[นิยายแปล] หนึ่งใจมีไว้รักคุณ

ตอนที่ 1 : ภาคต้น บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 192 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61

เมื่อฉันข้ามผ่านความมืดมนทั้งปวงและเผชิญหน้ากับสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด เธอคือธงชัยของฉัน

หวังเสี่ยวปัว

 

 

“แล้วกล่องใบนี้ล่ะ ผมยกของเข้ามาในห้องให้คุณหมดแล้วนะ ผมไม่ได้ช่วยคุณรื้อของในกล่องออกเพราะกลัวว่าจะวางผิดที่” เวิงอวี่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน มองเหยียนเฉียวก้มลงวางกล่องบนพื้น พลางกำชับเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก สายไฟกับปลั๊กต่าง ๆ เขียนบอกไว้หมดแล้ว คุณอย่าดูผิดล่ะ

ตอนอยู่ที่บ้านดูว่าของของคุณทั้งเยอะทั้งรก แต่พอเก็บลงกล่องแล้ว ความจริงก็ไม่ได้เยอะอะไรขนาดนั้นตอนนี้เหยียนเฉียวที่สำรวจรอบ ๆ ห้องนอนแล้วหันกลับมามองเธอ ...คุณฟังผมอยู่รึเปล่า เสียวอวี่

อืม เวิงอวี่หันกลับมาพยักหน้าช้า ๆค่ะ ฉันได้ยินแล้ว

เหยียนเฉียวหน้านิ่วคิ้วขมวด ก่อนเดินเข้ามาลูบหัวเธอเบา ๆ ก็เพราะคุณเอาแต่เงียบแบบนี้ ผมละเป็นห่วงคุณจริง ๆ ว่าพอออกมาอยู่คนเดียวแล้วจะมีปัญหา ตอนกลางคืนก่อนเข้านอน ประตูหน้าต่างต้องปิดให้ดี ก่อนออกจากบ้านก็ต้องดูฟืนไฟด้วยนะว่าปิดแล้วหรือยัง ที่สำคัญที่สุดคือห้ามอดข้าวเพียงเพราะขี้เกียจ

ตั้งแต่ต้นจนจบ เวิงอวี่ได้แต่เงียบฟังคำบ่นของเหยียนเฉียว ชั่วขณะหนึ่งเธอถอยหลังเงียบ ๆคุณนี่เหมือนพ่อแม่ฉันเลยนะคะ ชอบคิดว่าพอฉันอยู่คนเดียวแล้วจะปล่อยให้ตัวเองอดตาย...

ผมกลัวว่าจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ เหยียนเฉียวพับแขนเสื้อขึ้น รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา แต่ก็นะ คุณป้าเพิ่งบอกผมว่าระหว่างปล่อยให้คุณออกมาอยู่คนเดียวกับอยู่กับผม พวกเขาหวังว่าคุณจะเลือกอยู่กับผมมากกว่า

“แล้วคุณคิดยังไงคะ”

เขามองหน้าเธอ พูดต่อไปว่า “พวกเราเคยคุยกันแล้ว ตอนนั้นคุณบอกว่าคุณลุงคุณป้าไม่มีทางเห็นด้วยหรอก แต่ตอนนี้พวกท่านอนุญาตแล้ว แค่คุณตอบตกลง พวกเราก็กลับบ้านด้วยกันเลย

เวิงอวี่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา สัมผัสได้ถึงสายตาอ่อนโยนที่มองตรงมาก็เริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมานิด ๆ

“เอ่อ...คุณหิวไหมคะ”

หลังจากเงียบไปอีกพักใหญ่เพราะเธอรู้สึกหวั่นไหวอย่างประหลาดกับคำถามของเขา หญิงสาวจึงเงยหน้ายิ้มให้ ก่อนรีบหันหลังเดินออกจากห้องไปคุณยุ่งมาทั้งวันเพราะเรื่องย้ายบ้านของฉัน ฉันจะลงไปซูเปอร์มาร์เก็ตข้างล่าง ซื้อของมาทำอาหารเย็นให้คุณ รอสักครู่นะคะ

เหยียนเฉียวมองตามแผ่นหลังของคนรักที่รีบเดินออกไปราวกับพายุ รู้ว่าเธอเขิน เขาเลยอดยิ้มไม่ได้ รีบสั่งตามหลังว่า นี่ ข้างนอกหนาวมาก ก่อนออกไปใส่เสื้อกันหนาวด้วยนะ

เธอร้องตอบคำหนึ่ง รีบหยิบเสื้อโค้ตที่แขวนอยู่มาใส่ แล้วเปิดประตูออกไปทันที

พอออกจากลิฟต์ก็เดินมุ่งหน้าออกนอกอาคาร ลมหนาวพัดปะทะใบหน้าและลำคอ เธอจึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมหยิบผ้าพันคอมาด้วย

 

หนาวจริง ๆ เลย...เวิงอวี่สูดหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่ง สองมือซุกลงในกระเป๋าเสื้อโค้ต เดินฝ่าลมหนาวไปยังประตูทางออกหมู่บ้าน[1]

อากาศที่เซี่ยงไฮ้ในช่วงเดือนธันวาคมนี่หนาวจริง ๆ สภาพอากาศทั้งเย็นทั้งชื้นของเมืองทางใต้ ถ้าเทียบกับสภาพอากาศเย็นและแห้งของเมืองทางเหนือ บอกได้แค่ว่าแย่กว่ากันมาก

หญิงสาวพลันนึกถึงภาพของเหยียนเฉียวที่ช่วยเธอขนกล่องลงจากรถขึ้นห้องทีละกล่อง ๆ จนมือแดงไปหมดโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วก็ต้องหลุบตาลง

คบกันมาสามปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกัน เขาก็ดูแลเธอแบบนี้มาตลอด ช่วยดูแลแม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

เขาเป็นคนรักที่ดีมาก ๆ แม้แต่พ่อแม่ของเธอก็ยังชื่นชม

แต่นั่นแหละคือปัญหา มันอาจจะใช่ที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา แม้เขาจะไม่รู้อะไรเลย แต่เพราะเธอเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับตัวเองมาก หลังจากที่เจอเหตุการณ์อย่างเมื่อสัปดาห์ก่อน จนมาเจอหน้าเขาในวันนี้ เธอก็ไม่สามารถทำตัวตามสบายกับเขาได้อีกเลย

ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้เธอหนักใจจริง ๆ จนกระทั่งเดินมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ตในละแวกหมู่บ้าน เวิงอวี่ก็หยิบข้าวของที่จะใช้ทำอาหารใส่จนเต็มตะกร้า เมื่อถึงคิวจ่ายเงินถึงพบว่าเธอลืมหยิบกระเป๋าสตางค์ที่วางทิ้งไว้ในบ้านมาด้วย

คุณคะ ถ้ายังงั้นช่วยหลีกทางให้คนข้างหลังก่อนดีไหมคะ แคชเชียร์ที่เห็นว่าเธอหน้าแดงขณะยืนล้วงกระเป๋าไปมาครู่หนึ่งเอ่ยขอร้องอย่างสุภาพ

ด้านหลังยังมีคนต่อแถวอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางสายตาของผู้คน เวิงอวี่แทบอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอับอาย ทำได้แค่ก้มหัวขอโทษ พลางหลีกทางให้คนข้างหลัง ขอโทษค่ะ...

ให้ผมช่วยจ่ายให้ก่อนก็ได้นะครับ

ใครจะรู้ หลังจากที่เธอเพิ่งจะส่งตะกร้าในมือให้แคชเชียร์เก็บเอาไว้เพื่อเดินกลับไปหยิบเงิน ก็ได้ยินเสียงบอกอย่างสุภาพดังมาจากด้านหลัง

เวิงอวี่หันกลับไปมองด้วยความตกใจ พบว่าคนพูดเป็นลูกค้าที่ต่อแถวชำระเงินต่อจากเธอ

อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลาเอาการ แค่ยืนอยู่เฉย ๆ ยังโดดเด่นเหนือคนอื่น ๆ

เธอคิดว่าถูกแล้วละที่เธอจะเรียกเขาว่าหนุ่มหล่อ

ไม่ใช่สิ ปัญหาคือเธอไม่รู้จักหนุ่มหล่อคนนี้สักหน่อย...

ถ้างั้น...ขอบคุณนะคะ... หญิงสาวทำได้เพียงละล่ำละลักกล่าวขอบคุณเขา

ขณะที่เธอยังนิ่งงันด้วยความตกใจและสับสนอยู่นั้น แคชเชียร์ก็บอกยอดที่ต้องชำระกับชายหนุ่มด้วยใบหน้าเขินอาย เขาซื้อน้ำเปล่าเพียงไม่กี่ขวด แป๊บเดียวก็จ่ายค่าของของทั้งคู่เสร็จเรียบร้อย

เวิงอวี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เห็นเขาหยิบถุงใส่ของของเธอก็พูดโดยอัตโนมัติว่าต้องขอบคุณคุณมากนะคะ ฉันจะรีบกลับบ้านไปหยิบเงินมาคืนคุณ บ้านของฉันอยู่ข้าง ๆ นี่เองค่ะ ใกล้มาก ๆ...

ชายหนุ่มมองสีหน้าลำบากใจของเธอ ก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ไม่พูดอะไร ทำหน้าที่สุภาพบุรุษหิ้วถุงใส่ของให้ แล้วส่งสัญญาณบอกให้เธอเดินออกจากช่องชำระเงิน

จนกระทั่งพวกเขาทั้งคู่เดินออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว เวิงอวี่ก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่ามีอะไรสักอย่างที่ดูจะไม่ถูกต้องนัก

เมื่อออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตจะพบทางเดินสองทาง ทางซ้ายเป็นทางไปยังลานจอดรถ ส่วนทางขวาเป็นทางไปหมู่บ้าน ผู้ชายคนนี้ไม่ต้องถามเธอก็คงจะรู้มั้งว่าบ้านของเธอต้องเดินไปทางขวา

คุณอยู่ในหมู่บ้านเย่ว์ซินใช่ไหมครับ ไม่ต้องรอให้เธอเอ่ยปาก เขาถามนำก่อนแล้ว

ถนนทั้งสายเงียบสงบ ตอนนี้เองเธอถึงเพิ่งได้ยินเสียงพูดของเขาชัดเจน ฟังรื่นหูดี เสียงทุ้มต่ำ น่าฟัง

ค่ะ เธอพยักหน้างง ๆ

“ผมเพิ่งเดินตามหลังคุณออกมาจากหมู่บ้านครับ” เขาบอกอย่างสุภาพ

เป็นแบบนี้นี่เอง...เธอตอบพลางนวดขมับของตัวเอง ก่อนถอนหายใจบังเอิญจังเลยนะคะ

ที่แท้ชายหนุ่มก็เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับเธอ แต่คนที่จะยื่นมือมาช่วยเพื่อนบ้านแปลกหน้าจ่ายเงินค่าของแบบนี้ก็ยังหาได้ยากอยู่ดี

 

เพียงไม่นานทั้งสองคนก็เดินมาถึงประตูใหญ่ของหมู่บ้าน เธอรีบรับถุงใส่ของในมือของเขามาถือ กล่าวขอโทษและขอบคุณอีกครั้งอย่างขัดเขิน ต้องขอโทษที่รบกวนคุณจริง ๆ นะคะ ฉันจะขึ้นไปหยิบเงิน คุณช่วยรอฉันตรงนี้สักครู่หนึ่งได้ไหมคะ

เดี๋ยวครับเขากระแอมขึ้นครั้งหนึ่ง คุณอยู่ตึกอะไรครับ

อ่า เธอหันกลับไป ชี้ไปยังตึกที่อยู่ไม่ไกลนักตึกสิบเอ็ดค่ะ

ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก ผมก็อยู่ตึกสิบเอ็ด

เวิงอวี่ทำตาโต หลุดปากถามว่าแล้ว...คุณอยู่ชั้นไหนคะ

ชั้นสิบห้าครับ เขาเม้มปากนิด ๆ

...นี่มันจะบังเอิญมากเกินไปไหม เวิงอวี่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ

ไม่อยากจะเชื่อเลย เธอกับหนุ่มหล่อแสนดีคนนี้ ไม่เพียงแต่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ยังอยู่ตึกเดียวกัน ชั้นเดียวกันอีก...

ชายหนุ่มมองอาการตกใจแบบโอเวอร์แอ๊คติ้งของเธอ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องฉีกยิ้มกว้างขึ้น ดูท่าแล้วพวกเราคงจะเป็นเพื่อนบ้านกันจริง ๆ สินะครับ

ตอนนี้พวกเขาสองคนกำลังเดินกลับตึกสิบเอ็ดด้วยกัน เธอต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งที่จะปั้นหน้าเฉยเข้าไว้ ฉัน...เพิ่งย้ายเข้ามาวันนี้ค่ะ อยู่ห้องหนึ่งห้าศูนย์หนึ่ง

เขาพยักหน้ารับแล้วบอกผมอยู่ห้องหนึ่งห้าศูนย์สองครับ แต่นาน ๆ จะได้กลับมาสักที

หืม เธอมองเขาอย่างสงสัย

ชายหนุ่มเอาแต่ยิ้ม พลางยื่นมือออกไปกดเรียกลิฟต์ ปกติแล้วผมสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษครับ ครั้งนี้มหาวิทยาลัยหยุดคริสต์มาสก็เลยกลับมาพักผ่อนที่นี่

อ้อ...

ความจริงแล้วหนุ่มหล่อคนนี้ไม่เพียงแต่หน้าตาดี นิสัยดี ยังเป็นอาจารย์อยู่ที่อังกฤษอีกด้วย เวิงอวี่ไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าของเธอฉายความชื่นชมเขาออกมา พอเดินเข้าไปในลิฟต์แล้วก็ออกปากถาม คุณสอนวิชาอะไรคะ

คณิตศาสตร์ครับ เขาเหลือบตามองเธอ

...ความรู้ด้านคณิตศาสตร์ของฉันแย่มากค่ะ หญิงสาวได้ยินคำตอบแล้วทำท่าพะอืดพะอม ตั้งแต่เล็กจนโต คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ของฉันคาบเส้นมาตลอด ฉันจำได้ว่าในการสอบครั้งหนึ่ง ฉันได้รับกระดาษข้อสอบมายังไง ก็ส่งกระดาษเปล่ากลับไปแบบนั้น...

ในตอนนั้นอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องโกรธจนหน้าซีด เขาคิดว่าฉันหาเรื่องเขา แต่ความจริงแล้วฉันแค่ไม่เข้าใจคำถามในข้อสอบเลยสักคำถามเดียว...เวิงอวี่ยิ่งเล่าก็ยิ่งอยากร้องไห้ พ่อแม่ของฉันเก่งคณิตศาสตร์มาก ๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองดันเกิดมาผ่าเหล่าผ่ากอแบบนี้...

“ฉันคงพูดได้แค่นี้

ฟังเธอเล่าจบแล้ว เขาอดยิ้มไม่ได้ กะพริบตาปริบ ๆ โชคดีนะครับที่คุณไม่ใช่นักเรียนของผม

ทั้งคู่พูดกันมาถึงตรงนี้ ลิฟต์ก็เคลื่อนมาถึงชั้นสิบห้าพอดี เวิงอวี่ชี้ไปทางประตูห้องของเธอ พลางกวักมือเรียกเขา “ถ้างั้น...ฉันขอเข้าไปหยิบเงินมาให้คุณก่อนนะคะ

ไม่ต้องรีบหรอกครับ

ชายหนุ่มโบกมือให้เธอ แล้วหยิบกุญแจห้องมาไขประตูห้องของเขาเอง ขณะหันมาส่งยิ้มอ่อน ๆ ให้เธออย่างมีความหมายห่างกันแค่ผนังกั้นแค่นี้ ผมไม่กลัวคุณหนีหนี้หรอก


 



[1]มีลักษณะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มีรั้วโดยรอบ มียามรักษาความปลอดภัยตรงทางเข้า-ออก ภายในเป็นตึกที่มีลักษณะเหมือนแฟลตเรียงรายอยู่ และอาจจะมีที่อยู่อาศัยแบบอื่น ๆ (เช่น คอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว ฯลฯ) อยู่ด้วยกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 192 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #60 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 20:12
    อยากมีงี้มั่ง หนุ่มหล่อเก่งรวยข้างห้อง งื่อออ
    #60
    0
  2. #44 vpcok_a (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 08:29
    พรหมลิขิตชัดๆ55555
    #44
    0
  3. #30 Mel (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 04:31

    อยากบอกให้ทราบว่า student village เป็นที่พักนักศึกษา (ไม่ใช่หมู่บ้าน) ที่มีตึกหลายตึก แต่ละกลุ่มตึกจะมีชื่อแตกต่างกันไป ตั้งอยู่ภายในหรือใกล้มหาวิทยาลัยที่เรียน

    #30
    0
  4. #27 Diznie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:28
    นางเอกมีแฟนแล้วเหรอคะ
    #27
    0
  5. #6 ปานชีวา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 00:24

    ในความเป็นจริงอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์หรือพวก businessในมหาลัยอังกฤษเป็นคนจีนเยอะอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะคะ แบบมีความ reasonable 555555

    #6
    0
  6. #2 bowwbo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:42
    รอเล่มค่ะ อยากอ่านแล้ว
    #2
    0
  7. #1 jineping (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 20:06

    กรี้ดดดด ดำเนินเรื่องได้น่าอ่านมากค่ะ ออกเล่มเมื่อไหร่คะ

    #1
    1