คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานศาสตราวุธ

ตอนที่ 12 : ดาบจีน ( ตอนที่ ๓ )


     อัพเดท 20 ก.ค. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: มีด, ขวานศึก, กระบี่, ดาบ, ดาบยุโรป, ดาบแขก, ดาบซามูไร, ดาบจีน, ดาบไทย, หอก, หอกซัด, หอกยาว, ทวน, โล่, เกราะยุโรป, เกราะจีน, เกราะตะวันออกกลาง, เกราะญี่ปุ่น, เกราะไทย, ง้าว, ธนู, เกาทัณฑ์, ม้าศึก, ช้างศึก, กระบวนรบ, ทัพเรือ, จารีตนักรบ
ผู้แต่ง : อัศวินอโยธยา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัศวินอโยธยา
My.iD: https://my.dek-d.com/Ayothaya_knight
< Review/Vote > Rating : 91% [ 247 mem(s) ]
This month views : 899 Overall : 130,036
597 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1193 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานศาสตราวุธ ตอนที่ 12 : ดาบจีน ( ตอนที่ ๓ ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7673 , โพส : 2 , Rating : 84% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


            กระผมกลับมาแล้วท่านทั้งหลาย!!! ต้องขออภัยที่ปล่อยให้รอนาน ด้วยว่าไอ้คอมเจ้ากรรมดั๊นเจ๊งไม่เป็นท่าเพราะอีเรื่องฮาร์ดดิสก์เจ๊ง ไปๆมาๆก็เป็นไอ้เมนบอร์ดต่างหากที่ดันพังอีกแน่ะ ข้าพเจ้าล่ะปวดกะโหลกเหลือกำลังจริงๆ พับผ่าสิเอา

            พอไปสอบถามเล่าความให้สหายที่มหาลัยมันฟัง มันก็ร่ายมาชุดๆ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจในเรื่องวิทยาการสมัยใหม่ซักกะตี๊ดเดียว!

             เอาล่ะ ไม่ขอโม้และสาธยายให้มากความ มาเล่าเรื่องของดาบจีนกันละกัน

            ราชวงศ์ถังนับเป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดเท่าที่แผ่นดินจีนเคยมีมา แต่ราชวงศ์ถังก็มีอันต้องเสื่อมสลายลงดุจเดียวกับราชวงศ์อื่นๆที่เคยผ่านแผ่นดินจงหยวนมาแล้วทั้งสิ้น อันสืบเนื่องมาจากสาเหตุใหญ่ๆ ๒ ประการคือ

๑. แผ่นดินราชวงศ์ถังนับว่ามีความกว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ( ไม่รวมราชวงศ์หยวนนา ) และเพราะความกว้างใหญ่เช่นนี้ จึงทำให้ยากแก่การดูแลทั่วถึงดังต้นราชวงศ์ แถมราชสำนักก็อ่อนแอลงมาก ( ซึ่งจะอธิบายในข้อที่ ๒ ) จึงทำให้บรรดาเผ่าเร่ร่อนที่เป็นทั้งศัตรูเก่าและใหม่ต่างแข็งข้อก่อกบฏเข้ารุมทึ้งแย่งชิงดินแดนถัง

 กบฏที่ขึ้นชื่อที่สุดในยุคถังก็มาจากพวกเผ่าเร่ร่อนคือ กบฏเคราดำ ของแม่ทัพเผ่าอุยกูรที่ราชวงศ์ถังอุตส่าห์ชุบเลี้ยงมานามว่า อันลูชานทำการรัฐประหารหมายโค่นล้มราชวงศ์ถัง แต่กว่าที่ราชสำนักจะปราบปรามพวกกบฏเคราดำลงได้ ก็ต้องใช้กำลังคนมหาศาลและเวลาไปนานกว่า ๒๐ ปี ซึ่งมีบันทึกหลงเหลือไว้ได้กล่าวไว้ว่ามีประชาชนล้มตายไปในการสงครามปราบกบฏครั้งนั้นกว่าสิบล้านคนเลยทีเดียวเชียว!

ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น เป็นเหตุให้ราชวงศ์ถังนั้นเสื่อมอำนาจลงและมิอาจฟื้นฟูอำนาจได้ดังเก่าอีกเลย

๒. ความฟุ้งเฟ้อและฟุ่มเฟือยของราชสำนักซึ่งได้มาจากความมั่งคั่งของภาษีการค้าบนเส้นทางสายไหมในแผ่นดินด้านตะวันตก จึงทำให้จักรพรรดิและขุนนางต่างเริ่มมิใส่ใจในเรื่องราชการแผ่นดิน และขาดความสามารถในการปกครองจักรวรรดิ เพราะมัวแต่กินเหล้าเคล้านารี แถมมีเงินถุงเงินถังให้ใช้จ่ายเป็นเบี้ยว่างั้นเถอะ

อีหรอบนี้ไงเล่า พวกศัตรูเก่าที่รอชำระแค้นมานานจึงได้ทีก่อเหตุล้มล้างมันซะเลยน่ะสิครับท่านผู้อ่าน

ฟังไปฟังมา มันก็ชักเข้าเค้าการเมืองประเทศสารขัณฑ์ยังไงไม่รู้เนอะ ( ฮา )

สำหรับผลพวงจากการปราบกบฏเคราดำนั้น ยังได้เป็นการเพาะเชื้อร้ายให้กับแผ่นดินถังอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งนั้นก็คือการมอบอำนาจให้กับบรรดาขุนศึกตามมณฑลต่างๆในการปกครองดินแดนและเกณฑ์ไพร่พลเพื่อใช้ในการปราบปรามกบฏได้อย่างเต็มที่ เป็นเหตุให้พวกขุนศึกทั้งหลายต่างเริ่มสร้างฐานอำนาจให้กับตนเองและเริ่มตีตัวออกห่างจากราชสำนักดั่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกจนนำไปสู่ยุคสามก๊กนั่นแหละครับ

นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่า ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

จนในที่สุดแล้ว บรรดาขุนศึกเหล่านั้นก็สถาปนาอาณาจักรอิสระจากราชสำนักถังและทำศึกรบพุ่งเข้าแย่งชิงดินแดน ซึ่งเหตุการณ์ในยุคนี้เรียกว่า ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร ขอรับกระผม

ในยุคนี้นักประวัติศาสตร์จีนถือว่าเป็นยุคมืดโดยแท้ มันเป็นยุคแห่งสงครามและการนองเลือดที่หนักหน่วงที่สุดเท่าที่จีนเคยมีมาเลยทีเดียว แต่สำหรับเรื่องปรัชญาและศาสนาแล้ว นับว่าเป็นยุคทองโดยแท้?!

หลายท่านคงงงหลาย เพราะเป็นยุคแห่งสงครามแท้ๆ ทำไมยังนับว่าเป็นยุคทองแห่งศาสนาและปรัชญาเสียได้ล่ะนั่น

เพราะว่าคนเรายิ่งรบมาก จิตใจยิ่งหม่นหมองมากขึ้นเท่าไหร่ คนเราก็ต้องการหาทางออกให้กับจิตใจของตนมากเท่านั้นแหละครับ ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลเดียวกันกับที่ชาวโรมันรบพุ่งกับพวกป่าเถื่อนหรือไม่ก็พวกโรมันกันเองมานานปี แถมเรื่องศีลธรรม จริยธรรมในสังคมโรมันก็นับวันจะเสื่อมทรามลงเรื่อยๆ และไอ้อีเทพเจ้าที่ตนเคารพก็ไม่มีความน่าเลื่อมใสศรัทธาหรือช่วยชี้แนะแก้ปัญหาอะไรในชีวิตได้เลย ชาวโรมันจึงหันไปเลื่อมใสศรัทธาในคริสต์ศาสนาแทนยังไงล่ะครับ

ยุคแห่งสงครามได้ดำเนินไปอีกเกือบศตวรรษ จนในที่สุดขุนศึกนาม เจ้าควงอิน ได้สถาปนาราชวงศ์ซ่ง ( ซ้อง ,สุง ) จากนั้นก็ยกทัพทำสงครามรวบรวมดินแดนทั้งเหนือใต้ให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้งหนึ่งในที่สุด ( แต่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าราชวงศ์ถังหรอกนะ )

โม้ประวัติศาสตร์มาตั้งยืดยาว และไหนเล่าเรื่องดาบล่ะ?

 แฮะๆ ผมไม่ลืมหรอกครับ แค่ขอเล่าเกร็ดเกร็ดน้อยให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจในประวัติศาสตร์จีนเท่านั้นเอง ( นี่ขนาดเล็กๆน้อยๆนะเนี่ย )

ในยุคถังตอนปลายถึงยุคราชวงศ์ซ่งนั้น อาวุธจำพวกดาบก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปอีกคราหนึ่งแล้ว 

ดาบหรือกระบี่ในยุคถังจะเน้นที่ความเรียวยาว ก็เริ่มจะลดขนาดความยาวลงและกลับไปเพิ่มความใหญ่ของใบดาบให้มากขึ้น จนดาบบางเล่มก็ดูเหมือนมีดอีโต้ซะฉิบ ส่วยดาบบางชนิดก็ทำให้เรียวอย่างเก่า แต่ทำให้โค้งงอยิ่งขึ้น

ผมเข้าใจว่าการที่ชาวจีนปรับเปลี่ยนการสร้างดาบนั้นก็มีสาเหตุหลายเรื่องอยู่ แต่จะขอเล่าเน้นส่วนที่สำคัญก็แล้วกัน

๑.ปัจจัยภายใน

ความต้องการเพิ่มพลังการโจมตีของดาบให้มากขึ้น เพราะดาบที่เรียวยาวอาจไม่สร้างแรงการโจมตีได้เท่าที่ควรนั่นเอง หากแต่เป็นดาบที่หนาหนักแล้ว พลังในการโจมตีจะยิ่งสูงขึ้นก็เป็นได้ แต่หากจะมองอีกนัยหนึ่งก็คือตำราการตีดาบในยุคถังนั้นสูญหายเป็นอันมาก จึงทำให้ต้องมีการคิดค้นการตีดาบขึ้นมาใหม่ ( ซึ่งอาจไม่ดีเท่ากับยุคก่อนๆ )

สำหรับกรณีดาบโค้งนั้น คงสืบเนื่องมาจากประสิทธิภาพในการโจมตี เพราะดาบที่ยาวและตรงออกจะติดขัดในการใช้งานในบางกรณีเช่นการบประชิดตัวหรือการรบบนหลังม้า ดังนั้นดาบจึงถูกทำให้โค้งมากขึ้นเพื่อใช้งานได้สะดวกมากขึ้น แต่ผมคิดว่าจในปัจจัยข้อที่ ๒ ฟังดูจะเข้าเค้ามากกว่า

๒. ปัจจัยภายนอก

สำหรับปัจจัยนี้ไม่ใช่เรื่องอื่นไกลไหนเลย หากแต่สืบเนื่องมาจากเรื่องการสู้รบกับพวกเผ่าเร่ร่อนนั่นแหละครับ เพราะพวกทหารราบของเผ่าเร่ร่อนมักนิยมใช้ดาบขนาดใหญ่ ( นิยมกันเกร่อตั้งแต่ยุโรปยันจีนเลยแฮะ ) จึงทำให้ราชวงศ์ซ่งได้รับอิทธิพลการสร้างดาบขนาดใหญ่เข้ามาด้วยเช่นกัน

สำหรับเรื่องดาบโค้งนั้น คงสืบเนื่องมาจากพวกทหารม้าเผ่าเร่ร่อนจากทางเหนือและทางตะวันตกอย่างพวกชี่ตานและซีเซี่ยนั่นแหละครับ เพราะอย่างที่ผมบอกไปในตอนดาบแขกแล้วว่าดาบโค้งนั้นเหมาะสมสำหรับการรบบนหลังม้ามากที่สุด ดังนั้น กองทัพราชวงศ์ซ่งจึงต้องปรับเปลี่ยนลักษณะดาบให้โค้งงอเพื่อต่อสู้กับพวกเร่ร่อนนั่นเอง

การตีดาบเล่มหนาหรือดาบโค้งนั้นจะฝังหยั่งรากอยู่ในวัฒนธรรมการตีดาบของจีนไปจนสิ้นราชวงศ์ชิงโน่นเลยล่ะครับ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานศาสตราวุธ ตอนที่ 12 : ดาบจีน ( ตอนที่ ๓ ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7673 , โพส : 2 , Rating : 84% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 497
ประโยชน์ที่สำัคัญที่สุดของดาบจีนชนิดใบหนาคือการที่มันง่ายต่อการผลิตจำนวนมากและทนทาน การพัฒนานี้เกี่ยวของกับการเติบโตของการผลิตเชิงอุตสาหกรรม(อยากจะเรียกว่า กึ่งอุตสหกรรม ก็ได้)ในยุคเศรษฐกิจเฟื่ีองฟูของราชวงศ์ซ่ง และช่วงนี้เองที่ดาบได้กลายเป็นอาวุธประจำการของทหารแทนที่ หอก และ เกอ จนได้ฉายา "ราชาอาวุธทหาร" เนื่องจากผลิตง่าย(ง่ายกว่ากระบี่) ฝึกง่าย(เทียบกับกระบี่) ทนทาน(ทำดาบทรงนั้นหักมันไม่ง่าย) และมีประโยชน์ในเชิงเครื่องมือ(คุณใช้ดาบหักร้างถางพงหรือตัดไม้ได้ ในกรณีไม่มีเครื่องมืออื่นให้ใช้)

ดาบจีนเป็นดาบชนิดสุดท้ายที่ยังคงใช้ในสนามรบ เพราะในสงครามโลกครั้งที่2 ทหารจีนและกองกำลังภาคประชาชนยังคงนำดาบจีนเข้าสู่สนามรบสู้กับพวกญี่ปุ่นไว้ใช้ยามกระสุนหมด(เนื่องจากกระสุนขาดแคลน) และ ยังคงใช้ในช่วงต้นสงครามเกาหลีโดยกองกำลัง PVA (People Volenteer Army, จริงๆแล้วคือ PLA เวอร์ชั่นเลี่ยงบาลี เพื่อให้จีนแดงอ้างว่าตนไม่ได้เข้าร่วมสงครามเกาหลีในฐานะรัฐ แต่เป็นกองกำลังอาสาเหมือนกับที่เกิดในสงครามกลางเมืองสเปนก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง)
Name : ศุภณัฐ [ IP : 180.180.117.161 ]

วันที่: 11 ธันวาคม 2553 / 21:18
# 1 : ความคิดเห็นที่ 218
อืม อ่านสนุกไม่น่าเบื่อไมง่วงนอน
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:30

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android