CHANCE CS

ตอนที่ 4 : Chance 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62







บรรยากาศภายในรถหรูที่มีเพียงแค่ชายตัวสูงกับยัยขนมจอมซุกซน ชานยอลก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมยัยขนมข้างๆถึงซนอะไรได้ขนาดนั้น ขนาดตัวเองบาดเจ็บไม่ใช่น้อยๆนะนั่น

               “ผมไม่เคยเห็นพี่ใช้รถมาก่อนเลย เห็นแต่พี่เดิน” ประโยคคำถามที่ถามตลอดทาง บางคำถามชานยอลก็ไม่ตอบบ้าง บางคำถามก็ตอบสั้นๆบ้าง หรือบางคำถามก็เพียงแค่พยักหน้าหรือส่ายหน้าเท่านั้น แต่คนตัวเล็กข้างๆนี่ไม่มีแววว่าจะหยุดสักนิด

“ชอบเดิน” ประโยคสั้นๆตอบคนซุกซนให้ยิ้มขึ้นทุกครั้งเวลาอีกฝ่ายตอบ ไม่รู้เหมือนกันทำไมคยองซูชอบเสียงของพี่ชายตัวสูงนี่นัก

               “โห่พี่ แล้วพี่ไม่กลัวนักเลงบ้างเหรอ” คิ้วชานยอลกระตุกเล็กน้อย อยู่มา500ปีแล้วเอาอะไรมากลัว ยัยขนมตัวแสบที่นั่งข้างๆกันเนียควรกลัวนักเลงพวกนั้นก่อนไหม หันไปมองคนร่างเล็กด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อย มองรอยช้ำบนใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มนั้น ก็เกิดอาการหงุดหงิดเสียดื้อๆ

               รถคันหรูเลี้ยวเข้าซอยตามที่คนตัวเล็กบอกทางมา เมื่อถึงบ้านตามที่หมาย อาจด้วยชานยอลคิดว่าอีกฝ่ายต้องใช้เวลาในการลงรถ เลยเดินอ้อมมาเปิดประตูแล้วพยุงร่างเล็กไว้ก่อนจะกดออดหน้าบ้าน จนคนเป็นมารดาต้องออกมารับในที่สุด

               “หนูซู ไปทำอะไรมาลูก” แม่พูดด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพลูกชายสุดที่รักมีรอยช้ำตามตัว และไหนจะข้อเท้าที่มีผ้าก๊อตพันไว้อีก

               “เรื่องมันยาวหนะแม่” เกาหัวแกร๊กๆ และยิ้มเจื่อนๆเล็กน้อย เห็นที่ว่าจะโดนแม่สืบสวนยาวแล้วคืนนี้

“เค้าช่วยผมจากนักเลงไว้หนะครับ” ชานยอลอธิบายเหตุผลที่ยัยขนมต้องมีสภาพแบบนี้

               “แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะช่วยผมมากกว่า ฮ่าๆๆๆ” หัวเราะกลบกลื่นอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาดุๆของมารดามองมาที่ตน

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยหนูซู ถ้าไม่เป็นอันรบกวนจนเกินไป เข้าไปดื่มน้ำทานขนมก่อนเถอะค่ะ” แม่ของคยองซูเปิดประตูก่อนจะช่วยพยุงลูกชายตัวเองพร้อมกับชานยอลพากันเข้าบ้าน

               บ้านนี้นี่ชอบเลี้ยงคนด้วยขนมรึไงนะ

“ขอบคุณจริงๆนะคะที่ช่วยลูกชายฉันเอาไว้” โค้งคำนับชานยอลเล็กน้อยก่อนจะยื้นขนมอีกถุงให้คนตัวสูง

                              3ถุงแล้วนะ ขนมเนี่ยยยยย

               “ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับที่จริงผมต้องเป็นฝ่ายขอบคุณมากกว่าเพราะลูกชายของคุณก็เข้ามาช่วยผมไว้” จำใจรับขนมไว้อีกถุง

               “ขอบคุณนะครับพี่ชานที่มาส่ง” ยัยขนมตัวแสบโค้งตัวลงอีกครั้งเพื่อแสดงความขอบคุณ

“ถ้าอย่างนั้นแล้ว ผมคงต้องขอกลับก่อนนะครับ” โค้งหัวลงเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับไปยังรถของตัวเองแล้วขับกลับบ้านของตัวเองต่อโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สังเกตุตัวเองเลยว่าใบหน้าคนที่เย็นชามากว่า500ปีจะเผลอยิ้มออกมา

              

 

 

 

...

 

 

 

               “อะไรนะ เค้ามาส่งถึงบ้านเลยเหรอ” เพราะได้ข่าวว่าเพื่อนรักตัวน้อยไม่สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก จงอิมจึงแวะมาเยี่ยมเพื่อนตัวแสบของเค้า

               “ใช่แล้ว พี่ชานเค้ามาส่ง” พูดอีกก็ยิ้มอีกเมื่อนึกถึงพี่ชายคนสูง ถึงแม้รอยยิ้มอันน่ารักนี้จะตรงข้ามกับสารรูปที่ดูไม่ได้ก็เถอะ

               “อื่อหึเรียกเค้าพี่ชาน เป็นหนักนะเนียเพื่อนกู” อดเอื่อมระอากับเพื่อนตัวเองไม่ได้ ดูเหมือนจะหลงขึ้นทุกวัน

               “ก็เค้าดีนี่น่า” ก้มหน้าซ่อนใบหน้าแดงๆนั่นไว้ ถึงแม้จะปิดบังเพื่อนตัวเองไม่ได้สักเท่าไหร่

               “อ้อร้อ!!!” ด้วยความหมั่นใส้เพื่อนตัวสูงอดด่าไม่ได้ น่าหมั่นใส้นักไอ้ใบหน้าที่ดูอิ่มความรัก แต่สารรูปเจ็บเจียนตายเนีย

               “ไอ้อิม หยาบคาย!!!!” ตีเพื่อนที่เพิ่งพูดคำหยาบด่าเจ้าตัว

 

               จนถึงตอนนี้คยองซูยังไม่เคยลืมใบหน้าของพี่ตัวสูงเลยสักนิด ถึงจะดูเย็นชา ไม่หรอก ต้องเรียกซืนเสียมากกว่า แต่ก็อ่อนโยนไม่น้อย ไม่งั้นคงไม่ส่งเค้ามาที่บ้านหรอก

 

                              อย่างน้อยคยองซูก็มีความหวังละนะ

 

 

 

...

 

 

               เสียงเครื่องซักผ้าดังเป็นระยะ พร้อมกับชายร่างสูงที่นั่งลงบนเก้าอี้ยาวข้างๆพร้อมอ่านหนังสือ เพื่อรอให้เครื่องปั่นผ้าทำงานของมันจนเสร็จสิ้น น้ำยาปรับผ้านุ่มที่เพิ่งซื้อมาไม่นาน ร่างสูงก็เทมันจนหมดไปซะแล้ว อาจจะดูบ้าไปสักนิด โรคจิตไม่สักหน่อย แต่ชานยอลชอบที่จะเทมันทั้งหมดเลยมากกว่า อย่าที่ทราบกัน ถ้าผ้าไม่หอม ชานยอลไม่ยอมหรอก นี่อาจจะเป็นข้อเสียของชานยอลมาตลอด500ปีก็ได้ ไอ้นิสัยเทน้ำยาปรับผ้านุ่มหมดถุงเนีย

               หนังสือเก่าๆที่ไม่ว่าชานยอลจะอ่านมันไปแล้วรอบที่พันกว่าๆ แต่มันก็ยังเป็นหนังสือที่ชานยอลชอบอยู่ดี

เมื่อเสียงแจ้งเตือนว่าตอนนี้ผ้าทั้งหมดนั้นซักเสร็จแล้ว ชานยอลตั้งใจบรรจงเอาผ้ามาจากอย่างละเอียดละไม การจะซักผ้าให้หอม มันไม่ใช่ว่าจะซักยังไงก็ได้ เวลาแสงแดดที่เหมาะสม อีกทั้งเมื่อผ้าแห้งแล้วจะต้องรีบเก็บเพื่อกักความหอมของซื้อ แต่ใน๘ระเดียวกันมันจะต้องไม่มีความชื้นเหลือ มิเช่นนั้นมันจะอัพในทันทีเมื่อเราเอามาใส่ตอนหน้า

               ในระหว่างที่ชานยอลกำลังตั้งใจตัดผ้า ภาพของเด็กหนุ่มตัวแสบโผล่เข้ามาในหัวอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ตั้งใจ อาจเพราะความดีที่เด็กขนมนั่นทำ เลยทำให้ชานยอลเผลอนึกเป็นห่วงอีกฝ่ายขึ้นมานิดนึง

 

ดื้อจริงๆยัยขนม

 

 

 

 

...

 

 

 

               “ไอ้อิม เราอยากเอาขนมไปให้พี่เค้าง่ะ” เพื่อนตัวเล็กทำตาละห้อยให้กับเพื่อนตัวสูงที่กำลังกดจอยเกมอย่างเมามัน

“ให้มันน้อยๆหน่อย ดูสภาพด้วย” หันไปดุเพื่อนตัวจ้อยของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะโฟกัสที่เกมต่อ

               “ใครบอกว่าเราจะไปคนเดียว” ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทำให้เพื่อนตัวสูงที่กดเกมจอยอยู่เริ่มเสียวสันหลังวาบขึ้นมาโดยไม่รู้อีโน่อีเน่

              

 

...

 

               แล้วก็เป็นไปตามลางสงหรณ์ของเพื่อนตัวสูงไม่มีผิด เพราะตอนนี้ตัวเค้าเองได้ทำหน้าที่เป็นแกร๊ปรับส่งเพื่อนตัวดีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คอยสังเกตหน้าเพื่อนผ่านกระจกมอไซก็ยิ่งหมั่นใส้ ยิ้มแป้นแล่นนั่นมันคืออะไร อะไรคือความใส่ผ้าก๊อซไปหาผู้ชาย จงอิมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริงๆ

               เพื่อนของเค้าแรดตั้งแต่เมื่อไหร่

               “เดี๋ยวจงอิมรออยู่ตรงนี้นะ” พอถึงบ้านที่เจ้าตัวต้องการก็เดินกะเพกเล็กน้อยก่อนจะสั่งเพื่อนให้รอพร้อมกับเดินไปหน้าบ้านในที่สุด

                              ถ้าเป็นวันก่อนๆ ให้ขนมเพราะมันอาจจะพอชดเชยค่ากระจกได้บ้าง แต่ตอนนี้คยองซูคิดว่าตัวเองมาหาด้วยเหตุผลอื่นมากกว่า

              

               ...

 

 

ชากุหลาบที่รสชาติกลมกล่อมหอมหวนทำให้ชานยอลนั่งสงบๆอยู่กับตัวเองมากขึ้นกลับต้องคิ้วขมวดเมื่อเห็นยัยขนมสภาพที่ค่อนข้างดูไม่ได้ ยืนยิ้มอยู่หน้าบ้านพร้อมถุงขนมถุงเดิม เพิ่มเติมคือผ้าก๊อซพันเท้า

               ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปหายัยขนมตัวดี เพราะถ้าหากเมินเหมือนเมื่อก่อนเกร็งว่าจะไม่เหมาะที่จะปล่อยให้คนพิการมารอเค้าแบบนี้ ถึงแม้จะเริ่มรำคาญบ้างประปราย

 

               “พี่ชาน สวัสดีครับ” เมื่อเห็นพี่ชายตัวสูงโผล่ออกมาก็อดยิ้มไม่ได้ ถึงแม้หน้าตาพี่ชายตัวสูงนั้นจะบึ้งตึงมากก็ตาม

“...” เดินมาถึงหน้าประตูและเข้าประจันหน้ากับยัยขนมก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อย

               “ผมเอาขนมมาฝาก”

 

               เหมือนเดิม ขนมถุงที่สามแล้วตั้งแต่รู้จักยัยขนมมา รู้ไหมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพและหุ่น!!!!

“ขอบใจ แต่วันหลังไม่ต้อง” ตัดสินใจพูดประโยคที่ยาวที่สุดของวันนี้

               “ให้ผมทำเถอะครับ เพื่อชดเชยค่ากระจก” เถียงตาใสกลับ เล่นทำเอาพี่ชายร่างสูงทำไรไม่ถูก

“ฉันไม่กินขนม”

               “แล้วพี่กินอะไรเหรอครับ”

“...” พี่ชายตัวสูงถอนหายใจออกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้กับความดื้อของยัยขนมตรงหน้า

“มาแค่นี้เหรอ” ถามยัยขนมตรงหน้าพร้อมกับมองข้อเท้าของอีกฝ่าย

               มาก็ไม่ไหว ยังจะมาอีกยัยขนมเอ้ย

“ช่ายครับ แวะเอาขนมมาฝากพี่” จำใจโกหกว่าแวะมาหาที่จริงตั้งใจมาหาเลยต่างหาก

“ไม่เจ็บแล้วเหรอ”

“ดีขึ้นยอะแล้วครับ”

“กลับได้แล้ว ไปพักผ่อน” เอ่ยบอกยัยขนมตัวแสบก่อนจะหันหลังเข้าบ้านไปในที่สุด

 

 

 

 

...

 

 

 

               “เรามีความสุขมากเลยไอ้อิม” เกาะไหล่เพื่อนตัวสูงขณะซ้อนมอไซเพื่อกลับบ้านของตัวเอง

“จ้าๆ รู้ ยิ้มขนาดนี้” อดแซวเพื่อนตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่รู้หัวใจตัวเอง? ก็แอบรุกพี่ตัวสูงเลย รึเอ๊ะไม่แอบจีบ ต้องเรียกว่าจีบโต้งๆที่ไม่ได้พูดว่าจีบ

...

 

 

 

               บนเตียงขนาดคิงไซร์ชายตัวสูงนอนโดยไร้เสื้อผ้าท่อนบนมองเหม่อไปยังเพดานห้องที่ประดับไปด้วยสติ๊กเกอร์ดาวเรืองแสง น้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มชานยอลไหลลงมาช้าๆ พร้อมมีดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด และฝ่ามือที่มีรอยกรีดบาดลึกจนโลหิตไหลลงเต็มที่นอนขาว

               “ทำไมไม่ตายสักทีวะ แม่งเอ้ย!!!!!” ตะโกนลั่นบ้านด้วยความโมโหตัวเอง

               “แค่นี้การใช้ชีวิตในแต่ละวันผมก็ทรมานอยู่แล้ว ต้องให้ผมทรมานอีกเท่าไหร่ถึงจะพอใจคุณ มินอา!!!!

อุตส่าห์ทำตัวเองให้มีความสุข สักผ้าให้หอมจะได้มีความสุข ได้นั่งจิบชาโปรดของตัวเองให้มีความสุข ละหวังว่าจะตายได้ แต่เปล่าเลย แม้รอยกรีดที่ข้อมือจะลึกลงเพียงใด เพียงอาทิตย์ของอีกวันขึ้นเพื่อแสดงว่าเป็นวันใหม่ รอยแผลนั้นก็หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือต่อให้ชานยอลจะร่างสลายจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเพียงใด ในวันถัดมา ชานยอลก็จะตื่นที่เตียงอันน่ารังเกลียดนี้ ห้องทุเรศๆนี้ ใช้ชีวิทอันหน้าสมเพชนี้ไม่รู้จักจบ

              

 

 

 

 

 

“และถ้าเมื่อไหร่ ท่านพี่เริ่มมีเหตุผลในการมีชีวิตเพราะใครสักคน ท่านพี่จะต้องเจ็บปวด และสูญสิ้นชีวิตในที่สุด

              

               ประโยคของอดีตภรรยาของชานยอลลอยเข้าหูอีกครั้งก่อนที่ชานยอลจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ได้

 

เพราะใครสักคนงั้นเหรอ หึ

เหตุผลในการมีชีวิตเหรอ หึล

 

 

               ดูเหมือนชานยอลเองจะคิดแผนการบางอย่างได้แล้วล่ะ


              

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #6 Snowy__ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 21:40
    เป็นพ่อบ้านที่ดีมากคุณชานยอล.อยากจ้างให้มาซักผ้าที่บ้านทันที.ส่วนขนมที่น้องให้ก็กินบ้างก็ได้นะะะไม่อ้วนหรอก55555
    #6
    0