นิยาย ตำนานศาสตราวุธ
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 , 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
ความคิดเห็นที่ 397(จากตอนที่ 19)

ชอบมุรามาสะมานานแล้ว ว

โยชิมัทสึเคยได้ยินมาบ้าง

แต่เพิ่งได้มาอ่านความดีความชอบวันนี้แหละ

เป็นดาบที่มีคุณธรรมสุดยอด !

ขอบคุณสำหรับข้อมูลฮะ


PS.  แผงคอแห่งสุริยันที่โปรยปราย ลบเลือนรอยเท้าบนพื้นน้ำแข็งเรื่อยไป อย่าได้หวั่นกลัวคำหลอกลวงใดๆ เพราะโลกเราไซร้ยืนอยู่บนคำหลอกลวง
Name : [ Raaf de Vorst ] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [ Raaf de Vorst ] [ IP : 124.121.130.8 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2553 / 08:25
ความคิดเห็นที่ 396(จากตอนที่ 19)
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
เคยอ่านนิยายสืบสวนของญี่ปุ่นมีชื่อดาบมุรามาสะด้วย
คราวนี้ก็เพิ่งรู้เกี่ยวกับตัวดาบจริงๆ
เป็นที่ร่ำลือกันว่าเป็นดาบกระหายเลือดและแค่มองก็เสียวไส้แล้วT^T
ขอบคุณที่เอาความรู้มาเผยแพร่เจ้าค่ะ^---^
Name : ★KnighTz★ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ★KnighTz★ [ IP : 113.53.47.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2553 / 11:31
ความคิดเห็นที่ 395(จากตอนที่ 18)
เศร้าเจ้าค่ะT^T
Name : ★KnighTz★ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ★KnighTz★ [ IP : 113.53.47.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2553 / 11:18
ความคิดเห็นที่ 394(จากตอนที่ 16)
ชอบสำนวนการเขียนของคุณมากเลยค่ะ
ทำให้เรื่องดูไม่น่าเบื่อเลย
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
Name : ★KnighTz★ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ★KnighTz★ [ IP : 113.53.47.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มีนาคม 2553 / 11:12
ความคิดเห็นที่ 393
ยุคราชวงศ์ถังที่เข้าไปประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีแต่ ดาบซามูไรนะครับ คาราเต้ก็มาพร้อมๆกันละ 
โดย คำว่าคาราเต้จะแปลว่า "ฝ่ามือราชวงศ์ถัง"ซึ่งรับมาจากวิชาหมัดมวยของวัดเส้าหลิน นั้นแล
Name : golebell < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ golebell [ IP : 112.142.243.254 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มีนาคม 2553 / 22:46
ความคิดเห็นที่ 392(จากตอนที่ 35)
โอ้ ขอบคุณครับบ

ข้อมูลดีมั่กๆ
Name : คนธรรมดา [ IP : 222.123.4.173 ]

วันที่: 7 มีนาคม 2553 / 18:54
ความคิดเห็นที่ 391(จากตอนที่ 41)
เชื่อว่าสมัยก่อนไทยมีเสื้อเกราะใช้แน่นอนครับ ถ้าเป็นของอยุทธยาคงโดนพม่ายึดเอาหมดเลยไม่เหลือหลักฐานไว้ให้เห็น พอมายุครัตนโกสินทร์ ก็มีสงครามใหญ่หลายครั้ง เช่นสงครามเก้าทัพ สงครามท่าดินแดง หรือสงครามกับญวน กับหัวเมืองทางภาคเหนือ และใต้ ซึ่งยังใช้หลักนิยม หรือยุทธวิธ๊ และยุทธโธปกรณ์แบบเดียวกับสมัยอยุทธยาอยู่แน่นอนครับว่าต้องมีการใช้เสื้อเกราะแน่ ๆ
แต่ถ้าถามว่าทำไมไม่มีหลงเหลือไว้เป้นหลักฐานซักชิ้นเลยล่ะ ส่วนหนึ่งผมเห้นว่า
1. เสื้อเกราะส่วนใหญ๋ในยุครัตนโกสินทร์จะทำด้วยหนัง เสริมโลหะน่าจะเป็นทองเหลือง เมื่อผุพัง ชำรุด ก็นำหนังไปทำประโยชน์อย่างอื่น หรือแม้แต่นำไปเป็นก็อาหารได้คือมีบันทึกเอาไว้ว่าสงครามท่าดินแดง ทหารพม่าโดนไทยล้อมถึงกับอดหยาก ต้องนำเกราะหนัง โล่หนัง หมวกหนัง มาต้มกินแทนเสบียง
2. เสื้อเกราะยุครัตนโกสินทร์นอกจากของจีนหรือยุโรปแล้ว เราน่าจะทำได้เองโดยการหล่อด้วยทองเหลือง โดยเอาแบบมาจากเกราะของทางยุโรป แล้วหล่อวิธีเดียวกับหล่อพระพุทธรูป ซึ่งไทยเราสามารถทำได้ตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้วครับ พระพุทธรูปมีรายละเอียดสูงกว่าเสื้อเกราะมาก เรายังทำได้ ดังนั้นเสื้อเกราะนี่เราทำได้แน่ ๆ

พอถึงยุครัชการที่ 5 มีการปรับหลักนิยมในการทำสงครามใหม่ให้เป็นแบบยุโรปคือใช้ปืนยาว ปืนใหญ่ เรือรบ เป็นหลัก เสื้อเกราะ และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ จึงถูกปลดประจำการ โดยเฉพาะเสื้อเกราะที่ทำจากโลหะ หรือทองเหลือง คงถูกนำไปทำเป็นปืนใหญ่ ปืนครก หรือทำประโยชน์อื่น ๆจนหมด เพื่อเตรียมเอาไว้ต่อสู้กับนักล่าอานานิคมทั้งหลาย
Name : นิรนาม [ IP : 118.175.30.123 ]

วันที่: 3 มีนาคม 2553 / 09:41
ความคิดเห็นที่ 390
สนุกดีจร้า
กำลังตามอ่านอยู่
PS.  รักกรีก บ้าตำนานนอร์ส ชอบอียิปต์ ติดเทพยุโรปเหนือ เผื่อที่ไว้ให้นิยาย สรุปแล้วอยากเป็นนักโบราณคดี!
Name : nekolanla < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nekolanla [ IP : 58.64.88.31 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:36
ความคิดเห็นที่ 389
พี่อัศวินอโยธยาครับผมรออ่านอยู่ รีบโพสไวไวนะครับ
Name : โอเล่ดงดอย [ IP : 110.77.145.154 ]

วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:53
ความคิดเห็นที่ 388(จากตอนที่ 10)
ถ้ามีตริงก็อยากจะเห็นสักคร้ง เพราะเคยได้ยินมานานและเคยเห็นในหนังสือการ์ตูนหลายเรื่องเลย
Name : ตตตต [ IP : 210.86.135.77 ]

วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:03
ความคิดเห็นที่ 387(จากตอนที่ 10)
แร่ที่ว่านี้น่าจะเป็น Tektite หรือ Indochinite ที่พบในอุกกาบาต คล้ายกับแร่หล็ก แต่ไม่พบในโลกนี้
พบเฉพาะในอุกกาบาต
ส่วน Aerolit ประกอบด้วย Silica จะคล้ายกับหิน มากกว่าเหล็ก
แต่ทั้ง Tektite และ Aerolite มาจากสะเก็ดดาว และดวงจันทร์

ใครที่อยากจะไขว่คว้า ดาว และ เดือน มาฝากคนรัก
ก็หาแร่ทั้ง 2 ชนิดนี้ได้ แม้ว่าจะหายากและราคาแพงนิดหน่อย
(แต่ก็ไม่พงเท่าพชรพลอย) ที่ร้านขายตัวอย่าง หิน แร่ ฟอซซิล
Name : นักธรณีวิทยา [ IP : 58.64.56.96 ]

วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:26
ความคิดเห็นที่ 386

ดีถ้าเชื่อแล้วก็อย่าพูดอีกนะ "พระคุณเจ้า โกย" ผมไม่อยากรู้ว่าคุณนับถือศาสนาอะไรแล้ว แต่ก็ควรให้เกียรติบ้างการพูดการจา
แก้ไขซะ


PS.  อยากเบียดเบียนไทย ถ้าอยากให้เกาหลีสงบสุข
Name : ขุนกำแหง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขุนกำแหง [ IP : 114.128.55.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:39
ความคิดเห็นที่ 385
พี่ครับคำถามมาแล้ว ปืนใหญ่สีนาทหน้าตาเป้นไงแล้วเราคิดตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่ค่อยมีในบันทึก แล้วมีใช้ในภาคไหนบ้างครับ
Name : ยกสยาม [ IP : 124.122.48.23 ]

วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:20
ความคิดเห็นที่ 384
เออ พี่เขาก็บอกผมแล้วว่ามันมีไม่เชื่อ พี่ท่านลองไปเบิกตาอ่านดีๆแต่ถ้าที่ไปถามเรื่องยันในเว็บพี่น่ะไม่ใช่เขาหรอกครับ ผมนี่แหละ ยกสยาม เลิกเหอะ จาเปิดอ่านเรื่องดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก็เจอแต่คห.พี่เนี่ย รำคาญครับ ขวางหูตาคนใฝ่รู้ ผมเชื่อแล้วน่า ว่ามันมี ถามทุกคนเขาก้เชื่อ แต่นี่มันคนละเรื่องกะที่เถียงตอนศึกกรุงแตก ว่ากันเข้าไปนั่น วิชาอาคมของดีมีควรเงียบมิใช่เปิดตาอ้าปาก โหวกเหวกโวยวาย เป็นเจ้าของวิชาเขาได้ติฉินนินทาเอา ขอร้องเหอะ พี่ไม่เบื่อแต่ผมเบื่อ
Name : ยกสยาม [ IP : 124.122.48.23 ]

วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:18
ความคิดเห็นที่ 383
ตอบให้ๆแนว มองโกลและจีนครับ ไอข้างล่างก้ยังไม่เลิกเน้อ.....เอาเข้าไปเถอะ
Name : ยกสยาม [ IP : 124.122.48.23 ]

วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:12
ความคิดเห็นที่ 382

รบกวน ถามหน่อยนะครับ อันนี้อาจไม่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ แต่อยากรู้น่ะครับ พอดีว่า ได้เห็นผลงานเรื่องใหม่ของคุณอัศวินอโยธยาแล้ว  จากในเวบ แต่ยังไม่มีโอกาสไปซื้อเลย เลยอยากถามว่า เรื่อง the memoir ลิขิตยุทธสองแผ่นดิน นี่ เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์เหมือนผลงานเรื่องแรกหรือเปล่าครับ แล้วถ้าเป็นเกี่ยวกับยุคไหนหรือชนชาติไหนหรือครับ

ปล. ชื่นชมที่คนรุ่นใหม่สนใจประวัติศาสตร์ครับ
/สิงขรลักษณ์

Name : bookslayer < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bookslayer [ IP : 124.157.153.127 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:34
ความคิดเห็นที่ 381

วิชาศาสตร์อาคมชาวสยามมีอยู่คู่กองทัพไทยมานาน ไม่เชื่อไม่ควรลบหลู่ ถ้าคุณลบหลู่ของผม ผมก็จะลบหลู่ของคุณ

http://www.youtube.com/watch?v=PItwWqdIpYs&feature=related

โปรดใช้สาธารณะชนเป็นเกณท์ตัดสินด้วย ไม่ใช่ใช้หัว หัวเดียวตัดสินทุกอย่างบนโลก ถ้าไม่เชื่อก็อยู่ในใจ ไม่จำเป็นต้องว่า พระคุณเจ้า


PS.  อยากเบียดเบียนไทย ถ้าอยากให้เกาหลีสงบสุข
Name : ขุนกำแหง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขุนกำแหง [ IP : 112.142.175.196 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 15:11
ความคิดเห็นที่ 380(จากตอนที่ 15)

แล้วยุคโบราณที่อาวุธเป็นหินก็ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกเลยครับ........เพราะก่อนเข้ายุคโลหะ...ก็คือยุคหิน...อาวุธก็ทำจากหิน.......ดังนั้นอาวุธโบราณทำจากทองแดงกับหิน.....ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยครับ......

Name : sillykimji < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sillykimji [ IP : 58.9.13.80 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มกราคม 2553 / 02:20
ความคิดเห็นที่ 379(จากตอนที่ 15)
ขออภัยนะครับ...... ชาวเกาหลีไม่ใช่ชาวฮั่นที่เป็นชนส่วนใหญ่ของจีนนะครับ.......... เพียงแต่เกาหลีเรียกตัวเองว่า "ฮันกุก" แต่คำว่า "ฮัน" ไม่ได้หมายถึง "ฮั่น" ของจีนแน่นอนครับ เดียวคนอื่นจะเข้าใจผิดกันไปหมด
Name : sillykimji [ IP : 58.9.13.80 ]

วันที่: 31 มกราคม 2553 / 02:17
ความคิดเห็นที่ 378
คนไทยด้วยกานป่ะ 555+ น่าสังเวชใจดีแท้นะ แบบถ้าจะบอกไม่สมเหตุผลก็ควรจะบอกกันดีๆก็ได้นะครับผม
เพราะว่าคนเรามันก็มีผิดพลาดกันได้ทั้งนั้นล่ะน่ะครับผม เรื่องคาถาอาคมน่ะมันก็มีจริงๆอยู่ครับ แต่ว่าเรื่องจริงครับในสมัย ที่กรุงแตก เรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งนะครับ ที่ทำให้เสียกรุง เพราะสมัยนั้นคนเสื่อมมันเยอะครับผม ของขลังมันก็เสื่อม เป็นธรรมดา ก็ดูแล้วคนที่เป็นเจ้าของกระทูก็ไม่ได้จะดูถูกดูแคลนอะไร กับวิชาอาคมนี้นะครับผม เพียงแต่เขาต้องการที่เขาจะให้เห็นข้อเท็จจริง ในการที่เรานั้น ประเมิณค่า ภัยที่จะมาใกล้ตัวเราน่ะต่ำเกินไปครับผม

เอ่อ ไม่รูว่าเรื่องแค่นี้จะทะเลากันไปทำไมน่ะ ไม่สมเหตุสมผลเลยนะ

เรื่องคาถาอาคม ขอเน้นนะว่า มีจริงเพราะผมก็เคยเห็นมาแล้วแต่ไม่ใช่ขอไทยนะ เป็นของหมอเขมรน่ะ แรงทีเดียวล่ะ

5555+

เอาเถอะเรื่องนี้ก็ขอให้จบๆกันไปนะ กระทบกระทั่งกันกับแค่ ตัวหนังสือ นี่แหละคนไทย ชาติบ้านเมืองมันเลยเจริญกันจนรุ่งริ่งเหมือนทุกวันนี้ไงล่ะ ก็เก่งกันทั้งคู่ ทำไมไม่ช่วยกันล่ะ จำตำหนิก็น้อยๆกันหน่อยครับผม
Name : อาทมาต [ IP : 58.8.29.90 ]

วันที่: 30 มกราคม 2553 / 20:19
ความคิดเห็นที่ 377
แล้วตกลงเด๋วจาเถียงเรื่องยันต์เด๋วจาเอาเรื่องประวัติศาสตร์ชักงงคห.ท่านกำแหงเสียแล้วสิ ตกลงจามาชมรมคนรักยันต์ หรือคนรักภาษาไทยไม่ให้สื่อผิดหรือคนรักประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องกันแน่เนี่ย ครับ แล้วท่านกำแหงนำข้อมูลจากไหนมาโต้แย้งพอทราบที่มาไหมครับ เพราะของท่านติมูข่านไปถามที่มาแล้ว ไม่ง้านนผมจาจดบันทึกใส่สมุดเก็บให้ลูกหลานอ่านกันยังไงละทีนี้ ท่านกำแหงเรียนจบทางด้านนี้มาหรือครับผม
Name : มิลินยกสยาม [ IP : 124.121.97.87 ]

วันที่: 30 มกราคม 2553 / 20:10
ความคิดเห็นที่ 376
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1580757

คาถาอาคม ในพุทธศาสนาเองก็ไม่ได้ปฎิเสธ และไม่ใช่ทางพ้นทุกข์

แต่วิชานี้มันมีจริง

มันเป็นของบรรพบุรุษของชนชาติไทยเพื่อปกป้องรักษาไว้แผ่นดินจนถึงทุกวันนี้

ไสยศาสตร์ไม่ใช่กิจของสงฆ์และสงฆ์ที่ยุ่งเกี่ยวย่อมเป็นการอาบัติวืนัย ทำให้เสื่อม บิดเบือนทางศาสนา

แต่ว่าวิชานี้คนส่วนใหญ่นั้นมักเป็นอาจารย์ผู้เล่นวิชา ไม่ใช่ พระคุณสงฆ์องค์เจ้า

การที่คุณอ้างว่า พระคุณเจ้านั้นโกยแนบ มันไม่เป็นการดูถูกศาสนาหรืออย่าไงร

คุณน่าอย่างน้อยน่าจะกล่าวว่าพวกอาจารย์ต่างๆพากันหนีเสียมาก จะดีกว่า

แน่นอนของอย่างนี้คุณไม่เคยเจอ คุณย่อมไม่เชื่อไม่แปลก แต่สักวันถ้าคุณได้มีโอกาสได้เจอ คุณก็นึกถึงผมบ้างนะว่า

ในโลกนี้ยังมีอะไรที่ปุถชนธรรมดา ยังไม่รู้ไม่เห็นอีกมาก

และหลายสิ่งหลายอย่าง เพียงยังไม่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์พิสูจน์ การที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่นั้น

ถ้าหากจะตัดสินว่าไม่มีทั้งๆที่ยังไม่ได้พิสูจน์ ผมว่ามันก็เกินไป

สมัยนี้ การสักยันต์ดีหายากมากๆ

ใช่ โลกหน้าคุณยังไม่เคยเห็นก็จะบอกว่า ไม่มี ก็ตามใจแต่

คุณไม่เชื่อไม่เป็นไร

แต่การที่คุณกล่าวเย้ยยันถึงพระคุณเจ้าทั้งๆที่เรื่องนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ ทางสาธารณะชน

มันเป็นกล่าวไม่ดูถูกกันมากไปหรือกระไรนั้น

PS.  อยากเบียดเบียนไทย ถ้าอยากให้เกาหลีสงบสุข
Name : ขุนกำแหง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขุนกำแหง [ IP : 124.157.128.244 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2553 / 17:57
ความคิดเห็นที่ 375
ตอบคุณคนไทย
ผมขอพูดอย่างสัตย์ซื่อนะครับ ผมพูดแค่เรื่องข้อเสียของวิชาอาคมของขลัง ซึ่งพระท่านเรียกว่าเป็น "ไสยศาสตร์"...ผมเป็นคริสเตียนก็จริง แต่ผมก็เติบโตมาในสังคมพุทธ และชอบฟังพระสงฆ์องค์เจ้าท่นเทศนาสอนอยู่เหมือนกัน ซ้ำบางคราวยังเคยสนทนาในลักษณะศาสนาเปรียบเทียบกับเพื่อนที่เปนทั้งพุทธและมุสลิมมาก็หลายหน (ซึ่งก็รวมเรื่องวิชาอาคมที่คุณเป็นเดือดเป็นร้อนด้วย) ก็ไม่เห็นเขาจะว่าอะไรผมเลย เว้นแต่คุณนี่แหละนะ
 อ้อ...ผมก็จำเรื่องของขลังอาคมของพระพยอมท่านได้เลาๆว่า...
 "ถ้าพระเครื่องที่โยมว่าขลังว่าดีจริง ลองโยนพระเครื่องนั้นลงน้ำดูซิ ลองถ้ามันว่ายขึ้นมาได้ แสดงว่าขลังจริง"...ไม่ทราบว่าเคยฟังหรือเปล่าครับ?
คำพระพุทธองค์ท่านสอนว่า" จงอย่าตั้งตนอยู่ในหนทางแห่งความประมาท" และเพราะความที่บรรพบุรุษของเรา "ตั้งตนอยู่ในหนทางแห่งความประมาท" ไม่ใช่หรือ เราจึงต้องเสียกรุงในปี พ.ศ.๒๓๑๐?
ผมขอย้ำอีกครั้ง ผมไม่มีเจตนาหลบหลู่ดูหมิ่นบรรพชน ผมเพียงชี้ให้เห็นความผิดพลาดในอดีตในลักษณะวาจาของผมเท่านั้น  ส่วนเรื่องวิชาอาคมนั้น ผมถามเพื่อนที่เป็นพุทธหลายคน เขาก็บอกตรงกันว่า มันเป็นเรื่องที่เอามาเสริมแต่งทีหลัง เพื่อใช้ปลุกปลอบขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แต่แรก...ไม่ทราบว่ารู้เรื่องหรือเปล่า คุณคนไทยครับ?
ส่วนเรื่องงานเขียนของผม คุณจะว่าเสียๆหายๆยังไงก็ได้ครับ เพราะผมย้อนไปอ่านทีไรก็อารมณ์เสียเอาเหมือนกัน เพราะมีข้อตกหล่นผิดพลาดเสียอยู่ทีเดียว แต่ผมขอบอกอะไรคุณอย่างนะครับ...ถ้าคุณอยากหักล้างหรือเอาชนะผมมากถึงขนาดนั้น ทำไมไม่เขียนหนังสือมาสักเล่มล่ะครับ เขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ให้ดีกว่าผมสิ เอาให้ผมล่มจมหายดับไปเลยสิครับ กล้าพอไหมล่ะครับ?
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.3.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2553 / 16:51
ความคิดเห็นที่ 374

ตอบ คุณขุนกำแหง
แหม ดูท่าคุณกับผมคงมีบาปบุญและเวรกรรมร่วมกันมาแต่ครั้งกระโน้นกระมัง ถึงได้แสดงความสิเน่หามาเยือนผมและโพทนาเรื่องของผมในบอร์ดเสียยกใหญ่ทีเดียว
เอาล่ะครับ เข้าเรื่องที่คุณมาท้วงผมไว้ดีกว่า
ประการแรก ผมขอบอกว่าผมไม่ได้ด่าบรรพชนไทย เพราะผมก็คนไทยเหมือนกัน เพียงแต่ผมต้องการชี้ถึงความบกพร่องของบรรพบุรุษ เพื่อให้ลูกหลานได้จดจำและเรียนรู้เอาไว้ จะได้ไม่ต้องเกิดเหตุ "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"
ส่วนเรื่องวิชาอาคมของขลังน่ะ ผมเชื่อครับว่ามีจริง ไม่ได้ว่าไม่มี แต่ผมถามว่า ถ้าเรื่องแบบนี้มันสำคัญมากถึงเพียงนั้น ทำไมพระเจ้าอยู่หัว ร.๑ สั่งริบของขลังทหารทั้งทัพแล้วเอาไปเผาประจานที่หน้าทัพล่ะครับ?
ถ้าคุณจะว่าผมเขียนบทความไม่เข้าท่า ผมก็ว่าคุณอ่านไม่ละเอียดพอกันนั่นล่ะนะ...
ส่วนเรื่องความเสื่อมของกรุงศรีอยุธยานั้น ผมยอมรับโดยดุษฎีตามที่คุณว่านั่นล่ะครับ แถมเผอิญว่าผมเพิ่งได้อ่านหนังสือพม่ารบไทย และพม่าอ่านไทยของ ดร.สุเนตรเมื่อเร็วๆนี้เอง ทำให้ผมทราบได้ในที่สุดว่า ความพ่ายแพ้ในปี พ.ศ.๒๓๑๐ เป็นความอ่อนแอด้านการวางยุทธศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยาเป็นหลักใหญ่ครับ เพราะในพงศาวดารพม่าอย่างมานานมหายาสะวินดอจี อูกาลามหายาสะวิน และคองบองเซ็ตมหายาสะวิน ล้วนบอกตรงกันว่า กษัตริย์เอกทัศน์ศัสตราธิราช (พระเจ้าเอกทักศน์ของเรานั่นแหละ) ทรงวางแผงการรับศึกพระนครได้อย่างเข้มแข็งมั่นคงมาก ซ้ำกองทัพพระนครศรีอยุธยาก็ตั้งรับการรุกโจมตีของศัตรู จนฝ่ายพม่าไม่อาจเอาชัยได้โดยง่ายเลย แต่เพราะความที่กรุงศรีอยุธยาประมาทย่ามใจว่าน้ำเหนือจะลงมาหนุน จนทำให้ทัพพม่าถอยทัพกลับไป แล้วจึงจะยกทัพออกไปไล่จับเชลยในภายหลังนั่นเอง
แต่การกลับกลายเป็นว่า ฝ่ายพม่าเตรียมการมาพร้อมกว่า คือเพียงแต่ถอยทัพกลับไปที่ดอนเท่านั้น และรอจนน้ำลดแล้วจึงยกทัพกลับมาตีกรุงอีกครั้ง ทำให้ฝ่ายอยุธยาที่กำลังขาแคลนเสบียงเป็นฝ่ายแพ้ไปในที่สุด...
ตกลงว่าข้อมูลที่ผมทราบมา ตรงกับคุณหรือยังครับ?...เอาเป็นว่า ผมจะแก้ข้อมูลให้ใหม่ก็แล้วกันนะครับ
ส่วนเรื่องเมื่อคราวสงครามครูเสดที่คุณเอามาอ้างหักล้างกับผมน่ะ ขอบอกว่า ผมก็ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับเขาหรอกครับ เพราะนโยบายของศาสนจักรในเวลานั้น คือการรวมศาสนจักรโรมันตะวันออกหรือออโธดอกซ์เข้ามาในอำนาจศาสนจักรโรมันตะวันตก...แต่ศาสนจักรโรมันตะวันตกเขาต้องการแพะ ก็เลยโยนให้เป็นความผิดของพวกมุสลิม ทั้งที่ตัวเองมีความแค้นผูกพันกับนิกายออโธดอกซ์มาอย่างยาวนานแล้ว
อีกอย่างนะครับ เรื่องการเปิดศึกระหว่างชนต่างศาสนา ไม่ปรากฏในคำสอนพระคริสตธรรมคัมภีร์ ไม่ทราบว่าคุณรู้เรื่องนี้หรือเปล่าครับ?
สรุปแล้ว สงครามครูเสดคือการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่ใช่ตัวศาสนาเอง!
แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ขอน้อมขอบคุณสำหรับข้อชี้แนะของคุณก็แล้วกันนะครับ


PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.3.184 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มกราคม 2553 / 16:35
ความคิดเห็นที่ 373
เน่ พ่อคุณให้มันเบาๆหกน่อยเด๋วเขาได้ปิดบล็อกแล้วผมจาเอาไรหาความรู้เล่า แหม จะศาสนาก็อยู่เรื่องศาสนาสิครับ ผมก็พุทธ ยังไม่เคยทะเลาะกับเขาเลย อย่าให้เรื่องประวัติศาสตร์มาทำให้แตกกันสิ บรรพชนคนไทยเราท่านคงไม่ชอบแน่ ส่วนเรื่องพระเจ้าเอกทัศน์น่ะ ท่านดีร้ายประการใดไม่ทราบแน่เพราะช่วงหลังๆนั้นมีความคิดใหม่เพราะ พงศาวดารช่วงนี้ ถูกเขียนขึ้นในสมัยราชวงจักรีแล้ว เหมือนที่ท่านคนกวาดมูลช้างกล่าวถึง ผมก้ว่าจะไปหาข้อมูลเพิ่มที่ศูนย์หนังสือจุฬาเนี่ย แต่ถ้ายุติกันไม่ได้ต่างคนไปแต่งบล็อกที่ถูกต้องที่สุดเต๊อะ หุหุ จาได้ไปอ่านทุกบล็อกเลย
Name : ยกสยาม [ IP : 124.121.93.182 ]

วันที่: 30 มกราคม 2553 / 16:34
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 , 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>