คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานศาสตราวุธ

ตอนที่ 9 : ดาบจีน ( ตอนที่ ๑ )


     อัพเดท 17 เม.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: มีด, ขวานศึก, กระบี่, ดาบ, ดาบยุโรป, ดาบแขก, ดาบซามูไร, ดาบจีน, ดาบไทย, หอก, หอกซัด, หอกยาว, ทวน, โล่, เกราะยุโรป, เกราะจีน, เกราะตะวันออกกลาง, เกราะญี่ปุ่น, เกราะไทย, ง้าว, ธนู, เกาทัณฑ์, ม้าศึก, ช้างศึก, กระบวนรบ, ทัพเรือ, จารีตนักรบ
ผู้แต่ง : อัศวินอโยธยา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัศวินอโยธยา
My.iD: https://my.dek-d.com/Ayothaya_knight
< Review/Vote > Rating : 91% [ 247 mem(s) ]
This month views : 804 Overall : 129,941
597 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1193 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานศาสตราวุธ ตอนที่ 9 : ดาบจีน ( ตอนที่ ๑ ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12299 , โพส : 3 , Rating : 75% / 13 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


            ในตอนที่แล้ว เราได้นั่งดื่มกาแฟพลางฟังเรื่องดาบอยู่ในปราสาทราชวังเมืองแขกไปแล้ว คราวนี้จะควบม้าตามกองคาราวานอูฐข้ามเอเชียกลางไปเมืองจีนกันบ้างล่ะ

            อ่อ ขอบอกว่าพวกมุสลิมน่ะเป็นพวกแรกที่คิดค้นการดื่มกาแฟขอรับ ด้วยมีอิหม่ามขี้เซารายหนึ่งกำลังนึกหาวิธีทำให้สวดอัลกุรอ่านได้นานๆเสียหน่อย เพราะนั่งนานหน่อยเป็นไม่ได้ต้องง่วงหลับทุกที

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ตาลุงแกไปเจอะแพะในละแวกนั้นที่มีอารมณ์ร่าเริงผิดปรกติ อิหม่ามผู้นั้นก็เลยตามแพะไปจนไปพบว่าแพะมันกำลังกินต้นกาแฟเข้าให้น่ะสิ

            อิหม่ามคนนั้นก็เลยเอาเม็ดกาแฟมาบดๆแล้วต้มกิน ปรากฏกินเข้าไปแล้วก็ตาแจ้งสมใจอาบังแกล่ะ

เพราะเจ้าแพะและอิหม่ามคนนั้น ทำให้ชาวอาหรับชงกาแฟกินกันมาแต่นั้นเลยล่ะครับ

            แต่ถ้าว่าเรื่องธรรมเนียมการดื่มชาก็ต้องพวกจีนนี่แหละหนา เพราะเขาว่ากันว่าดื่มกันเป็นธรรมเนียมนิยมมาเป็นพันๆปีแล้ว ต่อมาก็ส่งต่อไปเกาหลีและประเทศญี่ปุ่นจนกลายเป็นธรรมเนียมการชงชาของพวกซามูไรไปโดยปริยาย

            เพื่อนของผมคนนึงที่เคย(หลง)เข้าร่วมพิธีชงชา มันเลยฝากบอกมาว่าเมื่อยโคตรๆ และอย่าได้เข้าไปเชียว!

            เออ ไม่ต้องห่วงดอก ข้ามันพวกเร่ร่อนขี่ม้าป่าเถื่อน ขอนั่งจิบชานมเย็นๆในกระโจมก็พอแล้ววุ้ย...

ให้ข้าไปนั่งคุกเข่าแบบนั้น มีหวังได้ลุกขึ้นคว้าคอไอ้คนชงพลางด่าว่า "เมื่อไหร่มึงจะชงเสร็จฟะ!" แหงๆเลยแฮะ ( ฮา )

สำหรับส่วนพวกฝรั่งมังค่า มันก็เพิ่งเริ่มดื่มชากันก็เอาศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๘ โน่นแล้วล่ะครับ

            ไอ้จะเอาเอาชามาจากไหนล่ะ ก็ล่องเรือไปซื้อต่อจากจีนอีกงวดนั่นแหละน่า

            และเพราะอีใบชาจากจีนนี่แหละ พาลทำให้เป็นชนวนเหตุสงครามระหว่างจีนกับอังกฤษในภายหลังนั่นแหละ

            เอาล่ะ นอกเรื่องมาพอแล้ว เรามาว่าเรื่องดาบของจีนกันดีกว่านะ (ไปซะไกลเลยวุ้ย )

            แผ่นดินจีนนั้นนับว่าเป็นอู่อารยธรรมสำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก และดูเหมือนจะเป็นแหล่งอารยธรรมที่ล้ำหน้าที่สุดในโลกก็ว่าได้

            ถ้าจะว่าเรื่องความก้าวหน้าของจีนนั้นก็คงจะยาวยืดเลยล่ะ เอาเป็นจะไปเล่าในโอกาสถัดไปก็แล้วกัน

            สำหรับเรื่องโลหะวิทยาของจีนนั้นนับว่ามีความล้ำหน้ายิ่งนัก และอาจจะล้ำหน้ายิ่งกว่าวิชาโลหะวิทยาของอินเดียดังที่กล่าวในตอนที่แล้วด้วยซ้ำ

เพราะถ้าเราอ่านๆในงานวรรณกรรมจีนแต่ละชิ้นแล้วจะเจอกับคำว่า "แกร่งดุจเหล็กเพชร" หรือไม่ก็ "ฟันเหล็กดุจฟันหยวก" ในพงศาวดารเลียดก๊กหรือเรื่องสามก๊กกันมาบ้างแล้ว

ท่านทั้งหลายคงคิดว่าเป็นการพรรณนาที่เกินจริงเหมือนโม้ หากแต่ว่าการพรรณนาของนักเขียนเหล่านั้นมิได้เกินเลยหรือยกเมฆแต่อย่างใด เพราะดาบที่ฟันเหล็กหรือแกร่งอย่างเพชรนั้นมีจริงๆครับ!

            ทำไมน่ะรึ? ก็ขนาดเมืองภารตะยังสร้างเหล็กไม่มีสนิมได้เมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ ปีก่อนได้เลยนิ

มันจะประสาอะไรกับประเทศจีนที่มีความเป็นมาอย่างนานกว่า ๕,๐๐๐ ปีจะไม่มีปัญญาสร้างเทพศาสตราล่ะขอรับ?

            เท่าที่ผมทราบมานั้น เขาว่ากันว่าคนจีนยังหลอมเพชรหรือหยกลงดาบได้อีกต่างหากแน่ะ!

            ไอ้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงเท็จแค่ไหน กระผมไม่ขอฟันธงดอกครับ แต่ก็ใช้ว่าจะขาดเค้าความจริงไปเสียทีเดียว เพราะท่านต้องไม่ลืมว่าตลอดห้วงประวัติศาสตร์จีนที่ผ่านมานั้นมีสงครามใหญ่น้อยผ่านมานับไม่ถ้วนครั้ง บรรดาตำราต่างๆอันรวมถึงตำราโลหะวิทยาก็ต่างต้องถูกเผาทำลายไปมิใช่น้อยเลยทีเดียว

            เอาง่ายๆ ขนาดตำราการแพทย์ของหมอเทวดาฮัวโต๋ในเรื่องสามก๊กยังถูกเผาด้วยความไม่ตั้งใจจนเหลือแค่เศษๆเท่านั้นเอง

ดังนั้น ผมจึงเชื่อว่าเคยมีเทพคัมภีร์ศาสตราที่สามารถสร้างเทพศาสตราในตำนานขึ้นมาได้อย่างแน่นอนครับ

หากแต่เรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่ชวนขนลุกเลยก็คือว่า...คนจีนสามารถใช้กระดูกคนมาหลอมลงดาบได้น่ะขอร้าบ!!!

            พูดจริงๆนะเว้ยเฮ้ย! ไม่ได้โม้ยกเมฆหรือนั่งเทียนมาเขียนนา! เพราะผมเคยดูสารคดีเรื่องหนึ่งจากประเทศจีนที่แสดงวิธีการสร้างกระบี่กระดูกคนให้ได้ยลคาลูกกะตา!

            ท่านรู้ไม่ว่าฤทธิ์เดชของมันน่ากลัวขนาดไหน? ก็ขนาดว่าไอ้กระบี่ผีนั่นมันตัดเหล็กเส้นที่ใช้สร้างตึกขนาด ๗ – ๘ หุนอย่างกับตัดหยวกซะงั้นเลยเฮ้ย!  

            เอาล่ะ พอพูดเรื่องกระบี่คละกับดาบขึ้นมา ท่านทั้งหลายก็พาลสงสัยว่ากระบี่กับดาบมันต่างกันตรงไหน?

            คนจีนเขาดูที่ใบดาบครับ ซึ่งถ้าเป็นดาบสองคม คนจีนเรียกว่า "เจี้ยน" ( Jian ) 


           หากเป็นดาบคมเดียวจะเรียกว่า"เต้า" ( Dao ) 

            ดังนั้น ผมจะถือว่าดาบเจี้ยนคือกระบี่ และดาบเต้าคือดาบนะครับ ( อย่าถามซ้ำ เดี๋ยวคนเขียนจะงงเอง - ฮา )

            ในยุคเริ่มแรก ชาวจีนนิยมใช้ดาบที่สร้างจากสำริดและทองแดงก่อน แต่ไอ้จะบอกว่านิยมใช้กระบี่หรือดาบอย่างไหนมากกว่ากันก็ยากฟันธง เพราะพี่จีนแกก็ใช้มันทั้งสองแบบมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซางโน่น ซึ่งก็ราวๆ ๔,๐๐๐ ปีโน่นล่ะ

เมื่อแผ่นดินจีนเข้าสู่ยุคแห่งสงครามที่เรียกว่า "ยุคเลียดก๊ก" เมื่อราว ๗๗๐ – ๒๒๑ ก่อนคริสตกาล ซึ่งยุคเลียดก๊กนั้นถูกแบ่งเป็น ๒ ยุคคือยุคชุนชิวและจ้านกว๋อ

ยุคชุนชิวเริ่มนับในปี ๗๗๐ – ๔๗๖ ปีก่อนคริสตกาล ส่วนยุคจ้านกว๋อเริ่มนับแต่ปี ๔๐๓ – ๒๒๑ ก่อนคริสตกาล แต่ส่วนมากจะนับต่อจากยุคชุนชิวทันที คือราวปี ๔๗๕ ขอรับกระผม ( เฮ้อ...ตูล่ะเหนื่อยกับการคำนวณเลขจริงๆ พับเผื่อยสิเอา...)

ในยุคแห่งสงครามนี้ปรากฏมหาบุรุษสำคัญๆหลายท่าน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "ซุนจื่อ" หรือที่เรียกกันว่า "ซุนวู" ผู้บัญญัติตำราพิชัยสงครามอันลือลั่นยังไงล่ะครับ

            สำหรับอาวุธในยุคนี้ก็เริ่มมีการพัฒนาไปตามประสายุคแห่งสงครามนั่นแหละ ด้วยนอกจากการรบกับชาวจีนกันเองแล้ว ยังมีพวกเผ่าเร่ร่อนที่ขี่ม้าอย่างซงหนู เซียนเป่ย ตี้ เซียง และอีกเป็นพะเรอเผ่าที่เข้ามาปล้นสะดมตามชายแดนทางเหนือและตะวันออกอยู่เนืองๆ จึงทำให้เกิดพัฒนาการกองทัพของจีนมากยิ่งขึ้น

สำหรับดาบและกระบี่ในยุคนี้ก็มีขนาดใหญ่มาก ขนาดว่าใบดาบก็ยาวขนาดขาผมนี่แล้ว! 

ถ้าเป็นดาบของพวกแม่ทัพนายกองหรือเจ้าครองนครก็ยิ่งหรูไปกันใหญ่ ซึ่งสำหรับกระบี่ที่ท่านเห็นนี้คือ พระแสงกระบี่ของโกวเจี้ยนหวาง ( อ๋อง ) เจ้าครองแคว้นเย่ ( เยี่ย ) 



            นอกจากจะทำจากเหล็กชั้นยอดแล้ว มันยังถูกสร้างจากครูช่างชั้นครูและแร่ธาตุชั้นดี และเหตุนี้จึงทำให้มันมีตำนานแถมมาอีกต่างหากแน่ะ

            ไอ้เรื่องตำช้าตำนานนั้นก็มีอยู่หลายเรื่อง ไอ้ตัวผมก็คงจะต้องเอาไว้เล่าในตอนต่อไปก็แล้วกัน


 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานศาสตราวุธ ตอนที่ 9 : ดาบจีน ( ตอนที่ ๑ ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 12299 , โพส : 3 , Rating : 75% / 13 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 544
ไปรู้มาจากไหนนักหนารับ ยอมรับๆๆๆๆๆเป็นไปได้อยากดูรูปมากๆหน่อยครับ
Name : คนหน้าตาดี [ IP : 223.206.7.141 ]

วันที่: 19 มิถุนายน 2555 / 22:59
# 2 : ความคิดเห็นที่ 495
จริงๆแล้ว ตำนานดาบวิเศษที่กล่าวว่าฟันเกราะขาดหรือฟันดาบศัตรูหักสะบั้นนั้นที่พบทั่วพื้นทวีปยูเรเซียนั้นมีที่มาจากช่วงปลายยุคสำรึด-ต้นยุคเหล็ก

แม้ว่าเหล็็กจะสามารถทนทานได้กว่าสำรึดแต่แนื่องจากงานขึ้นรูปเหล็กนั้นพึ่งพาความสามารถเฉพาะัตัวของช่างอย่างมาก ในขณะสำรึดนั้นแม้วัสดุราคาแพงแต่การควบคุมคุณภาพและการผลิตจำนวนมากง่ายกว่าเหล็กมาก จึงได้เกิดตำนานของการที่มีดาบวิเศษที่เกิดจากช่างที่เป็นผู้วิเศษ(อารยธรรมยุดเหล็กตอนต้นยกเว้นกรีก-โรมัน มองช่างตีเหล็กเป็นพ่อมดหมอผีกันเสียส่วนมาก) ทีฟันดาบเหล็กที่คุณภาพด้อยกว่าหัก หรือทำลายเกราะสำรึดได้ด้วยการฟันได้ และสิ่งที่ส่งเสริมตำนานนี้คือการรุกรานของชาวทะเลที่ใช้อาวุธเหล็กซึ่งแม้เำพียงช่วงสั้นๆก็นำไปสู่การล่มสลายของอาณาจักรยุคสำรึดที่รัฐผูกขาดการผลิตสำรึด(เนื่องจากเส้นทางการค้าดีบุกสู่ตะวันออกกลางถูกรบกวนโดยชาวทะเล ทำให้สำรึดขาดแคลน) และมหากาพย์อีเลียดจากยุดสำรึดตอนปลาย โดยชาวกรีกไมซีเนียนผู้รุกรานกรุงทรอยก็เป็นหนึ่งในชาวทะเลหลายกลุ่มผู้ใช้อาวุธเหล็กปล้นฆ่าไปทั่วเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกของยุคนั้น
Name : ศุภณัฐ [ IP : 180.180.117.161 ]

วันที่: 11 ธันวาคม 2553 / 20:18
# 1 : ความคิดเห็นที่ 216
ให้ความละเอียดของเนื้อหาดีมาก มีทั้งประวัติศาสตร์และเนื้อหา
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:22
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android