คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานศาสตราวุธ

ตอนที่ 54 : กองทหารม้า : ทหารม้ายุโรป


     อัพเดท 26 ส.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: มีด, ขวานศึก, กระบี่, ดาบ, ดาบยุโรป, ดาบแขก, ดาบซามูไร, ดาบจีน, ดาบไทย, หอก, หอกซัด, หอกยาว, ทวน, โล่, เกราะยุโรป, เกราะจีน, เกราะตะวันออกกลาง, เกราะญี่ปุ่น, เกราะไทย, ง้าว, ธนู, เกาทัณฑ์, ม้าศึก, ช้างศึก, กระบวนรบ, ทัพเรือ, จารีตนักรบ
ผู้แต่ง : อัศวินอโยธยา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัศวินอโยธยา
My.iD: https://my.dek-d.com/Ayothaya_knight
< Review/Vote > Rating : 91% [ 247 mem(s) ]
This month views : 634 Overall : 130,907
599 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1203 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานศาสตราวุธ ตอนที่ 54 : กองทหารม้า : ทหารม้ายุโรป , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5487 , โพส : 0 , Rating : 30% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


                สำหรับเนื้อหาในตอนนี้ ผมเชื่อเป็นเนื้อหาอีกตอนหนึ่งที่หลายๆท่านรอคอยจะได้อ่าน เพราะเนื้อหาเรื่องทหารม้ายุโรปนี้มักถูกนำไปใช้ในนวนิยายแฟนตาซีมากเอาความ คือเข้าใจในทำนองว่าอัศวินก็คือทหารม้าของยุโรปนั่นเอง แต่แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะกองทัพอัศวินจะปรากฏขึ้นในยุโรป เมื่อเข้าสู่ยุคกลางเข้าไปแล้ว และกองทัพยุโรปยังมีกองทหารม้าอยู่หลากหลายประเภทมากทีเดียว รายละเอียดจะเป็นเช่นไรนั้น เราจะมาติดตามศึกษาด้วยกันนะครับ

            กองทหารม้ายุคแรกของยุโรปนั้น หลายท่านคงเข้าใจดีแล้วว่าคงจะเป็นกองทหารม้ากรีกกับโรมันแน่นอนทีเดียว ครับ แต่ถูกเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะกองทัพกรีกนั้นไม่เคยมีกองทัพม้ามาแต่แรกหรอกครับ ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะว่า พวกกรีกมีถิ่นฐานในเขตคาบสมุทรเอเดรียติก อันเป็นที่ราบสูงชันซึ่งยื่นเข้าไปในทะเลเอเดรียติกและอีเจี้ยน ทำนองว่ามองขวาก็น้ำ มองซ้ายก็น้ำ มองหน้ามองหลังก็เป็นภูเขาสูงชัน นับเป็นดินแดนที่ไม่เหมาะกับการเลี้ยงม้าหรอกครับ กองทัพกรีกยุคต้นๆจึงมีแต่ทัพราบล้วนๆ พอไปเจอทหารม้าเปอร์เซียที่รุกรานเข้ามาบ่อยครั้ง เล่นทำเอาทัพกรีกปวดกบาลอยู่เหมือนกัน

หลายคนก็คงจะชูมือสงสัยว่า อ้าวเฮ้ย ถ้ากรีกไม่เหมาะกับการเลี้ยงม้าจริง ทำไมถึงมีตำนานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับม้าเยอะแยะไปหมด ไหนจะอัสดรมัจฉาที่ใช้เทียมราชรถเทพโพไซดอน สุริยะอาชาแห่งราชรถสุริยเทพอพอลโล่ วิหคอาชาเพกาซัส และถ้าเกิดข่าวศึกสงคราม พวกไม่วิ่งส่งข่าวจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งจนกลายเป็นหมาหอบแดกเลยรึ?

ขอเรียนก่อนนะครับว่า เพราะม้าเป็นสัตว์ที่หายากมากในเวลานั้น ทำให้มันถูกยกย่องว่าเป็นสัตว์วิเศษและถูกยกเป็นพาหนะแห่งเทพเจ้าไปเสีย ส่วนเวลาจะส่งข่าวกันแต่ละที ขอตอบว่าตรงตามที่ท่านคิดนั่นแหละครับ เพราะกองทัพกรีกจัดตั้งกองกำลัง “ตีนเร็ว” เอาไว้เพื่อการส่งข่าวจริงๆครับ โดยพวกเขาจะฝึกให้ทหารกองนี้สามารถวิ่งได้เป็นวันๆเลยทีเดียว

แน่ล่ะ บางท่านอาจหาว่าผมโม้มั่ง ยกเมฆมั่ง นั่งเทียนเขียนมั่งล่ะ ขอบอกน่ะครับว่า ผมไม่ได้โม้ ผมไม่ได้ยกเมฆเพราะมันสูงสุดฟ้าจนเอื้อมไม่ถึง และไม่ได้นั่งเทียนเขียน เพราะนั่งเก้าอี้สบายตูดกว่าเยอะ โดยวีรกรรมที่ชัดเจนที่สุดของพวกปอดเหล็กตีนเร็วนี้ก็คือ สงครามทุ่งมาราธอนในปี ๔๙๐ ก่อนคริสตกาล

เรื่องของเรื่องก็คือว่า กองทัพเปอร์เซียมาขึ้นฝั่งที่ทุ่งมาราธอน ซึ่งห่างไปจากนครเอเธนส์เพียง ๔๐ กิโลเมตรเท่านั้น อีตาพลส่งข่าวใจกล้านาม “ฟิลิปีเดส” ก็วิ่งจากนครเอเธนส์ไปขอความช่วยเหลือยังนครรัฐสปาตาร์เป็นระยะทางไป – กลับ สิริรวมแล้ว ๑๕๐ กิโลเมตรภายในสองวัน จากนั้นก็เข้าร่วมกองทัพเอเธนส์ไปรบกับกองทัพเปอร์เซียจนได้ชัยชนะที่ทุ่งมาราธอน พี่แกก็วิ่งสุดแรงใจจากทุ่งมาราธอนกลับไปแจ้งข่าวแห่งชัยชนะยังนครเอเธนส์ จนสุดท้ายก็มา “เดธ” สมชื่อที่หน้าอาคารว่าราชการนครรัฐเอเธนส์ในที่สุด

 เพราะเหตุนี้ ชาวนครรัฐกรีกทั้งปวงจึงได้สดุดีวีรกรรมกล้าของพี่ตีนไวคนนี้ ด้วยการบรรจุการแข่งขันวิ่งมาราธอนไว้ในกีฬาโอลิมปิก โดยกติกาการวิ่งมาราธอนของกรีกโบราณน่ะ ไม่ใช่การวิ่งธรรมดาๆ อย่างยุคนี้ หากแต่ผู้แข่งขันจะต้องสวมชุดเกราะและแบกโล่กระทะใบบัววิ่งไปด้วย เพื่อแสดงถึงความทรหดอดทนของร่างกาย ดุจเดียวกับที่ฟิลิปปีเดสผู้นี้ทำเพื่อนครรัฐกรีกมาแล้วนะเออ

เอาล่ะครับ ขอจบการไขข้อข้องใจไว้เพียงเท่านี้ มิเช่นนั้น เนื้อหาในตอนนี้คงกลายเป็นการนั่งสาธยายเปล่า โดยมิได้เข้าเรื่องทหารม้าแต่อย่างใด  

ในขณะที่พวกกรีกมิอาจจะเพาะพันธุ์ม้าศึกไว้ใช้งานได้ พวกเขาก็ต้องซื้อม้าเข้ามาจากดินแดนในตะวันออกและนครรัฐกรีกทางเหนืออย่างมาซิโดเนีย ซึ่งทั้งอาณาจักรแห่งนี้มีถิ่นฐานค่อนเข้าไปในยุโรปตะวันออก อันเป็นเขตที่ราบกว้างใหญ่สลับกับทุ่งหญ้าสเตปป์เขตหนาว นับเป็นดินแดนที่เหมาะสมกับการเลี้ยงม้าอย่างยิ่งทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว กองทหารม้ายุคแรกแห่งยุโรปก็คือกองทหารม้ามาซิโดเนียนี่แหละครับ

ครั้นเมื่อพระเจ้าฟิลลิปที่ ๒ แห่งมาซิโดเนียทำสงครามแผ่ขยายดินแดน กองทัพกรีกในเขตภาคกลางและตอนใต้มีอันต้องพินาศย่อยยับไปเป็นแถวๆ เพราะกองทัพมาซิโดเนียมีความครบเครื่องในทุกรูปแบบกระบวนทหาร ไหนจะกองกำลังฟาลังซ์ที่ถือหอกซาริสซ่าที่ยาวกว่า ๔ – ๕ เมตรเป็นกองทะลวงหน้า กองทหารฮอฟไลท์โล่เงิน และเหนืออื่นใดก็คือกองทหารม้าหนักที่ติดหอกยาวซาริสซ่าอย่างพลราบฟาลังซ์ ในขณะที่ทัพกรีกมีเพียงกองทหารฮอฟไลท์และพลม้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยรูปแบบการรบของทัพม้ามาซิโดเนียนนั้นก็คือการอาศัยความหนักหน่วงและความเร็วของม้าศึก กับหอกยาวกว่า ๔ เมตรอันคมกริบ เข้าเจาะทะลวงแนวรบศัตรูจากทางด้านข้างนั่นเอง 

เพราะกองทหารราบอันเข้มแข็งและกองทหารม้าอันเกรียงไกร เป็นเหตุให้ราชวงศ์มาซิโดเนียนเข้าปกครองดินแดนกรีกและโลกตะวันออกกลางสืบมา จวบจนกระทั่งการรุกรานของพวกโรมันโน่นล่ะครับ

ทว่า ช่างน่าประหลาด เมื่อเข้าสู่ยุคการปกครองของพวกโรมันแล้ว กองทหารม้ายุโรปกลับมีพัฒนาการถอยหลังเหมือนอย่างการเมืองไทย เอ๊ย! พัฒนาการถอยหลังห่างจากความเกรียงไกรในยุคกรีก – มาซิโดเนียน เป็นเหตุเพราะว่ากองทัพโรมันนั้นได้ให้ความสำคัญกับทหารราบมากที่สุด ส่วนพวกทหารม้านั้น แม้นว่าจะมีหน้าที่เป็นกองปีกซ้ายขวารุกกระหนาบข้างเหมือนกับกองทัพม้ากรีก หากแต่ก็มิได้ครบเครื่องหรือติดอาวุธหนักอย่างทัพม้ากรีกอีกเลย หากแต่เป็นเพียงหอกซัดจำนวนหนึ่ง และดาบกลาดิอุสชนิดยาวเท่านั้นเอง ซึ่งรูปแบบการรบของทหารม้าโรมันนั้นก็คือ ควบม้าเข้าไปในระยะใกล้แล้วซัดหอกใส่ศัตรูอย่างทหารราบนั่นล่ะครับ จากนั้นก็ตีขบวนเป็นวงกลมซัดหอกใส่เรื่อยๆ และก็บุกเข้ารบประชิดด้วยดาบต่อไป ซึ่งก็มิได้เป็นการรบบุกทะลวงดังเช่นกองทหารม้ามาซิโดเนียนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เพราะการที่กองทัพโรมันต้องทำศึกรอบด้าน โดยเฉพาะการบุกเข้าไปในดินแดนเยอร์มาเนีย (ดินแดนเยอรมันและยุโรปตะวันออก) และเอเชียตะวันออกกลาง กองทัพโรมันต้องเผชิญกับการบุกที่ดุดันของทัพม้าอนารยชน โดยเฉพาะทัพม้าปาร์เธียนแห่งตะวันออกกลางนั้น นับว่าเป็นทัพม้าที่เหี้ยมหาญเกรียงไกรที่สุดในโลก ณ เวลานั้น เพราะนอกจากกองกำลังทหารม้าปาร์เธียนที่ชำนาญการยิงธนูบนหลังม้าแล้ว กองทหารม้าหุ้มเกราะปาร์เธียน ยังนับเป็นกองทัพม้าแรกในโลกที่หุ้มเกราะให้ม้าศึกอีกด้วย และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในบุกทะลวงแนวรบศัตรูมาเป็นเท่าตัว กองกำลังทหารราบโรมันที่แข็งแกร่งก็ยังมิอาจจะต้านทานได้อยู่ เพราะเหตุนี้ กองทัพม้าโรมันจึงเริ่มพัฒนาเอาอย่างกองทัพม้าตะวันออก คือมีกองทหารม้าธนู และกองทหารม้าหุ้มเกราะในช่วงปลายโน่นแล้วล่ะครับ ซึ่งแม้นว่ากองทัพม้าโรมันจะมีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น หากแต่กลับกลายเป็นว่า กองทัพโรมันมัวไปพัฒนากองทหารม้าเป็นหลัก และละเลยการรักษาระบบความแข็งแกร่งของทัพราบลงไป ทำให้กองทัพโรมันเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนในที่สุดต้องล่มสลายไปในที่สุด เหลือเพียงแต่จักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือไบแซนไทน์ที่ยังคงรักษาชื่อและความเกรียงไกรสืบต่อมาอีกชั่วพันปีล่ะครับ

หลังจากจักรวรรดิโรมันล่มสลาย และแผ่นดินยุโรปถูกปกครองโดยพวกชนเผ่าป่าเถื่อนอยู่นานกว่า ๕๐๐ ปี นับได้ว่าเป็นยุคของกองทหารม้าในยุโรปโดยแท้จริงครับ เพราะในช่วงนี้พวกกองกำลังทหารราบมิได้มีระเบียบวินัยเข้มแข็งอะไร หากแต่เป็นกองกำลังพลเรือนสามัญทั่วไป ในขณะที่กองทหารม้ากลับยิ่งทวีบทบาทความสำคัญมากขึ้น เพราะด้วยว่าชนเผ่าเร่ร่อนทั้งหลายล้วนให้ความสำคัญกับม้าอยู่แล้ว คือทำนองว่าใครได้ครอบครองม้าย่อมต้องมีฐานะการเงินดีพอสมควรอยู่แล้ว รูปแบบการรบบนหลังม้าก็พลันเปลี่ยนไปด้วย จากเดิมที่เป็นเพียงกองปีกซ้ายขวาเพื่อกระหนาบช่วยทัพราบ กลายมาเป็นกองหน้ากล้าตายที่จะพุ่งเข้าบุกทะลวงแนวรบศัตรูเป็นหน่วยแรก ส่วนพวกทหารราบจะเป็นกองปีกซ้ายขวา หรือว่ากองหลังเข้าตามหนุนกองทหารม้าหนัก ดังนั้น ฐานะของพวกทหารม้าจึงได้รับการยกย่องสูงมาก จนกลายเป็นที่มาของชนชั้นอัศวินในกาลต่อมานั่นเองครับ

สำหรับรายละเอียดเรื่องระบบสังคมศักดินาสวามิภักดิ์นั้น ผมได้เล่าเอาไว้คร่าวๆในตอนกองทหารราบยุโรปแล้ว และผมก็จะไม่ขอพูดถึงในรายละเอียดอีก จนกว่าจะเข้าเรื่องจารีตนักรบก็แล้วกันนะครับ

อย่างไรก็ตาม พวกทหารม้าในช่วงยุคมืดนี้ จะดูก่ำๆกึ่งๆทหารม้าฝั่งเอเชียอยู่บ้าง คือสวมเกราะร้อยเข้าชุดและยังติดธนูเขาสัตว์เหมือนกันด้วยนะครับ เพราะสาเหตุที่ว่ามีชนเผ่าจากเอเชียรุกเข้ามาในยุโรปอยู่บ่อยครั้ง ทั้งพวกฮั่น แมกยาร์ (Magyar) อวาร์ (Avar - จีนเรียก “เซียนเป่ย”) และอีกหลายเผ่าที่ผมจำไม่ใคร่ได้แล้ว บุกเข้ามาจนถึงดินแดนยุโรปตอนกลางอยู่บ่อยครั้งนั่นเอง
 

เอาล่ะครับ ผมขอจบเรื่องกองทหารม้ายุโรปยุคต้นไว้เพียงเท่านี้ และขอให้ทุกท่านติดตามเนื้อหาตอนทหารม้ายุโรปช่วงสุดท้าย ในตอนต่อไปได้เลยนะครับ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานศาสตราวุธ ตอนที่ 54 : กองทหารม้า : ทหารม้ายุโรป , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5487 , โพส : 0 , Rating : 30% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android