คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [TWICE] Breathless #MiChaengInTheRoom [TWICE] Breathless #MiChaengInTheRoom | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นร่วมสนุกกับกิจกรรม #MiChaengInTheRoom จ้า

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ส.ค. 61 / 23:34


สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซนแชยอง ฉันมีเรื่องอยากจะแบ่งปันให้ทุกคนได้อ่าน เกี่ยวกับประสบการณ์ในห้องห้องฉันนะคะ ฉันเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในโซล ด้วยความที่ฉันอยากทุ่มเทให้กับการเรียนมาก ๆ จึงตัดสินใจที่จะเช่าหอพักกับเพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่ชื่อ โจว จื่อวี แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ปีกว่า ๆ จื่อวีก็ขอย้ายไปอยู่คนเดียว เป็นช่วงจังหวะที่ฉันมีความรักกับรุ่นพี่ต่างคณะคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า เมียวอิ มินะ

ฉันเอ่ยปากชวนเธอให้ย้ายมาอยู่ห้องของฉันด้วยกัน เพราะนอกจากจะได้อยู่กับคนที่รักแล้ว การได้ลดภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน ฉันยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองจึงไม่อยากรบกวนท่านทั้งสองเท่าไหร่นัก เมื่อพี่มินะตกลงที่จะมาอยู่ด้วยกัน เราสองคนช่วยกันตกแต่งห้องใหม่ตามสไตล์ของมีความรัก

วันธรรมดาเราใช้ชีวิตอยู่ในห้องเล็ก ๆ ของเราสองคน ทำหน้าที่แฟนที่ดีและนักศึกษาที่ดีไปพร้อมกัน ส่วนวันหยุดฉันเลือกที่จะชวนพี่มินะไปพักที่บ้านของฉัน เพื่อความรู้จักกับพ่อ แม่ และน้องชาย พี่มินะเข้ากับครอบครัวของฉันได้ดีมาก เธอยังขอให้แม่สอนทำอาหารเกาหลีแบบง่าย ๆ เพื่อจะได้ทำกินเองในช่วงเวลาใกล้สอบอีกด้วย










ความรักของเราดำเนินไปได้ด้วยดีค่ะ เราอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย อาจมีทะเลาะกันบ้างเพราะตามประสาคนรักกัน แต่ท้ายที่สุดเราก็จะปรับความเข้าใจกันได้

แต่มันดันไม่ใช่ช่วงนี้ ฉันมีกิจกรรมที่ต้องทำค่อนข้างเยอะ ไม่สิ เยอะมากเลยแหละ ฉันกลับห้องหลังสี่ทุ่มแทบทุกวัน จากที่ช่วงแรก ๆ พี่มินะรอฉันกลับห้องทุกคืน จนเดี๋ยวนี้ก็ชิ่งหลับไปก่อนแล้ว เวลาตื่นนอนและเข้านอนของเราไม่ตรงกัน เราทะเลาะกันบ่อยกว่าคุยกันแบบธรรมดา แถมยังมางี่เง่าเรื่องอะไรไร้สาระไปหมด ทั้งเรื่องที่ว่าฉันแอบกิ๊กกับรุ่นพี่จีฮโย หรือรุ่นพี่ผู้ชายคนอื่น ๆ จนฉันรู้สึกว่าฉันน่าจะแอบคบกับนักศึกษาหมดทั้งมหาลัยไปแล้ว

ความไม่เข้าใจนับวันยิ่งสะสมกันมากขึ้น ถ้าเปรียบดั่งแก้วก็คงเต็มไปด้วยรอยร้าวและรอวันที่จะแตก

และก็เป็นวันนั้นเอง

ขณะที่ฉันกำลังจัดเตรียมห้องนิทรรศการอยู่กับเพื่อน ๆ ที่คณะ จื่อวีโทรมาบอกฉันว่าพี่มินะเก็บข้าวของออกจากห้องของเราไปแล้ว ฉันจึงขอร้องให้จื่อวีช่วยขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปที่ซอยหอพัก พี่มินะเดินลากกระเป๋าอยู่จริง ๆ ด้วย รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยเลยค่ะ

ฉันพยายามหว่านล้อมให้พี่มินะกลับห้องพักอยู่นานเลยทีเดียว กว่าที่เธอจะยอมทำตามที่ฉันขอ แต่สุดท้ายเราก็กลับมาทะเลาะกันที่ห้องอยู่ดี ครั้งนี้เราทะเลาะกันหนักมากจริง ๆ จนฉันเผลอพูดบางคำออกไป

คืนนี้นอนที่นี่แหละ แล้วพรุ่งนี้อยากจะไปตายที่ไหนก็ไป

เราหยุดทะเลาะกันทันทีหลังจากฉันพูดคำนั้นจบ พลันคิดขึ้นมาได้ว่าเพิ่งใช้คำที่รุนแรงกับคนที่รักมากไป แต่พี่มินะก็งี่เง่าจริง ๆ นี่นา ฉันไม่สามารถที่จะง้อเขาได้ตลอดไปหรอก และพี่มินะก็ไม่ควรเชื่อคำพูดของคนอื่นมากกว่าแฟนตัวเองด้วย

คืนนั้นเรานอนหันหลังให้กัน และฉันก็หลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้า จนกระทั่งได้ยินเสียงไซเรนของรถที่เหมือนจะดังใกล้กับหอพัก เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าประตูหลังห้องถูกเปิดไว้ ฉันค่อย ๆ ขยับตัวออกจากที่นอน เดินไปปิดและล็อคประตูให้เข้าเรียบร้อย แล้วกลับมานอนกอดผู้หญิงคนที่ฉันรักจนหลับสนิทอีกครั้ง










แล้วพี่มินะก็ไปจริง ๆ อย่าที่ฉันเคยพูดไว้

แต่วันนี้เป็นวันที่พี่มินะมีเรียนนี่นา เดี๋ยวเราคงได้เจอกันที่ไหนสักที่แหละค่ะ ฉันตั้งใจว่าวันนี้จะขอโทษเธอ และจะพยายามจัดสรรเวลาของตัวเองให้ดี

ดูท่าจะไม่เป็นอย่างนั้น

สายตาหลายคู่จ้องมองฉันแถมยังพูดซุบซิบกันแปลก ๆ บางคนก็เข้ามาให้กำลังใจอีก คงเป็นเพราะเรื่องเมื่อวานที่เราทะเลาะกันหนักมาก ๆ ล่ะมั้ง ฉันก็ตอบรับไปตามมารยาท แล้วเดินหาพี่มินะตามที่ที่เธอชอบอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เจอสักที จนฉันได้พบกับจื่อวีซึ่งก็มีสีหน้าและท่าทางเหมือนกับคนอื่น ๆ ไม่มีผิด ด้วยความรำคาญฉันจึงถามกลับไปว่าเป็นอะไร ทำไมหลาย ๆ คนถึงเข้ามาปลอบใจฉัน แล้วก็มาแสดงความเสียใจกับฉันมากนัก

คำตอบที่ได้เล่นเอาฉันหัวเราะแทบบ้า เพราะจื่อวีบอกว่าพี่มินะเพิ่งกระโดดตึกฆ่าตัวตายไปเมื่อคืนนี้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเมื่อคืนฉันยังแอบนอนกอดเธออยู่เลย แต่สีหน้าของจื่อวีไม่ได้เป็นเช่นนั้น ประกอบกับมีตำรวจเดินมาหาฉันพอดี พวกเขาเรียกฉันไปสอบสวนเรื่องพี่มินะฆ่าตัวตายเมื่อคืนนี้ มันทำให้ฉันแทบยืนไม่อยู่จริง ๆ พี่มินะฆ่าตัวตายจริง ๆ เหรอ คนที่รักฉันและคนที่ฉันรัก เขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับอีกแล้ว

ฉันให้ปากคำกับตำรวจอยู่หลายชั่วโมงก่อนได้รับการปล่อยตัว พนักงานสอบสวนยื่นจดหมายที่พี่มินะเขียนไว้ก่อนตายให้กับฉัน เนื้อความในนั้นเต็มไปด้วยความเครียด ความกดดันของการเป็นนักศึกษาแพทย์ การอยากทำตามความฝันด้วยการเป็นนักเต้นบัลเล่ต์ และกับเรื่องคนรักที่ไม่เอาไหนอย่างฉัน ด้วยความรู้สึกผิดในใจเป็นอย่างมาก ฉันจึงไปที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อร่ำลากับคนที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนร่างไร้วิญญาณนั้นจะถูกส่งกลับไปยังที่เดิมที่จากมา
ชีวิตมันต้องดำเนินต่อไป ฉันคิดอย่างนั้น










ความเสียใจมันยังเกาะกุมหัวใจอยู่เสมอมา แต่ภาระหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้าก็สำคัญมาก ๆ เช่นกัน นิทรรศการนี้มีผลกับชีวิตฉันอย่างมาก กว่าสิบวันที่ฉันกิน-นอนอยู่ที่คณะ ทำงานอย่างหนักเพื่อหวังคะแนนดี ๆ จากอาจารย์ เพื่อที่ปีสุดท้ายฉันจะได้ไม่ต้องเรียนให้มันหนักเหมือนคนอื่น จนรุ่นพี่จีฮโยต้องขอให้ฉันกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง
ถึงกลับห้องไปก็ใช่ว่าจะได้พักผ่อน ก็ต้องคอยเก็บข้าวของและกวาดถูห้องให้เรียบร้อยอยู่ดี

แต่ถึงอย่างนั้นฉันคิดว่าความเหนื่อยล้าของฉันคงทำได้แค่ทิ้งตัวลงบนที่นอน แล้วค่อยหาเวลาทำความสะอาดวันอื่นนั่นแหละ เรื่องราวของพี่มินะยังคงถูกพูดถึงอยู่ในละแวกหอพักอย่างไม่มีวันจบสิ้น จนฉันรู้สึกอยากจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเสียเหลือเกิน เรื่องผีฉันไม่กลัวหรอกนะคะ แต่ติดตรงที่หอพักนี้ค่าเช่าถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้ ฉันเลยจำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อไป

ห้องที่ไม่มีพี่มินะอยู่ด้วยมันกว้างเท่าเดิม แต่ความรู้สึกกลับเคว้งคว้างกว่าเยอะ เมื่อกวาดสายตาไปรอบ ๆ ฉันก็รู้สึกว่า ห้องนี้ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปเลย ไม่มีอะไรเปลี่ยน... เหมือนอย่างตอนที่พี่มินะเคยอยู่ แต่มันก็เหนื่อยกว่าจะมาสังเกตอะไรต่อมิอะไร หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จสรรพ ก็ได้เวลานอนอย่างจริงจังเสียที จะว่าไปสิบกว่าวันที่ผ่านมา เตียงนอนยังคงมีกลิ่นที่สะอาดเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนเลย

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ฉันหลับไป แต่ฉันเหมือนจะได้ยินเสียงคนเปิดประตูห้อง โอเคฉันอาจจะหูฝาดไป แต่อีกสักพักฉันก็รู้สึกเหมือนเตียงอีกฝั่งมันยุบตัวลง ฉันเหนื่อยเกินที่จะลืมตา แต่ก็ต้องฝืนร่างกายพยายามมองสิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ท่ามกลางความมืดสลัวให้ได้ ไม่มีอะไรอยู่ตรงที่ที่พี่มินะเคยนอน

แต่ชั่วอึดใจเดียวที่หันหน้ากลับไป ฉันเห็น... เห็นพิมินะใส่ชุดนอนลายนกเพนกวิ้นที่เต็มไปด้วยคราบเลือดยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน และค่อย ๆ ก้มหน้ามามองฉันใกล้ ๆ ทีละนิด ทีละนิด

วินาทีนั้นหัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะระเบิด นัยน์เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ร่างกายเหยียดเกร็งเย็นวาบเหมือนถูกแช่แข็ง ฉันมองไม่เห็นใบหน้าพี่มินะชัดเจนเท่าไหร่นัก เลือดจากใบหน้าของเธอหยดลงบนหน้าของฉันทีละหยด ทีละหยด ใบหน้าที่มองไม่เห็นเริ่มเข้าใกล้ฉันมากขึ้นทุกที จนแสงสลัวจากด้านนอกตกกระทบตรงจุดนั้น

ฉันกรีดร้องอะไรไม่ได้เลย จนกระทั่งสลบไป










ฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวันรุ่งขึ้น สิ่งแรกที่ฉันทำคือการหาคราบเลือดบนใบหน้าของตัวเอง ฉับรีบหยิบกระจกบานเล็ก ๆ ขึ้นมาส่อง ก็พบว่าไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากนั้น โล่งอกที่มันเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่สายตาของฉันดันไปสะดุดกับภาพสะท้อนหนึ่งในกระจกที่อยู่ด้านหลัง

ตรงที่นอนของพี่มินะมันยุบตัวอยู่แล้วมันก็คืนตัวทันทีที่ฉันหันกลับไป ฉันลุกขึ้นยืนพรวดในทันที ถึงฉันจะไม่กลัวเรื่องผี เรื่องลี้ลับอะไรแบบนี้ก็เถอะ ฉันมองรูปคู่ของเราที่วางอยู่บนหัวเตียง แล้วพูดกับพี่มินะไปตรง ๆ ว่าฉันรักเขาและยังรักมากที่สุด แต่ขออย่างเดียวคืออย่ารบกวนกัน เพราะฉันจำเป็นต้องเรียนให้จบ

หลังจากนั้นก็ไม่เกิดอะไรขึ้นอีก จนฉันลงไปซื้อของกินที่ร้านสะดวกซื้อแถวหอพัก เมื่อกลับห้องมาฉันก็เห็นเป็นเงาลาง ๆ ของพี่มินะนั่งตัวงออยู่บนตู้เสื้อผ้า แถมส่งยิ้มให้ฉัน แล้วร่างนั้นก็ค่อย ๆ เลื่อนเข้าใกล้ฉันเรื่อย ๆ ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะนั่นเป็นร่างของผู้หญิงที่ฉันรัก และเธอก็ไม่ได้มาแบบน่ากลัวอะไร พลันร่างนั้นก็พุ่งเข้าหาฉันแล้วสลายไปต่อหน้าต่อตา ฉันเอามือบังด้วยความตกใจ แล้วก็มีเสียงกระซิบอยู่ข้าง ๆ หูว่า

ไปอยู่ด้วยกันเถอะ.....

ฉันตัดสินใจกลับไปกิน-นอนที่คณะเช่นเดิม อย่างน้อยก็สะดวกกับการจัดนิทรรศการของตัวเอง แต่พี่มินะก็ยังตามมารบกวนฉันอยู่กี ขณะที่ฉันกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องอาบน้ำของคณะ ไฟที่ส่องสว่างอยู่ทั่วบริเวณก็ดับลงพร้อมกันทันที แม้น้ำที่อาบจะค่อนข้างเย็น แต่กลับมีบางสิ่งที่เย็นกว่าสัมผัสข้อเท้าฉัน มันคือมือของพี่มินะ เธอจับและดึงอย่างเต็มแรง ฉันเสียหลักล้มลง หัวกระแทกกับประตูห้องอาบน้ำแต่ไม่มากเท่าไหร่

ร่างของพี่มินะยืนคร่อมตัวฉัน พร้อมพูดคำเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำไปมา

แชยอง ไปกับพี่เถอะ

แถมไม่ได้พูดเปล่า เธอนั่งทับบนตัวฉันแล้วเอื้อมมือมาบีบคอเสียแน่น ฉันพยายามขัดขืนแรงนั้น แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก แถมมีอุปสรรคคือสายน้ำจากฝักบัวที่กระเด็นเข้าปากเข้าจมูกอีก

ฉันพยายามพูดปฏิเสธว่าไม่อยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล เริ่มรู้สึกว่าลิ้นตัวเองเริ่มจุกปากจากการขาดอากาศหายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เลยพยายามรวบรวมสติ สูดอากาศเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วตะโกนออกจากสุดเสียง

ไม่!!!!!!

พริบตาเดียวไฟในห้องอาบน้ำทั้งหมดก็กลับมาสว่าง พร้อมกับเสียงเรียกของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขอบคุณสติจริง ๆ ที่ทำให้ฉันรอดตายในสภาพเปลืองเปล่านี้ได้










บอกตามตรงค่ะว่าพี่มินะคืออุปสรรคในการขัดขวางการทำงานของฉันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่คณะหรืออยู่ที่ห้อง พี่มินะก็จะพยายามเอาฉันไปอยู่ด้วยตลอด วันนี้ฉันกลับเข้าห้องของตัวเองอีกครั้ง ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมแหละค่ะ ฉันเปิดโน้ตบุ๊คเพื่อตั้งกระทู้ถามใน Naver ว่าฉันถูกผีหลอกมาเป็นสัปดาห์แล้ว มีวิธีไหนบ้างไหมที่จะพอหลบเลี่ยงขณะอยู่ในสถานที่เดิม ๆ ได้บ้างไหม

มีหลายความเห็นตอบเข้ามาเช่น ให้ฉันย้ายห้องไปอยู่ห้องใหม่แทนการย้ายหอพัก แต่ปัญหาคือตอนนี้ห้องพักเต็มหมดเลยเนี่ยน่ะสิ บางคนก็บอกให้อธิษฐานเผื่อดวงวิญญาณพี่มินะ ฉันก็อยากตอบกลับไปนะว่าฉันอธิษฐานให้ทุกวัน จนอยากจะเลิกทำอยู่แล้ว

แต่มีความเห็นหนึ่งบอกว่าให้ลองย้ายไปนอนใต้เตียงสัก 7 วันดูไหมเผื่อจะเวิร์ค

ไม่รู้ทำไมถึงถูกใจความเห็นนี้ ฉันจึงตัดสินใจทำความสะอาดพื้นใต้เตียงนอน แล้วปูที่นอนปิกนิคให้เรียบร้อย จากนั้นก็ค่อย ๆ แทรกตัวนอนอยู่ใต้เตียง และนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันหลับสนิทหลังจากที่พี่มินะได้เสียชีวิตไป ขอบคุณความเห็นเพี้ยน ๆ ของชาวเน็ตคนนั้น ที่ทำให้ฉันไม่ต้องระแวงจากผีคนรักของตัวเองอีก










                 ฉันนอนอยู่ใต้เตียงมาได้ 3 คืนแล้ว การพักผ่อนอย่างเพียงพอทำให้ฉันเรียนและทำนิทรรศการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจัดนิทรรศการของตัวเองเสร็จสิ้น พรุ่งนี้จะได้เปิดให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เข้าชมเสียที ฉันกลับห้องมาทบทวนแผนงานทิทรรศการต่าง ๆ รีบอาบน้ำให้เรียบร้อยและเข้านอนเร็ว ๆ เพื่อจะได้ตื่นไปเช็คความเรียบร้อยของนิทรรศการตั้งแต่เช้าตรู่ คืนนี้ฉันก็นอนใต้เตียงเหมือนเดิม และมันก็จะผ่านไปได้ด้วยดี

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาในกลางดึกเพราะได้ยินเสียงเปิดประตูทางด้านหลังห้อง แต่ฉันก็ขี้เกียจเกินกว่าจะลุกขึ้นไปปิดจึงเลือกที่จะนอนหลับต่อ สักครู่ใหญ่ ๆ ก็มีเสียงแปลก ๆ ดึงขึ้นตรงแถว ๆ ประตูหลังห้อง

ครืด... ครืด... ครืด...

พี่มินะมาอีกแล้วสินะ คราวนี้คงกะเล่นให้ฉันไม่ได้นอนทั้งคืนแน่ ๆ ถึงมาแบบเสียงดังขนาดนี้ เสียงการเคลื่อนไหวของพี่มินะดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ฉันค่อย ๆ ลืมตามองด้วยความง่วงสุดขีด แต่นั่นก็ทำให้ฉันง่ายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

ฉันเห็นร่างของพี่มินะในลักษณะที่เปลี่ยนไป แสงไฟสลัวจากด้านนอกทำให้ฉันมองเห็นชุดนอนเพนกวิ้นที่คุ้นตาบนร่างที่แปลกออกไป ร่างนั้นไม่ได้เดินหรือยืนแบบปกติอย่างที่ฉันเห็นอีกแล้ว

แต่ร่างนั้นนอนคว่ำ ลักษณะเหมือนที่ตำรวจบอกว่าเธอฆ่าตัวตายโดยให้หัวดิ่งลงพื้น พี่มินะกำลังใช้หัวไถไปกับพื้น และใช้ไหล่เคลื่อนกายไปทีละนิด คราบเลือดลากยาวเป็นทาง แขนขาบิดเบี้ยวผิดรูปทรง ส่งเสียงเรียกชื่อฉันอย่างโหยหวนและเย็นเฉียบ

แชยอง... แชยอง... แชยอง...

ฉันยังคงเชื่อในทฤษฎีการนอนใต้เตียงหลบผีอยู่ และฉันก็คิดว่าพี่มินะคงคิดไม่ถึงหรอกว่าฉันจะมาหลบเขาอยู่ตรงนี้ ฉันพยายามข่มตาให้หลับ ทำตัวให้นิ่งมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เสียงการเคลื่อนไหวและเสียงร้องของพี่มินะยังคงดังอยู่รอบ ๆ ตัวฉัน โดยไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดเลยทีเดียว

ทว่าชั่วอึดใจเดียวเสียงร้องและเสียงการเคลื่อนไหวของพี่มินะก็เงียบหายไป ฉันลืมตามองไปตรงประตูหลังห้องก็ไม่พบคราบเลือดและร่างนั้นอีก มันทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจไปได้อีกคืน

ไปอยู่กับฉันเถอะนะแชยอง...










        ผิดคาด เสียงนั้นดังอยู่ข้างหูฉันนี่เอง ฉันรู้สึกได้ว่าร่างกายของฉันเริ่มอึดอัดมากขึ้นเพราะพี่มินะค่อย ๆ เขยิบร่างขึ้นมาทับบนตัวฉัน กลิ่นคาวเลือด และเศษเนื้อตายที่ชวนสะอิดสะเอียน รวมทั้งกลิ่นเหม็นของน้ำเหลืองที่ซึมลงบนผิวของฉัน นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกกลัว กลัวพี่มินะจริง ๆ

ฉันพยายามจะใจดีสู้เสือ ตั้งใจว่าจะลืมตามองแล้วพูดกันตรง ๆ แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นเลย นอกจากกลิ่นที่ชวนอ้วกแล้ว หน้าของพี่มินะก็เละเสียจนฉันไม่สามารถมองได้อย่างเต็มตา ใบหน้าซีกซ้ายเละหมด ลูกตาถลนออกนอกเบ้า ตาขวาแดงก่ำ หัวกะโหลกเปิดให้เห็นเศษสมองที่กระจัดกระจายเต็มศีรษะ กรามหลุดรุ่งริ่ง เป็นภาพสยองที่ฉันคิดว่าน่ากลัวที่สุดในโลกแล้วตอนนี้

ใบหน้าของพี่มินะเข้าใกล้ฉันเรื่อย ๆ พยายามดิ้นหนีเท่าไหร่แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งเลย มือนั้นเลื่อนมาจับที่หน้าฉันอย่างแผ่วเบา ฉันตะโกนกรี๊ดอย่างสุดเสียงเพียงหวังจะให้ใครสักคนมาเคาะประตูห้อง แต่ไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่จะตะโกนด่าว่าเสียงดังน่ารำคาญ เสียงโหยหวนของพี่มินะยิ่งดังมากขึ้น เธอพูดแต่ชื่อของฉันซ้ำไปซ้ำมา จนใบหน้าของเราห่างกันเพียงแค่ลมหายใจเท่านั้น










พี่มินะ... รักฉันพี่ค่ะ...










"เกิดเหตุฆาตกรรมในหอพักนักศึกษาใกล้กับมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ผู้ตายมีชื่อว่านางสาวซน สภาพศพนอนตาเหลือกอยู่ใต้เตียงนอน ลิ้นจุกปาก แขนขาเหยียดเกร็ง มีรอยช้ำรอบ ๆ คอ ผลการชันสูตรเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ จึงทำการนำร่างส่งไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดและจับกุมผู้กระทำความผิดต่อไป"










ขอขอบคุณแรงบันดาลใจจากเรื่อง แอบตายที่ใต้เตียง คลิกที่ลิงก์เพื่อฟังต้นฉบับได้เลยค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีที่คุณอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ
และก็ขอบคุณมาก ๆ ที่เข้ามาอ่านฟิคของเราค่ะ
เรื่องนี้เราเคยเอาไปเขียนในเว็บบอร์ดหนึ่งมาก่อน
พอเห็นบ้านมิแชงเปิดโปรเจกต์นี้ขึ้นมา เรื่องนี้เลยผุดขึ้นมาในหัวทันทีเลยค่ะ
จริง ๆ หาชื่อเรื่องยากมากค่ะ ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไรดี แถมปกฟิคก็ไม่มี
ชื่อแรกที่คิดคือ รัก หลอก หลอน แต่ดูแล้วถ้าตั้งแบบนี้คงหลอกคนให้เข้ามาอ่านไม่ได้ อิอิ
ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าฟิคนี้ไม่มีบทสนทนา จะเป็นเพียงเรื่องเล่าผ่านแชยองเท่านั้น
อ่าว... แล้วน้องแชงมาเล่าได้ยังไงล่ะ 555+
จริงๆคือขี้เกียจคิดบทสนทนาค่ะ ก็เลยทำเรื่องเล่าแทน

ขอบคุณอีกครั้งที่เข้ามาอ่านกันนะคะ
ไว้โอกาสหน้า ถ้าไม่ขี้เกียจ อาจจะมาร่วมสนุกอีกค่ะ

ผลงานอื่นๆ ของ ㅤ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 06:09
    หูยย ตอนน้องแชงตัดสินใจลองนอนใต้เตียงนี่คิดไว้แล้วแหละว่า ไม่รอดแน่ๆหนูเอ้ย

    บรรยายได้เห็นภาพเลยค่ะ

    หลอนเลย
    #9
    0
  2. วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 23:04

    หลอนหูหลอนตากันไปสักพักใหญ่เลยค่ะ ฮือออ การเล่าเรื่องเข้าใจง่ายและลุ้นทึกบรรทัดเลยค่ะ แอบเสียวตอนเริ่มใช้วิธีนอนใต้เตียงเหมือนกัน T^T // อยากอ่านเรื่องใหม่ของไรท์อีกจังเลยค่ะ :)

    #8
    0
  3. วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 15:01
    WTFFFFFF? แงงงงงง น่ากลัวมากค่ะ
    แต่คืออ่านจบได้ไง งงตัวเอง 5555555
    เรื่องน่ากลัวมากค่ะ ยังย้ำคำนี้ แต่ก็ตื่นเต้นดี(?) สนุกๆ
    #7
    0
  4. #6 noname
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 10:58

    ขนาดรู้เรื่องคร่าวๆ ว่าตอนจบจะเป็นยังไง เพราะเคยฟังมาก่อน แต่ตอนอ่านก็ยังลุ้นและเสียวสันหลังไปตลอดอยู่ดี 5555 ขนลุกเลยค่ะ

    #6
    0
  5. #5 besoice (@besoice) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 02:38
    ไรท์ TT โอ๊ยยยยอ่ารไปขนลุกไป ฮื่ออออ
    #5
    0
  6. วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 10:15

    โอโหหหหหไรท์ค่ะ คือมันบับ... ถ้าหนูเป็นแชงจริงๆคงย้ายออกไปตั้งแต่คืนแรกที่พี่มิตายแล้วล่ะค่ะ แต่จริงๆก็ไม่คิดว่าพี่มิจะมาร้ายขนาดนี้ ชอบค่ะๆๆๆ แต่ถ้าได้ออกตอนกลางวันจะนะดีกว่า มานั่งอ่านตอนกลางคืนนะคะ คือไรท์บรรยายผีพี่มินะซะแบบ...ภาพนี่ลอยมาเล้ยยยยยยยยยยย แงงงงงง สรุป!!! อ่านเถอะค่ะ สนุก และตื่นเต้นมักๆ แต่ตอนนี้ขอวิ่งหนีพี่มินะก่องนะคะ ฮรือออออออ

    #4
    0
  7. วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 09:25
    อ่านไม่ได้แล้วววว
    #3
    0
  8. วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 00:40

    น่าอัวมากค่ะT_T ตะมิของเรา~ม่ายยยยย //วิ่งหนี

    #2
    0
  9. วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:54

    ตะหงิดตั้งแต่ครึ่งเรื่องแล้วค่ะ แหม่ ไรท์คะ หนูยังไม่ได้อาบน้ำ!! ทำไมมาหลอกกันแบบนี้!!

    #1
    0