FanFic : แก๊งค์ป่วนก๊วน IdentityV (รวมเรื่องสั้น)

ตอนที่ 3 : [Fic:NaibXEmily] Nightmare (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 มิ.ย. 63

ปัง! ปัง! ตู้ม!!!!!!!!!!

 

เสียงปืนและเสียงระเบิดดังระงมไปทั่วสมรภูมิรบ แรงระเบิดมหาศาลทำให้พื้นดินบริเวณนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆจนฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว มีร่างไร้วิญญาณมากมายนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น บ้างก็เป็นมิตร บ้างก็เป็นศัตรู แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร มีเพียงชุดที่พวกเขาสวมใส่ไว้ก่อนตายเพียงแค่นั้นที่จะสามารถแยกออกได้ว่าเป็นพรรคพวกของฝ่ายใด

 

พวกเขาตายอย่างสิ้นหวังอยู่ในสมรภูมิรบที่ยาวนาน

 

แม้แต่คนที่ยังอยู่ก็อยู่อย่างสิ้นหวัง

 

ไม่มีใครรู้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อไหร่

 

และไม่มีใครรู้ว่าต้องตายอีกเป็นเท่าไหร่...สงครามนี้ถึงจะสิ้นสุดลง...

 

หลังม่านฝุ่นที่ฟุ้งกระจายมีร่างสองร่างปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสนามรบ นายทหารสองนายกำลังช่วยกันแบกพยุงกันอย่างทุลักทุเลเพื่อช่วยกันเดินต่อไปเรื่อยๆ

" อึก..อดทนไหวพวก ฉันจะพานายหนีออกจากที่นี่ "

 

เราจะต้องหนี

 

นั่นคือสิ่งบ้าที่สุดที่นายทหารหนุ่มคนหนึ่งจะคิดได้หลังจากที่ต้องทนเห็นความตายมามากมาย...และเขาพอแล้ว เขาไม่สามารถทนเห็นใครต่อใครต้องมาตายอยู่ในสงครามบ้านี่อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ศัตรู หรือแม้กระทั้งเพื่อนที่กำลังเดินอยู่ข้างๆเขาตอนนี้

 

ปัง! เสียงปืนที่ไม่รู้ที่มายังคงดังขึ้นต่อเนื่องรอบๆตัว

 

' นาอิบ ซูบีดาร์ ' ที่ตอนนี้เป็นเพียงนายทหารหนุ่มกำลังพยายามแบกพยุงเพื่อนเดินฝ่าสมรภูมิรบอันดุเดือน ทั้งสองเดินข้ามผ่านร่างไร้วิญญาณของ'เพื่อนพ้อง'ที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นอย่างทุลักเล ร่างของทั้งสองบาดเจ็บและบอบซ้ำทั้งกายและใจซึ่งเป็นผลมาจากการต่อสู้ในสนามรบที่ยาวนานและสิ้นหวัง เสียงปืนและเสียงเครื่องบินรบดังขึ้นเป็นระยะรอบๆตัวพวกเขาก่อนจะตามด้วยเสียงระเบิดจากทางด้านหลัง

 

ตู้ม!!!!!!

 

" อึก! "

ร่างของนาอิบเซไปเล็กน้อย เขาพยายามอย่างหนักที่จะประคองตัวเองและ'เพื่อน'อีกคนไม่ให้ล้มพับลงไปจากการประท้วงของร่างกายที่บอบซ้ำ หนุ่มน้อยกัดฟันดัง"กรอด"ฝืนร่างกายตัวเองให้เดินต่อ ปลายทางอยู่แค่ข้างหน้า นั่นคือสิ่งเดียวที่เป็นแรงยึดเหนี่ยวให้ทหารหนุ่มยังคงมีแรงสู้ต่อ แม้ว่าเพื่อนอีกคนของเขาจะเริ่มไปต่อไม่ไหวแล้วก็ตามที

" นาย...ทิ้งฉันไว้ตรงนี้เถอะนาอิบ อึก "

" พูดอะไรบ้าๆน่ะ! ฉันไม่มีวันทิ้งนายเด็ดขาด! "

นาอิบร้องประท้วง ร่างของนายทหารหนุ่มข้างๆเขาเริ่มหายใจรวยรินเขาเทน้ำหนักไปทางนาอิบอย่างอ่อนแรง นาอิบแบกรับน้ำหนักของเพื่อนเอาไว้ สายตาคมมองสำรวจอาการของเพื่อนอย่างเป็นห่วง เพื่อนของเขาบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงเข้าที่สีข้าง แม้จะไม่โดนจุดสำคัญแต่ก็ทำให้เสียเลือดอยู่มากเช่นกัน

 

ไม่!

 

" ขี่หลังฉัน " นาอิบพูดขึ้นสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

" หา? นายจะให้ฉันทำไรนะ? " เพื่อนของเขาถามด้วยความสงสัย เสียงปืนที่ไล่หลังบวกกับสติที่เริ่มจะเลือนลางทำให้เขาได้ยินไม่ค่อยถนัดนัก

ไม่รอให้เพื่อนของเขาสงสัยนาน นาอิบผละออกจากเพื่อนเล็กน้อย เขาหันหลังพลางย่อตัวลงในท่านั่งยองๆให้เพื่อนของเขาสามารถขึ้นบนหลังของเขาได้สะดวก

" ขี่หลังฉันเร็วเข้า "

ร่างสูงมีสีหน้าอึกอักอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างงั้นก็ยอมทำตามแต่โดยดี " เออๆ "

 

----------------

 

" อึก.. "

 

ใช้เวลาอยู่ราวร่วมชั่วโมงในที่สุดทั้งสองก็สามารถข้ามเขตสงครามออกมาได้สำเร็จ เสียงปืนและเสียงระเบิดเบาบางลงแล้วนับตั้งแต่ที่สองเท้าแกร่งก้าวข้ามเขตออกมา นายทหารหนุ่มผู้กำลังแบกเพื่อนไว้บนหลังมองตรงไปข้างหน้า ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นคือภาพของท้องฟ้าที่แจ่มใสไร้หมอกควันจากสงครามที่มาบดบังความสวยงามของท้องฟ้า หนุ่มน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ สูดดมกลิ่นของ อิสรภาพ ที่อยู่เบื้องหน้าแค่เพียงเดินต่อไปอีกนิดแล้วไม่หันกลับไปเขาและเพื่อนก็จะเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์

 

จบลงแล้ว

 

มัน...จบลงแล้วพวก

 

เราสองคนทำได้

 

" สำเร็จแล้ว! " นาอิบร้องตะโกน " เราหนีออกมาจากสงครามบ้านั่นได้! นายเห็นไหม?! พวกเราทำได้! "

" .... "

ไร้การตอบกลับจากคนบนหลัง ร่างสูงหันมองเพื่อนอย่างแปลกใจพลางร้องเรียกอีกครั้งให้คนบนหลังรู้สึกตัว "เฮ้! นายได้ยินฉันไหม"

" ..... " เป็นอีกครั้งที่คนบนหลังไร้การตอบกลับ แขนแกร่งทั้งสองข้างที่ก่อนหน้านี้อยู่บนบ่าของเขาเลื่อนหล่นลงข้างตัวไม่ไหวติ่ง

 

" !! "

 

นาอิบใจหายวาบ เขารีบวางเพื่อนลงเพื่อดูอาการของเพื่อนทันที ความกลัวสาดซัดเข้ามาเหมือนหมัดหนักๆชกเข้าที่กลางอกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เพื่อนของเขาไร้การตอบสนอง บาดแผลจากการถูกยิงยังคงมีเลือดไหลซึมผ่านชุดเครื่องแบบทหารออกมาจนเปียกชุ่มเป็นวงกว้าง สีหน้าที่เคยดูดีตอนนี้กลับซีดเซียวเพราะเสียเลือดมากจนน่ากลัว ริมฝีปากของนาอิบแห้งผาก ทหารหนุ่มพยายามตั้งสติแม้จะทำอะไรไม่ถูก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติก่อนที่จะยื่นมืออันสั่นเทาทั้งสองข้างไปเขย่าร่างของเพื่อนที่ยังคงนอนไม่ไหวติ่งอยู่บนพื้นดูอีกครั้ง

" พวก ฟื้นสินายได้ยินฉันไหม?! "

" ..... "

" เฮ้! ตอบฉันสิ! "

" ..... "

" อึก ฟื้นสิพวก..... " มือแกร่งที่ยังคงสั่นเทาบีบไหล่หนาแน่น ร่างที่นอนอยู่ไร้ซึ่งการตอบสนอง ไร้ซึ่งสัญญาณชีพ ใจที่บอบซ้ำของเขาบีบรัดด้วยความเจ็บปวด " ฟื้นสิ....ได้โปรด... " มันยากที่จะยอมรับว่า...

 

เพื่อนของเขาไม่มีวันได้ฟื้นกลับขึ้นมาอีกแล้ว

 

ไม่ ไม่ ไม่!

 

----------------

 

" ไม่!!!!!! "

 

พรึ่บ!

 

ดวงตาทั้งสองที่เคยปิดสนิทโพล่งลืมขึ้น ชายหนุ่มร่างหนาเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างฉับไว ' นาอิบ ซูบีดาร์ ' นายทหารรับจ้างตื่นขึ้นมากลางดึกหอบหายใจแรงอย่างหนักจนอกแกร่งกระเพื่อมไปตามแรง ดวงตาสีเขียวมรกตกวาดมองไปรอบตัว ชายหนุ่มยังคงอยู่ในห้องและกำลังนั่งอยู่บนที่นอนของตัวเอง

" ฝันแบบนี้อีกแล้ว... "

ชายหนุ่มถอนหายใจหลังจากที่ใช้เวลาสักพักในการเรียกสติ ลมหายใจของเขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เขาฝันแบบนี้เกือบทุกคืนจนชายหนุ่มเริ่มจะชาชิน

 

ฝันที่เหมือนจริงยังคงคอยตอกย้ำความรู้สึก

 

ความรู้สึกผิดบาปที่ไม่สามารถช่วยเพื่อนของเขาได้

 

" โทษทีนะอิไล " นาอิบพึมพำ เขารู้สึกผิดที่เป็นเหตุให้รูมเมทของเขาต้องซื้อ'ที่อุดหู'มาใส่เวลานอน

ดูเหมือนว่าที่อุดหูจะใช้ได้ผล รูมเมทของนาอิบนามว่า ' อิไล คลาร์ก ' ยังคงนอนหลับปุ๋ยไม่รับรู้ถึงเสียงรบกวนที่ดังขึ้นเมื่อสักครู่อย่างมีความสุขอยู่บนเตียงข้างๆ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลซึ่งตอนนี้ปราศจากผ้าปิดตาตัดสินใจซื้อที่อุดหูมาใส่หลังจากที่ต้องตกใจตื่นทุกครั้งที่นาอิบสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายเกือบทุกคืน แม้อิไลจะไม่เคยบ่นแต่นาอิบก็รู้ว่าลึกๆแล้วอิไลต้องแอบด่าเขาอยู่ในใจแน่ๆ

 

และ...ดูเหมือนเขาจะซื้อที่อุดหูมาใส่ให้สัตว์เลี้ยงด้วย(?)

 

นาอิบหันมองสัตว์เลี้ยงของอิไลที่อยู่ในกรงตรงขอบหน้าต่าง เจ้านกฮูกยังคงหลับตาพริ้มอย่างสงบอยู่ในกรง นอกจากจะนอนหลับปุ๋ยเหมือนเจ้าของแล้ว บนหัวของมันยังมีที่อุดหูสีชมพูอ่อนสวมไว้เหมือนกับเจ้าของของมันอีกต่างหาก

 

เจ้าบ้านั่นซื้อที่อุดหูมาให้นกฮูกใส่ด้วยหรอเนี่ย? สีเดียวกันอีก? (=_=)

 

นาอิบทิ้งตัวลงนอน ตาทั้งสองค่อยๆปิดลงหวังจะหลับลงอีกครั้งแต่กลับนอนไม่หลับอย่างที่ตั้งใจ ชายหนุ่มพลิกตัวไปมาบนที่นอน เปลี่ยนท่านอนก็แล้ว นอนนับแกะก็แล้วแต่ก็นอนไม่หลับ สุดท้ายชายหนุ่มก็ตัดสินใจลุกออกจากที่นอนเดินตรงไปยังประตูก่อนจะเปิดออกเดินออกจากห้องไป

 

---------------------------------

 

 

" เอาล่ะคนเก่งหนูพร้อมจะรักษารึยังเอ่ย? "

ณ ห้องรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่ง หญิงสาวในชุดเครื่องแบบคุณหมอ(ที่ดูเหมือนจะเป็นเครื่องแบบของพยาบาลซะมากกว่า)กำลังยืนคุยกับคนไข้ตัวน้อยของเธออยู่ข้างเก้าอี้ช็อตไฟฟ้า

" ..... "

 

แต่ดูเหมือนคุณหมอสาวจะคุยคนเดียวซะมากกว่า

 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมอง 'คนไข้ตัวน้อย' ตรงหน้าอย่างปลงใจ ริมฝีปากอมชมพูยังคงรอยยิ้มอ่อนโยนไว้บนหน้าตามสไตล์คุณหมอผู้ใจดี เธอชินเสียแล้วเวลาอยู่กับคนไข้ตัวน้อยคนนี้ ไม่ว่าจะถามหรือจะชวนคุยอะไรคำตอบที่คุณหมอสาวได้รับมักจะเป็น ความเงียบ เสมอ

" ครั้งนี้เป็นการรักษาครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้อีกไม่กี่วัน หนูก็จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะ "

" ..... "

ไม่มีอารมณ์ใดๆปรากฎขึ้นบนใบหน้าของคนไข้ตัวน้อยของเธอ คนไข้ตัวน้อยยังคงนั่งเหม่อลอยไร้การตอบสนอง แววตาที่เลื่อนลอยแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยยากเกินจะคาดเดา ดู...

 

ไร้จุดหมาย...

 

ไร้ชีวิตชีวา...

 

แขนและขาทั้งสองข้างของเด็กหญิงถูกพันธนาการติดกับเก้าอี้ช็อตไฟฟ้า บนหัวของเธอถูกล็อคด้วยหมวกที่มีสายไฟสีแดงและสีน้ำเงินเชื่อมต่อไว้หลายเส้น ระโยงระยางเข้ากับตัวเครื่องควบคุม เตรียมรอรับการรักษาด้วยการช็อตไฟฟ้า

 

เป็นภาพที่ดูน่ากลัวและน่าสงสาร

 

โดยเฉพาะกับเด็กหญิงตัวเล็กๆที่อายุเพียง 6-7 ปี

 

" ดีใจไหมเอ่ย? หนูจะได้ออกไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนแล้วนะ " คุณหมอสาวส่งยิ้มให้

" .... "

" ถ้างั้นเรามาเริ่มกันเลยเนอะ "

คุณหมอสาวส่งยิ้มให้อีกครั้งเป็นการให้กำลังใจ ก่อนจะส่งมือข้างหนึ่งไปยังทางเครื่องควบคุม มือบางกำลังจะเอื้อมถึงคันโยกบนแผงควบคุมพลันหยุดชะงักค้าง เมื่อมีเสียงเล็กๆดังขึ้นมาขัดจังหวะ

 

" คุณหมอคะ... "

 

ต้นเสียงเล็กๆดังมาจากคนไข้ตัวน้อยของเธอ

 

" หืม? ว่าไงจ๊ะ? "

คุณหมอสาวถามด้วยดีใจ เป็นครั้งแรกที่คนไข้ของเธอเริ่มที่จะมีการพูดคุย ดวงตาคู่ใสแม้จะดูเลื่อนลอยของเด็กหญิงมองสบมายังดวงตาสีน้ำตาลเข้ม จ้องลึกเข้าไปเหมือนกำลังอ่านความคิดของคุณหมอสาว ร่างบางเผลอห่อไหล่โดยอัตโนมัติ แต่ยังคงยิ้มสู้

" หนูมีอะไรจะพูดรึเปล่าจ๊ะ? "

สิ้นคำถามของคุณหมอสาว ใช้เวลาไม่กี่นาทีก่อนที่ริมฝีปากเล็กๆของคนไข้ตัวน้อยจะเผยอออก คำถามธรรมดาง่ายๆถูกปล่อยออกมาเบาๆเหมือนเสียงกระซิบ แต่มันกลับดังมากพอที่จะทำให้คุณหมอสาวยืนค้างอยู่กับที่

 

" .....เราจะได้พบกันอีกไหมคะ?... "

 

-------------------

 

" เฮือก! "

 

พรึ่บ!

 

ดวงตาคู่สวยที่เคยปิดสนิทลืมขึ้น ปรากฏให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตา ร่างบางยันตัวลุกนั่งพลางชันเข่าขึ้นมากอด ' เอมิลี่ ไดเยอร์ ' สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก คุณหมอสาวหันมองไปรอบตัว เธออยู่ในห้องของตัวเองและยังคงนั่งกอดเข่าอยู่บนที่นอนที่ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา

" ฝันไปหรอเนี่ย? "

 

ทำไมจู่ๆถึงได้ฝันถึงเรื่องนั้นขึ้นมานะ?

 

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เอมิลี่ยังคงนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่กับที่บนที่นอน ร่างบางตกอยู่ในภวังค์ของคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ ก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

-------------------

 

หลังจากพยายามข่มตาหลับอยู่นาน ในที่สุดคุณหมอสาวก็ยอมแพ้

 

เธอนอนไม่หลับ...

 

ร่างบางของคุณหมอในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อนกำลังเดินไปตามโถงทางเดินที่มืดสลัว สภาพของเธอตอนนี้แทบจะเรียกว่าดูไม่จืด ผมสีน้ำตาลยาวของเธอยุ่งเหยิงคลอเคลียกับไหล่บาง ความหนาวเย็นในยามดึกเข้ามาทักทาย เอมิลี่ยกมือขึ้นมากอดตัวเองให้คลายความหนาว หญิงสาวหงุดหงิดตัวเองเล็กน้อยที่มัวแต่คิดอะไรเพลินๆจนลืมสวมเสื้อคลุมก่อนออกมาจากห้องด้วย

" คฤหาสน์นี้ตอนกลางดึกมันน่ากลัวจัง "

น่ากลัวอย่างที่หญิงสาวว่า...คฤหาสน์หลังนี้ในช่วงกลางวันช่างแตกต่างกับช่วงกลางดึกตอนนี้ลิบลับ บรรยากาศรอบด้านมีแต่ความเงียบสงัด แม้จะมีแสงจันทร์ที่ส่องผ่านลอดหน้าต่างมาพอช่วยให้โถงทางเดินดูสว่างขึ้นมานิดหน่อย แต่คุณหมอสาวกลับรู้สึกว่าบรรยากาศมันวังเวงชอบกล

 

กุก กัก

 

" เฮือก! " (O_O)!

 

คุณหมอสาวสะดุ้งตกใจ เธอได้ยินเสียง ' อะไรบางอย่าง ' ดังมาจากที่ไหนสักแห่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เธอยืนมากนัก เอมิลี่พยายามไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่าน พยายามคิดในแง่ดีว่าอาจจะเป็นหนู(?)หรือแมลงอะไรสักอย่าง อาจจะเป็นแมลงสาบ(?)

" หนูละมั้ง? คงไม่มีอะไรหรอก "

 

คงไม่มีอะไรหรอก....มั้ง เอมิลี่กำลังพยายามปลอบตัวเอง

 

เอมิลี่กระชับกอดตัวเองมากขึ้น เธอเดินตรงไปตามทางตรงไปยังจุดมุ่งหมายซึ่งก็คือห้องครัว เพื่อหาโกโก้อุ่นๆสักแก้ว มันคงจะดีกว่าถ้าได้เครื่องดื่มอุ่นๆมาดื่มแทนการกินยานอนหลับ

 

พรึ่บ

 

" อ๊ะ! " คุณหมอสาวรีบหันไปมองข้างหลังด้วยความตกใจ เธอรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างพึ่งจะผ่านข้างหลังเธอไปไวๆเมื่อกี้นี้ " อะ อะไรอะ? "

 

ผะ ผี เหรอ?

 

" จื๊ด จื๊ด "

" เอ๋? นี่มัน.. " เอมิลี่ก้มหัวลงไปมองข้างล่าง " ที่แท้ก็หนูนี่เอง ขี้กลัวจริงๆเล้ยเราเนี่ย " เอมิลี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าตัวที่ทำเสียงดังแล้วพึ่งวิ่งผ่านไปเมื่อกี้เป็นแค่เจ้าหนูธรรมดาๆนี่เอง

 

แต่ทว่า...

 

หมับ!

 

" กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!! "

 

-------------------------------------------

 

To be continuous.

 

ค่อยๆเป็นค่อยๆไปไม่รีบน้า5555

 

 

 

แปะ ความฝันของคุณหมอกับทหารรับจ้างเป็นความฝันที่มาจากประวัติก่อนที่จะเข้ามาร่วมเล่นเกมในคฤหาสน์ตามจดหมายเชิญค่ะ เราหาเจอแค่รูปประวัติของคุณหมอ ของนาอิบหาไม่เจอจริงๆค่ะ เสียดายมากเลย ;-;

เราแก้ไขในส่วนของการเว้นวรรคบรรทัดนิดหน่อยค่ะ ความรู้สึกตอนอ่านในคอมกับในโทรศัพท์มันต่างกันเลยขอแก้การเว้นนิดนึงนะคะ และก็ชื่อของคุณหมอเราเรียกผิดมาตลอดเลยปกติจะเรียกหมอไม่ก็พยาบาลเลยไม่ค่อยถนัดพิมพ์ชื่อเท่าไหร่ เราอ่านชื่อ Emily ตรงตัวเป็น "เอ็มมิลี่" จริงๆแล้วมันต้องเป็น "เอมิลี่" อะฮือ อ่านผิดตั้งนาน ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ

 

ป.ล. อรุณสวัสดิ์และก็ราตรีสวัสดิ์ค่ะ 555

เจอกันตอนหน้า SEE YA.

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 ไอ้ครึ่งๆ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 05:45
    อิไลคุงกับที่อุดหูสีชมพูฟนุ้งฟริ้งของเขา....
    #5
    0