คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานศาสตราวุธ

ตอนที่ 55 : กองทหารม้า : ทหารม้ายุโรป ตอนจบ


     อัพเดท 26 ส.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: มีด, ขวานศึก, กระบี่, ดาบ, ดาบยุโรป, ดาบแขก, ดาบซามูไร, ดาบจีน, ดาบไทย, หอก, หอกซัด, หอกยาว, ทวน, โล่, เกราะยุโรป, เกราะจีน, เกราะตะวันออกกลาง, เกราะญี่ปุ่น, เกราะไทย, ง้าว, ธนู, เกาทัณฑ์, ม้าศึก, ช้างศึก, กระบวนรบ, ทัพเรือ, จารีตนักรบ
ผู้แต่ง : อัศวินอโยธยา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัศวินอโยธยา
My.iD: https://my.dek-d.com/Ayothaya_knight
< Review/Vote > Rating : 91% [ 247 mem(s) ]
This month views : 804 Overall : 129,941
597 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1193 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานศาสตราวุธ ตอนที่ 55 : กองทหารม้า : ทหารม้ายุโรป ตอนจบ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7029 , โพส : 1 , Rating : 64% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ก่อนที่เข้าเนื้อเรื่องในลำดับต่อไป ผมขอชี้แจงสาเหตุที่ขยันมั่นลงเนื้อหาติดๆกันเช่นนี้เสียก่อน เพราะว่าผมต้องการจัดการธุระเอาเนื้อหาสำคัญๆลงไปให้เรียบร้อย ก่อนที่ผมจะปลีกตัวไปเขียนนิยายที่ค้างไว้อีกพักใหญ่ๆเลยครับ จากนั้นผมก็จะมาลงเนื้อหาเรื่องของกองทัพเรือ และวิถีนักรบเป็นส่วนสุดท้ายนะครับ เอาล่ะ เข้าเรื่องของเรากันต่อ

หลังจากพระจักรพรรดิชาร์ลมาญมหาราชสร้างจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ อันนำยุโรปไปสู่ยุคกลางแล้ว กองกำลังอัศวินได้กลายมาเป็นกองกำลังประจำการเพียงหนึ่งเดียวในยุโรป ซึ่งรูปแบบการรบของทหารม้าอัศวินก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็อย่างที่เล่าไปในย่อหน้าก่อนหน้านี้แล้ว แต่ลักษณาการบุกของทัพม้ายุโรปนี้นับว่าเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกครับ คืออัศวินจะแนบด้ามทวนไว้ตั้งรักแร้ ให้ปลายทวนตั้งชี้ออกไปข้างหน้า จากนั้นพวกก็ควบพุ่งทะลวงเข้าใส่เต็มกำลัง เหมือนกับลูกธนูที่พุ่งออกจากแล่งนั่นแหละครับ นับว่าวิธีการบุกเช่นนี้จะสร้างแรงได้มหาศาลมากเลยทีเดียว 

หลังจากอัศวินบุกเข้าไปก่อนพวกแล้ว กองทหารราบเฮกะโลกันตามเข้าหนุนเข้าไป พอตีทัพศัตรูแตกพ่ายไปแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของพวกทหารม้าเบา (light cavalry , Mounted sergent) บุกตามไล่ล่าต่อไป ซึ่งไอ้พวกทหารม้าเบานี่นะครับ ก็คือพวกกองกำลังพลเรือนที่มีม้าเป็นของตนเอง และได้เข้าเป็นกองกำลังสังกัดมูลนายนั่นแหละครับ พวกทหารม้าเบาก็ไม่ได้มีอาวุธหรือเกราะชั้นดีอะไรมากมาย นอกจากโล่หนัง ดาบ และทวนธรรมดาๆ ถ้าใครมีเงิน (หรือไม่ฉกมาจากศัตรูได้) ก็จะสวมเกราะโซ่ถักธรรมดาๆ ไม่ได้สวมเกราะชั้นดีอย่างทัพอัศวินเขาหรอก
 

  ครั้นเมื่อกองทัพอัศวินได้ไปรบในดินแดนตะวันออกกลางคือช่วงสงครามครูเสด และเผชิญการรุกรานของพวกมองโกล กองทัพอัศวินที่รบเพื่อเกียรติยศและชื่อเสียง กลับมิอาจทานกำลังรบที่เน้นการรบแบบฉาบฉวยของพลม้ามุสลิม และรูปแบบการรบที่เน้นการจัดหมวดหมู่กรมกองอย่างมีประสิทธิภาพของทัพม้ามองโกลได้ เป็นเหตุให้กองทหารม้ายุโรปเริ่มมีการจัดตั้งกองกำลังทหารม้าเบา อย่างพลม้าธนูขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมิได้เป็นกองทัพที่มีการจัดกำลังพลที่แน่นอนและชัดเจนอย่างพวกมองโกลแต่อย่างใด ส่วนพวกทัพม้าในยุโรปตะวันออกอย่างโปแลนด์ ฮังการี ไบแซนไทน์ และรัสเซียนั้น ก็ยังคงรูปแบบทหารม้าเบาแบบเดิมเอาไว้ มาตั้งแต่ช่วงยุคมืดโน่นแล้วล่ะครับ เพียงแต่เพิ่มเติมกองทัพอัศวินเข้ามา ตามประสาชาติคาทอลิก (เว้นชาติออโธดอกซ์) ที่ถือระบบศักดินาสวามิภักดิ์เป็นใหญ่นั่นเอง

ทว่า จุดเปลี่ยนแปลงของกองทัพม้าอัศวินก็มาถึง อันมีเหตุจากความพ่ายแพ้ของกองทัพม้าอัศวินฝรั่งเศสต่อกองทหารราบอังกฤษในยุทธการเครซี่ ซึ่งผมได้เล่าถึงไปแล้วในตอนธนูยาวอังกฤษนั้น การรบโดยมีทัพม้านำหน้าจึงยุติเลิกไปในที่สุด พร้อมกับฐานะระบบศักดินาสวามิภักดิ์ที่เริ่มเสื่อมถอยลง ครั้นเมื่อเริ่มมีปืนไฟเข้ามาใช้ ในช่วงยุคกลางตอนปลายจนถึงยุคเรเนสซองส์ ฐานะชนชั้นอัศวินเริ่มจางหาย กลับกลายเป็นการจัดระบบกองกำลังประจำการที่แน่นอนมากขึ้น และแม้นว่ากองทัพม้ายุโรปจะพัฒนาเกราะหนักเพื่อป้องกันคมธนูและกระสุนปืนไฟ แต่วิถีทางแห่งสงครามก็ได้หวนกลับสู่วิถีการรบแบบสมัยโรมันอีกครั้ง คือการลดบทบาทให้เป็นกองทหารม้าปีกซ้ายและกองหลังทหารราบ เพื่อลดความเสี่ยงกับการเข้าปะทะกับการต้านทานอันเหนียวแน่นของกองทหารราบนั่นล่ะครับ ไม่เพียงแค่นั้น กองทหารม้ายุโรปในยุคนี้ได้มีการติดปืนไฟประจำตัวด้วยครับ คือนอกจากจะสวมเกราะหนักแล้ว พวกก็ยังพกปืนไฟคาบชุดและคาบศิลาอย่างสั้นและยาวกันทั้งสิ้น มิเว้นแม้แต่กองทหารม้ามุสลิมก็เอากับเขาด้วยล่ะครับ 

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีทหารม้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงรูปแบบการรบ แบบอัศวินยุคกลางสืบต่อมาจวบจนเข้าศตวรรษที่ ๑๘ โน่นเลยทีเดียว กองทหารม้าที่ว่านั้นคือก็คือ “กองทหารฮุสซาร์" (Hussar) ครับผม
             เดิมทีเป็นทหารม้าฮุสซาร์เป็นเผ่าฮังการีกลุ่มหนึ่ง นับได้ว่าเป็นพลม้าที่ความองอาจกล้าหาญชาญชัยมากทีเดียว เอกลักษณ์อันโดดเด่นของทัพม้าฮุสซาร์ก็คือโล่สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ติดปีกนกอินทรี ซึ่งจะด้วยเหตุผลกลใดก็มิอาจทราบ แต่พลม้าพวกนี้เป็นทหารรับจ้างครับ ใครเงินดีมาจ้างแกก็ไปเข้ากับเขาหมดล่ะ ตอนที่พวกออตโตมานขึ้นฝั่งยึดครองแหลมบอลข่าน เพื่อเปิดฉากล้อมจักรวรรดิไบแซนไทน์เอาไว้นั้น พวกฮุสซาร์ก็ไปๆมาๆ ระหว่างกองทัพออตโตมานและกองทัพชาติคริสเตียนทั้งหลาย กระทั่งเมื่อออตโตมานพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้แล้ว ก็หามีกองทัพคริสเตียนใดๆในยุโรปจะหยุดยั้งกองทัพม้าอันเกรียงไกรของพวกเติร์กได้ไม่
 
         จนกระทั่งการอุบัติขึ้นมาของเครือจักรภพโปแลนด์ – ลิธัวเนีย (
The commonwealth of Poland and Lithuania ) จึงช่วยบรรเทาความอหังการของจักรวรรดิออตโตมานลงไปได้บ้าง เพราะขุมกำลังสำคัญของทัพเครือจักรภพโปแลนด์ฯคือ กองทหารม้าหนักที่เรียกว่า กองทหารม้าปีกฮุสซาร์ครับ (Polish winged hussar)

         เอกลักษณ์อันลือลั่นของพลม้าพวกนี้ นอกจากการสวมเกราะหนักอย่างอัศวินแล้ว คือแผงขนนกอินทรีคู่ใหญ่ที่แผ่นหลัง และติดอาวุธหลักคือทวนยาวกว่า ๔.๕ เมตร กอปรกับพลังของม้าศึกชั้นเลิศที่วิ่งออกไปอย่างสุดกำลังแล้ว กองทัพม้าฮุสซาร์สามารถบุกทะลวงแนวรบทหารราบทุกชนิดได้อย่างไม่ยากเย็นเลยครับ แม้นแต่กองทหารม้าออตโตมานที่ว่าแน่ๆยังไม่กล้าฉะกับกองทหารม้านี้เลยครับ และไม่เพียงแต่การเป็นกองกำลังหลักในการต้านทานกองทัพออตโตมานเท่านั้น บรรดาชาติยุโรปที่เป็นศัตรูตัวฉกาจอย่างปรัสเซีย เดนมาร์ก ฮังการี และรัสเซียล้วนแต่ครั่นคร้ามในแสนยานุภาพของกองทหารม้าปีกฮุสซาร์แห่งโปแลนด์กันทั้งสิ้น
   

  กระนั้น บรรดานักประวัติศาสตร์และนักการทหารสมัยใหม่ก็ล้วนสงสัยว่า ทำไมทัพม้าฮุสซาร์แห่งโปแลนด์จะต้องติดปีกขนนกขนาดใหญ่เช่นนี้ด้วย เพราะถ้าศึกษาย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ ๑๖ กองทัพม้าฮุสซาร์เหล่านี้จะติดปีกนกไว้ที่ท้ายอานม้าเท่านั้น พอเข้าศตวรรษที่ ๑๗ ปีกที่มีประดับไว้ยังอานม้าก็เลื่อนขึ้นมาบนหลังของพลม้าเสียแทน เขาก็เลยว่ากันไปว่า ปีกคู่นี้น่าจะเป็นเพียงการประดับตกแต่งในงานพิธีการเท่านั้น เพราะมันคงหนักจนเกินกว่าที่จะพลม้าจะประคองไว้ได้ แต่หากพิสูจน์สอบจากพงศาวดารและจดหมายเหตุฉบับต่างๆแล้ว ล้วนให้คำยืนยันได้ว่า ทัพม้าปีกฮุสซาร์ติดแผงขนนกขนาดใหญ่ออกรบจริงๆครับ ซึ่งหน้าที่ของแผงปีกนกคู่นี้ อาจจะมีไว้เพื่อการข่มขวัญม้าศึกและทหารราบศัตรูนั่นเอง

 เพราะอย่างที่ผมบอกไปแล้วว่า ม้าเป็นสัตว์ที่ตื่นกลัวได้ง่ายมากครับ ลองถ้าเห็นอะไรใหญ่ๆกว่าตัวเองเข้าให้แล้ว เป็นอันต้องเผ่นหางชี้เหมือนกัน ส่วนพวกทหารราบก็คงไม่ต้องบรรยายให้มากความหรอกครับ ลำพังต้องกลั้นใจถือหอกหรือถือปืนรอรับทัพม้าที่วิ่งเข้ามาเต็มกำลัง ก็เล่นเอาเกร็งจนฉี่แทบเล็ดแล้ว นี่ต้องมาเผชิญกับกำลังทหารม้าที่ติดปีกเช่นนี้อีก รับรองเป็นได้ขวัญผวากันทุกรายล่ะครับ เพราะในประวัติศาสตร์การรบของทัพเครือจักรภพโปแลนด์ฯ ทัพม้าฮุสซาร์จะเป็นแนวหน้าทุกครั้ง และเหนืออื่นใด กองทัพม้าฮุสซาร์ไม่เคยพ่ายแพ้ใคร จวบจนปลายศตวรรษที่ ๑๘ นอกจากอานุภาพปืนไฟจะทวีความรุนแรงมากขึ้นแล้ว พลทหารราบจะถูกฝึกมาให้เล็งยิงที่ม้าแทนครับ เป็นเหตุให้เป็นจุดยุติการรบโดยมีทัพม้าเป็นกองหน้าโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม กองทัพยุโรปยังคงมีกองทหารม้าเอาไว้ใช้ประจำการในกองทัพสืบมา จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ ๒ จึงเป็นการยุติบทบาทของกองทัพม้าแท้ๆโดยสิ้นเชิง เหลือไว้เพียงแต่เป็นกองทหารม้ารักษาพระองค์และกององครักษ์พิทักษ์ประมุขแห่งชาติเท่านั้นล่ะครับ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานศาสตราวุธ ตอนที่ 55 : กองทหารม้า : ทหารม้ายุโรป ตอนจบ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7029 , โพส : 1 , Rating : 64% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 282

เสริมครับ

กองทหารม้าที่มีชื่อเสียงอีกกองทหารหนึ่งคือ"
Uhlan"

ทหารม้าชนิดนี้มีหอกยาว 3 เมตร และใช้จนสงครามโลกครั้งที่1

ส่วนทหารม้าหนักที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรป"Cuirassier"

ทหารม้าชนิดนี้เป็นทหารม้าเกราะหนัก พกปืนสั้นสับนกสองกระบอก

และอีกทหารม้าหลายสิบแบบ อย่างคอสแซกทหารม้าแห่งไซบิเรียที่เอาชนะทหารเยอรมันได้ในสงครามโลกครั้งที่สอง

และดรากูลของออสเตรียที่ยอดเยี่ยมที่สุดในจักรภพยุโรป


PS.  จอมจักรพรรดินโปเลียนมหาราช
Name : จอมจักรพรรดินโปเลียนมหาราช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จอมจักรพรรดินโปเลียนมหาราช [ IP : 124.121.128.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 23:35

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android