[END]Mine นายเป็นของฉัน [MarkBam] [Mpreg]

ตอนที่ 35 : 32 (130%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 845 ครั้ง
    25 พ.ค. 60


32


“นอนลงไปครับ” แบมแบมชี้นิ้วสั่งคนตัวสูงที่กำลังนั่งสะลึมสะลืออยู่กลางเตียงและมีท่าทีว่าจะลุกมาหาเขาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาภายในห้อง


“นอนด้วยกัน” เสียงทุ้มที่ติดความอ้อนถูกส่งมาให้แบมแบมและยังยืนกรานไม่ปฏิบัติตามถ้าคุณแม่ตัวน้อยไม่ยอมขึ้นไปนอนกับตน


“แบมยังไม่ง่วง” แบมแบมพับหนังสือลงพร้อมกับมองคนป่วยที่ยังนั่งนิ่งอยู่กลางเตียง


“.......”


คนป่วยที่ยังคงต่อต้านและไม่ยอมนอนลงไปตามคำพูดอย่างง่ายๆนั่งนิ่งใช้แต่เพียงสายตาเพื่อเป็นตัวบังคับและขอร้องไปในคราเดียวกัน แบมแบมมองคนป่วยตัวโตที่แสร้งทำใบหน้าหงอยๆด้วยความเหนื่อยใจก่อนจะผ่อนลมหายใจยอมแพ้ให้กับความดื้อเงียบของอีกฝ่าย


ถ้าไม่เป็นห่วงก็คงไม่ยอมง่ายๆแบบนี้หรอกนะ


“ครับๆ นอนก็ได้ครับ พรุ่งนี้ไปตรวจพร้อมลูกเลยนะ” แบมแบมวางหนังสือในมือลงก่อนจะก้าวเท้าตรงไปยังเตียงกว้างเพื่อเข้านอนตามความต้องการของคนป่วย


“แต่พรุ่งนี้...”


“แบมขอ ถึงพี่มาร์คจะคิดว่าไม่เป็นอะไรมากแต่ไปหาหมอให้แบมนะ ดูแลตัวเองบ้าง” คำขอที่แฝงความห่วงใยของแบมแบมสื่อไปให้คนป่วยอย่างชัดเจน บวกกับสายตาที่ขอร้องอย่างจริงจังทำให้การขอร้องในครั้งนี้ยากนักที่คุณต้วนจะปฏิเสธ


.

.


ภาพของท่านประธานหนุ่มที่สวมใส่แมทปิดปากสีขาวกลายเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับเหล่าพนักงานอยู่ไม่น้อย ภายในมือใหญ่ที่ควรจะว่างเปล่ากลับมีถุงผ้าติดมือเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้น ความขัดกันของการสวมใส่ สิ่งที่ถือและชุดสูทหรูที่ดูขัดแย้งกันเรียกรอยยิ้มน้อยใหญ่จากเหล่าพนักงานที่พบเห็นได้ไม่ยาก


การมาทำงานสายในวันนี้เป็นเพราะเขาเองเพิ่งจะพาทั้งภรรยาตัวน้อยไปตรวจครรภ์ตามนัดและทั้งยังพาตัวเองไปตรวจตามคำขอของแบมแบม เบบี๋ของเขาสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีแต่น้ำหนักตัวของแบมแบมยังไม่เป็นที่พอใจของคุณหมอนัก ดังนั้นภารกิจของคุณพ่อที่ได้รับมอบหมายมาคือการเพิ่มน้ำหนักของคุณแม่ให้เพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจในการตรวจครั้งหน้า แผ่นอัลตราซาวน์แผ่นล่าสุดได้ถูกเก็บเข้าในกระเป่าสตางค์ของคุณต้วนตามความต้องการของเจ้าตัว


“นั่นถุงอะไรครับ?” ยองแจเอ่ยถามพี่ชายของตัวเองทันทีเมื่อเห็นร่างของท่านประธานที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับสิ่งของสองอย่างที่ดูแปลกตาไปจากทุกวัน


“ข้าวต้มกับยา”


“ยา? พี่ป่วยหนักหรอ?” เลขาตัวอวบขมวดคิ้วสงสัยเมื่อได้ยิน ยองแจไม่ค่อยเห็นคุณต้วนผูกมิตรกับยาซักเท่าไหร่เมื่อถึงคราที่ไม่สบายและยาจะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อพี่ชายของเขาคนนี้ทนไม่ไหวจริงๆ


“แค่ไม่สบายนิดหน่อยบวกกับโดนบังคับให้ถือมา”


“ทำไมไม่พักหละครับ ลาวันสองวันก็ไม่เป็นไรหรอกครับ”ยองแจอมยิ้มในทันควันเมื่อได้ยินเหตุผลในการยอมพกยาของท่านประธาน


“ยังไหว งานก็ใกล้จะเสร็จแล้วไม่อยากค้างคา”


“พี่แบมไม่ดุหรอครับที่ฝืนมาแบบนี้?” เลขาตัวอวบขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย ดูจากความเป็นห่วงที่เต็มถุงผ้ามาแบบนั้นแล้วมันดูจะเป็นเรื่องง่ายเกินไปหน่อยที่จะยอมห่อข้าวห่อยาส่งให้มาทำงานแบบนี้


“จะเหลือหรอ” คำตอบที่เบาแสนเบาของคุณต้วนเรียกเสียงหัวเราะจากยองแจได้อย่างไม่ยาก หลังจากพูดจบคนป่วยก็รีบเดินเข้าห้องของตัวเองไปทันทีโดยไม่รอฟังยองแจหัวเราะจบและต่อบทสนทนาอะไรอีก


แม้หมอจะบอกว่าอาการของเขามันไม่น่าห่วงอะไร แค่ไข้หวัดธรรมดา แต่อาการแรกเริ่มของไข้หวัดมันก็ไม่เรื่องตลกสำหรับคนที่ร่างกายกำลังอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย พ้นช่วงเที่ยงมาได้ไม่นานอาการมึนเบลอก็เริ่มเข้ามาทักทายคนป่วยอย่างช้าๆแม้ว่าเขาจะทานข้าวและยาไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ยาจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อได้รับความมือจากร่างกายที่ต้องได้รับการพักผ่อนร่วมไปด้วย


ลมหายใจที่เริ่มร้อนขึ้นทุกช่วงขณะเป็นตัวบอกให้คุณต้วนยอมวางมือจากกองเอกสารตรงหน้า ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานก่อนจะเดินเข้าไปในห้องพักที่ด้านหลังเพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนตามที่มันต้องการ


“ มาร์ค…..ครับ….พี่มาร์คครับ” เสียงแว่วๆที่เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยทำให้เปลือกตาที่เคยปิดสนิทเริ่มขยับไหวเบาๆก่อนจะปรือเปิดขึ้นด้วยความยากลำบาก


“อืม ยองแจ แค่กๆ” เสียงแหบแห้งของคุณต้วนเอ่ยเรียกคนปลุกด้วยความอ่อนแรง


“ตัวพี่ร้อนมากเลยนะ” มือขาวของเลขาวางทาบลงบนหน้าผากของคนป่วยเพื่อเช็คความร้อน ก่อนจะรุดเข้าช่วยร่างกายของคนป่วยที่กำลังขยับลุกขึ้นนั่งให้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ


“ตอนนี้กี่โมง?” มือใหญ่ยกขึ้นทาบลำคอของตัวเองพร้อมกับถูไปมาเบาๆเมื่ออาการเจ็บคอมันเจ็บเสียดขึ้นทุกครั้งที่เอ่ยปากพูด


“ห้าโมงกว่า แจกำลังจะกลับบ้านแต่ยังไม่เห็นพี่ออกมาเลยเข้ามาดู ดีนะเนี่ยที่แจไม่กลับไปก่อน”  ยองแจเอื้อมมือไปช่วยเช็ดเหงื่อให้กับพี่ชายของตัวเอง ก่อนจะล้วงโทรศัพท์เพื่อเรียกการ์ดเข้ามาช่วยพยุงร่างของคนป่วยไปส่งบ้าน


“ไม่นึกว่าจะเป็นถึงขนาดนี้ แค่กๆ” คนตัวโตไอแห้งออกมายกใหญ่ ยองแจเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามมองหาน้ำดื่มเพื่อจะส่งให้คนป่วยแต่โชคร้ายที่ภายในห้องใหญ่โตแบบนี้กลับขาดแคลนน้ำดื่มเพียงแค่ขวดเดียว


พรุ่งนี้จะสั่งแท้งค์น้ำมาตั้งไว้เลยคอยดู!!


“เจ็บป่วยมันคาดเดาได้ที่ไหนหละครับ เอาเถอะครับเตรียมตัวกลับบ้านได้แล้ว” ยองแจเก็บโทรศัพท์กลับที่เดิมก่อนจะค่อยพยุงร่างของคนป่วยให้ลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน


“แบมแบมต้องด่าพี่แน่ๆ” เสียงที่แหบแห้งของคนป่วยเป็นตัวเสริมประโยคให้ดูน่าเห็นใจมากขึ้นกว่าเดิม แต่มันกลับไม่ได้ผลกับคนสนิทอย่างยองแจที่รู้ไส้รู้พุงของคุณต้วนซักเท่าไหร่


“ก็สมควรแล้วครับ”


ภาพของยองแจที่กำลังช่วยประคองร่างของคุณต้วนเข้ามาในบ้านสร้างความตกใจให้หัวหน้าแม่บ้านอยู่ไม่น้อย ทางด้านคนป่วยเองที่มองสำรวจรอบบ้านเพื่อหาบางสิ่งและเมื่อไม่เห็นเงาของคนที่หวั่นใจคุณต้วนจึงเร่งให้ยองแจรีบพาตนขึ้นห้องพักโดยไวเพื่อหลบหลีกให้พ้นก่อนที่ใครบางคนจะเข้ามาเห็นเข้าเสียก่อน


“แน่ใจว่าบ้านของพี่? หลบเข้ามายังกับโจร” ยองแจวางถุงผ้าที่ตนเองนำมาคล้องบ่าลงบนโต๊ะข้างเตียง เพราะมัวแต่ช่วยคนป่วยหลบหน้าแบมแบมเขาเลยลืมที่จะฝากกระเป๋าให้แม่บ้านให้นำไปเก็บไปโดยสนิท


“เถอะน่า แค่กๆๆ” คุณต้วนรื้อผ้าห่มที่เคยคลุมเตียงไว้อย่างเรียบร้อยเพื่อเตรียมซุกตัวลงนอน แต่ยังไม่ทันที่คนป่วยจะได้ทิ้งหัวลงหมอนประตูที่เคยปิดสนิทก็ได้ถูกเปิดออกด้วยมือของใครบางคน


ใบหน้าหวานทีเรียบนิ่งทำให้ทั้งเลขาและท่านประธานใหญ่ต่างเดาความรู้สึกของแบมแบมไม่ออก ยองแจเองก็ไม่รู้จะเริ่มบทสนทนากับคนมาใหม่คนนี้ยังไงเขาทำได้แค่ทำตัวเป็นตัวเอ่อ มือไม้ก็ทำงานไม่สัมพันธ์กันชี้นั่นชี้นี่มั่วไปหมด เมื่อทำตัวรับกับสถานการณ์ไม่ถูกยองแจจึงขอยอมแพ้ด้วยการชิงขอตัวกลับบ้านและวิ่งฉิวออกมาจากห้องสอบปากคำในทันที


เรื่องในครอบครัวยองแจไม่ยุ่งหนะถูกแล้วหละพี่มาร์ค โชคดีครับพี่


คุณต้วนมองตามแผ่นหลังของน้องชายด้วยความสิ้นหวัง ตัวช่วยเพียงตัวเดียวของเขาสละตัวเองวิ่งหนีเขาไปแล้ว ทิ้งให้เขาอยู่กับความเงียบสงบที่แสนน่าหวั่นใจแบบนี้


“ดื้อนักก็ดูแลตัวเองไปนะครับ” แบมแบมเอ่ยตัดทุกบทสนทนาที่ยังไม่เริ่มด้วยความนิ่งก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยในทันที


คนที่เดินจากไปเป็นคนที่สองทำให้คุณต้วนมองตามด้วยสายตาละห้อย หงอย และนอยด์ในคราวเดียวกัน เมื่อเห็นว่าบานประตูที่ถูกเปิดอยู่ไม่มีใครเดินเข้ามาอย่างที่เขาหวัง คนป่วยจึงยอมทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้างด้วยความโดดเดี่ยวและหงอยเหงา ความอ่อนไหวทางความรู้สึกที่คนป่วยทุกคนมักจะมีกันเริ่มถาโถมเข้าหาร่างสูงอย่างรวดเร็ว แต่อารมณ์เหล่านั้นกลับไม่สามารถส่งผลกับตัวเขาได้นานเมื่อพิษไข้มันกลับทำงานได้ดีกว่า ความอ่อนเพลียจากพิษไข้เล่นงานเขาอย่างหนักจนทำให้คุณต้วนผล็อยหลับไปในเวลาเพียงไม่นาน


ทางด้านแบมแบมที่เดินหนีออกมา คุณแม่ตัวน้อยไม่ได้เดินหนีไปไกลกลับเดินตรงมุ่งเข้าสู่ห้องครัวเพื่อทำอาหารให้คนป่วยด้านบนที่คิดว่าคงนอนหลับไปแล้ว มือเล็กจัดการหยิบผักสดและเนื้ออกไก่อย่างชำนาญเพื่อเริ่มประกอบอาหารให้ทันรอบเวลากินยาของคนป่วยที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า


“คุณแบมจะทำอะไรคะ? ให้ป้าช่วยไหมคะ?” ยองเอมองการกระทำของคนร่างอวบที่เริ่มก้มเงยไม่สะดวกก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่ออาสาช่วยอีกแรง


“โจ๊กครับ ข้าวต้มเมื่อเช้าแบมคิดว่ามันคงไม่เหมาะซักเท่าไหร่สำหรับคนป่วยในตอนนี้” แบมแบมวางมีดในมือลงและขยับตัวออกจากเคาเตอร์เมื่อยองเอเอ่ยขอทำหน้าที่นี้จากตน คุณแม่ตัวน้อยจึงเริ่มส่วนของข้าวต่อทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา


“นานนะคะที่คุณท่านจะป่วยจนหัวถึงหมอนขนาดนี้” ยองเอที่กำลังทำหน้าที่คนโจ๊กแทนแบมแบมเริ่มพูดคุยถึงคนป่วยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันดูเงียบจนเกินไป


“คุณเขาดื้อเองครับ อาการมันจะหนักขึ้นก็ไม่แปลกหรอกครับ” คุณแม่ที่กำลังนั่งรอข้าวสุกบนเก้าอี้เสริมภายในครัวเงยหน้าขึ้นมาจากการปอกผลไม้ก่อนจะตอบยองเอกลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งกว่าปกติ น้ำเสียงแข็งที่บ่งบอกว่าคุณแม่คนนี้ไม่พอใจที่โดนคนป่วยดื้อใส่แบบนี้


ถึงแม้ปากจะเอ่ยเอ็ดแต่การกระทำกลับตรงกันข้าม การก้าวเดินเข้ามาในครัวในทันทีเมื่อเห็นว่าอีกคนป่วยหนัก ความห่วงใยในอาการจนต้องยอมลงมือทำอาหารให้คนป่วยอีกครั้งถึงแม้ว่าข้าวต้มยังคงเหลืออยู่ ท่าทางของคำพูดที่ดูจะไม่สนใจแต่ในมือก็ยังคงจัดการปอกผลไม้เพื่อเป็นอาหารเสริมให้คนป่วยรู้สึกดีขึ้นในเร็ววัน ทั้งหมดของการกระทำของแบมแบมมันช่างเป็นการกระทำที่น่ารักน่าเอ็นดูสำหรับคนแก่อย่างยองเอมากจริงๆ


“เพราะคุณท่านอาจจะยังคงชินกับการกระทำเมื่อครั้งยังอยู่ตัวคนเดียวยังไงหละคะคุณแบม อย่าโมโหคุณมาร์คเลยนะคะ” ยองเอหันมายิ้มให้คนตัวเล็กบางๆก่อนจะหันกลับไปดูหม้อที่ต้องรับผิดชอบต่อ


“ก็คุณป้าอยู่กับพี่มาร์คมานานก็ต้องเข้าข้างเขาอยู่แล้วนี่ครับ” ยองเอยิ้มออกมาเมื่อได้ฟังประโยคแย้งของคุณแม่


อาการดื้อที่เป็นเอกลักษณ์เจ้าตัวคงไม่ยอมทิ้งมันง่ายๆสินะ จริงๆเลยนะคะคุณแบม


“โถ่คุณแบมหละก็ ป้าเป็นคนแก่จะให้เอนตัวไปข้างไหนก็ไม่ได้หรอกค่ะ หลังแข็งขนาดนี้แล้ว”


“ไม่รู้หละ แบมคาดโทษไว้แล้วคนดื้อต้องได้รับบทลงโทษ” แบมแบมยู่ปากใส่ผลแอปเปิ้ลในมือที่เป็นตัวแทนคนป่วย


“ค่ะๆ ตามใจคุณแบมเลยค่ะ แต่เบามือหน่อยนะคะสงสารคนป่วยเขา” ยองเอหัวเราะเบาๆด้วยความครึ้มอกครึ้มใจก่อนจะมองคุณแม่ตัวน้อยที่ชูกำปั้นขึ้นตรงหน้าเหมือนกับกำลังกำชีวิตของใครบางคนไว้ ท่าทางเอาจริงเอาจังแบบนั้นของแบมแบมก็สามารถเรียกเสียงหัวเราะจากเธอได้อีกครั้ง


“ลูกไก่ต้วนต้วนในกำมือ!! สำนึกผิดมาซะ! หึๆ” มือเล็กเพิ่มแรงบีบผลแอปเปิ้ลในมือขึ้นพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะที่แสนจะแปลกประหลาดออกมา


เสียงหัวเราะที่ประสานกันภายในครัวดังเล็ดลอดออกมาจนถึงห้องโถงทำให้เหล่าการ์ดที่กำลังเดินไปมาหยุดชะงักฟังก่อนจะขมวดคิ้วสงสัย เพียงไม่นานก็ต้องยิ้มตามออกมาเมื่อแยกได้แล้วว่าหนึ่งในนั้นเป็นเสียงหัวเราะของนายน้อยคนที่เขาดูแลความปลอดภัยให้และในวันนี้ใบหน้าหวานที่บึ้งตึงไม่มีเสียงพูดคุยเหมือนครั้งไหนๆทำให้พวกเขาห่วงใยอยู่ไม่น้อย แต่พอมาได้ยินหัวเราะใสๆแบบนี้พวกเขาก็สามารถคลายความกังวลได้แล้ว


.

.


“แค่กๆๆ” เสียงไอที่ฟังดูแหบแห้งของคนป่วยยังดังออกมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งระลอกการไอชุดใหญ่เข้าโจมตีเปลือกตาของร่างสูงจึงค่อยๆเปิดขึ้นมาเพราะทนความเจ็บในลำคอและช่วงอกต่อไปไม่ไหว


ตาคมที่ฉ่ำเยิ้มเพราะพิษไข้เหม่อมองฝ้าเพดานด้วยความมึนเบลอ ก่อนจะละสายตาออกจากจุดเดิมเพื่อมองหาคนที่เขาต้องการ แต่ความว่างเปล่าและความเงียบสนิทภายในห้องกว้างทำให้ความหวังนั้นดับลงไปอย่างง่ายดาย


“..แบม” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเสียงที่เคยเป็นปกติกลับแผ่วเบาและแหบแห้งจนดูเหมือนว่าจะมีแค่ลมออกมาเพียงเท่านั้น มือเรียวถูกยกขึ้นจับลำคอที่แหบแห้งของตัวเองในทันที


“แบม” คุณต้วนไม่ยอมละความพยายามในการเรียกชื่อของใครอีกคน ร่างสูงพยายามขับเสียงของตัวเองออกมาเรื่อยๆแต่ดูเหมือนว่ายิ่งเขาพูดมากขึ้นเท่าไหร่เสียงกลับเลือนหายไปเรื่อยๆ แต่อาการเจ็บคอที่เพิ่มขึ้นทุกช่วงขณะในทุกความพยายามทำให้คุณต้วนยอมแพ้หยุดการเปล่งเสียงลงด้วยความท้อใจ


ร่างของคนป่วยนั่งนิ่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางที่เซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด ตาคมเหม่อมองบานประตูด้วยความหงอยเหงาอยู่อย่างนั้น ความหวังอันน้อยนิดที่หวังจะให้คนที่กำลังโกรธยอมเดินกลับเข้ามาซักครั้งยังคงติดๆดับๆอยู่อย่างนั้นสลับกันไปเรื่อยๆ ลมหายใจร้อนทีถูกปลดปล่อยออกมาเป็นจังหวะถูกหยุดชะงักลงพักหนึ่งก่อนจะถูกพ่นออกมาเฮือกใหญ่เพื่อระบายความน้อยใจของเจ้าของร่าง


แกร๊ก!


บานประตูที่ถูกเปิดออกจุดประกายความดีใจและความหวังให้กับคุณต้วนอีกครั้ง แต่ร่างที่ปรากฏพ้นออกมาจากบานประตูทำให้แววตาที่กำลังเปล่งประกายดับแสงลงไปแทบจะทันที


“ตื่นทันเวลาทานข้าวพอดีเลยนะคะ” ยองเอที่ถือถาดข้าวที่บรรจุชามข้ามที่กำลังส่งควันฉุยอย่างน่าทาน จานผลไม้และแก้วน้ำอุ่นเข้ามาภายในห้อง ก่อนว่างถาดข้าวที่มีสารอาหารครบห้าหมู่ลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง


กลิ่นหอมฉุยของโจ๊กไม่ได้เรียกความรู้สึกอยากทานอาหารของร่างสูงเลยแม้แต่น้อย ตาคมละสายตาออกจากหัวหน้าแม่บ้านก่อนจะไปทิ้งไว้ที่บานประตูที่ถูกเปิดไว้อีกครั้งเพื่อรอใครอีกคนที่เขาคิดถึงให้เดินเข้ามา


“ทานข้าวนะคะจะได้ทานยา” ยองเอเอ่ยกับคนป่วยที่ยังคงมองบานประตูด้วยสายตาเหงาหงอยอย่างเห็นอกเห็นเห็นใจ เธอเดินเข้าไปหยิบถุงผ้าที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะข้างถาดข้าวไว้ก่อนแล้วขึ้นมาเพื่อจัดยาเตรียมไว้ให้ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาบางๆเมื่อยาที่ควรจะอยู่ในถุงของโรงพยาบาลกลับถูกแบ่งแยกลงตลับพลาสติกไว้ให้อย่างเรียบร้อย เมื่อยองเอเห็นแบบนี้แล้วการจัดยาของเธอก็เสร็จเรียบร้อยโดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรเลยแม้ซักนิด


ภาพคนป่วยที่ยังคงนั่งมองบานประตูที่น่าสงสาร ในใจของหัวหน้าแม่บ้านก็อยากจะช่วยนายของเธอที่เธอดูแลมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มวัยรุ่น แต่เพราะโดนคนที่ดูเหมือนจะเป็นใหญ่มากกว่าขอไว้ ยองเอเลยทำมากกว่าความจำเป็นที่ควรไม่ได้จริงๆ


“ทานข้าวก่อนนะคะคุณมาร์ค”


“.......”


เมื่อเห็นท่าทีที่นิ่งเฉยของคนป่วยไม่หือไม่อืออะไรออกมา โหมดนิ่งเงียบแบบนี้ยองเอเข้าใจดี


“งั้นป้าจะวางไว้ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวป้าขึ้นมาเก็บนะคะ”


“......”


“ทานซักหน่อยนะคะ หัวหน้าแม่ครัวลงมือทำเองเลยนะคะ” ยองเอพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไปโดยที่ไม่ลืมปิดประตูให้อย่างเสร็จสรรพ


“เป็นยังไงครับ?” แบมแบมที่ดักรอหัวหน้าแม่บ้านอยู่ไม่ไกลเอ่ยถามทันทีที่เห็นยองเอเดินออกมาจากภายในห้อง


“เงียบสนิทเลยค่ะ ดูท่าว่าจะไม่ยอมทานข้าวด้วยนะคะ”


“อ่า ก็ยังคงดื้ออยู่สินะ” แบมแบมครางในลำคอเบาๆ


“ป้าว่าคุณเขาไม่ได้ดื้อหรอกค่ะ แค่จะประท้วงใครบางคนเฉยๆ” ยองเอตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนใจให้กับบทลงโทษของคุณแม่ตัวน้อย ดูจากท่าทางของแบมแบมเธอก็รู้ว่าคงเป็นห่วงคนในห้องอยู่ไม่น้อยแต่ความอยากแกล้งของเจ้าตัวมันกลับมีมากกว่า เธอเห็นใจนายของเธอจริงๆที่ต้องมาโดนอารมณ์อยากแก้เผ็ดของคุณแม่ตัวน้อยในช่วงที่กำลังจะไม่สบายแบบนี้


ขอให้หายไวๆนะคะคุณมาร์คป้าเอาใจช่วย



----------------------------



ในช่วงเช้าตรู่ที่ยากต่อการตื่นนอน ร่างสูงของหมอหนุ่มขยับไหวก่อนจะค่อยๆปรือเปิดเปลือกตารับแสงอรุณของวันใหม่อย่างช้าๆ นาฬิกาชีวิตของเขายังคงทำงานได้อย่างดีเยี่ยมร่างของคนป่วยที่เขาเฝ้าเช็คเมื่อคืนที่ผ่านมาได้หายไปจากระยะการมองเห็น คุณหมอหนุ่มจึงต้องรีบผุดลุกขึ้นนั่งเพราะความตกใจ


คนป่วยที่เขาตามหานอนหลับสนิทอยู่ด้านในสุดของเตียง หมอนข้างที่ถูกวางกั้นไว้ถูกปัดทิ้งมาเป็นเพื่อนนอนของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และภาพของพี่ชายที่กำลังกกกอดคนตัวเล็กในอ้อมแขนแน่น ใบหน้าหล่อซุกลงกลุ่มผมนุ่มหลับใหลราวกับกำลังฝันดี


แล้วที่กูทำไปมันเพื่ออะไรว่ะ!

ย้อนกลับไปเมื่อคืนที่ผ่านมา


“ไข้ปกติครับ เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอด้วยไข้เลยขึ้นสูงได้ง่าย คอบวมแดงแบบนี้โดนหวัดลงคอไปเรียบร้อยแล้วครับ ผมจะฉีดยาให้ซักเข็มก่อนที่ไข้จะสูงไปมากกว่านี้นะครับ” ยูคยอมที่โดนเรียกตัวมาในช่วงดึกแจ้งอาการของคนป่วยให้แบมแบมได้รับฟัง ก่อนจะอยู่ช่วยพี่สะใภ้ของตัวเองเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้คุณต้วน


ยูคยอมที่ผละออกมาจากโรงพยาบาลด้วยความเร่งรีบเพราะอาการป่วยของพี่ชายเอ่ยขอลางานไปก่อนล่วงหน้าแล้ว คุณหมอหนุ่มตกลงใจที่จะอยู่พักที่บ้านหลังนี้เพื่อช่วยแบ่งเบาแรงของพี่สะใภ้ทีอาจจะทำอะไรไม่สะดวกซักเท่าไหร่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรต่อคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆกลับเอ่ยถามข้อสงสัยของตัวเองขึ้นมาเสียก่อน


“คือผมนอนใกล้เขาได้ไหมครับ?” แบมแบมที่นั่งรอคุณหมอหนุ่มอยู่ก่อนแล้วผุดขึ้นถามยูคยอมทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเดินออกมา


“อ่า มันก็ได้อยู่หรอกครับแต่ถ้าไม่ใกล้จะดีกว่านะครับ”


“งั้นหรอครับ…..”


“พี่แบมไปนอนห้องอื่นดีไหมครับ? จะให้นอนโซฟาก็อันตรายเกินไป”


“แต่....ผมอยากดูเขา”


เอาเหอะ ท่าทางหงอยๆแบบนั้นตามบัญชาเลยครับพี่สะใภ้


ยูคยอมไม่ว่าอะไรแต่กลับเดินไปที่เตียงใหญ่ก่อนจะค่อยขยับร่างของพี่ชายตัวเองออกมาเกือบจะถึงขอบเตียง วางหมอนข้างคั่นตรงกลางเตียงให้อย่างเรียบร้อยจนเตียงกว้างเหลือพื้นที่ทางด้านในที่เป็นที่นอนประจำของแบมแบมไว้กว้างพอสมควร


“พี่นอนชิดผนังเลยนะครับ ผมเว้นระยะไว้ให้แล้ว” ระยะของแบมแบมมันกว้างถึงขนาดที่ยังสามารถลงไปนอนได้อีกสองคน


ระยะห่างขนาดนี้คงช่วยได้ไม่มากก็น้อยหละว่ะ!


คุณหมอหนุ่มยกมือขึ้นตบหน้าผากของตัวเองด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองแล้วเดินลงไปด้านล่างของตัวบ้านโดยไม่ได้สนใจคนป่วยอีกต่อไป สีหน้าเต็มไปด้วยความสุขขนาดนั้นคงไม่มีอะไรให้เขาต้องห่วงอีกแล้วหละมั้ง


“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหมอ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ”


“อรุณสวัสดิ์ครับ พอดีผมตื่นจนชินไปแล้วหนะครับ”


ท้องฟ้าที่ยังสลัวอยู่เป็นตัวบ่งบอกว่าเขาตื่นเช้าขนาดไหน ยูคยอมเดินเข้าไปในครัวเพื่อจัดการชงเครื่องดื่มให้ตัวเองเพราะไม่อยากให้ยุ่งยากเหล่าแม่บ้านที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ซักเท่าไหร่


“บอกเด็กๆก็ได้นี่ค่ะ” ยองเอเอ่ยกับคุณชายน้อยที่กำลังเดินถือแก้วออกมาจากในห้องครัว


“ง่ายๆแค่นี้เองครับ”


“คุณมาร์คเป็นยังไงบ้างคะ?”


“อีกไม่กี่วันก็หายแล้วครับ ผมว่าป่วยเพราะอยากอ้อนพี่สะใภ้ซะมากกว่า” ยูคยอมเดินไปนั่งตรงเก้าอี้บาร์หน้าห้องครัวก่อนจะเริ่มพูดถึงพี่ชายของตัวเองด้วยท่าทีขบขัน


“เป็นแบบนั้นเองหรอค่ะ”


“ผมว่าช่วงนี้พี่สะใภ้คงไม่มีเวลาไปอะไรอย่างอื่นแล้วหละครับ” คุณหมอนุ่มเอ่ยก่อนจะยกแก้วไมโลของตัวเองขึ้นดื่มอย่างอารมณ์ดี


ยูคยอมนั่งเล่นอยู่ภายในห้องนั่งเล่นของตัวบ้าน นั่งๆนอนๆทิ้งตัวเข้าสู่เวลาพักผ่อนอย่างเต็มตัวเพราะเมื่อคืนเขาอุตส่าห์ลางานสองสามวันเพื่อใช้ดูแลพี่ชายของตัวเอง แต่อาการที่เขากังวลมันกลับไม่ได้หนักอย่างที่คิด ทำให้สองสามข้างหน้ายูคยอมจึงว่างไปโดยปริยาย


“คุณหมอจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ? เด็กๆเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ” ยองเอเดินเข้าไปสอบถามคนที่กำลังนอนเอกเขนกสบายใจเฉิบอยู่ภายในห้องนั่งเล่นเพื่อจะได้จัดเตรียมอาหารที่เพิ่งทำเสร็จไว้รอ


“ยังหรอกครับ ผมรอพี่สะใภ้ก่อนก็ได้ครับ”


“งั้นก็เดินไปรอได้เลยค่ะ อีกไม่นานคุณแบมก็คงจะลงมาแล้วค่ะ”


“พี่แบมตื่นเช้าแบบนี้ทุกวันหรอครับ?” ยูคยอมผุดลุกขึ้นก่อนจะเริ่มถามข้อมูลของคนท้องเพื่อเก็บข้อมูล


“ส่วนมากค่ะ ถ้าวันไหนเหนื่อยหนักหน่อยก็จะสายกว่านี้ประมาณสองสามชั่วโมง แต่ไม่เคยเกินสี่โมงเช้าเลยซักครั้งค่ะ” คุณหมอพยักหน้ารับข้อมูลโดยที่ในสมองก็เริ่มคำนวณเวลานอนของแบมแบมไปพลางๆ และผลที่ได้ก็เป็นผลที่น่าพอใจอยู่บ้าง ยูคยอมจึงหายห่วงไปในเรื่องการพักผ่อนของเจ้าของหัวข้อ


“มีงีบช่วงบ่ายไหมครับ?”


“ช่วงนี้บ่อยค่ะ คุณแบมมักออกไปเดินเล่นหรือไม่ก็นอนหลับที่สวนด้านนอกค่ะ ช่วงเย็นๆถึงได้กลับเข้ามา” ยองเอเผยข้อมูลประจำวันของแบมแบมให้ยูคยอมโดยไม่ปิดบัง เธอเข้าใจว่าคุณหมอคงสอบถามไปเพราะความห่วงใยล้วนๆ จึงให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่


“สูดอากาศบริสุทธิ์ก็ดีครับ จิตใจจะได้ปลอดโปร่งดีกับหลานด้วย”


ยองเอพยักหน้ารับฟังคำของคุณหมอด้วยความใส่ใจ ก่อนจะยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่สมควรแล้ว ควันฉุยของซุปทำให้คุณหมอหนุ่มก้มลงไปสูดดมให้ชัดขึ้นก่อนจะกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่เมื่อกลิ่นอาหารมันเริ่มทำหน้าของมัน


“อรุณสวัสดิ์ครับ” แบมแบมที่เดินเข้ามาพร้อมกับยองเอเอ่ยทักทายคุณหมอที่อยู่ในชุดนอนสบายตัวด้วยความสดใส


“อู๊ดอ่ออิ่งอับ” ยูคยอมรีบตอบกลับไปในทันทีโดยที่ลืมไปว่า ข้าวเช้าและน้ำซุปที่เพิ่งตักเข้าไปยังกองเต็มภายในปากของตนอยู่


แบมแบมยิ้มปนขำออกมาก่อนจะเริ่มทานในส่วนของตนเองอย่างช้าๆ


ท่าทางของภรรยาของพี่ชายทำให้ยูคยอมพอใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นอีกฝ่ายดูแลตัวเองและลูกในครรภ์ดีขนาดนี้ การกินช้าๆค่อยๆเคี้ยวเพื่อให้อาหารละเอียดที่แบมแบมกำลังทำโดยไมรีบร้อนแถมยังทานได้ในปริมาณที่มากพอสำหรับคนสองคนด้วยตัวเอง เห็นแบบนี้ยูคยอมก็เริ่มแน่ใจได้ว่าหลานของเขาต้องมีสุขภาพที่ดีแน่ๆ


“พี่มาร์คตื่นหรือยังครับ?”


“ยังครับ ยังหลับสนิทอยู่เลย ตัวร้อนแต่ไม่มากเท่าเมื่อวานนะครับ” แบมแบมเงยหน้าตอบคำถามพร้อมกับเสริมข้อมูลที่เขาเพิ่งจะเช็คด้วยตัวเองให้คุณหมอไป


“อันที่จริงผมก็อยากให้พี่ทานยากันไว้ก่อนนะครับแต่จะให้กินพร่ำเพรื่อแบบปกติก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่”


“ทำไมหละครับ?”


“ก็พี่นอนชิดกับพี่มาร์คขนาดนั้น ผมก็ต้องห่วงสิครับ”


“ชิดที่ไหนกัน ผมตื่นมาก็ยังเห็นเขานอนอยู่ที่เดิมนี่ครับ” แบมแบมตอบกลับด้วยความแปลกใจ เพราะตอนที่เขาลืมตาขึ้นมาก็เห็นคนป่วยนอนอยู่ที่เดิมแต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ หมอนข้างที่เคยวางกั้นมันหายไปและแบมแบมก็เห็นมันอยู่ที่พื้นเมื่อก้าวลงมาจากเตียง


“ห๊ะ? ที่เดิมหรอครับ? แต่ที่เห็นเมื่อเช้าไม่ใช่แบบนี้นี่หว่า” คิ้วหนาขมวดฉับด้วยความงุนงง ภาพเมื่อเช้าที่เขาเห็นกับคำพูดของพี่สะใภ้มันช่างดูขัดกันแปลกๆและยูคยอมก็มั่นใจว่าภาพที่เขาเห็นเมื่อเช้าเขาไม่ได้มึนเบลอแต่อย่างใด


“ครับ?”


“อ่ะ อ๋อ ไม่มีอะไรครับ” คุณหมอส่ายหน้าเป็นพัลวันก่อนจะก้มหน้าทานข้าวของตัวเองต่อเพื่อตัดบทสนทนาที่น่าสงสัยนี่ลง


“เอ่อ พี่สะใภ้ครับ เรียกผมยูคยอมเฉยๆก็ได้นะครับ ผมไม่ถือ” คุณหมอหนุ่มเกาหลังคอด้วยความเขินที่ต้องมาขอเปลี่ยนสรรพนามเอาตอนนี้ ในเมื่อมีพี่สะใภ้น่ารักๆแบบนี่เขาเองก็อยากสนิทสนมไว้บ้างเพียงเท่านั้น


“ครับยูคยอมเฉยๆ”


“อุ้ย! เป็นคนกวน...เหมือนกันนะครับเนี่ย” คำนั้นยูคยอมจะละไว้ในฐานที่เข้าใจไว้ให้ก็แล้วกัน


“ขำๆกันไปเนาะ” แบมแบมส่งเสียงหัวเราะเบาๆเมื่อเริ่มสัมผัสถึงบรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลายขึ้นมาบ้างแล้ว


“ผมอิ่มแล้วหละ ขอตัวขึ้นไปดูพี่ชายก่อนก็แล้วนะครับ”


“งั้นเดี๋ยวพี่ถือโจ๊กตามขึ้นไปนะ ขออุ่นก่อนแปบหนึ่ง” แบมแบมผุดลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวังก่อนจะเดินเข้าห้องครัวไปเมื่อข้าวช้อนสุดท้ายถูกกลืนลงไปเป็นที่เรียบร้อย


ยูคยอมมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินหายเข้าไปในครัวก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเดินเข้าไปช่วยอีกคนเขายืนรอรอรับหน้าที่ถือถาดข้าวเพื่อหวังจะช่วยเบาแรงพี่สะใภ้ของตน


“หืมม หอมจนผมหิวอีกรอบเลยเนี่ย” ตาเรียวแวววาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นโจ๊กร้อนๆที่ถูกอุ่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว โจ๊กภายในถ้วยสีขาวกำลังส่งกลิ่นหอมของพริกไทยยั่วยวนน้ำลายน่ากินไม่น้อย


“เอาสิครับ พี่ทำไว้เยอะเลย”


“โอ๊ะๆ ไม่อยากแย่งอาหารคนป่วยหรอกครับ ไปกันเถอะครับป่านนี้พี่มาร์คคงหิวจะแย่” ยูคยอมส่ายมือปฏิเสธรัวๆเมื่อเห็นคนตัวเล็กกำลังจะเดินไปหยิบชามเพื่อตักเผื่อเขาอีกชาม ก่อนจะรีบถือถาดข้าวที่บรรจุอาหารและน้ำดื่มให้คนป่วยเดินนำหน้าออกไปก่อน


แกร๊ก!


เสียงเปิดประตูเรียกสติของคนที่กำลังแกล้งหลับให้หรี่ตาขึ้นมาสำรวจเหตุการณ์ก่อนจะหลับลงไปอีกครั้งเมื่อคนที่เฝ้ารอคอยกำลังเดินเข้ามาหาตนอย่างช้าๆ


แปะ!


“ตัวยังร้อนอยู่แฮะ” มือใหญ่ของคุณหมอวางลงบนหน้าผากของคนป่วยเพื่อเช็คอาการ ตาคมของคนที่แอบหลับที่ปรือเปิดขึ้นอย่างช้าๆทำให้ยูคยอมที่มองอยู่สังเกตได้ทันที


‘ออกไป’


ริมฝีปากคนป่วยขยับพูดกับน้องชายของตัวเองอย่างไร้เสียงพร้อมกับตวัดสายตาไปตรงประตูเพื่อเป็นการบังคับกลายๆ


“อ้าวตื่นแล้วหรอ?! ดีเลยครับผมจะได้ตรวจง่ายๆหน่อย” ยูคยอมปั้นหน้าล้อเลียนใส่คนป่วยพร้อมกับทำน้ำเสียงตกอกตกใจเมินคำสั่งนั้นไปอย่างสิ้นเชิง


‘ไอ้ยูคยอม ออกไป’


“ไม่ ฮิๆ” คุณหมอหนุ่มหัวเราะคิกคักก่อนจะหันไปหยิบเครื่องมือของตัวเองที่วางอยู่ไม่ไกลเพื่อเริ่มตรวจคนป่วยเพื่ออัพเดตอาการ


แบมแบมโผล่ใบหน้าข้ามไหล่ของคุณหมอตัวสูงเพื่อดูอาการของคนป่วย ทันทีที่มองผ่านไปก็เห็นสายตาของคนป่วยจดจ้องมาก่อนอยู่แล้ว คนตัวเล็กหลบสายตาวูบพร้อมกับกดตัวเข้าหลบหลังคนตัวสูงกว่าในทันที


“แค่กๆ”


“เอ้าๆ ไอเข้าไป คอยิ่งแดงๆอยู่” ยูคยอมดุพี่ชายของตัวเองอย่างไม่จริงจังนัก ภายในลำคอของพี่ชายเขาแดงก็จริงแต่เขาก็ฉีดยาช่วยบรรเทาอาการต่างๆให้ไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เพราะฉะนั้นไอ้อาการไอนี่คงเพราะต้องการเรียกคะแนนสงสารจากพี่สะใภ้เขาล้วนๆเลยหละมั้ง


“ให้พี่มาร์คดื่มน้ำหน่อยไหมครับ? เผื่ออาการไอจะดีขึ้น” แบมแบมพูดเสนอพร้อมกับยื่นแก้วน้ำอุ่นไปให้


“อ่ะครับๆ พี่แบมเดินเข้ามาป้อนเองเลยครับ ผมจะไปอาบน้ำที่ห้องข้างๆหน่อย” เพราะไม่อยากทรมาณคนป่วยไปมากกว่านี้คุณหมอหนุ่มจึงยอมถอยทัพแต่โดยดี โดยไม่ลืมลบล้างความผิดของตัวเองด้วยการล็อคประตูให้เป็นการส่งท้าย


“แบม” เสียงแหบแห้งของคนป่วยทำให้แบมแบมต้องรีบเดินเข้าไปหาทันที มือเล็กจัดการยื่นแก้วเข้าไปใกล้พร้อมกับจับหลอดชิดริมฝีปากแห้งของคนป่วยเพื่อให้ดื่มกินได้อย่างสะดวก


“เจ็บคอมากเลยหรอครับ?” ใบหน้าที่เหยเกหน่อยๆของคนป่วยในระหว่างที่กำลังกลืนน้ำอุ่นเรียกน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยจากคนตัวเล็กได้อย่างดีเยี่ยม คุณต้วนกลืนน้ำไปไม่กี่อึกก็ปล่อยหลอดออกเพราะฝืนอาการเจ็บคอต่อไปไม่ไหวก่อนจะเอนตัวไปซบคนตัวนุ่มที่ยังคงถือแก้วน้ำค้างไว้อยู่


ใบหน้าหล่อพยักหงึกหงักขึ้นลงเบาๆเพื่อใช้แทนการพูดตอบ มือเล็กวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างระมัดระวังก่อนจะหันมาหาคนป่วยที่ซุกซบกอดเขาอยู่เหนื่อหน้าท้องนิ่ง แบมแบมก้มลงไปมองก็เห็นริมฝีปากแห้งที่เริ่มฉ่ำขึ้นมาบ้างแล้วกำลังพึมพำพูดกับหน้าท้องของเขาคล้ายกับกำลังฟ้องเบบี๋น้อยในครรภ์


“ก็พี่ไม่ฟังแบม แบมบอกให้พักก็ไม่ฟัง โดนแค่นี้ยังน้อยไป...” แบมแบมค่อยๆนั่งลงบนเตียงนุ่มก่อนจะลูบผมยุ่งเหยิงให้ดูเรียบร้อย ยังไม่ทันที่คำบ่นจะหลุดออกมามากกว่านี้สัมผัสร้อนตรงหน้าท้องกลับดึงคำพูดของเขาไปเสียก่อน สัมผัสร้อนๆค่อยๆไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ กลางหน้าอก เหนือแผ่นอก แอ่งชีพจร จนกระทั่งมาถึงใบหน้า


“ทำอะไร?”


“ขอโทษครับ” เสียงแหบเปล่งออกมาสั้นๆ ก่อนจะเลื่อนไปมอบสัมผัสร้อนๆลงบนปากนิ่มของคนตัวนุ่มตรงหน้า สัมผัสเพียงเบาๆเพราะไม่อยากแพร่เชื้อหวัดให้


“จะฝึกดื้อแข่งกับลูกหรือไง?” ปากอิ่มยังคงบ่นแต่มือกลับเลื่อนไปทั่วใบหน้าคมเพื่อเช็ดคราบเหงื่อที่ยังซึมออกมาตามกรอบใบหน้าให้จนหมด


“พี่คิดว่าจะไม่หนัก แค่กๆ”


“โหมงานหนัก แช่น้ำนาน ไม่ป่วยก็ให้รู้ไป แล้วมากอดมาซบแบมแบบนี่ต้องการอะไรครับ?” แบมแบมเอียงใบหน้าไปพูดกับคนป่วยที่ซบหน้าผากลงกับไหล่เล็กของเขานิ่ง เอาอุณหภูมิร้อนๆมาเผยแผ่เขาจนเขาเองก็เริ่มอึดอัดขึ้นมานิดหน่อย


“ขอกอดหน่อยครับ แค่ก พี่เหงา”


“ค่อยกอดมากินข้าวก่อน เมื่อวานแบมเห็นนะว่าพี่กินแค่นิดเดียว” แบมแบมกล่าวคาดโทษพร้อมกับหรี่ตาดุใส่คนป่วยเพราะพฤติกรรมหัดดื้อจากเมื่อวาน


“ก็มันไม่อร่อย”


“งั้นถ้วยนี้ก็ไม่อร่อยสินะ”


“ไม่ แค่กๆ ถ้วยนี้อร่อยเพราะแบมทำ”


“เมื่อวานแบมก็ทำ”


“........”


“........”


“ขอโทษครับ”


แบมแบมอมยิ้มขำคนป่วยที่ทำหน้าหงอยเมื่อไม่สามารถเถียงอะไรเขาได้อีก โหมดคนป่วยของคุณต้วนทำให้แบมแบมรู้สึกเหนือกว่านิดหน่อยจนเกิดอาการอยากแกล้งอยู่ทุกช่วงขณะ คนป่วยตัวโตไถใบหน้าไปมากับลาดไหล่ของเขา ออดอ้อนคล้ายแมวตัวโตขอความสนใจจนแบมแบมที่มองอยู่อดใจไม่ไหวจนเผลอปล่อยเสียงหัวเราะออกมายกใหญ่พร้อมกับยกแขนเล็กขึ้นกอดคนป่วยรัดแน่นด้วยความมันเขี้ยว


คุณแด๊ดนี่น่ารักจังเลยน้า






--------------------------------

อ้อนแบบนี้ขอกอดนำแหน่เด้ออ >.,<

ป่วยแต่ไม่ทิ้งลาย

ลายแมวเหมียวหนะ

55555555

สุดท้ายนี้ขอฝากเพลงให้คนป่วยไปหนึ่งเพลง 

อะแฮ่มๆ

เก่งมาจากไหนก็แพ้หัวใจอย่างเธอ เยเย่

ฮิ้ววว

---------------------------------


=..=

โดนเมียแกล้งตอนป่วย

อะไรจะน่าสงสารขนาดนี้

หางลู่หูตกเลย โถ่ๆ

คนฝึกดื้อเจอดื้อชั้นปรมาจารย์

55555555

แจกเลข5รัวๆ


-------------------------------














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 845 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,275 ความคิดเห็น

  1. #6243 lek0868909108 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 07:15
    น่ารักกกกก
    #6,243
    0
  2. #6197 lek0868909108 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 13:30

    คนป่วยขี้อ้อน

    #6,197
    0
  3. #6165 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 22:29

    มาร์คอ้อนน่ารัก

    #6,165
    0
  4. #6126 junekimsa93 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 01:30
    น่ารักจังเลย
    #6,126
    0
  5. #6075 NJChokdee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 06:18
    แมวยักษ์ละสิ
    #6,075
    0
  6. #6027 YanisaCH (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 08:23
    งุ้ยยยยยยน่ารักกก
    #6,027
    0
  7. #5928 Spices_smile (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 23:21
    เเก่เเล้วขี้อ้อนหรอคุณต้วน
    #5,928
    0
  8. #5863 uromtbb (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 09:11
    อ้อนเกินเบอพ่อบ้านใจกล้า
    #5,863
    0
  9. #5799 KattyGD (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 10:16
    คนป่วยคะ เรียนการแสดงที่ไหน
    #5,799
    0
  10. #5694 Pent SG (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:24
    กลัวเมีนหนิ
    #5,694
    0
  11. #5635 ฺBeau (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 20:12
    ขำยูคยอมมม แกล้งพี่มาร์ค
    #5,635
    0
  12. #5592 Spices_smile (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 22:30
    งุ้ยยยยยยยยนย น่ารักก
    #5,592
    0
  13. #5536 happy218 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 20:56
    คุณต้วนมีแววกลัวเมียน่ะเนี้ย5555
    #5,536
    0
  14. #5502 rannn2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 09:13
    เปิดโหมดอ้อนเมียไปทีจ้า
    #5,502
    0
  15. #5439 `Gyeommdefs. (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 13:19
    โหมดนี้ก็น่ารักกดี5555555555
    #5,439
    0
  16. #5209 missbb (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 11:06
    โอ้ยย ป่วยแล้วอ้อนเก่งจังนะ
    #5,209
    0
  17. #5160 meto9397 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 19:51
    โอ๊ยยย น่ารักงุ้งงิ้งกันจริงๆ เป็นแมวเลยนะคุณต้วน
    #5,160
    0
  18. #5157 litterrabbitza (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 16:00
    น่ารักอ้าา
    #5,157
    0
  19. #5128 sai suju&tvxq5 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 15:33
    น่ารักกกกกก
    #5,128
    0
  20. #5078 ATENNILE (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 12:29
    แหม่เสือเวลาอ้อนเมียนี่น่ารักชะมัด
    #5,078
    0
  21. #4850 Bameverthing (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 00:45
    คือบับว่า จ้าาาพ่อคุณ555555
    #4,850
    0
  22. #4835 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 08:53
    อ้ากกกกกกกกก กำลังจะเป็นบ้าแล้ววว ตะโกนในบ้านไม่ได้ หวีดในเม้นเลยละกัน!! น่ารัดเกินนนน
    #4,835
    0
  23. #4832 Nuthathai Por (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 22:07
    ป่วยแล้วขี้อ้อนเหรอพี่มาร์ค
    #4,832
    0
  24. #4608 ojay2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 09:50
    อ้อนนนอะไรขนาดนี้ หื้มมม คุณต้วนนน
    #4,608
    0
  25. #4410 อาอีซือ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 23:15
    ชอบคำว่า ต้วนต้วนในกำมือ 5555555
    #4,410
    0