ตอนที่ 1 : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 284 ครั้ง
    1 เม.ย. 62



ต้นวสันตฤดู สายลมยามราตรียังคงโหมกระหน่ำ

ลมหายใจหอบถี่ของหลี่หยวนหยวนพ่นออกมาเป็นไอขาว นางกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตภายใต้แสงจันทร์ “องค์หญิง เร็วหน่อยพ่ะย่ะค่ะ” ประโยคนี้คอยเร่งเร้านางเป็นระยะๆ จนทำให้นางต้องล้มลุกคลุกคลานหลายครา

หนทางช่างยากลำบาก ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์บนกายก็ยังหรูหรารุ่มร่าม เกี้ยวทองครอบมวยบนศีรษะเอียงกระเท่เร่ ส่วนรองเท้าปักลายที่สวมมาก็ไม่รู้ว่าหลุดหายไปอยู่ที่ใด แม้นางจะพยายามสุดกำลังแล้ว แต่ก็นับว่ายังวิ่งช้าเกินไป

เหล่าราชองครักษ์ของนางจึงจำต้องวิ่งช้าลงตามไปด้วย

ครั้นเห็นคบเพลิงสว่างวอมแวมจากในป่าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หลี่หยวนหยวนจึงดึงเกี้ยว[1]ทองบนศีรษะออกแล้วโยนทิ้งไปข้างทางเสียดื้อๆ จากนั้นก็ดึงสายรัดเอวออก นางวิ่งพลางปลดเปลื้องเสื้อชั้นนอกอันซับซ้อนไปพลาง

ตัวนางเบาขึ้นมาก ขณะที่กำลังคิดว่าตนจะต้องวิ่งได้รวดเร็วขึ้นปานติดปีก เท้าเจ้ากรรมของนางกลับถูกเสื้อผ้าที่ปลดออกพันธนาการไว้ จึงสะดุดล้มลงไม่เป็นท่า

นางหันกลับไปหมายจะดึงเสื้อผ้าที่พันเท้าอยู่ด้วยความโมโห ทว่าท่อนแขนที่เล็กและอ่อนแรงของนางกลับไม่อาจคลายปมผ้าที่พันเท้าตนได้แม้แต่น้อย หากนางไม่ผอมแห้งอ่อนแรงเช่นนี้ก็คงดี หลี่หยวนหยวนได้แต่คิดอยู่ในใจ หากเพียงข้าแข็งแรงกว่านี้สักหน่อย...แข็งแรงกว่านี้อีกสักหน่อยก็คงดี...

ขณะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนอยู่นั้นเอง ประกายแสงอันน่าสะพรึงกลัวก็สะท้อนวาบมาจากคมดาบเล่มหนึ่ง พลันได้ยินเสียงชุดหงส์[2]ของนางถูกกรีดขาด ครั้นหลี่หยวนหยวนเงยหน้าขึ้นก็เห็นเยี่ยนซือเฉิงยืนอยู่เบื้องหน้านาง เขากระชับมือนางไว้แน่นแล้วฉุดนางลุกขึ้น “องค์หญิง สถานการณ์คับขัน โปรดทรงอภัยให้กระหม่อม...”

“แบกข้า!” หลี่หยวนหยวนเอ่ยแทรกขึ้นทันใดโดยไม่รอให้เขาพูดจบ นางปีนขึ้นหลังเขาโดยไม่ลังเล ด้วยรู้ดีว่าการทำเช่นนี้ไม่เกินพละกำลังของเขา “ไป!

ชุดเกราะอันแข็งกระด้างที่แนบติดลำตัวทำให้หลี่หยวนหยวนรู้สึกเจ็บ แต่นางกลับมุ่งไปข้างหน้าได้รวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด

ทันใดนั้น ปรากฏแสงคบเพลิงเบื้องหน้ามากมาย มากยิ่งกว่าพวกที่ไล่ตามมาด้านหลังเสียอีก

เยี่ยนซือเฉิงมุ่นคิ้วแน่น พลันเปลี่ยนทิศทางหนี ทว่าเมื่อวิ่งต่อไปกลับพบหุบเหวลึกเบื้องหน้า

หมดทางหนีแล้ว เหลือเพียงหนทางเดียว...สู้จนตัวตาย

แสงจันทร์เหนือหน้าผาเย็นเยือก หลี่หยวนหยวนเห็นคมดาบนับไม่ถ้วนตวัดวูบไปมาตรงหน้า นางจำไม่ได้แล้วว่าตนถูกชนจนพลัดตกจากหน้าผาได้อย่างไร จำได้เพียงว่ามือบาดเจ็บข้างหนึ่งของเยี่ยนซือเฉิงพยายามคว้ามือนางไว้ โลหิตสดข้นเหนียวไหลจากมือของทั้งสองที่เกาะกุมกันอยู่ลงมาตามแขนของนางเป็นเส้นสายคราบโลหิตอันคดเคี้ยวน่าสะพรึงกลัวเส้นแล้วเส้นเล่า

นอกจากแสงจันทร์เย็นเยียบ สีหน้าของเยี่ยนซือเฉิงยังซีดขาวราวกับศพ

แต่เขายังคงปกป้องนาง เฉกเช่นทุกคราที่นางตกอยู่ในอันตราย

“องค์หญิงมิต้องกลัว”

ขณะที่เขากำลังพูด หลี่หยวนหยวนก็เห็นว่าคนที่ยืนอยู่บนหน้าผากำลังยิ้มหยัน พลางเหยียบขยี้หัวไหล่ซึ่งมีบาดแผลอยู่แล้วของเยี่ยนซือเฉิงอย่างโหดเหี้ยม

เยี่ยนซือเฉิงมีวรยุทธ์สูงส่ง ลำพังเขาตัวคนเดียวในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมหนีเอาตัวรอดได้โดยง่าย ขณะที่หลี่หยวนหยวนกำลังคิดอยู่นั้นเอง โลหิตชุ่มโชกก็ทำให้มือของทั้งสองลื่นหลุดจากกัน โดยที่นางไม่ได้คลายมือออกเองแม้แต่น้อย พริบตานั้น ม่านตาของเยี่ยนซือเฉิงหรี่เล็กลงทันใด ความเจ็บปวดที่ปรากฏในแววตาเขาดูเหมือนจะมากกว่าตอนที่ถูกศัตรูเหยียบขยี้เสียอีก

หลี่หยวนหยวนไม่เคยรู้สึกว่าตัวเบาหวิวเช่นนี้มาก่อน

ขณะที่กำลังร่วงหล่นจากหน้าผา ทิวทัศน์เบื้องบนค่อยๆ ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ครั้นแล้วก็มีร่างหนึ่งกระโดดตามนางลงมา ร่างนั้นพุ่งทะยานลงมาหานางโดยไม่สนใจความเป็นความตาย บดบังแสงจันทร์เย็นเยียบ ขวางกั้นลมหนาวเสียดกระดูกไว้ให้นาง

เขาโอบกอดนางไว้ในอ้อมอกอบอุ่น และปกป้องนางด้วยชีวิต...

“ซือเฉิงภักดีอย่างโง่เขลา...” นางได้ยินเสียงตนเองพูดเช่นนี้

“หากไร้ซึ่งองค์หญิง ชีวิตของซือเฉิงย่อมไร้ความหมาย”

ชีวิต...ไร้ความหมายกระนั้นหรือ...

 

เกิดเสียงปังดังสนั่นขึ้นครั้งหนึ่ง หลี่หยวนหยวนรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวราวกับร่างแหลก นางเวียนศีรษะเล็กน้อย ขณะที่ยังไม่ได้สติดีนั้น นางรู้สึกว่าพื้นใต้แผ่นหลังของตนเย็นเฉียบ เบื้องหน้ามีแสงสีเหลืองส่องแยงตา ทั้งยังมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเอะอะโวยวายด้วยถ้อยคำที่นางไม่เข้าใจ...

“เวรเอ๊ย! หลี่หยวนหยวน ทำไมโง่แบบนี้ฮะ ให้แสดงบทกระโดดหน้าผา ดันพุ่งลงมาที่พื้นซะงั้น!

“เวรเอ๊ย! มัวยืนอึ้งกันทำไมล่ะ ยายนี่ไม่ขยับแล้ว! ไปตามอาจารย์มา!

“เวรเอ๊ย! อาจารย์จะแบกยายนี่ไหวมั้ยล่ะเนี่ย! เรียกรถพยาบาลของมหาวิทยาลัยมาเลยดีกว่า!

ก่อนที่จะหมดสติไป หลี่หยวนหยวนได้แต่คิดอย่างมึนๆ ว่า

คำว่า “เวรเอ๊ย” นี่หมายถึงสิ่งใดกัน...







[1]กวนเครื่องประดับศีรษะของชนชั้นสูงในสมัยโบราณของจีน มีลักษณะคล้ายเกี้ยวครอบมวย

[2] “เฟิ่งเผา” ชุดเจ้าสาว พื้นสีแดงปักลายหงส์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 284 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #28 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 09:32
    น่าสนุก
    #28
    0
  2. #21 yanan (@tpyanan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:41
    เวรเอ้ย555
    #21
    0
  3. #16 อ่วนอ้วน (@matook) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 08:31
    รักจิ่วลู่
    #16
    0
  4. #11 Tea cup (@Deeans) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:41
    จิ่วลู่FC
    #11
    0
  5. #2 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 09:13

    อ้ากระเป๋าตังค์รอ

    #2
    0