CHANCE CS

ตอนที่ 5 : chance 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 ก.ค. 62






“เย้ ในที่สุดก็หายแล้ว” คยองซูตะโกนออกมาด้วยความดีใจ ในเมื่อตอนนี้เค้าไม่ต้องใส่ผ้าก๊อซอะไรนี่อีกแล้ว อีกอย่างตอนนี้ข้อเท้าก็กลับมาหาปกติแล้วด้วย ไม่ต้องเดินกะเพกๆให้อนาถใจตัวเองอีกแล้ว

               “อย่าซ่าให้มันมากนักเพื่อน เดี๋ยวจะเดี้ยงอีกรอบ” เพื่อนตัวสูงของเค้า จงอิม มองดูท่าทีของเพื่อนด้วยความเอือมระอา

“เดี๋ยวเถอะ ไอ้อิม ปากร้ายนัก” อดเบะปากใส่เพื่อนตัวสูงไม่ได้ พูดอะไรมาแต่ละอย่าง มงคลเหลือเกิน

               “ไปเดินเล่นกันไหม” อาจเพราะนี่มันก็ผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้วที่คยองซูห่างหายจากการวิ่งเล่นหรือเดินเล่นกับเพื่อนเพราะด้วยสภาพขาเลยไม่ค่อยอำนวยสักเท่าไหร่ ไหนๆวันนี้ก็หายดีแล้ว อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นแค่แค่เดินก็คงไม่เป็นไร

“ไปสิ อยู่บ้านอดอู้เปล่าๆ” อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อเพื่อนตัวสูงจะพาไปเดินเล่น พรางคิดถึงสวนกว้างๆที่เค้าสองคนเคยไปเดินกันบ่อยๆ

               “น้อยๆหน่อย อยู่บ้านห่าไร ไปหาผู้ชายต่างหาก” ใช่ครับฟังไม่ผิดหรอก ถึงเพื่อนรักตัเล็กจะขาเดี้ยงเพียงใด มันยังมีแรงในการไปหาผู้ชายคนตัวสูงครับ

“มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นไหมวะ”

                              มันขนาดนั้นครับเพื่อน

 

 

 

...

 

 

 

               บรรยากาศภายในสวนเขียวขจีแห่งนี้ สวยงามทุกครั้งเมื่อคนอื่นได้มีโอกาสมอง แม้แต่คยองซูกับจงอิมที่เติบโตกับมันมาตั้งแต่เด็กยังคงรู้สึกว่ามันสวยงามทุกครั้งเมื่อมาสถานที่แห่งนี้

“เห้อ สดชื่นจังเนอะ” สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมกับเดินเล่นไปกับเพื่อนตัวสูงข้างๆ มองต้นไม้ต้นใหญ่ที่คอยบดบังแสงแดดให้พวกเขา ฝูงนกที่คอยร้องมาตลอดทางก็ทำให้รู้สึกดีไม่เบา แสงแดดอ่อนๆที่สะท้อนหนองน้ำกลางสวนใหญ่ก็ยิ่งทำให้ที่นี่เป็นเหมือนสวรรค์

“มากี่ครั้งก็รู้สึกดีทุกครั้งเลยเนอะไอ้ซู” จงอิมวางมือไว้ที่ไหล่ของอีกฝ่าย พร้อมกับนึกไปยังวันวานของพวกเค้าสองคน

...

 

 

 

                เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆเปิดอย่างช้าๆก่อนจะตื่นขึ้นมาในห้องอันกว้างใหญ่ที่มีคาบเลือดที่เหลือไว้จากร่องรอยของเมื่อคืน เมื่อยกข้อมือขึ้นมาดู รอยกรีดลึกนั้นหายไป เหลือไว้แต่เพียงข้อมือหนาอย่างเดิม เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เริ่มเบื่อเต็มทีกับชีวิตแบบนี้

               ตัดสินใจถอดผ้าปูออกพร้อมกับเอาชุดใหม่มาประกอบไว้อย่างเดิม เรียกได้ว่าชานยอลผ่านการตายมาทุกรูปแบบ ทุกชนิดบนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นกระโดดตึก จมน้ำ ผูกคอ ยิงหัว หรือแม้แต่กรีดข้อมือ ที่เจ้าตัวทำไว้ทุกคืน แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่สามารถพรากชีวิตของเค้าได้เลย

                              ยมบาลรังเกลียดกันขนาดไหนกันถึงไม่ต้อนรับวิญญาณเค้า

แบกร่างอันเหม่อลอยเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายในที่สุด ก่อนจะออกมาทำสลัดผักกินอย่างเดิมเพื่อดูแลสุขภาพ สายตาคนตัวสูงก็เผลอมองเห็นถุงคุกกี้ที่ยัยเด็กขนมเคยให้เค้า

               คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ชีทเดย์วันหนึ่งแล้วกัน

เมื่อคิดอย่างนั้น มือหนาก็เลื่อนมาหยิบถุงคุกกี้พร้อมกับเปิดออกในที่สุด หยิบชิ้นแรกขึ้นมาพร้อมเอสเข้าปาดเพียงครึ่งเดียว ความกรอบแล่นสู่ทั่วปาก ความหอมของถั่วดีผ่านไปทั่วลิ้น

               ยัยขนมนี่ก็ใช้ได้

อาจเพราะเผลอนึกถึงยัยเด็กขนม เลยเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

               หยิบกินขึ้นมาอีกชิ้นก่อนจะมัดปากถุงแล้วเอาสลัดออกมาตามเดิม ในวันนี้ไม่มีอะไรทำเหมือนเดิม ชานยอลจึงคิดว่าจะออกไปวิ่งเล่นที่สวนเสียหน่อย

               เผื่อว่าความสุขเมื่อวิ่งออกกำลังกายจะทำให้เค้าตายได้ขึ้นมาบ้าง

 

 

 

 

 

...

 

 

               ตัดสินใจสวมเสื้อกล้ามพร้อมกับกางเกงวอร์ม เพื่อเตรียมไปวิ่งจ๊อกกิ้งที่สวนสาธารณะก่อนจะเริ่มเส้นทางวิ่งจากบ้านตัวเองไปในที่สุด

 

               บรรยากาศรอบ ๆสวนออกจะร่มรื่น ผู้คนต่างมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน นั่นก็คือ ไม่ออกกำลังกาย ก็มาพักผ่อนย่อนใจ

               ชานยอลวิ่งมาเรื่อย ๆตามประสาคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าสถานที่นี้จะเปลี่ยนไปกี่รอบต่อกี่รอบ แต่สิ่งที่สวนสาธารณะแห่งนี้ ยังคงมีความสบายใจยามที่ได้หายใจร่วมกันในสถานที่แห่งนี้ ชานยอลนึกขอบคุณสวนสาธารณะแห่งนี้ ที่ยังคงทำให้เค้าไม่เบื่อไปซะทีเดียว

               สายตาชานยอลสะดุดกับชายร่างน้อยที่กำลังเดินเตาะแตะในจุดหนึ่งของสวนสาธารณะ เหงื่อที่ไหลลงบนหน้า ไม่รู้เหมือนกันทำไมเมื่อมาอยู่บนหน้ายัยขนม กลับน่ามองมากยิ่งขึ้น กางเกงวอร์มขาสั้นเผยให้เห็นขาขาวๆนั่นก็ยิ่งทำให้ชานยอลละสายตาไว้ไม่ได้

               หายดีแล้วหรือไงนะ

               “พี่ชาน มาออกกำลังกายเหรอ” คยองซูเอ่ยทักทายชายร่างสูงที่ดูเหมือนกำลังวิ่งผ่านไป เสียงอันสดใสทักทายคนที่ใจเย็นชาทำเอาสั่นคลอนได้ไม่น้อย ทั้งที่ตั้งใจจะวิ่งผ่านไปเฉยๆแล้วแท้ๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าแค่ยัยขนมทักทาย ทำใต้องหยุดวิ่งเพื่อหันไปมอง

               “อืม” พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อตอบยัยขนมตรงหน้า สังเกตคนตัวเล็กข้างหลังเค้า อีกไม่กี่นาทีคงขอวิ่งไปกับเค้าด้วยแน่นอน

               “ผมวิ่งด้วยคนดิพี่”

               นั่นไง เดาผิดซะที่ไหน

               “ตามให้ทันละกัน” ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ก็ผ่อนแรงวิ่งให้ไม่นำคนตัวเล็กจนเกินไป ให้ดูเหมือนว่าวิ่งไปด้วยกัน ชานยอลเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรอยัยขนมข้างๆด้วย

               “หายแล้วเหรอข้อเท้าหนะ” เพราะไม่สามารถเก็บความสงสัยที่มีอยู่ในตัว ชานยอลตัดสินใจถามคนตัวเล็กข้างๆที่กำลังวิ่งเยาะๆ

               “หายแล้วดูดิ เนีนกระโดดได้ เห็นไหม โอ้ย” คนตัวเล็กกระโดดเล็กน้อยเพื่อแสดงให้ร่างสูงข้างๆได้เห็นว่าตัวเองแข็งแรงมากขึ้นเพียงใด แต่แล้วสิ่งที่ตัวเล็กแสดงเอาไว้ก็เป็นไปได้แค่ความคิดเมื่อความเจ็บแล่นเข้าสู่ข้อเท้าของเค้า

               “ดื้อ” เพราะเห็นอีกฝ่ายพยายามซ้อนใบหน้าเจ็บปวดเอาไว้ เลยอดไม่ได้ที่จะเอ็ดยัยขนมข้างๆไม่ได้ แต่ชานยอลก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากิริยาที่อีกฝ่ายแสดงไม่ว่ามันจะเป็นการพยายามเกร็งใบหน้าเพื่อซ้อนความเจ็บปวด หรือ รอยยิ้มเมื่อได้เห็นเค้า มันก็ช่างดูน่ารัก

               “...” เพราะเถียงอะไรพี่ชานยอลไม่ได้เลยได้แค่ก้มหน้าก้มตาซ้อนใบหน้าอันแสนอายนั้น แล้วยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะเล็กน้อยของคนตัวสูง ที่นานๆทีจะได้เห็นสักครั้ง ในความเขินอายนั้น คยองซูเองก็ยอมรับเหมือนกันว่ามันก็รู้สึกดี

               “แล้วเดินไหวไหม” เพราะดูอาการเด็กข้างๆแล้ว ถึงจะยิ้มหูแดงอย่างนั้น แต่ร่างกายไม่ได้ตอบสนองแบบที่เป็นตามใบหน้า

               “พอไหวครับ แต่จะดีกว่านี้ถ้าพี่ช่วยพยุง” ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ชานยอลรู้สึกว่าคำพูดและแววตาของคยองซูดูไม่ได้เจ็บอย่างที่เห็น สายตาที่แพรวพราวขนาดนั้น แม้จะเจ็บจ้อเท้ามากขนาดไหนแต่ก็มีความสุขเมื่ออาการเหล่านี้มาเป็นข้างๆเขางั้นเหรอ?

               “หลอกให้จับตัวกันนิน่า”

               “แล้วได้ไหมล่ะครับ โอ้ยย ผมเดินไม่ไหวแล้วเนียย” เพราะดูท่าคนตัวสูงส่ายหัวเล็กน้อย คยองซูเลยจำเป็นต้องแสดงละครปนความจริงอีกนิด

               “...” เพราะได้แต่เอือมในตัวยัยขนมแต่มือหนานั้นก็คอยประคองร่างเล็กที่ดูเหมือนจะยิ้มจนแก้มปริไปไหนต่อไหนแล้ว

              

 

               วันนี้มีความสุขที่สุดในชีวิตคยองซูแล้ว

 

 

 

               เฮ้อ วันนี้เมื่อยปากชะมัด

              

              

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #7 Snowy__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 08:17
    อิน้องงงงงงงง.แหมมมมมมมอ้อนใหญ่เลยนะะะะะ
    #7
    0