CHANCE CS

ตอนที่ 2 : Chance 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62

               คุยก่อนอ่านจ้า

อยากระบาย ไม่มีอะไรหรอก 5555555 เขียนในโทรศัพท์คือเรารู้สึกว่ามันเยอะนะ แต่เปล่าจ้า ไม่ได้ครึ่งของที่พิมพ์ในเครื่องคอมเลย แงงงงงงงงงงงงงงงง เอาล่ะ อ่านได้จ้า 555555

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

 

เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆเปิดออกมาอย่างช้าๆ เหมือนเดิมทุกวันอย่างที่เคยเป็น ฝันเดิมๆ เรื่องเดิมๆ เหตุการณ์เดิมๆ ยังคงตามหลอกหลอนชานยอลอยู่อย่างนั้น จนมันเหมือนเป็นความเคยชินไปซะแล้ว

               ร่างที่ไร้จิตใจเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระต่างๆตามวันปกติ ที่500ปีทำยังไง ชานยอลยังคงทำแบบนั้น

เดินลงมาโดยสวมชุดใหม่และตรงดิ่งไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน ถึงแม้เค้าจะไม่สามารถตายได้โดยการขาดสารอาหาร แต่ชานยอลก็ชอบหาอะไรลงท้องมากกว่า อย่างน้องรสชาติมันยังคอยซ้ำเติมเค้าว่า เค้ายังมีความรู้สึก

               แต่ชานยอลก็ต้องผิดหวังเมื่อเปิดตู้เย็นไปพบเพียงแต่ความว่างเปล่า ใช้สมองใตร่ตรองสักครู่จนในที่สุดก็ขึ้นไปเอาเสื้อคลุมพร้อมกับดิ่งออกไปยังตลาดที่ห่างออกจากบ้านไป2กิโล

ถึงแม้บ้านหลังใหญ่โต จะมีรถหรูใช้ แต่ชานยอลก็ไม่เคยคิดจะใช้มัน แม้จะขับมันได้ดีแค่ไหน สิ่งที่ชานยอลชอบทำคือการเดิน ฟังเสียงรถยนต์ที่สัญจรไปมา ได้สัมผัสแสงแดด ได้ฟังเสียงนกร้อง ถึงแม้มันจะเพลินมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่สามารถกลบจิตใจอันว่างเปล่าของชานยอลไม่ได้

              

 

 

 

....

 

 

 

 

               “แม่ครับ ผมทำกระจกบ้านใหญ่ๆนั่นแตกหน่ะครับ” คยองซูพูดกับแม่ตัวเองพร้อมกับตักอาหารเช้าเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

“หะ” ผู้เป็นมารดาตกใจเล็กน้อย

               “ที่จริงก็ไม่เชิงทำหรอกครับ แต่ก็ทำจริงๆ ฮ่ะๆ” ตอบคนเป็นแม่พร้อมเกาหัวเล็กน้อย

“แล้วเค้าเอาเรื่องอะไรไหมลูก แล้วติดต่อช่างเค้ารึยัง”

“เค้าไม่เอาเรื่องหน่ะครับแม่”

“ตายจริง ถ้างั้นลูกก็เอาขนมไปให้เค้าเพื่อเป็นการขอบคุณดีไหม”

“ดีครับแม่ หลังกินข้าวฝีมือแม่แล้วเดี๋ยวผมไปเลยครับ” พูดอีกก็ตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากไปในที่สุด

 

              

               คยองซูชายหนุ่มอายุ24 อาชีพฟรีแลนซ์ อาศัยอยู่บ้านกับแม่2คน เนื่องด้วยพ่อที่จากไปตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นบ้านหลังเล็กๆ แต่มันก็เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยผู้คนเกือบตลอดเวลา เนื่องด้วยว่าแม่ของคยองซูประกอบอาชีพเป็น แม่ครัว แถมดูเหมือนจะมีชื่อเสียงด้วย คยองซูเองก็พอได้วิชามาบ้าง

               ร่างน้อยต้วมเตี้ยมเดินเข้าห้องครัวเพื่อเตรียมทำขนมเพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าของบ้านหลังนั้นที่ไม่เอาเรื่อง

มือน้อยๆเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์ทำขนมพร้อมกับเปิดตู้เย็นดูว่า มีวัตถุดิบอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง แล้วมันพอที่จะทำอะไรได้บ้าง สายตาอันใหญ่โตมองไล่หาสิ่งของต่างๆ เมื่อเริ่มคิดออกว่าตัวเองจะทำอะไร ก่อนที่จะหยิบออกมาในที่สุด

               แป้งอเนกประสงค์เทลงมาในชามใหญ่ก่อนจะรวมกับผงฟูไปนิดนึง คนจนเข้ากัน ใส่ไข่ไก่1ฟอง ตีจนเป็นเนื้อเดียวกันในที่สุด

               “พี่เค้าจะกินหวานไหมนะ” คิดไปก็เริ่มตวงน้ำตาทรายแดงให้ไม่มากจนเกินไป เพื่อไม่ให้คุกกี้ของเค้าออกไปทางหวาน

เมื่อตีจนเข้ากันก็ใส่แม่พิมพ์พร้อมกับเข้าเตาอบไปในที่สุด

               เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ก็หยิบคุกกี้ชิ้นน่ารักๆ นั้นพักให้มันหายร้อนพร้อมแพ็คเข้าถุงเป็นอันเสร็จ

               “หวังว่าพี่เค้าจะชอบนะ” ปาดเหงื่อเหล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกจากบ้านไปในที่สุด

 

 

 

 

 

….

 

 

 

               ร่างสูงเดินมาอย่างล่องลอย เท้าแต่ละก้าว ก้าวเดินยังไม่เร่งรีบมากนัก พอซึมซับบรรยากาศโดยรอบ ผักผลไม้เนื้อสัตว์ที่หิ้วมา ไม่ได้สร้างความเมื่อยแก่ร่างสูงสักนิด เพราะของบางอย่าง มันไม่มีทำขายในปัจจุบัน ชานยอลเลยเลือกที่จะทำเองกินมากกว่า จะกินข้าวข้างนอกบ้างเป็นครั้งคราว แต่ส่วนใหญ่ชานยอลชอบที่จะทำเองเสียมากกว่า

               เมื่อท้าวก้าวใกล้ถึงที่หมาย ก็ต้องหยุดชะงักเพราะชายหนุ่มตัวเล็กกำลังด้อมๆมองๆอยู่ที่บ้านของเค้า แต่แล้วชานยอลต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อใบหน้าหวานบวกกับดวงตากลมโตนั้นมองมายังตนก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้างจนมันคล้ายกับรูปหัวใจยังไงก็ไม่ปาน

               กับแค่การเจอเค้า มันน่ายิ้มขนาดนั้นเลยเหรอ

 

“เอ่อ..พี่ครับ...ผมคยองซูครับ...เอ่อ..คือ..ขอบคุณที่ไม่เอาเรื่องนะครับ” ก้มโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนมือเล็กๆนั่นจะยื่นถุงคุ้กกี้เล็กๆนั่นให้เจ้าของบ้านใหญ่ตรงหน้านี้

               “...” ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายแต่อย่างไร อาจเพราะไม่อยากเริ่มต้นสนทนาที่อาจจะนำพาไปซึ้งการผูกพันธ์ไม่ว่าในสถานะไหนก็ตาม ชานยอลก็อยากจะเลี่ยงมันทุกรูปแบบ เพราะมันคงไม่ดีถ้าหากได้ทำความรู้จักผู้ชายตัวเล็กข้างหน้า แล้ววันใดวันนึงเมื่อคนตัวเล็กหมดอายุขัยของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จัก หรือ เพื่อน มันก็ไม่ดีทั้งนั้น แม้แต่งานศพ ชานยอลยังไม่สามารถไปร่วมได้ ก็ยิ่งกัดกินให้ใจนั้นด้านชาไปเรื่อยๆ

               อยู่ก็เหมือนตาย ยิ่งอยากตาย ยิ่งมีชีวิตอยู่

ร่างสูงตัดสินใจก้าวเท้าเปิดประตู เมินคนตัวเล็กที่กำลังยื่นขนมอยู่ รอยยิ้มแทบหุบลงในทันทีที่เห็นกิริยาอีกฝ่าย สายตาถูกเติมเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจอย่างมหาศาล

               ทำไมถึงไม่มีมนุษย์สัมพันธ์เลยพี่คนนี้

 

“เดี๋ยวสิพี่ครับ....เอ่อ....ถ้าไม่รับ อย่างน้อยก็ให้ผมเรียกช่างมาซ่อมเถอะนะครับ” คยองซูยังคงไม่ยอมแพ้ อาจเพราะเนื่องด้วยที่ว่าบ้านเค้าไม่ได้สอนมาให้เอาเปรียบคนอื่น ความอยากรับผิดชอบจึงมีค่อนข้างสูง

               “...” ชานยอลถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือหนารับคุกกี้นั้นไว้ในที่สุด

               ไม่มีแม้แต่เสียงขอบคุณใดใด ร่างสูงหันหลังเข้าบ้านไปในที่สุด ทิ้งหนุ่มน้อยตรงหน้ามองสถานการณ์ด้วยความมุนงง ก็ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับบ้านหลังนี้อยู่หรอกว่า เย็นชา ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนรอบนอก

                              แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะขนาดนี้ไง หล่อซะเปล่า

แต่ถึงอย่างนั้นคยองซูก็ไม่คิดโกรธ แววตาที่อีกฝ่ายแสดงออกมา มันไม่ใช่ความเย็นชา แต่มันเป็นความกลัวอะไรสักอย่าง ที่คยองซูเองก็ไม่เข้าใจ ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไม่อยากรู้จัก แต่เหมือนมีอะไรในใจมากกว่า

 

 

 

 

 

 

               ถุงคุกกี้ถูกวางไว้บนโต๊ะก่อนที่ร่างสูงจะไปริมหน้าต่าง แง้มผ้าม่านเล็กน้อยเพื่อแอบส่องคนตรงหน้าบ้าน หน้าตาที่ดูมึนงงนั้น ก่อนจะเดินงงออกห่างจากบ้านเค้าจนลับตาในที่สุด

“ดื้อ” พูดบ่นร่างเล็กที่เพิ่งเดินจากไปพร้อมกับมองถุงคุกกี้นั่น แม้การกระทำของชานยอลจะดูใจร้าย 500ปีมานี้ ชานยอลเจอความสัมพันธ์หลายรูปแบบแล้ว ไม่ว่าจะหวังผลประโยชน์ หวังดี หรือแม้แต่ ความรัก แต่ทุกความสัมพันธ์นั้นชานยอลก็ปฏิเสธมาโดยตลอด

               ซึ้งแน่นอน ชายร่างน้อยคนนี้ก็ไม่ต่างกัน ถึงแม้ใจลึกๆจะมีความเอ็นดูเล็กน้อย เพราะความพร้อมรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อ

 

 

 

 

...

 

 

 

               “อะไรนะ เขาไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยเหรอ” อิมพูดทวนคำ หลังจากที่เพื่อนตัวน้อยของตัวเองมาปรึกษาเค้าถึงที่บ้าน แววตาเศร้าสร้อยนั้น จงอิม เองก็อดใจอ่อนไม่ได้

               และอาจเพราะที่ผ่านมาหน้าตาอันน่ารักๆนี้ไม่เคยมีใครที่เห็นแล้วจะเย็นชาใส่คยองซูอย่างนี้มาก่อน ความรู้สึกไม่ดีเลยถาถมใส่จิตใจร่างน้อยอย่างไม่ลดละ

“ใช่ อิม เค้าไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับเราเลย เราผิดอะไรเหรอ” คยองซูยังคงถามเพื่อนตัวสูง เพื่อนสนิทที่สุดตั้งแต่ประถมยันจบมาทำงาน

               “ซูไม่ผิดหรอก..เอ่อ..เค้าอาจจะไม่ว่างก็ได้ อาจจะรีบๆ เลยไม่มีเวลาหรือไม่เค้าก็คงเขินก็ได้ทั้ง” จงอิมพยายามชักแม้น้ำทั้งห้ามาให้เหตุผลเพื่อนตัวน้อยของเค้า ไม่ว่าใครถ้าเห็นแววตาหม่นๆแบบนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหล่ะ

“งั้นเหรอ ถ้าเราทักเค้าอีกล่ะ” คยองซูเงยหน้ามองเพื่อนตัวเองอีกครั้งด้วยแววตาที่มีความหวัง

               “อืม ลองดูดิ ครั้งหน้าเค้าอาจจะตอบก็ได้” ตบไหล่เพื่อนตัวเล็กก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบน้ำมาให้เพื่อนตัวเองให้หายเครียดสักหน่อย

 

               อาจเพราะมีแต่คนเข้าหาคยองซูมาโดยตลอด ตัวน้อยเลยไม่ค่อยสนใจ จนวันหนึ่งตัวเองต้องเข้าหาอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องบอลนั่น แต่อีกฝ่ายก็ทำให้คยองซูรู้สึกแปลกๆ หลายๆคนจะยิ้มให้เค้า แต่ไม่ใช่กับเจ้าของบ้านนั่น ยิ่งทำให้คยองซูรู้สึกแปลกๆ คับคล้ายคับคลาว่าเป็นความรู้สึกอยากรู้จักเสียมากกว่า และอาจเพราะความเหงา ความเดียวดายที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา ก็ยิ่งดึงดูดคยองซูให้อยากรู้จักเข้าไปอีก

 

               “ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหนหรอกนะ แต่ผมจะรู้จักพี่ให้ได้เลย”






#chanceCS

...


โอยยยยย เมื่อยนิ้ว พิมพ์ในโทรศัพท์ไม่ชินเท่าไหร่เลย เป็นไงบ้างทุกคน55555555 พอเดาเนื้อเรื่องได้ไหม 55555555 พี่ชานยังคงเย็นชาอยู่555555 อีน้องก็ไม่รู้อะไรเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #4 Snowy__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 12:48

    พี่ชานนนนนนนนอ่อนข้อให้น้องหน่อยยย5555
    #4
    1
    • #4-1 Azariya9991(จากตอนที่ 2)
      4 มิถุนายน 2562 / 12:53
      5555555555 พี่ชานแกเจอโลกมาเยอะ 555555555
      #4-1