CHANCE CS

ตอนที่ 3 : Chance 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62

            

...






   ยิ่งท่านพี่อยากตายมากแค่ไหน ท่านพี่ก็ยิ่งจะอยู่มีลมหายใจที่ไร้ค่า และถ้าเมื่อไหร่ ท่านพี่เริ่มมีเหตุผลในการมีชีวิตเพราะใครสักคน ท่านพี่จะต้องเจ็บปวด และสูญสิ้นชีวิตในที่สุด จนกว่าจะถึงวันนั้นท่านพี่จงชดใช้ความผิดด้วยความรู้สึกเหล่านี้

               เปลือกตาของคนตัวสูงค่อยๆเปิดขึ้นเหมือนในทุกๆเช้า  ประโยคของคนรักในอดีตยังคงตามหลอกหลอนชานยอลอยู่อย่างนั้นในทุกๆคืน ผ่านมา500กว่าปีได้แล้วหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ชานยอลพูดได้เลยว่าตอนนี้เค้าไม่เหลือสิ้นความรักในตัวยอนอาแล้ว ถ้าจะเหลือก็คงเหลือเพียงความรู้สึกผิด และ คำสาป ที่ยังคงติดตัวชานยอลอยู่

               และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คำสาปนั้นมันจะหายไป เพราะเหมือนความอยากมีชีวิตอยู่มันหายไปตั้งแต่เหตุการณ์นั้นแล้ว

 


ชานยอลยกร่างอันไร้หัวใจพาตัวเองทำกิจกรรมยามเช้าเป็นปกติของทุกวัน ที่ตัวเองทำมาอย่างไร ก็ยังคงทำอยู่อย่างนั้น

               ร่างหนาเปลือยท่อนบนลงมายังตัวบ้าน อาจเพราะวันนี้ชานยอลไม่อะไรให้ทำ ไม่มีอะไรให้ซื้อ และของกินยังเต็มตู้เย็นเพราะเพิ่งซื้อมาใหม่ๆ ถุงคุกกี้ที่ไม่มีร่องรอยของการแกะแม้แต่น้อย ตั้งแต่รับมันมาจากคนตัวเล็ก และชานยอลเองก็ยังคงไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมไม่ทิ้งมันไป ยังคงแช่มันไว้อยู่อย่างนั้น อาจเป็นเพราะภาพเมื่อตอนที่เด็กหนุ่มนั้นเภยรอยยิ้มตอนให้คุกกี้นี้มา พอจะทิ้งเลยรู้สึกผิดนิดๆขึ้นมา

                              รอให้ราขึ้นก่อนแล้วกัน ค่อยไปทิ้ง

 

               ยังไม่ทันที่ร่างหนาจะย้ายตัวเองไปยังห้องครัวได้สำเร็จ ก็ต้องคิ้วขมวดลงเพราะตอนนี้ดูเหมือนจะมีคนมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านของเค้า ซึ้งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เด็กหนุ่มตัวน้อยผู้ที่ให้คุกกี้เค้านั่นเอง

               แต่ถึงอย่างนั้นร่างหนายังคงไม่สนใจ ออกจะหงุดหงิดหน่อยๆด้วยซ้ำ ก้าวขาอย่างไวเพื่อเข้าห้องครัวไปในที่สุด โดยไม่สนใจคนที่รออยู่หน้าบ้านแม้สักนิดเดียว

              

...

 

 

               สลัดผัดถูกวางลงบนโต๊ะอย่าเคย ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายช่วงอายุ แต่ชานยอลก็ชอบที่จะดูแลตัวเอง ก็คงไม่แปลกถ้าร่างกายของชานยอลจะยังคงเฟิร์มอยู่ไม่น้อย

               สายตายังคงจ้องดูว่าที่หน้าบ้านผู้ก่อความสงบยามเช้ายังคงอยู่ดีหรือไม่ แล้วก็ต้องถอนหายใจซ้ำสองเพราะร่างเล็กยังคงยืนรออยู่อย่างนั้น มือถือซ่อมยังคงจิ้มผักชิ้นเล็กๆเข้าปากเหมือนเดิม

 

 

 

 

 

...

 

 

 

               “เป็นไงบ้างไอ้ซู” เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นมาเผยให้เห็นข้อความจากจงอิม ที่แชตมาหาเพื่อนตัวเล็ก

“เค้าไม่เห็นโผล่มาเลยไอ้อิม” พิมพ์ไปใบหน้าของคยองซูก็ยังคงฉายแววผิดหวังด้วย

               “ถ้างั้นก็วางขนมไว้หน้าบ้านก็ได้ เดี๋ยวค่อยไปคุยตอนเย็นต่อก็ได้”

“ขนาดตอนนี้เค้ายังไม่มาเลย แล้วตอนเย็นเค้าจะมาเหรอ”
               “เค้าอาจจะยังไม่ตื่นก็ได้”

“ก็จริง งั้นเดี๋ยวเราไปหานะ รอเราแปปนึง”

               เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงตัวเก่งพร้อมกับวางขนมไว้หน้าบ้าน หวังให้เจ้าบ้านได้เห็นขนมฝีมือตัวเองแล้วก็หวังอีกไว้ว่าเจ้าของบ้านจะเดินมาเอาไป เท้าน้อยๆค่อยๆก้าวเดินออกไปอย่างช้าๆ เพื่อหวังไว้ว่าเจ้าของบ้านจะโผล่มา จนในที่สุดต้องตัดใจแล้วเดินไปบ้านเพื่อนของตัวเอง

               ทำกระจกบ้านเค้าพัง แล้วจะชดใช้แค่คุกกี้ถุงเดียวมันก็ยังไงๆอยู่

 

 

...

 

               สายตาอันว่างเปล่าทอดมองคนร่างเล็กที่ทำหน้าทำตาผิดหวังเดินออกไปจากบริเวณบ้านของเค้า พร้อมกับวางขนมเอาไว้

               เห็นเค้าเป็นหมาเป็นแมวรึไงกัน ถึงเทียวมาวางขนมแบบนี้

ร่างสูงเดินไปใส่เสื้อพร้อมกับเดินออกไปยังหน้าบ้าน ดูถุงขนมเล็กๆที่ร่างเล็กเพิ่งวางเอาไว้ แล้วเดินออกไป

                              ของเก่ายังไม่ได้ทิ้งเลย ของใหม่มาซะแล้ว

               พินิจพิจารณาถุงขนมเล็กๆก่อนจะกลับเข้าบ้านไปในที่สุด แค่ทำกระจกบ้านเค้าแตก มันต้องรับผิดชอบขนาดนี้เลยรึไง และอีกอย่างช่างกระจกก็มาเปลี่ยนกระจกให้ใหม่เรียบร้อยแล้วด้วย วันนั้นชานยอลตัดสินใจไม่เอาเรื่อง ก็น่าจะจบได้แล้ว

               แต่ทำไมเด็กคนนี้ไม่จบกัน แปลกคน

 

 

 

...

 

               “เราถามจริงๆนี่ชอบเค้ารึไง” จงอิมตัดสินใจถามเพื่อนตัวเล็กพร้อมวางแก้วน้ำให้คนตรงหน้า

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คยองซูเพื่อนรักของเค้าไม่เคยเป็นแบบนี้ มีอย่างที่ไหนกันทำขนมให้ แถมยังอยากทำความรู้จักอีกต่างหาก อีกฝ่ายทำท่าจะไม่เล่นด้วยนะ แต่ก็ยังไม่ยอม ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรบางอย่างจริง ปานี้คยองซูล้มเลิกไปแล้ว ทำไมจงอิมจะไม่รู้ เป็นเพื่อนกันมากี่ปี

               “งั้นมั้ง” รับน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อยพร้อมกับอาการหูแดงอย่างช้าๆ

               “ทำไมยอมรับง่ายๆแบบนี้อะ ไอ้ซู” ยิ่งได้ฟังคำตอบของเพื่อนรักตัวเล็กของตัวเองก็ยิ่งตกใจ อีกฝ่ายใช่คนพูดตรงที่ไหน ปากแข็งเป็นหินขนาดนั้น อยู่ดีดีพูดยอมรับมาโต้งๆ อะไรเข้าสิงเพื่อนตัวน้อยของเค้าอยู่ พูด!!!!!

               “ไม่รู้ดิ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราชอบเค้าไหม แต่เรารู้สึกอยากรู้จักเค้าแบบมากๆ ตอนเจอเค้าครั้งแรกเลย แบบนี้เรียกว่าไรอะ ถ้าไม่ใช่คำว่าชอบ” มองหน้าเพื่อนตัวสูงที่อึ้งไปกับคำตอบของเค้า ผ่านมา24ปี คยองซูไม่เคยมองใครเลย เพราะอาจโฟกัสกับการเรียนในแต่ละรุ่น เรื่องรักๆใคร่ๆนี่ คยองซูเลยไม่ค่อยสนใจนัก พอเรียนจบทำงานก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง เพราะไม่ได้สนใจมันมาตั้งแต่ต้น

                              จนกระทั่งได้เจอเจ้าของบ้านหลังนั้น

 

 

               “จะบอกว่าเป็นรักแรกพบงั้นสิ” ยิ่งฟังคำตอบจากเพื่อนรักร่างเล็กก็ยิ่งหมั่นใส้ น่าแปลกเพื่อนสนิทคนเดียวของจงอิมที่ไม่เคยมองเรื่องความรักมาสักครั้งกลับมีโมเม้นรักแรกพบ

               “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่อยากรู้จัก”

               “เออยังไงก็สู้ละกัน อย่ายอมแพ้ล่ะ เดี๋ยวก็คงใจอ่อน” ถึงจะอดหมั่นใส้ไม่ได้ แต่เห็นเพื่อนตัวเองมุ่งมั่นขนาดนี้จงอิมเองก็เอาใจช่วย ถึงแม้คนที่เพื่อนตัวเล็กชอบ จะค่อนข้างเย็นชาไปหน่อยก็เถอะ

                              มารักแรกก็ศึกหนักเลยคยองซูเอ้ยยย

               “อื้ม เราไม่ยอมแพ้หรอก”

 

 

 

...

 

 

 

               ตอนแรกชานยอลตัดสินใจจะอยู่บ้านให้หมดไปวันหนึ่ง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะว่า น้ำยาปรับผ้านุ่มดันหมด แล้วชานยอลตั้งใจจะซักผ้าพรุ่งนี้ ถึงแม้จะกี่ปีผ่านไป ชานยอลจะอยากตายแม้ว่าจะมีลมหายใจมาทุกปี แต่เสื้อผ้าถ้าไม่หอม ชานยอลยอมไม่ได้

               นั่งพินิจสภาะอากาศก็ตัดสินใจสวมเสื้อคลุมเดินออกไปในที่สุด เพราะช่วงตอนเย็นด้วย อากาศโดยไม่ร้อนมากถึงขนาดต้องพึ่งยานภานพาหนะ และอาจเพราะชานยอลชอบเดินมากกว่า

 

...

 

 

               ขายาวรีบก้าวเดินกลับที่พักอย่างเร็ว อาจด้วยเพราะอากาศที่เริ่มมืดลง สองเท้าก้าวขาอย่างโดยเร็วเพราะเส้นทางไม่ใด้ปลอดภัยมากเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าจะโดนฆ่าตาย และชานยอลจะไม่ตายก็เถอะ

               “คุณครับ” แก๊งวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งโผล่ออกมาจากมุมอัพที่หนึ่ง

                              นั่นไง แถวนี้ปลอดถัยซะที่ไหน

               “พวกผมหิวมากเลยครับ”

               “...”

               “ขอเศษตังหน่อยได้ไหมครับ”

 

ถอนหายใจไปเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่สนใจแก๊งวัยรุ่น ไม่อยากมีเรื่องซะเท่าไหร่หรอก แต่จะให้เงินไปเดี๋ยวเคยตัว

               ไอ้พวกเด็กนี่ ไม่รู้จักทำมาหาเงินเลย

               “เห้ย...ไอ้ลุง เมินเหรอวะ” ชายคนหนึ่งตัดสินใจคว้าไหล่คนร่างสูงมาในที่สุด

“พว๊ะ” เสียงหมัดเล็กๆที่สวนกลับโดยพลเมืองคนใหม่ที่วิ่งเข้ามา ก่อนที่ชานยอลจะทราบว่าพลเมืองดีนั้นไม่ใช่คนที่ไหน ไอ้เด็กให้ขนมนั่นเอง

               “พี่...หนี” มือบางคว้ามือหนานั้นมากุมเอาไว้เพื่อเตรียมจะวิ่งหนีหลังจากชายที่โดนคยองซูต่อยไปล้มลง

แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะชายอีก3คน เข้ามาคว้าร่างเล็กออกไปพร้อมเตะไปที่ท้องน้อยในที่สุด

“โอ้ยยยยย” คยองซูร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะล้มลงไปกองบนพื้นก่อนที่ชายอีก3คนจะรุมกระทืบในที่สุด

               ชานยอลถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเตะชายที่กำลังกระทืบขนมตัวเล็กนั่น พร้อมกับชกหมัดเข้าท้องน้อยอีกคน และอาศัยจังหวะเดียวกันพลักอีกคนให้ล้มพร้อมกับประคองำอ้ขนมตัวน้อยขึ้นพร้อมวิ่งออกไป ทิ้งให้แก๊งนักเลงร้องโอดโอยอยู่

               หาเรื่องใส่ตัวจริงๆไอ้เด็กขนม

 

               ...

 

 

               หลังจากกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนแน่ใจได้แล้วว่าแก๊งนักเลงนั้นจะไม่ตามมา ชานยอลตรวจรอยแผลของเด็กขนมที่ตัวเค้าเองประคองอยู่ รอยช้ำที่มุมปาก ไหนจะที่ท้อง ข้อเท้าที่บวมทำให้เด็กขนมนั่นเดินกะเพกนั่นอีก สุดท้ายต้องให้เด็กขนมนี่ขี่หลังเพราะทนรำคาญความชักช้าไม่ได้ จนในที่สุดต้องเอายัยเด็กขนมขากะเพกเข้าบ้านเพื่อตรวจรอยแผลด้วยความจำยอมในที่สุด

                              หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆตัวก็เท่านี้ ยังจะมีหน้ามาช่วยเค้าอีก เค้าคนเดียว 4คนนั้นก็เหลือแล้ว

                                             แต่ก็ตั้งใจจะช่วยนินะ

 

“ขอบคุณมากนะครับพี่ จะช่วยพี่แท้ๆเลย กลายเป็นพี่ต้องมาช่วย” ยิ้มเจื่อนๆให้พี่ชายตัวสูงนิดๆก่อนที่ พี่ชายตัวสูงนั้นจะประคองเค้าให้ไปนั่งบนเก้าอี้กลางบ้าน พร้อมเดินหายไป

               บรรยากาศภายในบ้านทำให้คยองซูลืมความเจ็บชั่วขณะ ถึงแม้มันจะดูเรียบง่าย แต่ยังคงได้กลิ่นอายความหรูหรา แล้วคยองซูก็ต้องเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อพี่ชายตัวสูงกำลังเอาสำลีเช็ดรอยช้ำ

               คยองซูนั่งมองพี่ชายตัวสูงกำลังพันผ้าก๊อซที่ข้อเท้าของเค้า รอยยิ้มถูกเผยออกมาถึงแม้จะปวดเล็กน้อยก็ตาม ถึงแม้บรรยากาศโดยรอบจะเงียบ แต่คยองซูก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดไปกับมัน หันไปมองบนโต๊ะก็ต้องยิ้มอีกครั้ง ขนมที่เค้าให้ไปเมื่อเช้า พี่ตรงหน้าไม่ได้ทิ้งไปไหน อย่างน้อยพี่ชายก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น

               ชานยอลนั่งพันผ้าก๊อซพร้อมกับบ่นยัยขนมตรงหน้าในใจ อาจเพราะอยู่คนเดียวมานานมากเกินไป บทสนทนาเลยไม่รู้จะเริ่มยังไง และชานยอลเองก็ไม่คิดจะเริ่มมันอยู่แล้ว

               “เอ่อ...ถ้าพี่ไม่เอาแช่เย็นมันจะไม่อร่อยนะครับ” มองหน้าพี่ชายตรงหน้าพร้อมชี้ไปยังถุงขนมเมื่อเช้า

เสียงถอนหายใจยังคงพ่นออกมาจากพี่ชายตัวสูง แต่ก็เดินไปหยิบถุงขนมเข้าตู้เย็นตามคำบอกของยัยขนมอยู่ดี

               “แล้วพี่ชื่ออะไรเหรอครับ” ตัดสินใจถามอีกฝ่ายที่ยังคงอยู่ห้องครัวไปในที่สุด แต่ถึงรอคำตอบยังไงก็ไม่มีแววจะได้ยินเสียงของอีกฝ่าย จนเห็นพี่ชายเดินออกมาพร้อมกับถุงคุกกี้ที่เค้าเคยให้ไว้ มาวางที่ตรงหน้าเค้า

               “ชานยอล” เสียงเรียบเอ่ยออกไปพร้อมกับวางถุงคุกกี้ตรงหน้ายัยขนม

               “เอามาให้ผมทำไมพี่ ให้ผมกินเหรอ”

               “...” พยักหน้าให้อีกฝ่าย ก่อนจะเอานำแข็งประคบเย็นไว้

               “ผมไม่กินขนมฝีมือตัวเองหรอกนะพี่ ฮ่าๆๆ”

ชานยอลชะงักเล็กน้อยกับคำพูดอีกฝ่าย อาจเพราะไม่ได้คุยกับใครมานาน เลยเผลอหลงลืมว่าควรจะทำอย่างไร

               “บ้านอยู่ไหน”

               “...”

               “เดี๋ยวไปส่ง”

 

 

....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #5 Snowy__ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 21:24
    มีความจะไปส่งเค้าที่บ้านนน
    #5
    1
    • #5-1 Azariya9991(จากตอนที่ 3)
      6 มิถุนายน 2562 / 21:36
      น้องเค้าเดินไม่ไหวเฉยๆ ฮิ้วววววววว~
      #5-1