดได้ว่า แม้จะพูดไปเพราะความซื่อและเพื่อมิตรภาพ แต่ก็เรียกได้ว่าเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ เธอเพิ่งจะเชิญผู้ชายแปลกหน้าให้เข้ามากินอาหารเย็นที่บ้าน

เพื่อนสนิทเคยบ่นหลายครั้งเรื่องความหัวช้าของเธอว่าสามารถเดินรอบโลกได้ตั้งสามรอบกว่าจะคิดออก เหยียนเฉียวก็มักจะกังวลเสมอว่าเธอจะถูกทำร้ายตอนเดินอยู่ตามท้องถนน ฉะนั้นคนที่จะทำเรื่องซื่อบื้อพวกนี้ได้ก็คงมีแต่เธอเท่านั้นแหละ

ยังไงก็ตาม...

ขณะมือกำลังหั่นผัก สมองก็ประมวลผลอย่างรวดเร็ว เพื่อนใหม่ของเธอคนนี้ดูเป็นคนมีความสามารถ แถมยังทำงานด้านการศึกษาที่ต่างประเทศ ไม่น่าจะเป็นคนไม่ดี

เวิงอวี่ส่ายหัวนิด ๆ จากครั้งแรกที่เจอกันจนถึงตอนนี้เธอก็จัดให้ชายหนุ่มอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่เป็นอันตรายต่อเธอเรียบร้อยแล้ว

เธอนำวัตถุดิบที่ซื้อมาผัดเป็นกับข้าวพื้น ๆ สองอย่าง กำลังหันมาต้มบะหมี่ ก็ได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น

หญิงสาวเช็ดมือกับผ้าเช็ดมือ แล้วรีบเดินออกไปเปิดประตู

ฟู่อวี้ที่ยืนอยู่หน้าประตูเปลี่ยนมาใส่ชุดที่สะอาดแล้ว ในมือยังถือกล่องสีสันสวยงาม เธอเห็นเพียงรอยยิ้มสว่างไสวที่ประดับอยู่บนใบหน้าอีกฝ่าย เขาพูดกับเธอว่า ไม่รู้ว่าคุณชอบขนมหวานไหม คุกกี้กล่องนี้ผมซื้อมาจากอังกฤษครับ”

ดูเหมือนเขาจะเดาได้ว่าเธอเกรงใจ เลยพูดต่ออีกหนึ่งประโยค ของขวัญสำหรับเพื่อนใหม่ครับ ไม่ต้องคิดมาก

...ขอบคุณค่ะ

ในตอนแรกเธอลังเลด้วยคิดว่าการรับของขวัญจากเขาเป็นเรื่องที่ออกจะมากเกินไปสักหน่อย แต่ด้วยว่าเธอเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ของขนมหวานชนิดต่าง ๆ กอปรกับท่าทางเปิดเผยจริงใจของเขา เธอจึงทำได้แค่รับกล่องขนมนั้นมา แล้วรีบเดินนำเขาเข้ามาในห้อง คุณนั่งรอที่โต๊ะอาหารสักครู่นะคะ ฉันจะไปหยิบจานมาให้

ให้ผมช่วยดีกว่าครับ

แทนที่จะนั่งรอตามคำบอก เขากลับเลือกเดินตามเธอเข้ามาในครัว

เมื่อทั้งสองคนเข้ามาแล้ว เวิงอวี่พลันรู้สึกประหม่านิดหน่อย เห็นว่าเขายืนรอเธอด้วยท่าทีผ่อนคลาย เธอเลยชี้ไปที่หม้อที่ใช้ต้มเส้นบะหมี่ งั้นรบกวนคุณยกหม้อใบนี้ออกไปนะคะ

ต้องใช้แผ่นรองไหมครับ เขาหันมามองเธอ

ใช้ค่ะ เธอพยักหน้าตอบ

กับข้าวและบะหมี่ถูกจัดวางบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว เวิงอวี่เดินกลับไปหยิบตะเกียบสองคู่มาจัดวางอย่างคล่องแคล่ว ส่วนเขาตักบะหมี่ใส่ถ้วยให้เธอ เมื่อตักเสร็จแล้วก็วางถ้วยนั้นลงตรงหน้าเธอ

ตอนนี้เองที่ท่าทางเอาใจใส่และรู้มารยาทของเพื่อนบ้านคนนี้ได้แสดงออกมาให้เธอเห็น

หญิงสาวลุกขึ้นไปเปิดเครื่องปรับอากาศในห้องนั่งเล่น แล้วกลับมานั่งที่ ชวนเขาชิมอาหารด้วยท่าทีเก้อเขิน “เอ่อ รีบกินตอนยังร้อนดีกว่าค่ะ...ฉันหวังว่ารสชาติจะถูกปากคุณนะคะ

ฟู่อวี้ที่นั่งตรงข้ามเธอคลี่ยิ้มน้อย ๆ หยิบตะเกียบขึ้นมาถือแล้วบอก สำหรับผมแล้ว หลังจากที่กลับมาถึงจีน แม้จะเป็นข้าวเปล่าเพียงถ้วยเดียว ผมก็กินได้อย่างรู้สึกขอบคุณมากแล้วละครับ”

เธอหลุดหัวเราะ “คิก” ออกมาคำหนึ่ง “อะไรจะขนาดนั้นคะ”

ฟิชแอนด์ชิป[4]สเต๊ก...ของพวกนี้ที่อังกฤษน่ะหรือ ผมคิดมาตลอดว่าแม้สเต๊กจะอร่อยสักแค่ไหน ก็ยังสู้เกี๊ยวน้ำชามเล็ก ๆ ไม่ได้เลย ชายหนุ่มใช้ตะเกียบคีบกับข้าวใส่ถ้วยของตัวเอง คุณเองก็เห็นฝีมือการทำอาหารอันน่าตกใจของผมแล้ว ผมเลยได้แต่ไปกินที่โรงอาหารเท่านั้น คงไม่กล้าทำอาหารจีนอีกแล้วละครับ

คุณทำอาหารอร่อยมาก” เขาชิมไปหนึ่งคำ ยิ้มอ่อน ผมไม่ได้แกล้งชมนะครับ อร่อยจริง ๆ”

เวิงอวี่ได้ยินคำชมของเขาก็รู้สึกเขิน “...รสชาติไม่แย่นักก็ดีแล้วค่ะ แล้วบะหมี่ละคะ

อืม เขาชิมอีกหลายคำแล้วพยักหน้า เส้นเหนียวนุ่ม ไม่ติดกัน

ฉันชอบกินบะหมี่มาตั้งแต่เด็กค่ะ เมื่อก่อนตอนอยู่ที่โรงเรียน ฉันกินเกี๊ยวน้ำเป็นอาหารเช้าเกือบทั้งปีเลย” เนื่องจากอยากปกปิดความเขินอาย เธอพยายามเปลี่ยนเรื่อง แต่กลับหลุดปากออกมาว่า “งานอดิเรกของฉัน นอกจากนอนกับกินแล้ว ก็คือการหาว่าจะต้มบะหมี่ยังไงให้อร่อยที่สุด

เมื่อพูดจบ เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอได้แสดงตัวตนออกไปต่อหน้าเพื่อนบ้านหนุ่มสุดหล่อว่าเธอเป็นคนขี้เกียจ แถมยังชอบกินมาก ๆ ด้วย

แบบนี้คงไม่ดีสักเท่าไหร่ ทั้งซื่อบื้อทั้งสมองช้า คาดว่าเขาคงต้องดูถูกเธอแน่ ๆ...

สิ่งที่เธอคิดไม่ถึงก็คือฟู่อวี้นั่งฟังอย่างตั้งใจ แล้วยังเอ่ยถามอีกว่า ถ้ายังงั้นคุณนักชิมตัวยงครับ ตอนนี้คุณเรียนจบหรือยัง

ฉันเรียนจบแล้วค่ะ เธอว่า ตอนนี้ทำงานเป็นลูกเรือฝึกหัดของสายการบินไชน่าอีสเทิร์นค่ะ

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด “ผมไปอังกฤษหลังจากเรียนจบมัธยมปลาย พอจบปริญญาเอกก็ได้ตำแหน่งอาจารย์สอนอยู่ที่อิมพีเรียลคอลเลจ[5]

อิมพีเรียลคอลเลจ

เวิงอวี่คิดทบทวนอยู่พักหนึ่งก็นึกออกว่าเฉินหานซินเคยเล่าให้เธอฟังว่ามหาวิทยาลัยนี้ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้น ๆ ของอังกฤษ มีชื่อเสียงเทียบเท่ากับสถาบันเอ็มไอที[6]ของอเมริกาเลยทีเดียว

เพื่อนบ้านคนใหม่ของเธอช่างเป็นคนที่มีความสามารถที่หาได้ยากยิ่ง...

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถอนหายใจแล้วพูดเสียงแผ่วเบาว่า ฉันว่าหน้าที่การงานของเราสองคนต่างกันมากเลยนะคะ...

ปลายเสียงเธอของเธอเบาลงไม่น้อย ฟู่อวี้ได้ฟังแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองเธอทันที บอกด้วยเสียงไม่ดังไม่ค่อยว่า ผมคิดว่าอาชีพของคุณก็ดีนะครับ

จริงหรือคะ” หญิงสาวราวกับจะนึกอะไรออก สีหน้าเคลิบเคลิ้ม อาชีพของฉัน...ต้องบอกว่าเป็นเพียงความฝันในวัยเด็กค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นจริง”

ผมเคารพทุกคนทุกอาชีพครับ ไม่ว่างานนั้นจะสูงหรือต่ำ ทุกอาชีพก็ต้องมีคนทำงาน สังคมถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ จงจำไว้เสมอว่าเราต้องไม่ดูถูกงานของตัวเอง”

พอเขาพูดแบบนี้ก็เสริมอีกประโยค ก่อนก้มลงกินบะหมี่ต่อ ไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไงก็ตาม

คำพูดนี้เขาพูดสบาย ๆ ตามปกติ ไม่มีเจตนาอื่นเลยสักนิดเดียว เวิงอวี่ฟังคำพูดทั้งหมดก็นิ่งไป พลันเกิดความรู้สึกหลากหลาย ก่อนค่อย ๆ เอ่อท้นจนเต็มหัวใจ

เธอเป็นคนขี้เกียจและไม่ชอบอ่านหนังสือ ทั้งวันเอาแต่หลับในห้องเรียน เพราะพ่อกับแม่รักเธอจึงไม่อยากดุด่าว่าเธอ แต่เธอก็ได้ยินเสียงนินทาของเพื่อนบ้านและญาติ ๆ มากมาย

สมองช้า จำบทเรียนก็ไม่ได้ ไม่มีอนาคต คงไม่ได้ทำงานเงินเดือนสูง ๆ หรอก สุดท้ายคงได้แต่ทำงานอาชีพทั่ว ๆ ไป...คำพูดแบบนี้มีมาก มากมายเหลือเกิน

เธอจึงตัดสินใจไปสมัครเป็นแอร์โฮสเตสหลังจากเรียนจบอนุปริญญา จึงได้เจอกับเหยียนเฉียวตอนทำงาน เหยียนเฉียวเป็นลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจท้องถิ่นของเซี่ยงไฮ้ ครอบครัวของเขามีฐานะดี เธอยังเคยคิดว่าเขาอยู่คนละโลกกับเธอ แต่เหยียนเฉียวกลับคอยดูแลเอาใจใส่เธอครั้งแล้วครั้งเล่า และเธอเองก็เป็นคนที่ปฏิเสธใครไม่ค่อยเป็น สุดท้ายจึงตกลงเป็นแฟนกับเขา

แต่คบกันมาสามปี ข่าวลือพวกนั้นยังคงอยู่รอบตัวเธอ สังคมของอาชีพลูกเรือปกติก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซับซ้อนมากอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงยังได้ยินคำพูดไม่น่าฟังจากเพื่อน ๆ อยู่เสมอ

แม้แต่เรื่องที่ร้ายแรงที่สุดและน่ากลัวที่สุด เธอก็ประสบมาแล้วเมื่อวันก่อน

แต่วันนี้เป็นครั้งแรกของเธอในรอบหลายปีที่ได้ยินคนคนหนึ่งบอกว่าเขาเคารพในอาชีพของเธอ และยังบอกให้เธออย่าดูถูกตัวเอง

เวิงอวี่ยกถ้วยขึ้นมาอย่างโง่งม เส้นบะหมี่ครึ่งหนึ่งยังคาอยู่ในปาก แต่เธอควบคุมน้ำตาเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว หญิงสาวสะอื้นครั้งหนึ่ง น้ำตาก็รินไหลออกมา



[5]อยู่ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ

[6]ชื่อย่อของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #63 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 20:22
    นางเอกเป็นไรรร
    #63
    0
  2. #46 vpcok_a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 08:40
    อยากรู้แล้วว่านางเอกเจออะไรบ้างอ่ะๆ
    #46
    0
  3. #7 ปานชีวา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 00:31

    น่ารักนะคะเรื่องนี้

    แต่ตะหงิดอย่างนึง

    ที่อังกฤษอาหารจีนหากินง่ายและอร่อยมากด้วย โดนเฉพาะในลอนดอน 555555 ????

    #7
    0
  4. #5 jineping (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 12:55

    อยากได้เล่มเร็ว ๆ

    #5
    0