Boss&Me มื้อนี้มีรัก

ตอนที่ 3 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    11 ม.ค. 60

ชุดอาหารบำรุงโลหิตที่ส่งมาตรงตามเวลาในวันที่สองช่วยยืนยันความคิดของซานซานให้เป็นจริงมากยิ่งขึ้น แต่ครั้งนี้ไม่ใช่คุณลินดาที่มาส่งข้าวกล่องแล้ว แต่เป็นสาวสวยน่ารักประจำห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการอีกคนหนึ่ง ที่แนะนำตัวเองว่าเป็นผู้ช่วยของลินดา ชื่อว่าเมย์

และพอวันที่สาม คนส่งข้าวก็เป็นสาวสวยอีกคนชื่อว่าวี

คนที่มาส่งข้าวในแต่ละวันเป็นสาวสวยไม่ซ้ำหน้า (แต่ก็มีอยู่สองครั้งที่เป็นผู้ช่วยพิเศษหนุ่มหล่อมาดแมนแอนด์แฮนด์ซั่มสุดๆ จนหัวใจน้อยๆ ของซานซานแทบจะกระโดดเด้งออกมาจากอก) แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันทุกวันก็คือตับหมูในกล่องข้าว

ซานซานอยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียงจริงๆ...ว่าข้าน้อยยินดีถวายโลหิตที่ถนอมเลี้ยงมายี่สิบปีแต่โดยดีแล้ว แต่ขออย่างเดียว อย่าให้ข้าน้อยต้องรับตับหมูเข้าไปในกระเพาะอีกเลย....ให้ข้าน้อยได้สั่งอาหารบ้างสิเถอะ...

แต่แน่นอนว่านี่เป็นแค่เสียงเรียกร้องแค่ในหัวใจของซานซานเท่านั้น เพราะอย่างไรเสียเธอก็ยังไม่กล้าพอจะกรีดร้องออกมาให้ชาวบ้านได้ยินกันจริงๆ หรอก

 

หลังจากที่รับประทานอาหารมื้อพิเศษจากห้องท่านผู้อำนวยการต่อเนื่องกันมาได้สองสัปดาห์ สาวน้อยจอมบื้ออย่างซานซานก็ชักจะนั่งไม่ติด

ตกลงท่านผู้อำนวยการคิดจะสูบเลือดเธออีกเท่าไหร่กัน ถึงได้ทุ่มทุนขุนกันขนาดนี้...

ใช่ว่าซานซานจะไม่เคยคิดปฏิเสธ เพียงแต่ทุกครั้งเธอจะมีความรู้สึกว่า พรุ่งนี้ไม่น่าจะมีมาอีกหรอก เลยสู้เก็บน้ำลายของตัวเองเอาไว้ แต่ใครจะรู้ล่ะ ว่าเบื้องบนจะยังคงตั้งหน้าตั้งตาส่งข้าวมาให้ได้ตั้งสองอาทิตย์เข้าไปแล้ว

ดังนั้น พอถึงวันจันทร์ของสัปดาห์ที่สาม ซานซานก็ลากตัวคุณเลขาฯมาบอกขอบคุณบริษัท ขอบคุณท่านผู้อำนวย และขอบคุณคุณเลขาฯที่คอยส่งข้าวมาให้เป็นอย่างมาก พร้อมกับบอกว่าถึงไม่มีสวัสดิการกล่องข้าวน้อยนี้ให้ เธอก็เต็มใจบุกน้ำลุยไฟเพื่อบริษัทอยู่แล้ว หรือต่อให้ต้องหลั่งเลือดสัก ๔๐๐ ซีซีก็ไม่หวั่น เพราะฉะนั้น ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องส่งข้าวมาให้เธออีกแล้วก็ได้ (สุนทรพจน์นี้ซานซานใช้เวลาร่างอยู่สองวันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยคิดเอาเองว่าฟังง่ายที่สุดและโฟกัสตรงจุดที่สุดแล้ว)

แต่คุณเลขาฯกลับยิ้มอย่างใจดีและบอกเธอว่า “ฉันก็แค่ทำตามคำสั่งของ ผอ. เท่านั้น ถ้าหากว่าคุณเซวียมีความคิดเห็นเป็นอย่างอื่น ต้องไปบอกกับท่าน ผอ. เองนะคะ”

ซานซานตาเหลือก เธอเป็นแค่พนักงานการเงินตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จะไปเจรจาต้าอวยกับท่านผู้อำนวยการได้อย่างไร แถมบริษัทเฟิงเถิงก็ใหญ่โตโอ่โถงขนาดนี้ แม้แต่ห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการอยู่ที่ไหนเธอก็ยังไม่รู้ หรือจะให้เธอเดินตามหลังคุณเลขาฯขึ้นไปหาท่านผู้อำนวยการแทน แต่ปัญหาก็คือ...เธอกล้าพอหรือเปล่าล่ะ

และแล้วซานซานก็ได้แต่ทำหน้าหนากินตับหมู ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานทั้งออฟฟิศที่คอยจับจ้องมาด้วยความอิจฉาปนประเมินต่อไป...หลังจากนั้นด้วยความทุกข์ใจจึงเกิดอาการร้อนใน ทำให้ใบหน้าที่ไม่เคยปรากฏผดผื่นมาตลอดทั้งชีวิตกลับมีสิวเม็ดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างสง่าผ่าเผยอยู่บนหน้าผากของเธอ...

 

แน่นอนว่ามีเรื่องดีๆ อยู่เหมือนกัน เพราะในช่วงนี้ ซานซานเหมือนได้รับไออุ่นจากห้วงฤดูใบไม้ผลิ เมื่อเพื่อนร่วมงานของเธอแต่ละคนสมแล้วที่เป็นผู้ที่มีความสามารถ แม้แต่จะทำดีกับใครสักคนก็ยังไม่แสดงออกอย่างเปิดเผย จนความชุ่มฉ่ำนั้นไม่ต่างอะไรกับเสียงที่ไร้ซึ่งสำเนียง ก่อนหน้านี้เวลาที่งานของซานซานประสบปัญหาแล้วเธอเที่ยวหอบเอกสารไปถามคนนั้นคนนี้ ก็มักจะไม่ค่อยรับคำตอบ เพราะทุกคนต่างก็ยุ่ง ใครจะไปมีเวลาไปสอนเด็กใหม่ได้ แต่เวลานี้ไม่เหมือนกันแล้ว ทุกคนต่างเป็นฝ่ายเข้ามาถามไถ่เธอว่างานมีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า และบางครั้งบางทีก็จะมีคนเอาชาร้อนติดมือมาให้ซานซาน หรือเวลาที่พวกเขาจับกลุ่มคุยกันก็ยังไม่ลืมที่จะลากซานซานเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย...

ซานซานไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเพื่อนร่วมงานถึงได้เปลี่ยนท่าทีไปแบบนี้ แต่ถึงอย่างไร เธอก็เป็นเด็กสาวที่ใสซื่อคนหนึ่ง จึงกลัวว่าจะถูกใครต่อใครเข้าใจผิดว่ามีอะไรกับเบื้องบนหรือเปล่า ซานซานพยายามอธิบายว่าที่ท่านผู้อำนวยการส่งข้าวกลางวันมาให้เธอ ก็เพราะเธอเคยช่วยงานเขาเล็กๆ น้อยๆ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นเธอไม่ได้บอก เพราะรู้สึกว่ามันเป็นการล่วงละเมิดเรื่องส่วนตัวของคนอื่น สีหน้าของบรรดาเพื่อนร่วมงานบอกว่าเข้าใจดี แต่ในใจครึ่งหนึ่งนั้นกลับไม่เชื่อถือเลยสักนิด เพราะตัวเธอที่เป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะไปช่วยเหลือเกื้อกูลอะไรเจ้านายใหญ่ได้ หรือต่อให้เธอช่วยได้จริง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งข้าวปลามาขอบคุณกันทุกวันขนาดนี้  เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีความสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกัน ซานซานเห็นทุกคนทำสีหน้าเข้าอกเข้าใจดี ก็นึกว่าแต่ละคนเลิกเข้าใจผิดกันแล้ว หารู้ไม่ว่ายิ่งเช็ดก็ยิ่งเปื้อนหนัก[1]

แม้แต่หัวหน้าแผนกจอมจู้จี้ก็ยังเปลี่ยนท่าทีเป็นเกรงอกเกรงใจขึ้นมาก แต่ไม่ใช่เพราะเขาหวังประจบอะไรเธอหรอกนะ เพียงแต่หัวหน้าคนนี้รู้สึกว่าแบ็คอัพของแม่หนูคนนี้มีอำนาจมั่นคงมาก ทว่าเจ้าตัวก็ยังรู้จักนอบน้อมถ่อมตนอดทนทำงานด้วยความระมัดระวัง และยอมรับคำตำหนิอย่างไม่มีปากไม่มีเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ถึงได้เริ่มมองดูเธอในแง่ดีมากขึ้น

 

พอกินตับหมูได้ถึงสัปดาห์ที่สี่ ในวันนี้ นอกจากคุณเลขาฯจะยกมื้อกลางวันมาให้ซานซานแล้ว ยังมีการ์ดเชิญมาด้วยอีกแผ่นหนึ่ง เป็นการ์ดเชิญที่สวยสดงดงามเป็นพิเศษ ซานซานรู้สึกว่าพวกคนมีเงินนี่ช่างแตกต่างจากคนธรรมดาอย่างเธอเสียจริงๆ พลางเปิดการ์ดออกอ่าน บนนั้นเขียนว่า

 

เรียนเชิญคุณเซวียซานซาน

            ร่วมงานฉลองบุตรครบเดือนในวันศุกร์ที่ ๒ เดือนมกราคม ปี xxxx เวลา ๒๐.๐๐น.

ลงชื่อ เหยียนชิง เฟิงเยวี่ย

สถานที่ xx ฮอลล์

 

ด้านล่างยังมีที่อยู่ของ xxฮอลล์ ที่เขียนด้วยปากกาหมึกดำอยู่อีกแถวหนึ่งด้วย

ชื่อ “เซวียซานซาน” สามคำกับส่วนของที่อยู่นั้นใช้ปากกาสีดำเขียนขึ้นด้วยมือ แต่ลายมือนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะลายมือที่เขียนชื่อเซวียซานซานนั้นดูสวยงามพลิ้วไหวอย่างมาก ซานซานจึงเดาว่าจะต้องเป็นลายมือของคุณหนูเฟิงที่มีกรุ๊ปเลือดหายากแบบเดียวกับตนเองแน่นอน ส่วนลายมือที่เขียนที่อยู่นั้น กดลึกลงไปในเนื้อกระดาษ ลายเส้นเฉียบคม ให้ความรู้สึกว่าเจ้าของลายมือจะต้องเป็นคนที่เข้มแข็งและทรงอำนาจมาก ทำให้แวบแรกที่ซานซานคิดถึงก็คือเจ้านายใหญ่ท่าทางหยิ่งยโสที่เธอพบที่โรงพยาบาลคนนั้น

แต่เขาก็ไม่น่าจะมีเวลามาเขียนอะไรแบบนี้เลยนี่นา...ก็แค่ที่อยู่เท่านั้น แค่เข้าเน็ตหาดูก็มีเหมือนกัน ทำไมถึงต้องเขียนเองด้วยล่ะ

อาเจีย เพื่อนร่วมงานที่เดินผ่านมา พอเหลือบเห็นการ์ดเข้าก็แอบตกใจที่เซวียซานซานได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงของครอบครัวผู้อำนวยการด้วย จนเผลอหลุดปากออกมาว่า “xx ฮอลล์ เหรอ ได้ยินว่ามีแต่สมาชิกที่เข้าได้ เป็นสถานที่ส่วนตัวมากๆ เลยด้วย”

ซานซานกำลังนึกดีใจว่าสถานที่จัดงานไม่ใช่โรงแรมห้าดาว จะได้ไม่ต้องใส่ชุดอะไรที่เป็นทางการนัก แต่พอมาได้ยินแบบนี้ ตาแพนด้าก็เริ่มมาเยือน เพราะเหมือนจะมองเห็นเงินในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองมีปีกงอกโบยบินไปเสียแล้ว

เย็นวันนั้นซานซานเที่ยวเดินหาซื้อเดรสแบบที่พอจะใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ดูเว่อวังมากเกินไปนัก และรองเท้าส้นสูงที่ไม่เคยผ่านสนามรบมาก่อนอีกคู่หนึ่ง ด้วยสีสุดคลาสสิคที่ไม่มีวันผิดกาลเทศะคือสีดำ กับซื้อลูกเป็ดตัวเล็กๆ อีกชุดหนึ่งมีจำนวนแปดตัวเพื่อเป็นของขวัญ เป็นลูกเป็ดแบบที่สามารถลอยน้ำเล่นได้ แถมยังร้องเพลงได้อีกด้วย แต่เลือกแบบที่มีแบรนด์หน่อย ก็เลยมีราคาหลายร้อยเหรียญ ซานซานจำได้ว่าตอนเด็กๆ ตัวเองชอบบีบเป็ดที่มีเสียงร้องมาก พวกเด็กเล็กๆ ก็น่าจะชอบของแบบนี้เหมือนกัน แต่เดิมนั้น ซานซานคิดว่าจะซื้อเครื่องประดับเงินของเด็กทารกสักชุด แต่พอคิดถึงครอบครัวของเจ้านายใหญ่ที่ไม่น่าจะขาดแคลนอะไรแล้ว ก็เลยคิดว่าซื้อเป็นของเล่นนี่แหละ น่าจะใช้ประโยชน์ได้มากกว่า

หลังจากนั้น ซานซานถึงเพิ่งพบว่าตัวเองจ่ายเงินเก็บออกไปก้อนใหญ่ จนบัญชีร่อยหรอแล้ว...

หลังเลิกงานเย็นวันศุกร์ ซานซานไม่ได้กลับที่พัก แต่นั่งอยู่ที่ออฟฟิศจนถึงหนึ่งทุ่ม แล้วจึงไปเปลี่ยนชุดมาใส่เดรสกับรองเท้าส้นสูงที่ห้องน้ำของบริษัท ก่อนเดินออกจากตึกเฟิงเถิงไป โชคดีที่ตอนนี้ภายในตึกไม่ค่อยมีคนแล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าให้ซานซานแต่งตัวแบบเป็นทางการขนาดนี้ เธอคงรู้สึกเขินแย่

ในระหว่างที่เธอรอเรียกรถอยู่ที่หน้าตึกนั้น ก็มีรถบีเอ็มสีเทาเงินคันหนึ่งเข้ามาจอดที่ด้านข้าง กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลง แล้วคุณผู้ช่วยพิเศษที่ดูอ่อนโยนคนนั้นก็ยื่นหน้าออกมา

“คุณเซวียจะไปงานเลี้ยงเหรอครับ ยังไงติดรถไปกับพวกเราเลยก็ได้นะครับ”

“ดีสิคะ ขอบคุณมาก” ซานซานพยักหน้าดีใจ เพราะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ รถหายากเอาการเลยทีเดียว

ซานซานจึงเปิดประตูรถด้านหลัง...

แล้ว...

ซานซานก็นึกเสียใจ...

ใครก็ได้ช่วยบอกเธอที ว่าทำไมเจ้านายใหญ่ถึงมานั่งอยู่ข้างหลังนี้ได้...

คุณผู้ช่วยพิเศษ นี่คุณไม่ได้แกล้งฉันใช่ไหมคะ...

 

 

 

 



                [1] หมายถึง ยิ่งทำให้เรื่องแย่ไปกันใหญ่  ยิ่งพูดอธิบายก็ยิ่งทำให้คนสนใจหรือเข้าใจผิดมากยิ่งขึ้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #18 swan28 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 10:36
    น่ารัก

    ..
    #18
    0
  2. #16 ffy97 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 00:41
    ต้องหาซื้อเล่มมาอ่านละ T^T สนุก+น่ารักมากค่ะ ชอบๆ
    #16
    0
  3. #12 Lread (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:23
    น่ารักอ่ะ
    #12
    0
  4. #11 myoli3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:18
    สนุกอะ อยากให้แปลตอนต่อไป เท่าที่ดู แทบจะไม่ต่างกับซีรี่เลย   อ้อแปลได้ไหลลื่นดีนะคะ อ่านไม่สะดุดเลย
    #11
    0
  5. #10 Kikyou (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 13:23
    น่าย้ากกกก
    #10
    0
  6. #9 1964 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 15:33
    มาดักรอเลยเหรอ ฮิ...ฮิ...ฮิ
    #9
    0
  7. #8 A0bb1e (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 23:11
    น่ารักจังค่ะ ชอบจัง
    #8
    0